ภาระกิจที่รับมาคือการเก็บกรีคชอสุรา โดยปกติแล้ว กรีของคชอสุรานั้น จะมีขนาดที่้าเมื่อคชอสุรานั้นสูงขนาดสอง่ตัวคน ซึ่งมักจะมีพลังอสุราระดับเจ็ดหรือแปดเป็ส่วนใหญ่ มีส่วนน้อยมากที่จะอยู่ระดับห้าหรือหก โขลงอสุราจะอยู่ในเขตป่าดิบชื้นา ห่างไกลจากสำนักไปประมาณเกือบร้อยลี้ทีเดียว
ลู่ซือไม่ได้คิดเร่งรีบแต่อย่างใด ดังนั้นจึงใช้การเดินท่องผ่านป่าเขาลำเนาไพรไป ด้วยพลังปราณเจตจำนงที่ตระหนักรู้ ปราณธาตุธรรมชาติย่อมหลั่งไหลเข้าสู่ท่าร่างของลู่ซือทุกเวลาเข้าสู่ไตรจักระและตันเถียน
ลู่ซือใช้เวลาเดินทางเพียงสองชั่วยามก็เข้าเขตป่าดิบชื้นา บริเวณนี้ ธาตุธรรมชาติย่อมหนาแน่นกว่าในเขตเมืองที่สำนักตั้งอยู่ นั่นเป็เหตุให้ทั้งสัตว์และพืชพันธุ์เจริญเติบโตและมีความแข็งแกร่งกว่าที่อื่น
เนื่องจากเดินทางออกมาในยามสายแล้ว ลู่ซือจึงมาถึงในยามเย็น ท้องฟ้ามืดครึ้มทำท่าเหมือนฝนจะตก ลู่ซือจึงหาที่พักตระเตรียมเพื่อจะออกล่าคชอสุราในยามเช้า ในยามค่ำคืนที่พักผ่อน ลู่ซือััได้ว่ามีโขลงคชอสุราจำนวนนับร้อยเดินออกหาอาหารในบริเวณใกล้เคียง เสียงร้อยของพวกมันดังสนั่นไปทั่ว ทุกทิศทางที่พวกมันเดินไป ก็จะทำให้พืชต้นเล็กต้นน้อยล้มระเนระนาดเป็ทางยาว
ลู่ซือสังเกตจ่าฝูงมีขนาดใหญ่มาก และมีกรีที่โค้งใหญ่และยาว รวมถึงอีกหลายตัวในฝูงก็เช่นกัน การจะเข้าไปตัดกรีทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากมันอยู่รวมเป็ฝูง และกรีเองยังมีขนาดใหญ่อาจต้องใช้พลังมากพอสมควร แต่ปัญหาคือ มันจะยอมยืนให้ตัดเชียวหรือ
"ข้าอาจต้องรอให้มันหยุดพักผ่อนเสียก่อน"
"ถ้าเป็ในวัฏะเดิม ข้าไม่กังวลใด ๆ เลย แต่ในยามนี้ ข้ามีพลังเพียงระดับกึ่งราชัน อาจจะต้องใช้พลังจากขลุ่ยเซียนมาช่วย" ลู่ซือครุ่นคิด
ยามอรุณรุ่ง ฝูงนกป่าออกหากินจำนวนมาก แสงสุริยันเริ่มรำไรทางทิศตะวันออกของหุบเขา ดูแล้วงดงามดั่งภาพวาด ฝูงคชอสุราเดินกลับไปริมลำน้ำเพื่อดื่มน้ำและพักผ่อน ลู่ซือสะกดรอยตามมันมาเกือบค่อนคืน และตั้งใจว่าจะเตรียมโจมตีในไม่ช้าไม่นาน ทว่าในเวลานั้นเอง คชอสุราจำนวนหนึ่งร้องเสียงดัง "แปร๊น ๆ" ดังรับกันต่อเนื่องเป็ทอดๆ
"มีสิ่งผิดปกติที่พวกมันจับได้"
ลู่ซือมองเห็นในทันที เป็พวกของจงหมานจงซื่อที่เดินทะเล่อทะล่าเข้าในเขตลำนำใกล้ฝูงช้าง โดยไม่รู้ตัว แต่กระนั้น ก็ทำให้ฝูงช้างตื่นตระหนก และขยับวิ่งมาทางที่จงหมานและพวกกำลังอาบน้ำในตอนเช้า
จงหมานและพวกอีกหลายคนกำลังอาบน้ำในตอนเช้า เมื่อได้ยินก็แตกตื่นรีบขึ้นฝั่ง ของที่วางไว้ตามริมฝั่งไม่ทันได้เก็บ ก็ต้องรีบหนีไปรวมกับกลุ่มของหนิงเซียนที่อยู่อีกด้านของมุมลำน้ำกำลังเตรียมอาหารกินตอนเช้า
เมื่อเห็นดังนั้น หนิงเซียนและพวกในกลุ่ม รวมถึงเล่าหานก็แตกตื่นในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ต่างรีบเก็บสัมภาระและมุ่งหนีไปทิศทางตรงกันข้ามของฝูงอสุรา แต่หารู้ไม่ว่า ทิศทางนั้น เป็ต้นลม ดังนั้น ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไร กลิ่นมนุษย์ก็ลอยตามลมเข้ามากระทบจมูกของเหล่าคชอสุรา ทำให้พวกมันไล่ตามอย่างต่อเนื่องนับร้อยตัว
ไม่ทันคาดคิด หนิงเซียน เล่าหานก็หลบไปอีกทางพร้อมกัน โดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนที่เหลือก็กระจัดกระจายกันออกไป สุดท้ายแล้วมีศิษย์นอกสองคน พลาดลื่นไถลหนีไม่ทันทำให้ถูกฝูงคชอสุราพุ่งเข้าชนและเหยียบทับตายคาที่ไม่เหลือแม้แต่ซาก
จงหมาน จงซื่อและพวกที่เหลือ ก็พยายามตามไปยังทิศทางที่หนิงเซียนวิ่งไปไม่ลดละ ในขณะที่คชอสุราบางเชือกที่มีกรีที่ใหญ่และยาว วิ่งคุ้มกันอยู่ด้านหลัง ลู่ซือจึงใช้โอกาสนี้ ใช้วิชาักายาที่เป็วิชาของจักรพรรดิัถ่ายทอดให้ไว้ ร่วมกับัทะยานะโและกระแทกเข้าไปที่กรีของคชอสุรา และใช้ปราณพลังเจตจำนงส่งผ่านขลุ่ยเซียนสะบัดที่กรีทั้งสองอย่างแรง ทำให้กรีหักสะบั้นอย่างง่ายดาย
ไม่รอช้า เพียงแค่ชั่วพริบตา คชอสุราอยู่ในระหว่างการสับสนว่าเกิดเหตุการณ์ใด กรีทั้งสองข้างก็ขาดสะบั้นและถูกลู่ซือใช้ัลี้ เก็บและทะยานหายไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อรู้ว่ากรีหายไป คชอสุราเชือกนั้น ก็แทบจะคลุ้มคลั่ง และหันหลังวิ่งตามลู่ซือไปทันทีโดยไม่สนใจกลุ่ม แน่นอนว่า ลู่ซือมั่นใจั้แ่แรกแล้วว่า มันจะต้องโกรธและตามมา ใน่พริบตาถัดมา ลู่ซือจึงใช้ปราณจากขลุ่ยเซียนสะบัดไปที่คอขอมัน ขาดสะพายแล่งทันที แม้แต่ดวงตามันยังลืมอยู่ด้วยความโกรธและใ
"อโสหิให้ข้าด้วย" ลู่ซือปิดดวงตาทั้งสองของมัน พร้อมเก็บหินิญญา และซากของมันเข้าไปในถะเจดีย์ทันที จากนั้นจึงทะยานออกไปในทิศทางที่ฝูงคชอสุรากำลังวิ่งไป
หนิงเซียนและพวกในตอนนี้รวมกลุ่มกันได้แล้ว สุดท้ายจึงเหลือเพียงสี่คน คือ หนิงเซียน เล่าหาน จงซื่อและจงหานที่รอดชีวิต นอกนั้น พลาดท่าโดนฝูงคชอสุราทำร้ายเสียชีวิตทั้งหมด
ทั้งหมดในยามนี้ ทั้งใ เสียใจที่สูญเสียเพื่อนร่วมกลุ่มโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้ทัน และยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น ทว่าเมื่อพูดคุย จึงได้รู้ที่มาที่ไปว่า มาจากการที่พวกมันใและโกรธที่ถูกผู้อื่นบุกรุกเข้าไปในเขตที่พวกมันกำลังอยู่และหากิน
ยังพักไม่ทันหายเหนื่อย เสียงโขลงคชอสุราก็วิ่งตามมาอีก มองเห็นอยู่ไกล ๆ เพียงพริบตาเข้ามาใกล้ สายตาที่แดงเข้ม ราวอาฆาตแทบจะกินเืกลืนเนื้อทีเดียว กลุ่มของหนิงเซียน จึงลุกขึ้นและวิ่งไปทางลำน้ำซึ่งเป็ทางเดียวที่จะหนีได้ในยามนี้ และที่จะทำได้ก็หวังจะว่ายน้ำข้ามไปโดยไม่รู้เลยว่า ลำน้ำ่นี้เป็เกาะแก่งและกว้างใหญ่กว่าที่อื่น เนื่องจากเลยจุดนี้ไป จะเป็น้ำตกขนาดสูงใหญ่ที่จะไหลลงสู่แม่น้ำ
เมื่อทุกคนวิ่งมาถึงก็ตกตะลึง ไม่คาดคิดถึงสิ่งที่ตั้งใจจะช่วยให้หลีกหนีกฃลับกลายเป็สิ่งกีดขวางไปเสียแล้วในครานี้
x-------------------------------------------
ลี้ (里) เทียบได้กับความยาวประมาณ 500 เมตร