เสียงหัวเราะทั้งหมด หยุดชะงักลงทันที
เสือเพลิงแยกปฐีหยุดชะงักลง นั่งลงต่อหน้าหลิวอู๋เสีย ราวกับแมวตัวน้อย ยื่นลิ้นออกมา เลียขาหลิวอู๋เสีย
หลิวอู๋เสียยื่นมือออกไป ลูบหัวเสือเพลิงแยกปฐีอย่างเบามือ เสือเพลิงแยกปฐีทำท่าสบาย ๆ หมอบอยู่บนพื้น ราวกับกำลังมีความสุข
"เป็ไปไม่ได้..."
ว่านหรงเจ๋อแทบคลั่ง สติสัมปชัญญะของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น ทำไมเสือเพลิงแยกปฐีถูกหลิวอู๋เสียฝึกฝนจนเชื่อง
ตระกูลว่านมีชื่อเสียงด้านการฝึกสัตว์อสูร พวกตนรู้วิธีค้นหาจุดอ่อนของสัตว์อสูร และบังคับให้พวกมันเชื่อง พวกมันโกรธแค้นตระกูลว่านมาก มีโอกาสเพียงเล็กน้อย สัตว์อสูรเหล่านี้ก็จะโกรธแค้น และมักจะมีครูฝึกสัตว์ถูกกิน
ฉากเบื้องหน้าเหนือกว่าความเข้าใจของพวกเขา เสือเพลิงแยกปฐีหมอบลงข้างเท้าหลิวอู๋เสียอย่างเต็มใจ
ผู้คนมากมายขยี้ตา มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อ รวมถึงสวีหลิงเสวี่ย ดวงตาของนางฉายแววตกตะลึง
"นี่มันทักษะอสูรสยบหรือ?"
ทักษะอสูรสยบของตระกูลว่านเป็ที่รู้จักกันดี สัตว์อสูรที่พวกตนฝึกฝนเชื่อฟังจนเชื่อง
ทักษะอสูรสยบเท่านั้นที่สามารถทำให้เป็ไปได้
อับอายขายหน้า
ตระกูลว่านรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า หลิวอู๋เสียท้าทายทักษะอสูรสยบที่ตระกูลว่านภาคภูมิใจ
ว่านหรงเจ๋อยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น ดวงตาฉายแววดุร้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตระกูลว่านเป็อย่างมาก
"ช่างเหลือเชื่อเสียจริง รีบเอาตราบันทึกความทรงจำออกมาบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ ต้องมีสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างอยู่แน่ กลับไปศึกษาให้ดีแล้วบางทีเราอาจเข้าใจทักษะอสูรสยบได้บ้าง"
ตราบันทึกความทรงจำลอยอยู่ในอากาศ บันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด
"ช่างพลิกผันอย่างน่าเหลือเชื่อ ไอ้ขี้ขลาดนี่ช่างทำให้เราตื่นตาตื่นใจจริง ๆ"
สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ แท่นประลองวุ่นวายไปหมด เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา หลายคนพูดว่าทักษะอสูรสยบของตระกูลว่านเมื่อเทียบกับหลิวอู๋เสียแล้วช่างไร้สาระสิ้นดี
นี่คือทักษะอสูรสยบที่แท้จริง ที่ทำให้สัตว์อสูรยอมสยบหมอบราบตรงหน้าตน ไม่ใช่ใช้จุดอ่อนของสัตว์อสูรมาบังคับให้มันเชื่อฟัง นี่เป็สองแิที่ต่างกัน
สีหน้าของเซวียอวี้ดูหม่นหมองมาก เดิมพันระหว่างพวกเขานั้น เพียงแค่ต้องยืนหยัดให้นานพอจนกว่าน้ำชาจะหมดก็พอ
เวลาผ่านไปทีละวินาที ใกล้จะถึงเวลาที่กำหนดแล้ว
ว่านจั๋วหรานมองบิดา รอคำสั่งจากเขา แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์บนแท่นประลองได้
มือข้างหนึ่งทำท่าทางตัดลง ว่านจั๋วหรานเข้าใจในทันที เขามองไปที่นักฝึกสัตว์ผู้หนึ่งที่อยู่ในเงามืด กำลังรอคำสั่งจากว่านจั๋วหรานเช่นกัน
หลิวอู๋เสียลุกขึ้นยืน ดวงตาเ็ามองไปที่เซวียอวี้ การแข่งขันระหว่างพวกเขากำลังจะสิ้นสุดลง
ฟิ้ว!
ทันใดนั้น!
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งออกมาจากเงามืดด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีใครแอบซุ่มโจมตี
ลูกธนูดอกนี้ไม่ใหญ่นัก ยาวประมาณนิ้วก้อยเท่านั้น ลูกธนูเล็กขนาดนี้ไม่สามารถฆ่าคนได้ เหตุใดจึงยิงออกมา?
ลูกธนูไม่ได้ยิงใส่หลิวอู๋เสีย แต่ยิงใส่เสือเพลิงแยกปฐี เสียงดังฉึก ฝังเข้าไปในร่างกายของมัน
เสือเพลิงแยกปฐีร้องคำรามด้วยความเ็ป ลุกขึ้นยืนแล้วส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ ดวงตาของมันพลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน นิสัยก็เปลี่ยนไป ร่างกายของมันกระแทกเข้ากับกรงเหล็กอย่างบ้าคลั่ง
มีมวลแปลก ๆ ไหลออกมาจากาแที่ลูกธนูปักเข้าไป กระจายออกไปในอากาศ แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว หลิวอู๋เสียอยู่ใกล้มาก จึงรับรู้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคยได้
"ผงมนตร์มายา!"
ดวงตาของเขาหรี่ลง นี่เป็กลิ่นของผงมนตร์มายา วันนั้นที่หอโคมเขียว เขาถูกผงมนตร์มายานี้ทำให้คลุ้มคลั่งจนทำเื่โง่เขลาออกมา
สติของเสือเพลิงแยกปฐีค่อย ๆ เลือนรางไป ปากของมันส่งเสียงคำรามต่ำ ขนบนตัวของมันพลันะเิออก พลังปีศาจที่น่ากลัวกลายเป็พายุหมุนพัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ
ฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ปรากฏขึ้นในที่สุด ระดับพลังของเสือเพลิงแยกปฐีค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น สัตว์ปีศาจได้รับแรงกระตุ้นจากภายนอก จึงปลดปล่อยศักยภาพออกมา สามารถเค้นเอาศักยภาพทั้งหมดของร่างกายออกมาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
"ตระกูลว่านตัวดี!"
หลิวอู๋เสียพึมพำกับตัวเอง เขามั่นใจได้ว่าคนที่พยายามฆ่าเขาเมื่อวานที่หอโคมเขียวก็คือตระกูลว่าน
ผู้คนบนอัฒจันทร์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกธนูนั้นเล็กมาก มองแทบไม่เห็น เพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
"ดูเหมือนว่าเสือเพลิงแยกปฐีจะโกรธแล้ว"
ร่างกายของมันกระแทกกรงเหล็กเพื่อระบายอารมณ์ ไม่ได้พุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสีย ยังมีสติอยู่บ้าง
ไม่นานสติที่เหลืออยู่ก็จะถูกผงมนตร์มายากลืนกิน
เสือเพลิงแยกปฐีหยุดลงกะทันหัน ปากของมันพ่นพลังปีศาจออกมา ดวงตาของมันขุ่นมัว สติของมันเลือนหายไป การกระทำของมันล้วนเป็ไปตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่า มนุษย์คือศัตรูตัวฉกาจของสัตว์ปีศาจ ผงมนตร์มายาทำให้มันเกลียดมนุษย์มากขึ้น
ขาหน้าของมันกระแทกพื้นอย่างบ้าคลั่ง เืไหลนอง มันไม่รู้สึกเ็ปใด ๆ เลย
เสือเพลิงแยกปฐีตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสียอย่างรุนแรง พลังที่รุนแรงกว่าเมื่อครู่หลายเท่า พลังยุทธ์ทะยานขึ้นสู่ขั้นเจ็ด
ว่านจั๋วหรานนั่งลง ดวงตาของเขาเผยรอยยิ้มเป็สุขน้อย ๆ สวะที่ชนะหินิญญาร้อยก้อนไปจากเขา ในที่สุดก็จะต้องตายในปากของเสือเพลิงแยกปฐี
ยิ่งใกล้เข้ามา ระยะห่างสิบกว่าเมตรก็มาถึงในพริบตา
หลิวอู๋เสียยังคงนิ่งเฉย ยืนนิ่งอยู่ คราวนี้เขาจะทำให้เสือเพลิงแยกปฐีเชื่อฟังได้หรือไม่?
เสือเพลิงแยกปฐีเข้าใกล้หลิวอู๋เสียสองเมตรแล้ว ระยะห่างใกล้ขนาดนี้ ไม่สามารถหลบหลีกได้ทันแล้ว
อ้าปากกว้าง กัดลงกลางอากาศ
ในวินาทีที่ถึงขีดสุด มือขวาของหลิวอู๋เสียกดด้ามดาบ แสงเย็นวาบกลางอากาศ แวบเดียวก็หายไป
ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน เสือเพลิงแยกปฐีหยุดนิ่งในจุดเดิม ยังคงรักษาท่าทางพุ่งเข้าใส่ไว้ แต่กลับไม่ขยับเขยื้อน
ติ๋ง! ติ๋ง!
เสียงดังมาจากแท่นประลอง ดาบสั้นในมือของหลิวอู๋เสียส่งเสียงติ๋ง ๆ เืไหลตามปลายดาบ หยดลงบนแท่นประลอง กลายเป็หยดเืรูปร่างดังดอกเหมย
กร๊อบ!
หัวใหญ่ของเสือเพลิงแยกปฐีพลันตกลงมา กลิ้งไปมาอยู่ที่เท้าของหลิวอู๋เสีย ตัดคอที่หนาเท่าถังน้ำด้วยดาบเดียว ต้องใช้พลังเพียงใดถึงทำได้
แท่นประลองตกอยู่ในความเงียบเหมือนตายทั้งเป็ พวกเขาถึงกับลืมหายใจ ตัดคอสัตว์อสูรระดับเจ็ดได้ในดาบเดียว
ดวงตาของสวีหลิงเสวี่ยเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึงและยินดี
ว่านจั๋วหรานและเซวียอวี้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้พวกเขาตกตะลึง
"ตระกูลว่าน หนึ่งเดือนนับจากนี้ ข้าจะทำให้ทุกคนในตระกูลของเ้าต้องพบกับชะตากรรมเดียวกันกับเสือเพลิงแยกปฐีตัวนี้ ทุกคนล้วนต้องตาย"
หลิวอู๋เสียยกดาบขึ้นกลางอากาศแล้วฟันลงมา กรงเหล็กตรงหน้าก็แตกออกเป็เสี่ยง ๆ ดาบเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าชั้นดีเช่นเดียวกัน แต่ดาบของหลิวอู๋เสียมีคุณภาพสูงกว่ามาก คมกริบจนสามารถฟันเหล็กเป็ฝอยได้
ตระกูลว่านยังไม่ทันได้เปิดกรงเหล็กออก หลิวอู๋เสียก็เดินออกมาอย่างสง่าผ่าเผย ก้าวแต่ละก้าวมีกลิ่นอายแห่งความตายแฝงอยู่
เขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่าภายในหนึ่งเดือนจะสังหารผู้คนในตระกูลว่านให้หมดสิ้น
ช่างบ้าบิ่นเสียจริง
"ไอ้สวะ เ้าไม่มีทางออกจากแท่นประลองวันนี้ไปได้หรอก"
ว่านหรงเจ๋อทำท่าทางร้ายกาจ เหล่าศิษย์ตระกูลว่านก็พุ่งออกมาเพื่อสังหารหลิวอู๋เสีย กระบวนท่าที่เพิ่งปรากฏออกมาเมื่อครู่นี้แม้แต่ผู้ฝึกฝนขั้นชำระิญญาก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น
เร็ว!
แม่น!
โหด!
กระบวนท่าที่ร้ายกาจที่สุดนั้น พวกเขาได้เห็นกระบวนท่าดาบ แต่เป็เพียงกระบวนท่าเบื้องต้นเท่านั้น เรียนรู้ได้ไม่นานก็คงเข้าใจ
ผู้คนมากมายต่างพากันวิ่งหนีออกไป ตระกูลว่านกำลังเปิดฉากสังหารล้างบาง
เหล่าศิษย์ตระกูลว่านสิบสองคนล้อมหลิวอู๋เสียไว้ มือแต่ละคนถืออาวุธ กระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
"ตาย!"
หลิวอู๋เสียก้าวลงจากแท่นประลอง แววตาฉายแววสังหาร เหล่าศิษย์สิบสองคนยังไม่ทันได้มองชัด แสงเย็นยะเยียบก็แทงทะลุร่างกายพวกเขา ศีรษะแดงฉานปลิวกระเด็น
ผู้ฝึกฝนขั้นสั่งสมฟ้าขั้นแปดก็ถูกสังหารด้วยกระบวนท่าเดียว
ใครกันแน่ที่เป็สวะ?
หลิวอู๋เสียใช้เพลงเท้าเจ็ดดาราราวกับยมทูต ศพล้มระเนระนาด ศิษย์สิบสองคนถูกสังหารด้วยกระบวนท่าเดียว
หนึ่งก้าวหนึ่งศพ สิบสองก้าวทิ้งสิบสองศพไว้เื้ั แต่ละคนถูกสังหารด้วยกระบวนท่าเดียว ไม่มีท่าทางอลังการ เรียบง่ายและตรงไปตรงมา
"ซี้ด..."
ผู้คนต่างสูดปากด้วยความใ สวะที่พวกเขาเรียกขานกันเป็ดั่งยมทูต ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้
“เขาช่างซ่อนได้ลึกนัก เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่ใช่สวะ กลับแสร้งเป็สวะ พวกเรามองผิดไปแล้ว”
หลายปีผ่านไปเพียงนี้ หลิวอู๋เสียได้รับสายตาเ็า คำถูถูกเยาะหยันมาไม่น้อย ไม่เคยต่อต้าน ยังคงทำสิ่งของตัวเองไป
วันนี้ได้เป็การตบหน้าทุกคนจนหูอื้อแล้ว ความเ็ปเสียดแทงใจเช่นนั้น มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้แจ้งแก่ใจ
เหยียบศพของศิษย์ตระกูลว่าน เดินบนสะพานเชือก กลับมายังแท่นอัฒจันทร์ทีละก้าว ๆ เดินไปทางเซวียอวี้ เดินไปทางว่านจั๋วหราน
โบกมือคราหนึ่ง หินิญญาหนึ่งร้อยก้อนบนโต๊ะก็ถูกห่อไว้ในผ้าแดงผูกเป็เงื่อนสะพายไว้บนหลังแล้ว
พวกเขามองดูอย่างโง่งม เห็นหลิวอู๋เสียเก็บหินิญญาไป
“เฮ้ย ๆ ไอ้สวะผู้นี้ กล้าฆ่าศิษย์ตระกูลว่านของพวกเรา ข้าจะฆ่าเ้าเสีย”
กระทั่งหลิวอู๋เสียหันกายจากไป ว่านจั๋วหรานถึงได้มีสติกลับมา ฟาดฝ่ามือลงไปทางหลิวอู๋เสีย
“ว่านจั๋วหราน กล้าจริงก็ลองลงมือดู!”
สวีหลิงเสวี่ยขยับเท้า เรียกิญญากำเนิดฟ้าออกมา ขวางตรงหน้าหลิวอู๋เสีย ทำให้หลิวอู๋เสียอบอุ่นในใจ ในใจของนางยังมีตนอยู่
ศิษย์ตระกูลว่านนับร้อยพุ่งเข้ามา กำลังรอคำสั่งของเ้าตระกูล ศิษย์ตระกูลเถียนก็รวมตัวอยู่ไม่ไกล เตรียมพร้อมลงมือ
ทำลายตระกูลสวีให้ย่อยยับ ทรัพย์สมบัติของพวกเขา ไม่นานก็จะตกอยู่ในมือตระกูลเถียนกับตระกูลว่าน
ฉากนี้ตึงเครียดมาก หากมีการรบกวนเล็กน้อย ศีรษะจะล้มลงกับพื้นและศพจะกระจัดกระจายไปทุกที่
ดาบในมือหลิวอู๋เสียยังคงมีเืหยด เลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“วันนี้พวกเ้าทุกคนต้องตาย” ว่านหรงเจ๋อออกคำสั่ง เหล่าศิษย์ตระกูลว่านก็รีบรุดไปข้างหน้าเป็ฝูง แต่ละคนมีความแข็งแกร่งสูง
ากำลังจะปะทุขึ้น เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือมากมายเพียงนี้ ยังมีระดับพลังชำระิญญาอยู่ตรงนี้ อาศัยพวกเขาเพียงสองคน คงยากจะสยายปีกบิน
สถานการณ์กำลังเลวร้าย หลิวอู๋เสียกำลังจะกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดเพื่อทะลวงระดับพลังกำเนิดฟ้า นี่เป็การกระทำที่อันตรายมาก เส้นชีพจรของเขายังไม่ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ ฝืนบังคับทะลวงระดับพลังยุทธ์อาจทำให้เส้นชีพจรเสียหายถึงขั้นตายได้
แต่ในเวลานี้!
ปรมาจารย์ฮั่วที่เงียบมาตลอดก็ลุกขึ้นยืน รังสีของเขาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ชำระไขกระดูกครึ่งก้าว
"ท่านเ้าตระกูลว่าน จะไว้หน้าตาเฒ่าเช่นข้าสักครั้งได้หรือไม่ ปล่อยพวกเขาทั้งสองไปเสีย"
- โปรดติดตามตอนต่อไป -