จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 37 โรควิญญาณหลับใหล

    ตอนที่ 37

    โรควิญญาณหลับใหล 

    หลิงเฉินที่ยืนอยู่ข้างเตียงที่มีร่างของคุณหนูรองแห่งสกุลโม่นอนหลับใหลอยู่ เขามองชื่นชมความงามของนางด้วยสายตาอยู่สักพักก่อนที่จะดึงสติของตนเองที่กำลังลอยไปกับความงดงามของนางกลับมา 

    “ เอาละได้เวลาแล้วรีบทำให้เสร็จดีกว่าข้าจะได้รีบกลับ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาก่อนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง

    เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬขึ้นไปนั่งอยู่ข้างกายของนาง หลิงเฉินยกมือของตนเองขึ้นมาแล้วสัมผัสลงไปที่ผิวอันนุ่มนวลของนาง

    ในเวลาหลายวันหลังจากที่เขาสามารถขัดเกลาพลังวิญญาณไปถึงระดับหยั่งรู้ ขั้น 1 หลิงเฉินมุ่งมั่นในการขัดเกลาพลังวิญญาณจนตอนนี้พลังวิญญาณของเขาอยู่ในระดับ หยั่งรู้ ขั้น 2 แล้ว

    ตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของเขาน่าจะอยู่เหนือกว่านางเพราะเช่นนั้นการจะแทรกแซงจิตของเขาเข้าไปมันก็น่าจะง่ายดายมากขึ้น

    หลิงเฉินเริ่มปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาจากร่างกาย พลังวิญญาณของหลิงเฉินเริ่มเข้าปกคลุมร่างกายของโม่ฉวี่หลิงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาของหลิงเฉินที่เปิดอยู่ก็ค่อยๆพับปิดลง 

    ดวงจิตของหลิงเฉินได้แทรกเข้าไปภายในจิตใจของนาง 

    เมื่อรู้สึกตกอีกทีดวงตาของหลิงเฉินก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น รอบร่างของเขาเต็มไปด้วยความหนาวเย็น ดวงตาสีดำของเขากวาดมองรอบกาย สถานที่แห่งนี้เป็นป่าที่มีต้นไม้ที่กำลังผลัดใบตั้งเรียงรายอยู่มากมายกลุ่มควันสีขาวลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ 

    สถานที่แห่งนี้คือภายในแก่นพลังวิญญาณของนาง แก่นพลังวิญญาณจะมีรูปลักษณ์ด้านในแตกต่างกันออกไป

    หลิงเฉินคาดเดาไม่ผิดแก่นพลังวิญญาณที่มีด้านในเป็นเช่นนี้น่าจะเป็นแก่นพลังวิญญาณที่มีชื่อว่า แก่นพลังวิญญาณไอหนาวหมื่นปี 

    แต่ถ้าเป็นแก่นพลังวิญญาณที่เขาคิดมันก็ให้หลิงเฉินประหลาดใจนัก เพราะว่าแก่นพลังวิญญาณไอหนาวหมื่นปีเป็นแก่นพลังวิญญาณระดับเซียน ถ้าผู้ที่มีแก่นพลังวิญญาณระดับเซียนมันก็ไม่น่าจะป่วยเป็นโรควิญญาณหลับใหลได้ 

    หลิงเฉินส่ายหน้าไปมาเพื่อสลัดความสงสัยภายในใจของตนเองออกไปแล้วก้าวเท้าเดินสำรวจภายในแก่นพลังวิญญาณแห่งนี้ต่อไปซักพักจนเขาพบเจอเข้ากับสิ่งที่เขาตามหา 

    มันคือเตียงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่กำลังผลัดใบ บนเตียงนั้นมีร่างของคุณหนูรองสกุลโม่นอนหลับใหลอยู่ การจะปลุกคนที่ป่วยเป็นโรควิญญาณหลับใหลมันก็เพียงแค่เดินเข้าไปปลุกเหมือนปกติเพียงแค่นั้น 

    หลิงเฉินเริ่มก้าวเท้าขวาไปด้านหน้าเพื่อหวังจะเดินเข้าไปหาร่างของนาง แต่ทันใดนั้นเองมันก็มีบางอย่างทำให้เท้าของเขาหยุดชะงักไป 

    “ ช่วยด้วย!!! ช่วยข้าด้วย!!! ” เสียงอันไพเราะของสตรีดังแว่วเข้ามาภายในหูของหลิงเฉิน 

    “ นี่มันไม่ใช่แล้วมันไม่ใช่โรควิญญาณหลับใหลอย่างที่ข้าคิด ” หลิงเฉินอุทานออกมาด้วยความตกใจ 

    เขาเพิ่งจะตระหนักได้จากเมื่อครู่ว่านี่มันไม่ใช่โรคที่เขาคิดในตอนแรก ตอนแรกเขาคิดว่านางป่วยเป็นโรควิญญาณหลับใหลธรรมดาแต่นี่มันไม่ใช่ เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงของนางดังแว่วเข้ามาภายในหูอย่างชัดเจน

    ยามแรกที่เข้ามาภายในแก่นพลังวิญญาณเขาก็รู้สึกแปลกๆแล้วเพราะว่าตอนแรกแล้วเขามั่นใจว่าแก่นพลังวิญญาณของนางคือแก่นพลังวิญญาณไอหนาวหมื่นปี ที่เป็นแก่นพลังวิญญาณระดับ เซียน มันไม่น่าจะเกิดโรควิญญาณหลับใหลได้ 

    แต่แล้วเมื่อได้ยินเสียงของนางเมื่อสักครู่เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านี่ไม่ใช่โรควิญญาณหลับใหล แต่ว่านางกำลังโดนอะไรบางอย่างเล่นงานแก่นพลังวิญญาณอยู่

    หลิงเฉินได้ใช้สายตาของตนเองมองหาไม่นานนักสิ่งที่เขาพยายามมองหามันก็ได้ปรากฏกายออกมา ตึก!!! ตึก!!! ตึก!!! เสียงเท้าของมันดังลั่นก่อนที่จะมายืนเผชิญหน้ากับเขาร่างของอสูรกายใหญ่ยักษ์ที่มีร่างเป็นน้ำแข็งทั่วทั้งร่างกายเมื่อเขาเห็นมันความสงสัยภายในของหลิงเฉินก็หายไปในใจทันที 

    ในที่สุดเขาก็รู้สักทีว่าทำไมคุณหนูรองแห่งสกุลโม่ถึงมีอาการเช่นนี้เพราะว่านางฝึกทักษะดวงจิตอสูรน้ำแข็ง 

    ทักษะดวงจิตอสูรน้ำแข็งเป็นทักษะระดับสีม่วงที่เป็นทักษะที่อยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง กระนั้นการฝึกฝนวิชานี้มันก็ยากเย็นตรงที่จะต้องสยบอสูรน้ำแข็งภายในแก่นพลังวิญญาณให้ได้ 

    ดูท่าทางคุณหนูรองผู้นี้จะพ่ายแพ้ต่อจิตอสูรน้ำแข็งจึงโดนมันเล่นงานเข้าหาเช่นนี้ 

    เอาเถอะอย่างไรเสียก็ไม่ใช่ว่าคุณหนูรองผู้นี้ไร้ความสามารถหรอกนะแต่เพียงแค่นางไม่รู้ความลับหนึ่งของทักษะจิตอสูรน้ำแข็งก็เท่านั้น

    ในอดีตในตอนที่ชีวิตก่อนของเขาในตอนนั้นเขามีสหายอยู่ผู้หนึ่งที่ฝึกฝนทักษะนี้อยู่เหมือนกันตอนนั้นเขาได้บอกความลับของทักษะนี้มาให้กับเขา 

    ทักษะจิตอสูรน้ำแข็งเป็นทักษะที่เมื่อผู้ฝึกฝนมีแก่นพลังวิญญาณไอหนาวหมื่นปีแล้วมันจะทำให้ทักษะนี้แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าแต่ก็มีผลร้ายอยู่เหมือนกันนั้นก็คือ พลังของอสูรที่อยู่ภายในจิตใจมันจะเพิ่มพูนขึ้นกว่าผู้ที่มีแก่นพลังวิญญาณชนิดอื่นมากนัก

    หลิงเฉินรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้คุณหนูรองผู้นี้คงจะไม่สามารถต้านทานพลังของอสูรน้ำแข็งภายในแก่นพลังวิญญาณได้อย่างแน่นอน

    “ เอาอย่างไงดีละข้าจะผนึกมันเอาไว้ก่อนหรือว่าจะทำลายมันเลยดี ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพลางกับใช้ดวงตาที่เย็นชามองร่างของอสูรกายน้ำแข็งยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า

    จบตอน