ผ่านต้นฤดูร้อน ข้าวสาลีออกรวง ผักขมงดงามเต็มแปลงปลูก...
ใต้ต้นหยางออกดอกสีเหลืองอร่ามเถียนเยวี่ยใช้เวลาเดินทางสามสิบกว่าวันจากหุบเขาไผ่หอมแม้ออกนอกเส้นทางเพื่อหยุดแวะเยือนสหายที่เคยพานพบแต่ชายหนุ่มก็มาถึงบ้านสกุลหลันก่อนคืนครบอายุ สิบเอ็ดปีของหลันซิ่วจู
มิช้ามินาน ระหว่างยืนมองสถานที่ซึ่งไม่ได้มาเยือนนานกว่าสองปีประตูทั้งสองบานก็เปิดออก เถียนเยวี่ยพลิ้วกายขึ้นเหนือกำแพงหนาหางตาแลเห็นหญิงสาวนางหนึ่งถือตะกร้าเดินเคียงออกมาพร้อมชายหนุ่มผู้หนึ่ง
เมื่อประตูบ้านปิดลงบุรุษในชุดสีเขียวใบไผ่ก็เคลื่อนกายราวสายลมลงยังหน้าลานซึ่งเป็ทางเดินปูด้วยแผ่นหินบ้านสกุลหลันที่เขาเคยเข้านอกออกในทะลุปรุโปร่งเห็นจะเปลี่ยนไปเพียงตำแหน่งของกระถางพืชและสมุนไพรที่เ้าของบ้านปลูกเพื่อเวียนเก็บแต่ละฤดูกาลเท่านั้น
เสี่ยวถานพี่เลี้ยงของบุตรสาวเ้าของบ้านเพิ่งออกไปจ่ายตลาด คาดว่าชายผู้นั้นอาจจะเป็คนรักของนาง...
นี่นางหักใจจากพี่หลันแล้วหรือไร
บ้านเงียบงัน หลันิคงกำลังวุ่นอยู่ในห้องปรุงยาส่วนสาวน้อยคนนั้นหากมิใช่อยู่ใกล้บิดาก็คงอยู่ในห้องหับส่วนตัวเถียนเยวี่ยยิ้มย่อง ชั่งใจว่าควรจะไปทักทายเ้าบ้านหรือบุตรสาวของเขาก่อนดีแต่ด้วยมารยาทอันดีของผู้มาเยือนกะทันหันชายหนุ่มจึงเดินล่วงหวังเข้าไปทักทายชายร่างอ้วนถึงในห้องปรุงยา
จริงดังคาดหลันิที่สาละวนกับเม็ดยาบนถาดหันตัวกลับมายังเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับมาทางเื้ัครั้นพอเห็นใบหน้าเ้าของเงาก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ แม้จะรักเม็ดยาปานลูกเพียงใดก็ละทิ้งไม่ไยดีตรงเข้าไปสวมกอดสหายผู้น้องด้วยความยินดี
“ถึงเวลาที่เ้ามาเยือนบ้านข้าเสียที”
เถียนเยวี่ยถอยหลังไปหนึ่งก้าว ค้อมตัวประสานมือคารวะผู้มีคุณ
“ผู้น้องเสียมารยาทแล้ว”
“เอาเถอะๆ” หลันิโบกมือไม่ถือความเื่บุญคุณเขาไม่ได้ใส่ใจเทียบเท่ามิตรภาพที่มีต่อกัน “ต่อให้สิบปีได้เ้าสละเวลามาเยี่ยมข้าเพียงครั้ง ก็นับว่าเป็วาสนา”
“นับเป็วาสนา” เถียนเยวี่ยประสานฝ่ามืออีกครั้งก่อนเ้าบ้านจะเชื้อเชิญให้นั่งที่โต๊ะรับแขกในห้องถัดไป
ชายหนุ่มรับถ้วยชาขึ้นจิบจนชุ่มคอ แลซ้ายขวามองหาคนผู้หนึ่ง
“นางอยู่ในห้องนั่นแหละ บ่นถึงท่านอาเถียนอยู่บ่อยครั้งนานทีจะตัดพ้อว่าท่านอาช่างใจร้ายออกมาสักคราหนึ่ง” หลันิหัวเราะกับอาการติดท่านอาของบุตรสาวนิสัยเด็กติดของเล่นอย่างไรอย่างนั้น ตัวเขามีมิตรสหายซึ่งคบหาลึกซึ้งไม่มากนักที่คุ้นเคยกับเด็กหญิง กิน อยู่ หลับนอนด้วยกันก็มีเพียงเถียนเยวี่ยเท่านั้น
“พรุ่งนี้เป็คืนวันเกิดครบสิบเอ็ดขวบของนาง”
“นางรอคอยของขวัญจากเ้าแทบทบต้นทบดอกแล้ว”
“หวังว่านางจะไม่ผิดหวังกับสิ่งของเล็กน้อย ไร้ราคาค่างวดที่ข้านำมา”
“สิ่งใดที่อาเถียนให้นาง นางเก็บรักษาไว้อย่างดี”หลันิคิดถึงตุ๊กตาแกะจากไม้ ลูกหินจากธารน้ำบนเขาไผ่หอมตลอดจนของเล่นในตลาดที่ชายหนุ่มซื้อให้บัดนี้บุตรสาวยังนำมาเล่นและเก็บอย่างดีในกล่องข้างเตียงนอนของนาง
“เห็นทีข้าควรไปสร้างความประหลาดใจให้นางสักหน่อย”
“อย่าทำนางใเกินไปจนกินมื้อค่ำไม่ได้เสียล่ะ”
“จะกลัวไปไยในเมื่อเสี่ยวจูของเรามีบิดาเป็หมอเทวดาอยู่ทั้งคน” เถียนเยวี่ยหัวเราะเสียงกังวานก่อนเดินออกจากห้องปรุงยาไป
เพื่อนผู้น้องมีของขวัญให้ลูกสาวสุดรักคนเป็พ่อเช่นเขาย่อมต้องมีสิ่งพิเศษเช่นกัน หลันิเปิดกล่องไม้บนโต๊ะปรุงยาขึ้นด้านในมีถุงเครื่องหอมซึ่งสั่งช่างฝีมือทำพิเศษบรรจุด้วยกลีบและเกสรของดอกไม้และสมุนไพรถึงสิบเก้าชนิดสรรพคุณช่วยไล่แมลงที่นางขยาดกลัวและช่วยให้นางผ่อนคลายจะได้หลับสบายยามค่ำคืน
เถียนเยวี่ยก้าวย่างอย่างสบายๆ ไม่รีบเร่งไปถึงสวนสมุนไพรชายเสื้อคลุมสีเขียวพลิ้วไหวสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นและใกล้จะเดินถึงห้องของหลันซิ่วจู เสียงวิ่งตึงๆก็ดังมาตามทางเดินล่วงหน้าร่างอวบอิ่มก่อนใบหน้ากลมดั่งจันทร์คืนเพ็ญจะปรากฏแก่สายตาเด็กหญิงคนนั้นยกมือขึ้นป้องแสงตะวันที่ส่องสวนตรงมายังั์ตา
ใช่หรือไม่...
จะใช่เขาจริงหรือเปล่า...
ผู้ชายในชุดสีเขียวที่นางเห็นแต่ไกล ใช่อย่างที่นางนึกไหม...
สุริยาใกล้ลาลับคล้อย บุรุษหนุ่มเรือนร่างสูงโปร่งในชุดสีเขียวใบไผ่สันจมูกโด่งตรงรับกับใบหน้าเรียวยาว หล่อเหลาคมสันยากหาใดเปรียบ ปากบางเฉียบนั่นติดจะมีรอยยิ้มบางเบาอยู่ตลอดเวลาราวกับทุกเื่ที่ผันผ่านเข้ามาในสายตาคือเื่สนุก
ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มมายังนางแล้ว
ท่านอาเถียน!
“ท่าน...ท่านมารับข้าไปเป็เ้าสาวใช่หรือไม่” เด็กหญิงในชุดสีเขียวไข่กาโพล่งถาม
คำทักทายของหลันซิ่วจูส่งผลให้เรียวคิ้วเข้มคล้ายขมวดมุ่นรอยยิ้มราวปั้นยากในบัดดล ในหัวย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเขาอายุสิบสี่...