บทที่ 30 วงของเราเก่งกว่าเห็น ๆ 1 (1)
[ที่โฟลวส์คัมแบ็คช้าก็เพราะพวกเขาเหรอเนี่ย?]
[นี่มันวงที่เข็นยังไงก็เข็นไม่ขึ้นไม่ใช่หรือไง? ทำไมต้องเอาวงไร้อนาคตแบบนี้มาขวางทางวงที่กำลังดังด้วยนะ?]
[เทมโป ฉันรู้ว่าพวกเธอกำลังรู้สึกเศร้า แต่ฉันไม่แน่ใจว่าการที่พวกเขาคัมแบ็คช้าจะเกี่ยวข้องกับวง ๆ นี้หรือเปล่า อย่าเพิ่งโวยวายกันเลยดีกว่า]
[ค่ายไม่อายบ้างหรือไงที่ดันวงนี้มาตลอด ไม่เห็นเพลงเคยขึ้นชาร์ตได้เลยสักที จริงไหม?]
[ฉันไม่ใช่แฟนคลับของพวกเขาหรอก แต่วงนี้มันไร้คอนเซปต์เกินไป เทมโปก็อดทนหน่อยนะ ^^ สงสัยทางค่ายคงไม่รู้ว่าครั้งนี้ทำร้ายจิตใจแฟนคลับขนาดไหน]
[น่าตลกจริง ๆ ที่วงดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างโฟลวส์ต้องเลื่อนการคัมแบ็คออกไปเพราะวงแบบนี้ ฉันไม่รู้เลยว่าพวกผู้บริหารของวีแพลกำลังคิดอะไรกันอยู่]
[ถ้าวงนี้ทำเพลงดี ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ลองฟังเพลงดูสิ…ตลกชะมัด...]
[ประธานฮง คุณเลื่อนการคัมแบ็คของเด็ก ๆ ที่เพิ่งจะตั้งวงได้ 2 ปีเพราะวงกาก ๆ วงนี้เนี่ยนะ?]
เทมโปเป็ชื่อแฟนคลับของวงโฟลวส์ ผมสามารถสรุปกระแสสั้น ๆ ออกมาได้ประมาณนั้น
นี่มันอะไรกันเนี่ย...?
คอมเมนต์โดยรวมเป็ไปในทิศทางลบทั้งหมด
ผมสรุปสิ่งที่สังเกตเห็นได้ออกมาดังนี้
1. วงโฟลวส์ไลฟ์สดคุยกับแฟน ๆ และได้เตรียมตัวเพื่อจะคัมแบ็คผ่านรายการวาไรตี้โชว์
2. ตารางงานทั้งหมดถูกเลื่อนออกไปก่อนที่วงจะคัมแบ็ค 3 สัปดาห์ กิจกรรมของพวกเขาต้องหยุดชะงักทั้งหมด
3. หลังจากนั้น วงรุ่นพี่อย่างวงไคลแมกซ์ก็ปล่อยซิงเกิลที่ 4 ออกมาโดยที่ไม่มีการประกาศล่วงหน้า
4. แฟนคลับสรุปได้ว่าเหตุผลที่วงโฟลวส์ต้องเลื่อนกำหนดการคัมแบ็คออกไปนั้นเป็เพราะวงไคลแมกซ์
สมองของผมหมุนวนจนหัวปั่น ผมไม่รู้ว่าความจริงคืออะไรกันแน่ แต่ว่า...
ไม่สำคัญว่าค่ายวีแพลเนตเอนเทอร์เทนเมนต์จะได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทชอนซูกรุ๊ปมากเท่าไหร่ แต่งบประมาณทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัดเสมอ
วงโฟลวส์กำลังได้รับความนิยมเป็อย่างยิ่งจากการเดบิวต์ในรายการแข่งขันวงบอยกรุ๊ปแบบแพ้คัดออกที่ชื่อว่ามายดอลสเตจ
แล้วพวกเขาก็เคยมาออกรายการทำอาหารที่ผมดูด้วย
นอกจากจะดังเปรี้ยงปร้างแล้ว วงโฟลวส์ยังมีฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ทั่วโลกผ่านรายการมายดอลสเตจ ความซื่อสัตย์ของแฟนคลับเปรียบดังประชาชนที่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติของตนเอง
หมายความว่าบริษัทกำลังจะได้กำไรคืนกลับมาเป็ร้อยเท่า จึงไม่มีทางที่พวกเขาจะเลื่อนกำหนดการคัมแบ็คของวงไฟลวส์ออกไปเพราะวงไคลแมกซ์แน่ ๆ
แม้แต่ประธานบริษัทก็ยังบังคับไม่ได้
"ระบบ"
ผมจำเป็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมจึงออกคำสั่งเรียกระบบ
[คุณ้าซื้อบริการฉายซ้ำความทรงจำใช่หรือไม่?]
[ตกลง / ปฏิเสธ]
ระบบคงอยากจะให้ผมใช้แต้มอีกแล้วสินะ
ถ้าได้ดูความทรงจำเพิ่มเติมสักหน่อยก็คงจะดี แต่ว่า...ผมไม่รู้เลยว่าความทรงจำที่ผมกำลังจะได้ดูนั้น มันจะมีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์หรือไม่
แต่สุดท้ายผมก็พยักหน้าแล้วกดปุ่มตกลง ไม่นานหลังจากนั้น สภาพแวดล้อมรอบกายผมก็กลายเป็สีเทา
โฮ่ง!
เ้าขนปุ๋ยบอกผมว่าผมไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความจริงอีกแล้ว
"โทรหามันเดี๋ยวนี้! นายโทรหามันไม่ได้หรือไง?!"
"ไม่มีประโยชน์ครับ ผมว่าเขาคงปิดโทรศัพท์ไปแล้ว"
เมื่อผมมองรอบตัว ผมก็เห็นแต่กองซีดีของศิลปินนักร้องที่เป็เพื่อนร่วมค่ายวางอยู่เต็มไปหมด
วัยรุ่น 4 คนนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนชายหนุ่มอีก 2 คนเป็ผู้จัดการอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องทำงานซึ่งน่าจะเป็คนที่มีอายุเยอะมากที่สุดในห้องหยิบที่เขี่ยบุหรี่ขว้างลงไปบนพื้น
เพล้ง!
บรรยากาศยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้นเมื่อมีเสียงแก้วแตก ป้ายตำแหน่ง [ซีอีโอแห่งวีแพลเนต ฮงโอควอน] สะท้อนแสงเป็ประกายให้กับเสียงแก้วแตกนั้น
"ประธานครับ นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเรานะ? ประธานจะมาโมโหพวกเราได้ยังไง?"
ชายหนุ่มที่น่าจะเป็สมาชิกวงโฟลวส์ซึ่งนั่งอยู่ไกลมากที่สุดบ่นขึ้นมา
"เงียบ ๆ ไปก่อนเถอะน่า ไปโวยวายใส่ประธานตอนนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก"
ในกลุ่มชายหนุ่ม สมาชิกคนที่มีท่าทางสงบสุขุมมากที่สุดเตือนสติเพื่อนร่วมวงของตนเอง
"เ้าบ้านั่นเป็อะไรมากไหม? ไม่ใช่ว่าต้องทำแบบนี้ไปทั้งชีวิตสักหน่อย นี่เพิ่งจะเข้าวงการมาได้แค่ 2 ปีเท่านั้น มันยากตรงไหนกัน?"
หลังจากนั้น ชายหนุ่มที่เป็ผู้จัดการก็จ้องมองไปยังแผ่นกระดาษบนโต๊ะโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาขณะตอบว่า
"ที่ผ่านมาวงเรามีงานเยอะมาก เด็ก ๆ ก็เลยมีเวลาได้พัก...น้อยมากเกินไปครับ..."
"บ้าไปแล้ว น้ำขึ้นก็ต้องรีบตักสิ มีโอกาสทำเงินก็ต้องกอบโกยไว้ก่อน นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคำสั่งยุบวงขึ้นมา?"
คนที่เป็ซีอีโอกำลังะโใส่ผู้จัดการ เขาระบายโทสะด้วยการขว้างปาข้าวของอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกันนี้ สมาชิกวงทุกคนก็มีสีหน้าไม่สู้ดี พวกเขาเครียดและกดดันอย่างเห็นได้ชัด
"คังยูกอน ไอ้สารเลวนั่น มันคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งเพราะมีแฟนคลับเยอะสินะ..."
"ถ้าเป็บริษัทอื่น มันคงโดนฟ้องไปแล้ว สรุปว่าถ้ามันได้ไปพักผ่อนจนสบายใจ มันจะยอมกลับมาออกเพลงใหม่ใช่ไหม?"
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้ว ดูเหมือนว่าในวงโฟลวส์จะมีสมาชิกคนหนึ่งที่เป็ผู้ทรงอิทธิพลมากพอ ๆ กับชอนอีเซ
ชื่อของเขาก็คือคังยูกอน เขาเป็คนที่ดังมากที่สุดในวงโฟลวส์
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหลายอย่างเหมือนกัน แต่ใบหน้าของคังยูกอน...ก็มีความโดดเด่นที่ผู้คนจดจำได้ง่ายมาก
"ถ้าฉันติดต่อไปครั้งหน้า อย่าให้ได้ยินว่าเลื่อนกำหนดการคัมแบ็คอีก หวังว่าพอได้ไปพักผ่อนแล้ว มันจะกลับมามีสติอีกครั้ง แล้วฉันก็ไม่ต้องมาปวดหัวแบบนี้อีก"
ทันทีที่ได้รับอนุญาตจากท่านซีอีโอ ชายหนุ่มผู้เป็ผู้จัดการวงก็รีบขอบคุณและขอโทษด้วยการก้มหัวอย่างนอบน้อม
ผมไม่รู้หรอกว่าคังยูกอนเป็คนอย่างไร แต่ผมแน่ใจว่าเขาน่าจะมีนิสัยคล้ายกับชอนอีเซ
เขาไม่เคยโทษว่าทุกอย่างเป็ความผิดของตัวเอง เขามักจะก่อปัญหาและทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนเสมอ
"งั้นเราเอาวงไคลแมกซ์เลื่อนมาคัมแบ็คเร็วขึ้นดีไหมครับ?"
ผู้จัดการอีกคนหนึ่งที่นั่งฟังอยู่ถามผู้บริหารใหญ่ด้วยความระมัดระวัง
"เราจะเอาพวกเขามาแทนไม่ได้! เวลากระชั้นชิดมากเกินไป ได้โดนแฟนคลับเกลียดตายแน่"
ท่านประธานหยิบของบนโต๊ะเขวี้ยงไปบนพื้นไม่หยุดยั้ง แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่โกรธจัด
"ไอ้วงนั้นก็เป็ตัวปัญหาเหมือนกัน ผลาญเงินผลาญทองไม่รู้จักจบ ฉันต้องมาตามล้างตามเช็ดให้ลูกชายของประธานชอนไปจนถึงเมื่อไหร่?"
หลังจากนั้น ความโมโหของท่านประธานก็มาลงที่สมาชิกวงโฟลวส์