ตอนที่ 9 : นี่กิลด์นักผจญภัยหรือโรงพยาบาลบ้ากันเนี่ย ตอนต้น
“ “......เอ๊ะ!?” ”
โอฟีเลียกับไอชาอ้าปากค้างตกตะลึง ต่อภาพของชายหนุ่มนอนคว่ำหน้าในสภาพเปลือย
ทั้งสองคนใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะได้สติ พวกเธอหันหน้าหนีไปทางอื่นแทบจะไม่ทัน
อะอะ อะไรอ่ะ!? เกิดอะไรขึ้นอ่ะ!!?
โอฟีเลียส่งสายตาถามไอชา แต่ไอชาก็ส่ายหน้า พั่บ ๆ สับสนไม่ต่างกัน
ครั้นจะหันไปถามเดลล์ที่อยู่ข้างหน้าก็กลัวว่าจะเห็นภาพอุจาดตา พวกเธอเลยต้องเงี่ยหูฟังเสียงเอา
“อ่าห์... แรงใช้ได้เลยนี่นา ฟินโคตร〜”
เ้าหนุ่มชีเปลือยผมสีเขียวตั้งค่อย ๆ ลุกขึ้นส่งเสียงพอใจ ทำหน้าฟินยังกับเพิ่งไปเหยียบบน์มายังไงอย่างงั้น
ท่าทางแปลก ๆ ของเขาทำเอาชาวบ้านที่มาติดต่อกิลด์หลีกไปไกล ยิ่งหมอนี่กำลังเปลือยอยู่ยิ่งไม่มีใครอยากเข้าใกล้
แต่ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่ไม่มีใครส่งเสียงวี้ดว้ายหรือยืนตัวเกร็งแบบโอฟีเลียกับไอชา
ราวกับทุกคนชินชาภาพแบบนี้ไปแล้วยังไงอย่างงั้น
“ยะฮู้! 10 เมตรเว้ย! ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็ใคร!!!”
เสียงของชายหนุ่มอีกคนะโร้องลั่นดีใจกลางกิลด์ ทั้งสองสาวระแวงจนต้องหันไปมองตาม
เขาเป็ชายหนุ่มไว้ผมทรงรีเจนท์หน้าตาเคร่งขรึม พันผ้าพันแผลไว้ที่ร่างกายท่อนบนทั้งที่ไม่มีอาการาเ็ แล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมหนังสีดำอีกที
การควงไม้เบสบอลเหล็กไปมาดูท่าทางอันตราย จนน่าสงสัยว่าทำไมถึงปล่อยให้มีนักเลงเข้ามาในกิลด์ได้
“สิบเมตรแล้วไงวะ! ตีไม่เห็นจะตรงเลยไอ้เบื๊อกเอ้ย!”
ชายอีกคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกละโใส่นักเลงคนเมื่อกี้ด้วยความหงุดหงิดแล้วเดินเข้าไปหา
ชายหนุ่มคนนี้โกรกผมเป็สีแดงและเขียว ทั้งฉูดฉาดและเด่นสะดุดตา เขาสวมแจคเก็ตหนังมีสัญลักษณ์รูปกะโหลกติดไฟและคำว่า ‘Hell Race’
จากการแต่งตัวและกิริยามารยาทแล้ว... ดูยังไงเ้าหมอนี่ก็เป็เด็กแว้นแต่ไม่ใส่แว่นฟ้อ และไม่ได้หล่อเฟี้ยว
เขากับหนุ่มนักเลงเหมือนเป็น้ำกับน้ำมัน
พอหนุ่มแว้นคนนี้ด่าใส่ นักเลงหัวทรงรีเจนท์ก็แยกเขี้ยวสวนกลับ
“หา!? ก็ไหนว่าจะแข่งเอาระยะทางไม่ใช่รึไงวะ! จะตีตรงไม่ตรงมันเกี่ยวกันตรงไหนวะ!!!”
“รู้จักความสวยงามด้วยสิวะ ไม่ใช่สักแต่ทำตามกฎ ไอ้หัวตะบองเพชรเวรนี่!”
หนุ่มแว้นเองก็เถียงกลับไม่ยอมใคร
...แต่อนิจจาดันไปพูดถึงทรงผมของเ้าหนุ่มนักเลงเข้า ทำเส้นเืของเขาปูดโปนหน้ายั๊วสุด ๆ
“แก...... ว่าใครหัวตะบองเพชรวะไอ้เชี่ยมนี่!”
“จะเอารึไง! ก็มาสิวะเฮ้ย!!!”
เ้าหนุ่มสองคนเอาหน้าชนกัน เหล่าประชาชีก็รีบเว้นห่างโดยอัตโนมัติ
แต่ตามเคย... ทุกคนถอยห่างแต่ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือใ
ราวกับทุกคนชินชาภาพแบบนี้ไปแล้วยังไงอย่างงั้น
กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ยคนพวกนี้
ไม่สิ ก่อนหน้านั้น... ทำไมถึงมีนักเลงกับเด็กแว้นอยู่ในกิลด์ได้ล่ะ?
โอฟีเลียกับไอชาล่อกแล่กสับสน
เดลล์เดินผ่านพวกเธอไปหาหนุ่มนักเลงกับหนุ่มแว้นพอดิบพอดี สองสาวเลยถอนหายใจโล่งอกเพราะจะได้มีคนหยุดพวกเขาซะที
“พวกแกนี่ ร่าเริงกันตลอดเลยนะ————”
“เกะกะโว้ย!”
“อย่ามายุ่งสิโว้ย!”
พั๊ว!!!
แล้วเดลล์ที่ทะเล่อทะล่าเข้าไปห้ามก็โดนทั้งสองคนชกอัดหน้าเข้าให้
คุณเด้ลลลลลลลลลล! คุณเดลปลิวไปแล้ว!!!
เดลล์ลอยละลิ่วข้ามหัวทั้งสองสาวไป โอฟีเลียมองตามก็ใจนแทบจะกรี้ดลั่นบ้าน
ส่วนเ้าสองหนุ่มสองมุมก็ตะเบ๊ะมองเดลล์ที่อยู่ห่างออกไป สนใจแต่เื่การติดตามผลงานตัวเอง
“เ้าโอลิเวอร์มันใส่เสื้อคลุมตอนไหนวะเนี่ย ...ว่าแต่แกน่ะ จะตีตรง ๆ ก็ทำได้นี่หว่า!” พ่อเด็กแว้นดูจะเอ๊ะใจอะไรนิดหน่อย แต่ก็ดันให้ความสนใจกับการตีอันงดงามมากกว่า
“เฮอะ! ไม่อยากได้คำชมจากเอ็งหรอกเหวย”
พอชมไป พ่อหนุ่มนักเลงก็ดันเขินจนเอานิ้วชี้ถูกจมูกเลยทีเดียว
“แต่เมื่อกี้เราก็ตีพร้อมกันซะด้วย”
“งั้นเสมอกันสินะ”
เ้าสองหนุ่มผสานมือให้กันพร้อมกับแลกรอยยิ้มแห่งมิตรภาพเฉย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทะเลาะกันจะเป็จะตายแท้ ๆ
ในตอนนั้น ชายหนุ่มผมเขียวที่เนื้อตัวยังล่อนจ้อนอยู่ก็เดินเข้ามาทางทั้งสองคน
“เดี๋ยวสิทั้งสองคน ที่พวกนายอัดไปเมื่อกี้ไม่ใช่ฉันนะ”
“ “หา!?” ”
พอถูกทักแบบนั้นทั้งสองคนก็เบิกตาโพลง
แล้วพอมองไปยังจุดลงจอดของเดลล์แล้วเพ่งสายตาให้มากกว่าเดิม ก็ปรากฏว่ามีโอฟีเลียกับไอชายืนมองเดลล์อยู่
ส่วนตัวเดลล์นั้นนอนหงายท้องโดยมีระบบสุริยะลอยไปลอยมาเหนือหัวไปเป็ที่เรียบร้อย
“อ้าวเฮ้ย! ชิบผายล่ะ อาเฮียกลับมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย!”
เ้าหนุ่มนักเลงผมทรงรีเจนท์ใจนเอามือแนบหน้า
พ่อหนุ่มหัวเขียวเริ่มรู้สึกไม่ดีที่เดลล์มาโดนแทนตัวเองก็เลยรีบเข้าไปดู
โอฟีเลียกับไอชาถึงกับสะดุ้ง พวกเธอรู้สึกเหมือนไททันวิปริตกำลังวิ่งเข้ามาเลยรีบะโโหยงหันหลบไปทางอื่น
พ่อหนุ่มหัวเขียวเขย่าตัวเดลล์จนได้สติ เดลล์ลืมตาขึ้นมาได้เสียที
“......ฉันว่าฉันรับคนเข้ามาทำงานด้วยนะ ไม่ใช่ลิง”
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ! ถึงจะเป็มุกแต่ก็โหดร้ายเกินไปแล้วนะครับ〜”
ถูกสายตาและน้ำเสียงเ็าของเดลล์เข้าไป ชายหนุ่มผมเขียวก็ดันดีใจระริกระรี้บิดตัวไปมาเฉย
นี่ด่าอยู่นะเฮ้ย
เดลล์แอบคิด
แต่ขืนด่าไปอีกฉอด อีกฝ่ายน่าจะฟินมากกว่าหลาบจำ เขาเลยไม่พูดอะไรเพิ่มดีกว่า
“อาเฮียกลับมาแล้วเหรอ!?”
“ลูกพี่กลับมาแล้วเฮ้ยทุกคน!”
นักเลงและเด็กแว้นเห็นแล้วว่าเป็เดลล์ตัวจริงจึงเดินเข้าไปหา การประกาศของพวกเขาทำให้หลาย ๆ คนหันไปมองที่เดลล์
ส่วนชายหนุ่มผมเขียว พอรู้ตัวว่าเป็สาเหตุให้เดลล์ถูกเข้าใจผิดเพราะการเล่นแพลง ๆ เขาเลยเริ่มเกาหัวรู้สึกผิด
“จะว่าไปมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่ยักกะสังเกตเลยนะครับ”
“มะ ไม่สังเกต... นี่ฉันเป็พระเอกนะเฮ้ย ว่าแต่ ไปใส่เสื้อผ้าสักทีเถอะขอล่ะ”
คำพูดของเดลล์ทำชายหนุ่มผมเขียวไม่สบอารมณ์ส่งเสียง ฮึ่ม!
แต่ยังดีที่เขาทำตาม... ชายหัวเขียวเดินหายเข้าไปหลังกิลด์ แล้วเดินออกมาในชุดลำลองที่ดูเป็คนปกติเสียที
...ถึงสำหรับโอฟีเลียกับไอชาจะมองว่าเป็โรคจิตไปแล้วก็เถอะ
ส่วนสายตาของทุกคนยังคงจับจ้องไปที่เดลล์ เขาเหมือนเห็นโอกาสเลยกระแอมเบา ๆ วอร์มเสียงตัวเอง แล้วเปิดปาก
“หวัดดีทุกคน! ท่านเดลล์สุดที่รักกลับมาแล้วน้า!!!” เดลล์ะโลั่นด้วยรอยยิ้มกลางโถงกิลด์
“......”
เสียงคุยเจี้ยวจ้าวหายไปในบัดดล ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งกิลด์โดยมิได้นัดหมายราวกับแกล้งกัน
ไม่ว่าสิ่งที่เดลล์้าจะเป็เสียงกรีดร้องดีอกดีใจหรือการต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่สองสิ่งที่เขาได้รับก็คือ ความเงียบและความสับสน
‘กำลังเล่นมุกอะไรรึเปล่า? แต่ไม่เห็นจะฮาเลย’
สีหน้าของทุกคนบ่งบอกออกมาแบบนั้น
นะ น่าสงสาร...
โอฟีเลียกับไอชารู้สึกสงสารเดลล์ขึ้นมาถนัด
หนุ่มนักเลงกับหนุ่มแว้นเดินเข้ามาตบบ่าเดลล์เบา ๆ
“ไม่เป็ไรนะอาเฮีย”
“มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่เรียนรู้จากความผิดพลาดนะลูกพี่”
“......จริง ๆ ไม่พูดอะไรฉันจะเจ็บน้อยกว่านี้นะ”
เดลล์ตอบกลับหน้าตาย รู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติมมากกว่าได้รับการปลอบใจ
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เดลล์รู้สึกขนลุกชูชันในบัดดลเพราะรู้ว่าจะต้องเจอแน่
“เ้าเด็กบ้าเดลลลลลลลลลลล!!!!!!!”
“อึ๋ย!?”
เสียงหญิงสาวะโลั่นมาจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แต่ไกล
ยิ่งเธอวิ่งสับตีนแตกมาหาเดลล์ไหล่เขายิ่งกระตุกขนลุก หน้าเขาซีดเผือกไปหมดด้วยความหวาดกลัว
“นี่นาย ไปก่อเื่มาอีกแล้วใช่ไหม!?”
เธอพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อเดลล์ สีหน้าเธอโกรธจัดเป็ั์มาร
ผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวประชาสัมพันธ์... เธอมีผมสีม่วงเข้มยาว กลัดเกล้าไว้หลังศีรษะสมกุลสตรี ใบหน้าเธอเหมือนพี่สาวใจดีคนนึง แต่ก็ยังสะท้อนความจริงจังผ่านดวงตาภายใต้แว่นที่สวม
...แต่ใบหน้าอันงดงามนั้นกำลังถูกปกคลุมด้วยเส้นเืปูดโปนเต็มไปหมด ตอนนี้เดลล์รู้สึกเหมือนเธอเป็คุณครูสาวสุดโหดมากกว่า
“ไอ้จดหมายแจ้งความเสียหายนี่มันอะไรกันยะ!!?”
“จะจะ ใจเย็นก่อนพี่เอมิเลีย! กำลังพูดเื่อะไรอยู่เนี่ย?”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก! ก็เื่ที่เมื่อวานนายพังบ้านพังเมือง แถมยังพังกำแพงเมืองของเรเวลอีกไงเล่า!!!”
พี่สาวประชาสัมพันธ์... เอมิเลียยัดกระดาษแจ้งเื่ร้องเรียนจากเมืองเรเวลอัดหน้าเดลล์เข้าให้ เดลล์งี้เหงื่อแตกพลั่กเป็ไก่รอโดนเชือดเลยทีเดียว
หนุ่มนักเลง หนุ่มนักแว้นและชายหนุ่มผมเขียวโรคจิตทั้งสามคนเห็นแล้วก็ใจคอไม่ดีตาม พวกเขาเลยพยายามย่องออกจากจุดเกิดเหตุเงียบ ๆ
“พวกเธอเองก็ด้วย”
คำพูดสั้น ๆ จากน้ำเสียงเย็นะเืของเอมิเลียทำสามคนหยุดเท้ากึกประหนึ่งถูกแช่แข็ง
“เล่นอะไรบ้า ๆ เป็เด็กอยู่ได้ เมื่อไหร่จะโต ๆ กันซักทียะ!” เอมิเลียดันแว่นเปลี่ยนหน้าเป็ั์ พอเห็นเส้นเืปูนโปนบนหน้าเธอแล้ว หนุ่ม ๆ ทั้งสามคนก็ขาอ่อนระทวยไปหมด
“ “ “ขะ ขอโทษครับผม” ” ”
ทั้งสามคนลงไปนั่งทับส้นกันั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
ภาพตรงหน้าโอฟีเลียกับไอชาตอนนี้ คือเหล่าชายฉกรรจ์นั่งทับส้นก้มกราบหญิงสาว แถมพี่สาวคนเดียวกันนี้ยังกำคอเสื้อของเด็กหนุ่มอัจฉริยะที่เป็กิลด์มาสเตอร์ไว้อีก
สุดยอด... พูดแค่คำเดียวทุกคนกลัวกันหมดเลย
ภาพเอมิเลียใช้ความหวาดกลัวสยบม้าพยศได้หมดเป็ที่ประทับใจของโอฟีเลียในหลาย ๆ ความหมาย
...แล้วพอสถานการณ์สงบลง โอฟีเลียก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“อ๊ะ”
เธอหลุดปากรำพึงใ เพราะเพิ่งจำตัวตนของผู้ชายสามคนนี้ได้
ถึงจะได้เห็นพวกเขาขอขมาอย่างน่าสงสารสมเพชเวทนา แต่ลักษณะทุกอย่างมันก็ตรงกับที่เธอได้ยินมาจากทั้งข่าวจริงและข่าวลือ
มะ ไม่จริงน่า...
คนที่ดูท่าทางเหมือนนักเลงคนนั้น...
อย่าบอกนะว่าคือนักผจญภัยระดับ B ของคริสตัลคลาวด์ที่มีฉายาว่า ‘ไจแอนท์แบท’ คนนั้น!
แล้วคนที่โกรกผมสีแดงกับเขียวเหมือนกับเด็กแว้นก็อีก!
อย่าบอกนะ... ว่าเขาคือนักผจญภัยระดับ B และเป็หัวหน้าปาร์ตี้ ‘Hell Race’ ...คือ ‘ไนท์ไบค์เกอร์’ คนดังคนนั้นน่ะ!
ถ้างั้นคนที่เป็โรคจิตผมตั้งสีเขียวในชุดเกราะนั่นบางทีคงจะเป็ ‘ภูผามรกต’
เขาคือโอลิเวอร์ กรีน! นักผจญภัยระดับ B ที่ว่ากันว่าเป็กำแพงเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทุกปาร์ตี้อยากจะได้มาปกป้องคนนั้นน่ะเหรอ!?
โอฟีเลียปรายตามองแต่ละคนแล้วอ้าปากค้าง พวกเขานิสัยไม่เหมือนกับที่คิดเอาไว้เลย
สุดท้ายเธอก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ กับความจริงอันโหดร้าย
ไอชาลูบหลังปลอบใจโอฟีเลียยังกับอ่านใจได้
“ผะ ผมเข้าใจแล้ว ขอโทษจริง ๆ น้า” เดลล์พยายามยิ้มกลบเกลื่อน แต่แน่นอนว่าเอมิเลียไม่ซื้อ
“เธอก็พูดแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ! รู้ไหมว่าฉันต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะเคลียร์เื่ให้เธอได้น่ะ!?”
โดนเอมิเลียดุสวน เดลล์ก็ได้แต่หลับตาปี๋
ความดุของเอมิเลียตอนนี้เปลี่ยนจากคุณครูเป็คุณแม่ถือไม้เรียวเรียบร้อยแล้ว
“น่า ๆ เอมิเลีย...” เสียงเทพธิดาจากสรวง์มาโปรดเดลล์ทันเวลา
“ที่เดลล์เอาจริงก็คงเพราะไม่มีทางเลือกนั่นแหละจ้ะ”
เสียงหญิงสาวอ่อนนุ่มละมุลหูดังขึ้นมาจากข้างหลังเอมิเลีย
เธอเป็สาวงามที่มีผมสีแดงอ่อนยาวสลวยในชุดสาวเสิร์ฟ เข็มกลัดที่ติดตรงอกทำให้ทราบว่าเป็พนักงานของกิลด์แบบเดียวกับเอมิเลีย ทรวดทรงองค์เอวก็มีดีทั้งรูปทรงและขนาด
เอกลักษณ์ที่น่าสนใจพอ ๆ กันคือหูและหางสุนัขอันบ่งบอกถึงชาติพันธุ์ของเธอ
แต่ไม่มีอะไรเหนือไปกว่าความงาม และเสน่ห์อันเย้ายวนจากอก เอว สะโพกของเธอ
แรงดึงดูดทางเพศเธอสูงถึงขั้นทำให้หนุ่ม ๆ ทุกคนรวมถึงโอฟีเลียตาค้างไปเลย
บวกกับรอยยิ้มราวกับพระแม่และน้ำเสียงอันโอบอ้อมอารีของเธอ ใครไม่หลงก็ให้มันรู้ไป
“ที่เดลล์ทำลงไปเพราะมันจำเป็ใช่ไหมล่ะคะ?”
“คุณฟูก่าาาาาาา!!!!”
หญิงสาว... ฟูกะแจกรอยยิ้มให้อภัยเดลล์จนเขาร้องไห้ดีใจ ท่าทางของเธอราวกับจะยอมรับความผิดทุกอย่างแทนได้เลย
แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ข้อดีอย่างเดียวที่ฟูกะมี
โอฟีเลียตื่นเต้นจนขาสั่นไปเลยเมื่อเห็นเธอ
โกหกน่า! หรือว่าคน ๆ นี้จะเป็... คุณฟูกะ เรเกีย พี่สาวของคุณเรกะ! ดาวเด่นดอกไม้งามหนึ่งเดียวของกิลด์คริสตัลคลาวด์คนนั้น!!!
ความงามของเธอเป็อันดับทุกที่ที่ไปประกวดเลย สวยสมคำร่ำลือจริง ๆ!
นี่ยังไม่นับที่เธอไปรับงานถ่ายแบบกับแสดงละครสั้นเป็ระยะ ๆ จนดังพอ ๆ กับดาราอีก!
ไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยกว่าในรูปอีกอ่า!!!!
โอฟีเลียต้องมนตร์จนตาเปลี่ยนเป็รูปหัวใจ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังผสานมือมองฟูกะไม่วางตา
ทำเอาไอชาได้แต่ยิ้มเจื่อน
และเพราะฟูกะเข้ามาช่วย เอมิเลียก็เลยปล่อยมือจากคอเสื้อของเดลล์
“ก็จริงอยู่หรอก... แต่ยังไงก็ช่วยคิดหน้าคิดหลังให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะย่ะ”
น้ำเสียงเอมิเลียอ่อนลงยอมจำนนแก่ฟูกะ ถ้าดุต่อเธอคงกลายเป็คนใจร้ายแน่
เดลล์เลยหายใจโล่งอกโล่งคอขึ้น
แต่ช้าแต่... ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกอีก
“คือ ก็ไม่ได้อยากจะขัดหรอกนะคะ”
หญิงสาวในชุดพนักงานกิลด์อีกคนย่องเข้ามาด้านหลังของเดลล์แบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง น้ำเสียงเธอดูลำบากใจก็จริงแต่บนหน้ากลับมีรอยยิ้มอยู่
เธอคนนี้สวมแว่นตาหนาเตอะ มีเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนสั้นประบ่าดูเรียบร้อย ให้บรรยากาศเหมือนสาวบรรณารักษ์ไม่ก็หนอนหนังสือ
แต่ที่อยู่ในมือเธอคือเครื่องคิดเลข ไม่ใช่สมุดหรือหนังสือ
“หืม? มีอะไรเหรอคุณคริสติน่า”
พอเดลล์ถาม หญิงสาว... คริสติน่าก็ใช้เวลากดเครื่องคิดเลขเสียงดัง ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก ในพริบตา
พอได้ตัวเลขเธอก็ดันแว่นขึ้น ยื่นเครื่องคิดเลขให้เดลล์เห็น
“เงินที่ต้องจ่ายให้กับเมืองเรเวลน่ะค่ะ ลำบากหน่อยนะคะ... คิคิ” คริสติน่าหัวเราะเสียงแปลก เธอไม่ได้เยาะเย้ยใครแต่นั่นเป็เอกลักษณ์ของเธอเอง
แต่การพูดถึงสิ่งที่เดลล์ต้องรับผิดชอบไปหัวเราะไป ว่าแล้วก็เหมือนการเยาะเย้ยเหมือนกัน
“ไหน ๆ ดูสิ... หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน สิบล้าน... ห้าสิบล้านบาท!!?”
“ “ “ห้าสิบล้าน!!!!!?” ” ”
สมาชิกในกิลด์ะโประสานเสียงพร้อมกันตาถลน
จะทั้งเอมิเลีย พ่อหนุ่มนักเลง ชายหนุ่มหัวเขียวโรคจิต หนุ่มนักแว้น ไม่แม้แต่เด็กสาวที่ร้องเพลงอยู่บนเวที ทุกคนกรูเข้ามาหาเดลล์กันหมด
ไม่ใช่แค่คนในกิลด์เท่านั้น... โอฟีเลียกับไอชาที่ได้ยินตัวเลขเองก็สงสารเดลล์จนยิ้มเจื่อนไปเหมือนกัน
“ห้าสิบ... ล้าน...”
“พี่เอมิเลี้ยยยยยยย!!!”
เอมิเลียเป็ลมล้มพับไปจนเดลล์เกือบจะเข้าไปรับไม่ทัน
กระดาษบิลค่าเสียหายในมือที่ปลิวไปก็ถูกคว้าไว้โดยคริสติน่า
“ผ่อนได้ไหมอ่ะ!?” เด็กสาวที่ร้องเพลงบนเวทีร้อนรนถาม
“จ่ายเต็มราคาเท่านั้นค่ะ”
คริสติน่าชี้ข้อตกลงในบิลค่าเสียหายให้ดู ความหวังของทุกคนพังทลายลงในพริบตา
เดลล์อ้าปากค้างตาขาวโพลนยังกับจะเป็ลมล้มพับไปอีกคน ชายหนุ่มผมเขียวเลยใช้พัดสะบัดเป่าให้เอมิเลียแทน
“ตายแล้ว แบบนี้แย่แน่ ๆ เลยเนอะ”
มีแค่ฟูกะที่สงบกว่าใคร เธอเอามือแนบแก้มตัวเองเห็นใจทุกคน ...ราวกับไม่ใช่เื่ของตัวเอง
“ไตของคนเราขายได้ข้างละตั้ง 10 ล้านเชียวนะครับ” หนุ่มแว่นผมทองวางมือบนไหล่เสนอทางออกให้เดลล์
“ผมรู้ที่ที่ให้ราคาดีกว่านี้ด้วยนะครับลูกพี่!” เด็กแว้นเสนอหน้าเข้ามาร่วมแจม แต่เนื้อหาก็เลวร้ายไม่ต่างกัน
“อย่าไปหลงกลพวกนั้นนะครับอาเฮีย เ้าคนพวกนั้นแค่ค่านายหน้าก็ขูดเืเนื้อจนถึงตัวไม่เท่าไหร่เอง! ผมสิรู้แหล่งที่นายหน้าราคาถูก ๆ!”
หนุ่มนักเลงดันเด็กแว้นออกไป
เนื้อหาที่เสนอมาเลวร้ายไม่ต่างกันจนเดลล์ปวดหัว
“ปั๊ดโถ่! ทำไมพวกแกถึงอยากให้ฉันขายไตนักฟะเนี่ย จะฆ่ากันรึไง!? แถมยังรู้แหล่งกันแบบนี้มันหมายความว่ายังไงฟะ!”
การช่วยเหลือจากทุกคนไม่ทำให้เดลล์รู้สึกดีขึ้นเลย เขาได้แต่ตบมุกทุกคนทั้งน้ำตา
ภาพเ่าั้เป็ที่อเนจอนาถใจของคนนอกอย่างโอฟีเลียกับไอชาเสียเหลือเกิน
จะไหวไหมคะเนี่ย...
โอฟีเลียกับไอชาหัวเราะแห้ง ๆ
นี่หรือว่าตำนานของคริสตัลคลาวด์เองก็จะจบลงในวันนี้เหมือนกันรึเปล่านะ?
สองสาวแอบคิดยิ้มขม ๆ
...แต่ดูเหมือนเื่จะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เพราะเดลล์ไม่ได้เครียดเลยสักนิด เขาเกาศีรษะถอนหายใจดูเสียดายมากกว่ากังวล
“ให้ตายสิ ว่าจะเก็บเงินซื้อ ‘เ้านั่น’ อีกลำในเดือนนี้แท้ ๆ คงต้องเลื่อนไปก่อนแล้วมั้ง”
“คิคิ... น่าเสียดายนะคะ” คริสติน่าปลอบใจด้วยเสียงหัวเราะ
“แหม จริง ๆ ให้พวกเค้าออกเงินช่วยก่อนก็ได้น้า” เด็กสาวผมชมพูที่ร้องเพลงบนเวทีเกาะไหล่ยอกเย้าเดลล์ แต่เขาก็ส่ายหน้าทันที
“คิดว่าฉันคนนี้เป็ใครกันอีวา... กะอีแค่เก็บกวาดเื่ที่ตัวเองทำน่ะไม่ต้องให้ใครช่วยหรอก!”
เดลล์โอ้อวดท้าวสะเอว ท่าทางมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน
ไม่รู้จะพูดเื่ปกติแบบนั้นให้ตัวเองดูดีทำไมนะเนี่ย
ทุกคนแอบคิดพร้อมกัน แต่แน่นอนว่าไม่มีใครพูดออกมา
แต่ถึงอย่างไร... พอได้ข้อสรุป แม้จะไม่ถูกใจแต่ทุกคนก็ใจเย็นลง
“โอ๊ะ! เผลอพูดเื่ภายในให้คนนอกฟังซะแล้วแฮะ”
เดลล์หันไปทางโอฟีเลียกับไอชาเหมือนเพิ่งนึกจุดประสงค์ของวันนี้ออก
ถ้าไม่ติดเื่ที่โดนอดีตหลอกหลอนจนเป็หนี้ก้อนโต เขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้พาทั้งสองสาวมาทัวร์กิลด์
คำพูดของเดลล์ทำให้สมาชิกกิลด์จ้องมาที่โอฟีเลียกับไอชากันหมดทุกคน
พอถูกสนใจโดยเหล่าคนดัง (และบางคนไม่เต็มเต็ง) โอฟีเลียกับไอชาเลยรู้สึกเหมือนเป็กบที่ถูกฝูงงูจ้อง
ทำเอาทั้งสองสาวรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไปเลยทีเดียว
❖❖❖❖❖

