ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ของเด็กหญิงตัวน้อย มีบุรุษหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ยืนอารักขาเอาไว้อย่างแ่า 4 คน นั่นย่อมไม่ใช่ใครอื่นเป็หลินจงเว่ย หลินซ่งสวิน หลินซ่งอวี้และหลินไฉ่หง ทำการคุ้มครองคนงามตัวเล็กอย่างระแวดระวัง
หลินจงเว่ยกับหลินซ่งสวินผู้มีร่างกายใหญ่โตหน้าตาดุดันอยู่แล้ว บัดนี้ทั้งสองหน้ายิ่งดำคล้ำหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อเห็นสายตาของผู้คนต่างจับจ้องมายังบุตรสาว//น้องสาวของตนเอง
อีกสองคนเป็บุรุษหนุ่มน้อยวัย 15 ปี หลินซ่งอวี้และหลินไฉ่หง ผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลาเ้าของฉายา “สองคุณชายหน้าหยก” ใบหน้าที่ดูดีไร้ที่ติรวมกับผิวที่ขาวสะอาดรูปร่างสูงโปร่ง เมื่อเดินคู่กันยิ่งดูโดดเด่นเป็พิเศษ ไม่ว่าไปทางไหนล้วนมีสาวน้อยสาวใหญ่โยนผ้าเช็ดหน้าส่งให้จนตกเกลื่อนกลาดเต็มถนน บัดนี้ก็หน้าบูดบึ้งไม่แพ้ผู้เป็บิดาและพี่ชาย
หลินซ่งสวินวัย 19 ปีเองก็มีชื่อเสียงในหมู่สตรีเมืองเป่ยถังอยู่ไม่น้อย ด้วยบุคลิกเคร่งขรึม ดุดันสมชายชาตรีแต่ด้วยรูปร่างสูงใหญ่น่ากลัวจึงไม่มีใครหาญกล้ามาทอดสะพานซึ่งหน้า .แต่ไม่ใช่วันนี้…..ที่มีผู้ฝึกปราณต่างถิ่นทั้งบุรุษและ สตรี เข้ามาหาซื้อโอสถและร่วมชมงานมงคลที่ยิ่งใหญ่
“อุ้ย…” สตรีร่างบางนางหนึ่งสะดุดอะไรบางอย่างจงใจล้มเซถลาเข้ามาทางหลินซ่งสวิน
“โครม….”
หลินซ่งสวินผู้ซึ่งกำลังยืนคุ้มกันน้องสาวอย่างแ่า คิดว่าจะมีใครเข้ามาทำร้ายน้องสาวสุดที่รักของเขาจึงยกเท้า “ถีบ” บุคคลลึกลับกระเด็นไปไกลหลาย่ตัว
“ท..ท..ท่าน…ท่านถึงกับถีบข้า” สตรีนางนั้นกล่าวได้เพียงเท่านี้ก็ล้มตัวลงบนพื้น สลบไปด้วยความอับอาย
หลินซ่งสวิน “------” ข้าเพียงแค่ในิดหน่อยเองนะ
หลินซ่งอวี้กับหลินไฉ่หง “-------” ถีบได้ดี!! ข้ารู้วิธีจัดการสตรีน่าตายเ่าั้แล้ว
หลินจงเว่ย “-----” เ้าจะได้แต่งงานอย่างผู้อื่นเขาหรือไม่อาสวิน
ละครฉากโหดร้ายโรงเล็กๆ นั้นก็จบไปพร้อมกับงานเลี้ยงฉลองที่จวนตระกูลหลินที่แเื่ล้วนเมามายกันอย่างเต็มคราบ
……….
อีกหลายวันถัดมาหลินหนิงชินจึงได้มีโอกาสพบกับ จงเป่าเป้ย ภรรยาป้ายแดงของศิษย์พี่หลินเจียวหย่ง
“น้องสาวหนิงชิน พี่สะใภ้ให้กำไลหยกนี่เป็ของขวัญพบหน้ากับเ้า รับไว้เถิด” หญิงสาวผู้มีใบหน้ากลม ดวงตาโต ปากเล็กสีชมพูระเรื่อดูท่าทางอ่อนโยนเอ่ยกับหลินหนิงชิน
“ขอบคุณพี่สะใภ้เ้าค่ะ” เด็กหญิงรับของขวัญมาอย่างว่าง่าย
“ข้าอยากพบเ้ามานานแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสสักครั้ง แต่งเข้ามาสกุลหลินหลายวันเ้าก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน”
“พี่สะใภ้ มีเื่อะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอถาม
“ไม่มีๆ ข้าเพียงอยากขอบคุณแทนทุกคนในตระกูลจงเื่ตำราและต้นกล้าสมุนไพรที่เ้ามอบให้พวกเราอีกครั้งน่ะ พวกพี่น้องของข้าล้วนอยากพบเ้าเพื่อขอบคุณกันทั้งนั้น” จงเป่าเป้ยเอ่ยอย่างจริงใจ
“พี่สะใภ้อย่าได้เกรงใจเลย นั่นเป็เื่สมควรแล้วเ้าค่ะ พี่อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถิดหากพี่เจียวหย่งรังแกท่าน ท่านมาบอกข้าได้เลยข้าจะจัดการเขาให้ท่านเอง"
สตรีทั้งสองคนคุยเล่นกันอีกสักพัก หลินหนิงชินพอใจกับท่าทีของพี่สะใภ้ผู้นี้มาก ดูแล้วตระกูลจงสั่งสอนบุตรหลานได้ดีเหมือนกับคนตระกูลหลินที่มีใจเมตตาโอบอ้อมอารีและมีคุณธรรมสูง การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลในครั้งนี้เป็เื่ดีอย่างยิ่ง
……….
หมู่บ้านจิ้งซาน
“กรี๊ดดดดด…… ช่วยลูกข้าด้วย… ช่วยด้วย.!!”
“วิ่งหนีไป..รีบไปไม่ต้องรอข้า”
“อ๊ากกกกกก!!!!!”
เสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังระงมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เืและร่างไร้ิญญาของบุรุษ สตรีและเด็กนอนกลาดเกลื่อนอยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง
“ข้าจะล่อมันไปทางนั้น มีต้นไม้ใหญ่ขนาบอยู่ทั้งสองฝั่ง พวกเ้าซุ่มรออยู่ตามแนวต้นไม้ เมื่อข้าวิ่งไปถึงพวกเ้ารีบลงมือเลย” ชายชราร่างผอมซึ่งบัดนี้ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเื กล่าวกับกลุ่มบุรุษอีกราวๆ 7-8 คน
“ผู้เฒ่าเจียงนั่นมันอันตรายเกินไปท่านเองก็าเ็ให้ข้าไปเป็เหยื่อล่อมันเองดีกว่า” หลี่หยุนไคเอ่ยอย่างร้อนใจ
“แขนข้า ไม่สามารถยกขึ้นจับอาวุธได้แล้วแต่ขาข้ายังใช้การได้ดี พวกเ้ายังใช้ธนูได้ซุ่มอยู่แล้วร่วมมือกันยังพอรับมือมันได้ เชื่อข้าเถิดพวกเราต้องรีบแล้ว ไป!!” สิ้นคำชายชราก็วิ่งออกไปทางหนึ่ง ส่วนกลุ่มของหลี่หยุนไคก็วิ่งไปอีกทางตามที่นัดหมายกันไว้
“มาแล้ว!! อยู่นิ่งๆไว้ ….. ” หลี่หยุนไคง้างธนูรอ สายตาของเขาจับจ้องไปยังสัตว์อสูรตัวใหญ่เบื้องหน้าอย่างไม่วางตา เหงื่อเม็ดโตไหลอาบทั่วทั้งร่างราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ
“ยิง!!!!!”
“ฟุ่บ..ฟุ่บ..ฟุ่บ”
ลูกธนูหลายดอกพุ่งตรงไปในทิศทางเดียวกัน สัตว์อสูรร้องคำรามด้วยความเ็ป ตาซ้ายของมันถูกแทงจนมองไม่เห็นไปแล้ว ร่างทั้งร่างมีาแฉกรรจ์หลายแห่ง บัดนี้ขาอีกข้างหนึ่งของมันถูกธนูแทงทะลุเข้าไปทำให้มันต้องหยุดชะงัก ความเ็ปยิ่งทำให้สัตว์อสูรตัวโตคลุ้มคลั่งอย่างหนัก กระโจนเข้าใส่ร่างศัตรูของมันที่อยู่ที่ใกล้ที่สุด หางใหญ่และมีหนามแหลมคมของมันฟาดเข้าใส่ร่างเล็กนั้นอย่างจัง
“ผู้เฒ่าเจียง !!!!”
“เร็วรีบไปเอาร่างเขาออกมา”
“จังหวะนี้แหล่ะ ลงมือพร้อมกัน” หลายเสียงะโพร้อมกันดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน
ในที่สุดก็ล้มสัตว์อสูรตนนั้นได้หลังจากที่พยายามกันมาหลายครั้งแล้ว เป็ครั้งสุดท้ายนี้ที่ผู้เฒ่าเจียงเสียสละเอาตัวเองเป็เหยื่อล่อ ประจวบเหมาะกับการที่มันก็าเ็ไปทั่วร่างจึงทำให้ชาวบ้านสามารถฆ่ามันได้ในที่สุด แต่พวกเขาก็ต้องจ่ายราคาไม่น้อยเลย ผู้ฝึกปราณหลายชีวิตต้องล้มตายไปหนึ่งในนั้นยังมีท่านผู้เฒ่าเจียงผู้เป็ที่เคารพของทุกคนในหมู่บ้านจิ้งซานแห่งนี้รวมอยู่ด้วย
อีกด้านของหมู่บ้าน เด็กสาวคนหนึ่งที่มีสภาพอิดโรยกำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง บนหลังของนางแบกเด็กชายร่างเล็กอายุราว 7-8 ปีที่มีาแที่ขาเืไหลหยดมาตามทาง
“เสี่ยวเป่า เข้าไปข้างในเร็ว” เด็กสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็หงซานซานนั่นเอง นางกำลังพยายามดันร่างของน้องชายเข้าไปในตู้เสื้อผ้าหลังเล็กที่ทำจากไม้
“พี่สาวซานซาน พี่เข้ามากับช้า” เสี่ยวเป่าร่ำร้องน้ำตานองหน้า
“ได้ๆ เ้าหันหน้าเข้าไปด้านในอย่ามองออกมาพี่สาวจะตามเข้าไปเดี๋ยวนี้”
“พี่สาวทำไมพี่ถึงเงียบไป….พี่ซานซาน…พูดกับข้าหน่อยข้ากลัว”
ร่างที่ไร้ลมหายใจของหงซานซาน กอดน้องชายเอาไว้แน่น นางใช้ร่างของตัวเองบดบังร่างของน้องไว้ภายในตู้ ตัวนางเองก็ได้รับาเ็เป็แผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าอก แต่ฝืนแบกน้องชายวิ่งกลับมาหลบในบ้านเมื่อพาน้องชายเข้าไปหลบได้แล้วนางเองก็หมดเรี่ยวแรงและสิ้นลมหายใจสุดท้ายไป
วันอันโหดร้ายได้สิ้นสุดลง แต่เสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนที่เหลือในหมู่บ้านยังคงอยู่จนถึงค่ำคืน
……….
จวนตระกูลหลิน
“ผู้นำตระกูลมีข่าวร้ายขอรับ ชาวบ้านหมู่บ้านจิ้งซานถูกฝูงสัตว์อสูรเข้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้าน ตอนนี้คนที่เหลือท่านรองผู้นำได้พากลับมาถึงจวนแล้วขอรับ” กู่ฝางเข้ามารายงาน
“รีบพาข้าไปดู” หลินลี่หยางขมวดคิ้วแน่นสีหน้าเคร่งเครียด เร่งฝีเท้าตามกู่ฝางไปในทันที
หลินโจวิ่ซึ่งกำลังออกคำสั่งให้กลุ่มองครักษ์ จัดการให้ความช่วยเหลือพากลุ่มชาวบ้านไปยังที่พัก เมื่อหันมาเห็นพี่ชายจึงรีบรุดเข้ามาหา
“พี่ใหญ่ พวกเขาอ่อนล้าเป็อย่างมาก ให้พวกเขาได้พักดีๆสักวันสองวันก่อน เื่ที่เกิดขึ้นเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง”
หลินลี่หยางและหลินโจวิ่ ยืนรอส่งพวกชาวบ้านเข้าไปพักในจวนจนเรียบร้อย จัดการให้คนไปดูแลผู้าเ็แล้วจึงเรียกประชุมผู้นำอีกหลายคนในตระกูล มาฟังความพร้อมกัน