ตอนที่ ๓
นาฬิกาบนผนักบอกเวลาสองทุ่มครึ่ง แก้วที่เตรียมของสำหรับทำบุญเสร็จบิดตัวซ้ายทีขวาทีไล่ความเมื่อยขบ เดิมเขาตั้งใจจะปิ้งกล้วยขายพรุ่งนี้แต่เวลากระชั้นชิดไปทำให้เตรียมของไม่ทันจึงต้องพับเก็บความคิดนั้นไป
กับข้าวที่ถูกตักใส่ถุงเตรียมเอาไว้เป็ชุดวางบนโต๊ะไม้ที่อยู่ด้านในบ้าน แก้วกลัวจนไม่กล้าเตรียมของข้างนอกจึงขนหม้อขนไหเข้ามานั่งด้านในโดยมีทัศน์คอยช่วย
และเมื่อเตรียมของเสร็จหมดแล้วย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเอาอุปกรณ์ออกไปไว้ข้างนอก แก้วที่ยังกลัวแต่ต้องรักษาหน้าเอาไว้ใส่ของทุกอย่างลงในหม้อใบใหญ่แล้วยกขึ้นในคราวเดียว ทัศน์นั่งสังเกตุการกระทำที่เขาไม่เข้าใจนั้นเงียบๆ ก่อนที่แก้วจะสับเท้าตรงดิ่งไปที่ชานหลังบ้าน
คนตัวสูงชะเง้อคอมองอย่างสนใจ เพียงเสี้ยววินาทีที่พ้นธรณีประตูคนตัวก็ขาวก็สับเท้าวิ่งไปวางหม้อลงแล้ววิ่งกลับเข้ามาด้านในรีบลงดาลด้วยความรวดเร็วจนเกิดเสียงตึงตัง
ทัศน์เห็นอย่างนั้นเขาพยายามไม่หัวเราะออกมา หากกลัวมากขนาดนั้นทำไมไม่ขอให้เขาช่วยยกออกไปให้กัน
เตรียมของเสร็จก็ถึงเวลาเข้านอนทว่าแก้วกลับหันรีหันขวางไม่กล้ากลับเข้าห้องตัวเอง กลัวอะไรบางอย่างจะเรียกชื่อตนอีก
ผ่านไปหลายนาทีทัศน์ที่นั่งจักตอก[1] อยู่เห็นคนตัวขาวยึกยักอยู่หน้าประตูจึงเอ่ยถาม
“ไม่ง่วงหรือ”
คนถูกถามสะดุ้งตัวเล็กน้อยดวงตาขยับไปมาหาทางออกให้ตัวเอง
“แก้ว...แก้วช่วยคุณทัศน์จักตอกดีกว่า” ว่าแล้วเ้าตัวก็เดินไปนั่งขัดสมาธิข้างคนตัวสูง หยิบพร้าขึ้นมาช่วยคนตัวสูงจักตอก
“พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเธอช่วยฉันแล้วจะตื่นไหวหรือ”
“ไหวสิครับ พรุ่งนี้แก้วยังต้องไปขายกล้วยนะ วันพระนี่แหละครับโอกาสทำเงินใครผ่านไปวัดก็ต้องแวะซื้อกล้วนหวีสวยๆ ไปไหว้พระกันทั้งนั้น”
ทัศน์หัวเราะออกมา “เธอดูมีหัวด้านนี้นะ”
“แน่นอนสิครับเห็นแบบนี้แต่แก้วขายของเก่งนะครับ รับรองไม่ถึงชั่วโมงกล้วยคุณทัศน์หมดแน่นอน”
ทัศน์มองแก้วที่ยืดอกทำหน้าภูมิใจหนักหนา เขารู้ว่าแก้วขายของเก่ง ยายแสงเองก็ออกชมให้เขาฟังอยู่บ่อยครั้ง นอกจากจะขายของเก่งแล้วยังมีแต่คนเอ็นดูไปไหนใครก็ทักหลานยายแสงกันทั้งนั้น
“ฉันเชื่อ” น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะล้อเลียนและใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของทัศน์ทำเอาแก้วหน้ายู่
“ทำไมฟังดูเหมือนคุณทัศน์ล้อแก้วเลย”
“ฉันจะล้อเธอทำไม”
แก้วเอียงคอมองอีกฝ่าย นั่นมันก็จริงคุณทัศน์จะล้อเลียนเขาทำไม
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็รีบนอนเถอะ วันนี้พอแค่นี้แหละ”
พอถูกไล่ให้ไปนอนแก้วก็คว่ำปาก เขาพึ่งนั่งยังไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ
“แก้วช่วยคุณทัศน์ต่ออีกหน่อยดีกว่า”
“ดื้อจริง”
พอถูกว่าให้แก้วรู้สึกไม่พอใจนัก คำนั้นเอาไว้ใช้กับเด็กไม่ใช่หรือไงเขายี่สิบสองแล้ว คุณทัศน์ยังหาว่าเขาดื้ออยู่อีก
“นั่นเอาไว้ใช้กับเด็กนะครับ”
น้ำเสียงไม่พอใจทำให้ทัศน์วางของในมือแล้วหันมาจ้องใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของแก้ว
“เธอเด็กว่าฉันตั้งหลายปี”
“...” พอเถียงไม่ได้คนตัวขาวจึงปิดปากเงียบและทำงานของตัวเองต่อไป
กระทั่งนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่ม คนดื้อดึงอ้าปากหาว คอตกลงทุกทีแต่กลับไม่ยอมเข้าห้องไปนอนเสียทีจนทัศน์ต้องเอ่ยปาก
“แก้ว ง่วงก็ไปนอน”
“ฮึ แก้วยังไม่ง่วง”
ทัศน์มองคนตาปรือ นี่น่ะเหรอยังไม่ง่วง
เสียงถอนหายใจดังขึ้นแก้วที่นั่งตาปรือหันไปมองข้างกาย ทัศน์ลุกขึ้นเก็บของบนโต๊ะ จนเสร็จแล้วแก้วยังนั่งคอตกอยู่ที่เดิม
“แก้วไปนอนได้แล้ว”
“แก้วยังไม่ง่วง”
ทัศน์ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ทำเอาแก้วต้องชะเง้อคอมองตาม เพราะกลัวจะถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียว
ไม่นานคนตัวสูงก็กลับมาพร้อมหมอนหนึ่งใบ
“คุณทัศน์เอาหมอนมาทำอะไรครับ”
“ถ้าแก้วกลัวผีฉันจะนอนเฝ้าที่ประตูให้ ทีนี้เธอจะไปนอนได้หรือยัง”
คนกลัวผีเม้มปากแน่น รู้สึกแย่จนในอกปั่นป่วน ความไม่รู้จักโตของตัวเองทำเ้าของบ้านต้องลำบากหอบหมอนมานอนเฝ้าถึงหน้าประตู
“แก้วนอนก็ได้ครับ แต่คุณทัศน์ไม่ต้องเฝ้าหรอกแก้วโตแล้วนะ อีกอย่างข้างนอกยุงเยอะจะตาย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็รีบเข้าห้องเถอะ ฉันจะดับไฟแล้ว”
พอสถานการณ์เป็แบบนี้แก้วจึงต้องจำใจกลับเข้าห้องนอน
ดึกสงัดแม้แต่เสียงแมลงยังเงียบหาย แก้วนอนพลิกตัวไปมา ทำอย่างไรเขาก็นอนไม่หลับ เสียงที่เรียกชื่อของเขายังห้องก้องอยู่ในหัว ยิ่งดึกยิ่งชัดขึ้นตามความกลัวที่เพิ่มทวี
ดวงตาของแก้วมองช่องประตูที่สูงราวหนึ่งเิเ ด้านนอกมืดสนิทไร้แสงไฟจากตะเกียง
ความฟุ้งซ่านกัดกินจิตใจของแก้วเรื่อยๆ กระทั่งเขาทนไม่ไหว เ้าตัวยอมแพ้ให้กับความกลัวในค่ำคืนนี้ เขาตัดสินใจจะทำตัวหน้าหนาไปขอนอนกับคุณทัศน์ ถึงจะถูกมองว่าเป็เด็กไม่รู้จักโตก็ยอม
ปลายเท้าััพื้นเย็นเฉียบ แก้วก้าวเท้าแ่เบาไปยังประตู ตะเกียงในมือสั่นไหว เสียงปลดดาลประตูดังขึ้น เขาแง้มประตูออกเล็กน้อย ใช้แสงไฟมองลอดผ่านช่องที่แง้มไว้มองซ้ายขวา ความมืดตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนกับหลุดไปอีกโลก
ประตูห้องถูกเปิดให้กว้างขึ้นอีก แก้ววางแผนในหัวเอาไว้เป็อย่างดี เขาจะผลักประตูให้สุดแรงในครั้งเดียวจากนั้นกระโจนจากห้องของตัวเองไปสิงที่หน้าห้องของคุณทัศน์ด้วยความเร็วยิ่งกว่าผีในห้อง แต่แล้วความคิดของแก้วก็หยุดลงแค่นั้น เมื่อรู้ตัวว่าต่อให้เขาฝ่าความมืดไปได้เร็วแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถเข้าห้องอีกฝ่ายได้ทันที ยังคงต้องเคาะเรียกและยืนรอให้เ้าของห้องเปิดประตูให้
“ฮื้อ” เสียงอันสิ้นหวังลอดผ่านลำคอบาง ในหัวเริ่มคิดอีกครั้ง ชั่วเวลาที่เขายืนรอคุณทัศน์อาจมีมือมากระชากขาเขาหายไปในความมืดก็ได้
กึก!
เสียงบางอย่างกระทบประตูดังขึ้น แก้วรีบปิดปากและย่อตัวลงนั่งยองทันที ดวงตาที่สั่นไหวแอบมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้อีกครั้ง
“คุณทัศน์” แก้วไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ขณะเวลานี้ได้ คุณทัศน์ที่ควรอยู่ในห้องนอนกลับนอนขดตัวอยู่ที่หน้าประตูห้องของเขา
นั่งตั้งสติอยู่พักใหญ่แก้วถึงได้วางตะเกียงในมือลง เขาค่อยๆ เปิดประตูให้กว้างขึ้นอีกหน่อย มองดูท่าทางที่ไม่สบายตัวของทัศน์พลันรู้สึกแย่ขึ้นมา อีกฝ่ายยอมนอนตากยุงเฝ้าเขาหน้าห้องทั้งที่เขาเองก็ปฏิเสธไปแล้ว
ครั้นจะปลุกให้เขามานอนด้วยกันดูอาจจะถูกอีกฝ่ายมองไม่ดีอีก
“แก้ว...อยากเข้าห้องน้ำหรือ” เสียงทุ้มงัวเงียถาม ทัศน์ยันตัวขึ้นมามองคนตัวขาวที่โผล่ออกมาเพียงเสี้ยวหน้า
“คุณทัศน์ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้”
“ฉันคิดว่าเธออาจจะกลัว” ได้ยินคำตอบแก้วก็เม้มปาก ก่อนจะเอ่ย “คุณทัศน์กลับเข้าไปนอนในห้องเถอะครับ ตรงนี้นอนไม่สบายหรอก”
ทัศน์จ้องหน้าขาวๆ ของแก้ว เปลี่ยนเื่เสีย “เธออยากเข้าห้องน้ำหรือ”
พออีกฝ่ายเปลี่ยนเื่ แก้วก็ยู่หน้า เขาเริ่มรู้นิสัยคุณทัศน์ขึ้นมาบ้างแล้ว หากอีกฝ่ายไม่อยากทำอะไรหรือไม่อยากตอบคำถามก็จะเปลี่ยนเื่ไปเสีย
“คุณทัศน์นั่นแหละครับ มานอนทำไมตรงนี้”
“ถ้าปวดฉี่ฉันจะไปส่ง”
แก้วอยากเอาหัวโขลกกับประตูความกลัวเมื่อครู่หายไปจนหมด เหลือแต่ความรู้สึกอยากตีหัวคนแก่
“คุณทัศน์กลับไปนอนในห้องเถอะครับ”
“ถ้าเธอไม่ปวดก็กลับเข้าห้องไปเถอะ”
“หึ้ย! แก้วไม่ปวดอะไรทั้งนั้น อยากนอนตรงนี้ก็ตามใจคุณทัศน์เถอะครับ”
ทัศน์มองประตูที่ปิดลงแล้วส่ายหน้า เด็กหนอเด็ก ตัวเองกลัวแท้ๆ ยังจะทำเป็ฟึดฟัดใส่เขาอีก คนแก่กว่าคร้านจะใส่ใจทิ้งตัวลงนอนตามเดิม พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก
หลับตาลงได้ครู่หนึ่งเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แก้วเดินออกมาพร้อมกับผ้าห่มในมือ
“ถ้าคุณทัศน์จะนอนตรงนี้ก็ห่มผ้าหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวถูกยุงกัดเป็ไข้เืออกมา แก้วจะเป็โทษอีก”
“ขอบคุณ”
มือที่ส่งผ้ามาให้ชะงักไปเล็กน้อย ทัศน์รับผ้าห่มมาวางไว้บนตัก เขายังคงมองใบหน้าของแก้วที่ดูอึกอักคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง
“คุณทัศน์”
“หืม”
“ขอบคุณครับ”
ประตูห้องนอนปิดลงทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ เหลือแต่ทัศน์ที่หัวเราะออกมาเสียงแ่
เช้าที่คึกคักเริ่มขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง แก้วทักทายบรรดาลุงๆ ป้าๆ ทั้งหลายที่พากันแวะเวียนเข้ามาทักทายอย่างไม่ขาดสาย ทัศน์เหลือบมองคนข้างกายที่ดูจะเนื้อหอมในหมู่ผู้สูงวัยไม่น้อย ส่วนตัวเขาเองก็ได้แต่ยิ้มรับและกล่าวทักทายเป็มารยาทให้กับบรรดาผู้คนที่เข้ามาทักทาย พ่อเลี้ยงทัศน์ โดยเฉพาะลุงบัติ เ้าของโรงสีที่แก้วเคยทำงานกับแก ท่าทางของชายสูงวัยดูจะพยายามประจบประแจงเสียเหลือเกิน
“เ้าแก้ว เอากล้วยมาขายทำไมไม่ทำกล้วยปิ้งมาด้วยล่ะ” คุณยายผมดอกเลากล่าว
“แก้วก็อยากทำครับ แต่ไม่ทันจริงๆ ไว้คราวหน้านะ”
“เฮ้อ พักนี้ไม่เห็นออกมาขายของ ฉันอยากกินกล้วยปิ้งก็ไม่ได้กิน” แก้วที่ได้ยินคนแก่บ่นก็ยิ้มออกมา “เอาไว้แก้วจะทำไปฝากยายดีไหมครับ ยายไม่ต้องรอซื้อหรอกอยากกินก็บอกแก้วนะ”
คนหัวหงอกหัวดำคุยกันต่ออีกพักใหญ่ กระทั่งทัศน์ผละตัวออกจากเ้าของโรงสีได้จึงเอ่ยขึ้น
“แก้ว ฉันต้องไปข้างในก่อนนะ เธออยู่ได้ใช้ไหม”
“ครับ เดี๋ยวแก้วขายหมดแล้วจะตามเข้าไป”
“อย่างนั้นฉันรอแก้วข้างในนะ” หลังจากนัดแนะกันเสร็จทัศน์จึงปลีกตัวออกไปกับพ่อหนานประจำวัด ดูท่าคงไม่แคล้วคุยเื่ทำบุญใหญ่และขอให้พ่อเลี้ยงทัศน์เป็เ้าภาพอีกเช่นเคย
สายตาของหญิงชรามองดูทั้งสองคุยกัน ก็ทำหน้าไม่ค่อยถูกนัก พอแผ่นหลังของพ่อเลี้ยงลับตาไป นางจึงรีบเอ่ยปากถามเื่นพ
“แล้วเ้านพมันล่ะฉันได้ยินว่ามันไปหางานทำที่กรุงเทพ แก้วไม่ได้ไปกับมันหรือ” นางถามเพราะความอยากรู้ นอกจากคนในหมู่บ้านจะรู้จักแก้วในฐานะหลานของยายแสงแล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่าแก้วกับนพนั้นคบหากัน
ข่าวที่นพตามจีบโสนแดงน้อยหมู่บ้านข้างๆ ถูกพูดถึงมาตลอด กระทั่งทั้งสองคนคบกันใครบ้างจะไม่อยากรู้ว่าโสนแดงที่ถูกน้องชายของพ่อเลี้ยงตามจีบอยู่คือใคร ซึ่งนพเองก็ไม่ได้ปิดบังซ้ำยังเปิดเผย เกรงว่าคนในหมู่บ้านสันผ่อดาวจะรู้เื่ของทั้งสองก่อนพ่อเลี้ยงทัศน์และยายแสงเสียอีก
“พี่นพไปคนเดียวครับ กะว่าจะไปหาลู่ทางแถวนั้นก่อนแล้วค่อยกลับมารับแก้ว” ได้ยินอย่างนั้นนางยิ่งทำหน้าไม่ถูกไปกันใหญ่
“เอาเถอะๆ ระหว่างนี้อยู่บ้านพ่อเลี้ยงก็ช่วยงานพ่อเลี้ยงแกให้เยอะๆ แกจะได้เอ็นดู”
“ครับแก้วจะจำไว้”
สายหน่อยของที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายที่หน้าวัดก็แทบไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว แก้วเดินตัวปลิวเข้าไปในวัด กล้วยที่เอามาวางขายตอนนี้ไม่เหลือสักหวีแล้ว เ้าตัวเดินอารมณ์ดีเข้าไปที่ศาลา พอใกล้ถึงเวลาพระเทศน์คนในศาลาตักบาตรก็ทะยอยขึ้นบนวิหารจนแทบไม่เหลือใครแล้ว
แก้วมองหาซ้ายขวาหาคุณทัศน์ ของทำบุญอยู่ที่อีกฝ่ายทั้งหมด ชะเง้อคอมองอยู่นานก็ไม่เห็นคนตัวสูง ไม่แน่ว่าคุณทัศน์อาจจะตักบาตรเสร็จแล้วตอนนี้อาจจะอยู่ในวิหารเรียบร้อยก็ได้
“แก้ว มาด้วยเรอะ” เสียงที่แก้วไม่ค่อยคุ้นหูนักทักขึ้น คนถูกทักอย่างเขามีแต่จะต้องยกมือไหว้ตามมารยาท แม้จะยังนึกไม่ออกว่าป้าๆ ตรงหน้าเป็ใครก็ตาม
“สวัสดีครับ” คุณป้ารูปร่างผอมสูงใส่เสื้อคอกระเช้าเพียงแค่พยักหน้ารับ แก้วได้แต่ยิ้มแห้งแอบหน้าเสียไปเล็กน้อย
“ไม่เห็นตั้งนาน อยู่บ้านพ่อเลี้ยงท่าทางสุขสบายดีนะ ไม่ต้องรับจ้างแล้วนี่” น้ำเสียงกระแนะกระแหนทำให้แก้วไม่พอใจแต่อยู่ในงานบุญอย่างนี้ ก็มีแต่ต้องส่งยิ้มให้เท่านั้น
“แล้วนี่ได้ข่าวว่านพมันไปกรุงเทพ ไม่พาเมียอย่างแกไปด้วยหรอกเรอะ”
“พี่นพเค้าไปหาลู่หาทางก่อนครับ แล้วค่อยกลับมารับแก้ว”
“จะกลับมาจริงเรอะ เป็ฉันได้ดีที่นู่นแล้วฉันก็ไม่กลับมาหรอก” คุณป้ารูปร่างท้วมอีกคนพูดขึ้น แก้วมีสีหน้าไม่สู้ดีนักก็ได้แต่ยิ้มตอบ ตั้งใจจะปลีกตัวออกจากวงสนทนาแต่ก็ไม่วายถูกดึงกลับเข้าไปในหัวข้ออีก
“ไอ่แก้ว ระวังเอาไว้เถอะ ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ ผู้ชายน่ะพออยู่ไกลหูไกลตามันก็หาใหม่กันหมดนั่นแหละ ไม่รีบไปตามผัวเดี๋ยวก็เป็ม่ายเอาหรอก”
“จะเป็ม่ายได้ยังไง ไอ่แก้วมันยังไม่ได้ตบไม่ได้แต่งเลย” สองเสียงคุยโต้ตอบกันราวกับไม่เห็นหัวแก้วที่ยังยืนอยู่ตรงนี้
“คือ แก้วขอตัวก่อน...”
“จะรีบไปไหนล่ะพระยังไม่สวดเลย”
“แก้ว...”
“แก้วมาอยู่นี่เองฉันหาเธอตั้งนาน” เสียงของทัศน์ดังขึ้นทำเอาป้าทั้งสามปิดปากเงียบกริบ ดวงตาสี่คู่มองร่างสูงที่เดินเข้ามา สามคู่นั้นสั่นไหว ทว่าอีกคู่กลับเต็มไปด้วยความโล่งใจ
“คุณทัศน์” แก้วรีบขยับตัวเข้าหาทัศน์ทันที ดวงตาคมเข้มปราดมองสตรีทั้งสามด้วยความรวดเร็ว ทำเอาแต่ละนางต่างก็เริ่มอยู่ไม่สุข
“วันนี้วันบุญวันมงคล ฉันว่าพวกป้าเองก็ทำปากให้มงคลหน่อยดีกว่า” พ่อเลี้ยงพูดจบแก้วก็ยกสองมือขึ้นปิดปาก หันไปมองทัศน์ตาโต ส่วนสามคนนั้นต่างก็หน้าเสียจนรีบพากันขึ้นวิหารไปแทบไม่ทัน
“คุณทัศน์ พูดแรงแบบนั้นจะไม่เป็ไรเอาเหรอครับ”
“จะเป็ไร ไว้รอพวกนั้นรวยกว่าฉันเมื่อไหร่ฉันถึงจะกลัว” ทัศน์พูดหน้านิ่งต่างจากแก้วที่อมยิ้มกลั้นขำ
ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณทัศน์ก็มีมุมแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
“ไปตักบัตรกันเถอะ อีกเดี๋ยวพระจะเริ่มเทศน์แล้ว”
“ครับ”
กลับถึงบ้านแก้วแทบทิ้งตัวลงนอนกลางโถงใหญ่ อากาศร้อนจนเสื้อเปียกไปหมด ขากลับจักรยานดันยางแบนสุดท้ายก็เป็คุณทัศน์ที่รับหน้าที่จูงจักรยานโดยมีแก้วถือตะกร้าเดินตาม
ทัศน์มองคนตัวขาวที่นั่งเหยียดขาโบกพัดในมือเร็วๆ แล้วย้ายสายตากลับมามองหวานเย็นในมือ ตั้งใจว่าจะซื้อปลอบใจแก้วเสียหน่อยแต่อากาศร้อนจนมันละลายกลายเป็น้ำหวานธรรมดาไปหมดแล้ว เขาจึงตัดใจเดินเข้าครัวไปทำแกงปลาช่อนแทน
“คุณทัศน์จะแกงปลาเหรอครับ”
“อืม ฉันบอกว่าจะทำให้เธอกินนี่”
“แก้วก็บอกแล้วว่าแก้วทำเอง”
“ฉันก็บอกแล้วเหมือนกันว่าฉันจะทำเอง”
พอถูกคนแก่กว่าเถียงกลับแก้วก็ทำหน้าไม่พอใจ เขารู้สึกว่าสองสามวันมานี้คุณทัศน์จะต่อปากต่อคำกับเขาบ่อยเหลือเกิน
“อย่างนั้นก็แล้วแต่คุณทัศน์เลยครับแก้วจะไปให้อาหารไก่ เมื่อเช้ารีบไปวัดยังไม่ได้ให้ข้าวเลย”
กลิ่นเครื่องแกงลอยมาตามลม แก้วที่กลับขึ้นบ้านมาแอบยืนมองทัศน์ทำอาหารอยู่พักใหญ่ ดวงตาจดจ่ออยู่กับวิธีการทำแกงปลาของทัศน์ คนตัวขาวพยายามจดจำให้ได้มากที่สุดกระทั่งปลาช่อนในหม้อต้มเริ่มสุก จนสายตาเหลือบไปเห็นใบแมงลักที่ทัศน์ตัดมาทั้งกิ่ง แก้วถึงได้พูดขึ้น
“คุณทัศน์ยังไม่ได้เด็ดใบแมงลักเลยนี่ครั้บ งั้นแก้วช่วยนะ”
“ตามใจเถอะ”
“จะว่าไปแล้ว แก้วยังไม่รู้เลยว่าคุณทัศน์ชอบกินอะไร”
“ฉันกินได้หมดนั่นแหละ”
“แต่มันก็ต้องมีของที่ชอบกันบ้างสิครับ” แก้วมองหน้าคมเข้มของทัศน์ท่าทางจริงจัง
“คุณทัศน์ไม่มีของที่ชอบกินบ้างเหรอครับ แก้วยังมีของที่ชอบกินมากๆ เลย อย่างน้ำพริกมะเขือเทศเงี๊ยะ”
ทัศน์เลิกสนใจปลาในหม้อแล้วมองหน้าแก้วกลับไป
ดวงตาของคุณทัศน์ที่มองมาแก้วไม่สามารถอ่านได้เลยว่าอีกฝ่าย้าจะสื่ออะไรกันแน่
“หรือคุณทัศน์ก็ชอบน้ำพริกมะเขือเทศ”
“ฉันก็กินได้หมดนั่นแหละ”
“โถ่~ คุณทัศน์”
หัวค่ำหลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแก้วที่ประแป้งทั่วทั้งตัวนั่งนิ่งมองกระดาษที่ว่างเปล่าอยู่นานสองนาน เขาคิดว่าจะเขียนจดหมายหานพ ถึงจะยังไม่รู้ว่าจะต้องส่งไปที่ไหน แต่เขียนเอาไว้ก่อนแก้วว่ามันก็ไม่เสียหาย เอาไว้รอคุณนพส่งจดหมายฉบับแรกมา แก้วค่อยใส่จดหมายที่เขียนเอาไว้กลับไป
ตัวหนังสือบรรจงของแก้วพรรณนาความรู้สึกแสนคิดถึงลงในกระดาษที่เคยว่างเปล่า จิตใจที่นึกถวิลหานั้นพรั่งพรูออกมามากมายจนล้น
กระดาษใบที่สองผ่านไปแล้วครึ่งหน้าแก้วนั่งเท้าคางมือดีดดินสออย่างใช้ความคิด เขาเล่าทุกเื่ที่เกิดขึ้นลงไปในจดหมาย จนไม่เหลืออะไรให้เขียน แต่เ้าตัวก็ยังรู้สึกไม่พอใจ อยากเขียนอะไรเพิ่มลงไปอีกหน่อย
ประตูห้องนอนที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ทำให้ทัศน์ที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเห็นคนด้านในกำลังนั่งเขียนอะไรยุกยิกจึงได้เอ่ยทัก
“ทำอะไรอยู่”
แก้วเงยหน้าขึ้นจากกระดาษเห็นคุณทัศน์อยู่ในชุดพร้อมนอน ผมหนาสีดำสนิทหมาดน้ำและผ้าเช็ดตัวที่ยังพาดคล้องอยู่บนคอ จึงยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี
“แก้วกำลังเขียนจดหมายหาพี่นพ ไม่รู้ ว่าจดหมายฉบับแรกที่นพจะส่งมาเมื่อไหร่”
“งั้นหรือ”
“จริงสิแก้วเล่าเื่...อ้าวคุณทัศน์” พูดยังไม่ทันจบอีกฝ่ายก็เดินหายไปแล้ว แก้วได้แต่เกาหัว “รีบไปไหนของเขากัน”
เชิงอรรถ