เท้าหนึ่งยืนออกมาฉับพลัน หลินหยวนเสียการทรงตัว ถังน้ำที่หาบมาสองถังก็เสียสมดุลย์หลุดออกจากหาบกระแทกพื้น จนน้ำกระจายไปทั่ว เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น ศิษย์พี่เฉินเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แววตาที่ประสงค์ร้ายอย่างเปิดเผยจ้องมองไปที่หลินหยวน "เดินให้มันดีๆ หน่อยสิหลินหยวน! หรือน้ำหนักถังมันหนักกว่าสมองของเ้า? ฮ่าๆๆ"
ศิษย์พี่เฉินเตะถังน้ำออกไป แล้วเอามือผลักอกหลินหยวนจนสะดุดถังน้ำล้มก้นกระแทกพื้น วินาทีที่ถูกหยามเหยียด เืในกายหลินหยวนเดือดพล่าน ในห้วงความคิด เขาเห็นภาพตัวเองเคลื่อนไหวเร็วดุจสายฟ้า หักกระดูกศิษย์พี่เฉินทีละท่อนอย่างง่ายดาย
หลินหยวนกำลังคิดใคร่ครวญในใจด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ ข้าทำได้... ข้าแค่ขยับมือนิดเดียว คอหอยของมันก็จะหลุดจากบ่า... ข้าััได้ถึงจุดตายของมันชัดเจนเหลือเกิน แต่ทันใดนั้นเสียงผู้าุโิร้องเตือนในห้วงจิต "หยุด! ความแข็งแกร่งคือการควบคุม! หากเ้าเปิดเผยตัว... ทุกอย่างจะพังทลาย!"
หลินหยวนกัดฟันข่มใจ แสร้งทำเป็ตัวสั่นงันงก ยอมรับความอัปยศเพื่อรักษาความลับ...
ศิษย์พี่เฉินจ้องหน้าหลินหยวน เขารู้สึกพึงพอใจต่ออากัปกิริยาของหลินหยวน แค่นหัวร่อฮิฮะ ก่อนพากันเดินจากไป
หลินหยวนส่งประกายเยียบเย็นแวบหนึ่งแล้วหายไป เขาต้องเร่งรีบเก็บถังน้ำกลับออกไปหลังเขาก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อเติมน้ำให้เต็ม
คืนนี้เสียเวลาไปมาก ขณะนี้ดวงจันทร์ลอยอยู่กลางศีรษะ เสียงน้ำตกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หลินหยวนยืนสงบนิ่งอยู่ใต้สายน้ำตก เขาคือศิษย์เอกเพียงคนเดียวของผู้าุโิ สายน้ำกระแทกกระทั่นร่างกายของเขาจนแทนจะพังทลาย แต่นั่นเป็เหตุการณ์เมื่อนานมาแล้ว บัดนี้สายน้ำที่กระทบกายของเขาไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ เขาได้อีกต่อไปพลังปราณแผ่ซ่านจากผิวกายต้านทานสายน้ำกระเด็นออกไป
ผู้าุโิส่งเสียงจากบนโขดหินใหญ่ "ดีมาก! เส้นลมปราณเ้ากว้างขวางกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า... รับวิชา 'เมฆาเร้นลักษณ์' ของข้าไป! จงทำตัวให้ว่างเปล่าดุจอากาศ ไร้รูป ไร้ลักษณ์... เพื่อที่ศัตรูจะไม่มีวันรู้ว่าเ้าอยู่ที่ไหน จนกว่าดาบจะถึงคอพวกมัน!"
หลินหยวนกำหนดลมหายใจ กำจัดความฟุ้งซาน ความคิดและทุกสิ่งออกไป อยู่ในสภาวะไร้ความคิดคำนึง "ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์... ข้าจะเป็เงา ข้าจะซ่อนเขี้ยวเล็บ จนกว่าจะถึงเวลาที่ข้าจะได้รู้ความจริง... ว่าพ่อแม่ข้าคือใคร!"
ผ่านไปสิบลมหายใจ ทั้งศิษย์และอาจารย์หลอมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมใต้น้ำตก หากไม่ใช่ยอมฝีมือก็ยากจะพบเห็น
ดวงจันทร์ขยับลงจากกลางเวหาเล็กน้อย เมฆลอยเขามาบดบังบางส่วนของดวงจันทร์ หลินหยวนยังคงฝึกฝนต่อไปอย่างหนักใต้น้ำตก ผู้าุโิที่นั่งสมาธิบนโขตหินกลับถูกพลังงานอย่างหนึ่งนำเข้าสู่นิมิต... ปรากฎเป็ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การตามล่าของชายชุดดำ สัญลักษณ์พยัคฆ์ทมิฬ และ "ศิลาวารี" วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญ
บรรยากาศอึมครึมในโรงเตี๊ยมห่างจากสำนักอินอวิ๋นชงหลายร้อยลี้, เสียงมีดปักลงบนโต๊ะไม้ที่ล้อมไปด้วยนักฆ่าทั้ง 8 คน ชายชราหัวหน้านักฆ่าพยัคฆ์ทมิฬ รับรู้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเ็า "สิบหกปีที่เราตามหา... ในที่สุดก็พบร่องรอยของ 'ศิลาวารี' กระแสปราณวารีอ่อน ๆ แผ่ออกมาจากูเาลูกนี้"
"เขตสำนักอินอวิ๋นซง…. นั่นมันเขตหวงห้ามของยุทธภพ..."
หัวหน้านักฆ่าหัวเราะอย่างเยียบเย็น "เขตหวงห้ามแล้วอย่างไร? คืนนี้... จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดชีวิต ล้างบางให้สิ้นซาก เอาศิลาวารีกลับมา!"
น้ำเสียงอันเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของหัวหน้านักฆ่า สะท้อนเข้าไปยังห้วงความคิดของสมุนทั้ง 7 ที่นั่งล้อมโต๊ะภายในห้องส่วนตัวของโรงเตี๊ยม สามลมหายใจต่อมา นักฆ่าทั้งแปดพากันเดินไปยังคอกม้า จากนั้นก็ควบม้าออกไปยังเทือกเขาชิงซาน