ฤาบุปผาลิขิตชะตารัก

    ตอนที่ 3 เตรียมการต้อนรับ

            ชายร่างท้วมใส่สูทสีเทาอ่อนยืนอยู่ต่อหน้าเหล่าหัวหน้าแผนกทั้งชายหญิงที่ยืนเรียงกันเป็๲แถวหน้ากระดานในมือของแต่ละคนถือแฟ้มรอการตรวจสอบ บรรยากาศช่างดูเหมือนครูประจำชั้นตรวจสมุดการบ้านนักเรียกก่อนเริ่มคาบเรียน

              แต่หากที่นี่คือบริษัทที่ขึ้นชื่อด้านการผลิตสิ่งทอสินค้าที่ทำรายได้ให้แก่บริษัทคือผ้าไหมไทยลวดลายเป็๞อกลักษณ์เฉพาะจนมีบริษัทแบรนด์ดังต่างให้ความสนใจสั่งซื้อไปต่อยอดสินค้าของตนเอง

              “ทุกคนฟังทางนี้!” พอเจตน์ตบมือพร้อมเปล่งเสียงเพื่อเรียกให้ทุกคนสนใจในสิ่งที่จะพูดต่อจากนี้

            “วันนี้เรามีลูกค้าสำคัญจากต่างประเทศ อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่องเด็ดขาดหากแผนกไหนเกิดปัญหาเร่งด่วน ให้รีบรายงานผมทันที เข้าใจมั้ย!” น้ำเสียงสั่งการลากยาวในตอนท้ายกระตุ้นให้คนในที่นี้ตื่นตัว

              “เข้าใจค่ะ/ ครับ”เสียงของผู้ใต้บังคับบัญชาตอบด้วยความพร้อมเพรียงกัน

              พอเจตน์พยักหน้าหนักๆอย่างพอใจ

            เมื่อได้รับการติดต่อจากต่างประเทศเพื่อขอเข้าเยี่ยมชมโรงงานทอผ้าแห่งนี้พอเจตน์ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปได้รับคำสั่งจากท่านประธานให้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในบริษัทด้วยเป็๲คนที่ตั้งใจในการทำงานมาแต่ไหนแต่ไร เขาจึงละเมียดละไมกับงานที่ได้รับมอบหมายครั้งนี้เป็๲อย่างมาก

              พนักงานสาวฝ่ายบัญชีนั่งกดแป้นพิมพ์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ภายในห้องที่ล้อมรอบด้วยผนังกระจกแม้ดูเหมือนกำลังตั้งอกตั้งใจกับงานตรงหน้า แต่หากสายตามิวายเหลือบมองไปที่โถงทางเดินผ่านผนังกระจกหล่อนเห็นว่าพอเจตน์ที่ทำหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกวันเรียกให้หัวหน้าทุกแผนกประชุมแบบรวบรัดก่อนการเดินตรวจสถานที่อดไม่ได้ที่จะหันมาสนทนากับเพื่อนสาวโต๊ะข้างๆ

              “แกๆวันนี้ดูผู้จัดการตื่นเต้นกว่าทุกครั้งเลยนะ ลูกค้ารายนี้สำคัญกว่ารายอื่นยังไง”

              “เห็นเขาว่าเป็๞ลูกค้าจากจีนนะที่ว่าสำคัญอย่างไง ก็คงหมายถึงการทำธุรกิจร่วมกันนะสิ”

              “แบบไหนเรียกว่าทำธุรกิจร่วมกันเขามาจ้างเราผลิตสินค้าแบบนี้ใช่มั้ย”

              “โอ๊ย ถ้าดูแลสถานที่ทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ไม่น่าแค่มาจ้างผลิตสินค้าแล้วล่ะ”

              “หา...หรือว่าจะมาร่วมถือหุ้นกับบริษัทเรา”

              “ก็ไม่แน่นะคนที่เข้าประชุมวันนี้ มีทั้งท่านประธาน กรรมการ ผู้ถือหุ้น และหัวหน้าทุกฝ่ายทุกแผนกในบริษัทด้วยนะผู้จัดการย้ำนักย้ำหนาไม่ให้ทุกคนขาดประชุมเด็ดขาด”

              ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงจากโต๊ะด้านหลังดังแทรกการสนทนา

              “นี่! พวกหล่อน รายงานประจำไตรมาสแรกเสร็จเรียบร้อยหรือยัง มัวแต่คุยกันอยู่นั่น!”

            หัวหน้าหญิงวัยสี่สิบต้นๆเดินมาที่โต๊ะทวงงานที่สั่งการไว้หลายวันก่อนทำให้สองพนักงานสาวหยุดส่งเสียงทันที

            “รายงานอยู่นี่ค่ะ หัวหน้า”พนักงานสาวรีบหยิบแฟ้มรายงานส่งถึงมือหัวหน้า

            “ทำไมไม่ส่งพรุ่งนี้เลยล่ะยะ” วิมลรับรายงานตวัดสายตาใส่ลูกน้องสาว

            ลูกน้องยิ้มหน้าแหยๆดูเหมือนงานที่สั่งทำเสร็จได้สักพักแล้ว แต่ด้วยความอยากเม้าท์มอยมากจนเกินไปเอกสารที่กล่าวถึงจึงยังไม่ถูกวางบนโต๊ะหัวหน้าเสียที

            “หัวหน้าไม่ต้องเดินตามไปประชุมกับผู้จัดการหรือคะ” ลูกน้องสาวอดไม่ได้ที่จะถาม

            “นั่นสิคะ หัวหน้าทุกแผนกเดินตามผู้จัดการตัวติดกันจนแทบจะสิงร่างแล้วนะคะ”ลูกน้องสาวอีกคนพูดแบบขำขัน๻ั้๫แ๻่เข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้ยังไม่เคยเห็นการตรวจสถานที่แบบเข้มงวดขนาดนี้มาก่อน

            “ไม่ต้องย่ะ ผู้จัดการให้ฉันคอยดูแลท่านประธาน เผื่อว่าท่านมีอะไรเรียกใช้ฉันจะได้รับใช้ได้อย่างเต็มที่” วิมลพูดยิ้มๆด้วยความภูมิใจที่ได้รับหน้าที่สำคัญพอๆกัน

            ในขณะที่เปิดดูแฟ้มอย่างลวกๆสายตาเหลือบไปเห็นสตรีสองนางเดินก้าวออกจากลิฟต์เดินตรงมาตามโถงทางเดินชั้นสอง

            “อุ้ยตาย ท่านประธานมาแล้ว!” เสียงอุทานดังขึ้น“เอ๊ะ แล้วนั่น.........”

            “ท่านประธานมากับใครหรือคะ หัวหน้า”ลูกน้องสาวทั้งสองพลอยหันมองตาม

            “อ๋อ นั่นคุณหนูเอมมาลินลูกสาวท่านประธาน ดูสิ...ไม่เห็นแค่สองสามปีโตเป็๲สาวสวยเชียว”

            หลายปีก่อน๻ั้๫แ๻่เริ่มทำงานที่บริษัทแห่งนี้ วิมลได้พบคุณหนูเอมมาลินมาพร้อมคุณแม่อยู่บ่อยครั้งจวบจน๰่๭๫สองสามปีที่ผ่านมา ก็ได้ทราบว่าคุณหนูไปเรียนต่อที่ประเทศจีนจึงไม่ค่อยได้มาที่บริษัทอีก

            ท่านประธานหญิงในชุดสูทผ้าไหมกระโปรงสีเทาฟ้าขมวดผมยกสูงเรียบสวยก้าวเดินมาพร้อมคุณหนูเอมมาลินในชุดเดรสกระโปรงยาวเหนือเข่าสีอ่อนหวาน

            วิมลมองตามทั้งสองแม่ลูกจนเห็นว่าเดินเลี้ยวเข้าสู่ห้องที่ติดป้ายด้านหน้า‘ห้องประธาน’เรียบร้อยแล้วจึงหันมาทางสองสาว

            “พวกเธอรีบกลับไปนั่งโต๊ะทำงานกันต่อไปแล้วเดี๋ยวฉันรีบแจ้งให้ผู้จัดการทราบก่อน”

            หันไปคว้ามือถือบนโต๊ะทำงานรีบโทรรายงานผู้จัดการอย่างรวดเร็ว

            “ฮัลโล ผู้จัดการคะ ท่านประธานมาถึงแล้วนะคะ อีกเดี๋ยวคงจะเรียกหาผู้จัดการแน่เลยค่ะ”

            ปลายสายได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยขึ้น

            “งั้น...คุณรีบไปต้อนรับแทนผมก่อน ถ้าท่านประธานถามหาผม ให้บอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะไปพบท่านเออ...อย่าลืมหยิบแฟ้มรายงานประจำไตรมาสแรกให้ท่านประธานดูด้วย”

            พอเจตน์กล่าวแกมสั่งการให้วิมลทำหน้าที่แทนเพราะยังง่วนอยู่กับการตรวจเช็คสถานที่

            “รับทราบค่ะ” วิมลตอบรับคำสั่ง หันไปกวักมือเรียกแม่บ้านให้จัดเตรียมเครื่องดื่มและของว่างยกไปเสริฟ์ที่ห้องท่านประธานก่อนที่จะเปิดประตูออฟฟิศพุ่งตัวออกไปไม่เกินสิบก้าวก็มาหยุดอยู่หน้าห้องท่านประธานพลางจัดเผ้าผมให้เรียบร้อยก่อนเคาะประตู

            “ก๊อกๆๆ”

            “เข้ามาได้” เสียงอนุญาตจากท่านประธานดังขึ้น

            ร่างของหัวหน้าฝ่ายบัญชีก้าวเข้ามาสู่พื้นที่ห้องกว้างโทนสีน้ำตาลสลับส้มอ่อนแบ่งพื้นที่ห้องเป็๞สองโซน ที่มุมฝั่งห้องรับแขกอยู่ติดริมหน้าต่าง วางโซฟาไว้ใกล้กับผนังกระจกใสตัดแสงสีชาทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้เป็๞อย่างดีส่วนอีกมุมเป็๞โต๊ะทำงานของท่านประธาน ด้านหลังมีรูปครอบครัวใส่กรอบไม้สีเบทติดผนังอยู่โดดเด่น

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน”

            วิมลกล่าวทักทายพร้อมโค้งคำนับสายสุนีย์ที่นั่งบนเก้าอี้หนังเงาวับมีโน๊ตบุ๊คขนาดย่อมๆวางอยู่บนโต๊ะไม้สีสักสีน้ำตาลพื้นกระจก

            ประธานหญิงพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อยเป็๲การตอบกลับการทักทายจากลูกน้อง

            มิวายถามถึงพอเจตน์ผู้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปที่สายสุนีย์ไว้วางใจให้มีอำนาจสูงสุดของโรงงานทอผ้าแห่งนี้

            “ตอนนี้ผู้จัดการตรวจเช็คสถานที่อยู่ค่ะ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงผู้จัดการจะเข้ามาพบท่านค่ะ”

            “แล้วทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”

            “ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ ท่านประธานไม่ต้องเป็๲ห่วง”

            วิมลแจ้งตามที่พอเจตน์สั่งพร้อมวางแฟ้มรายงานไว้ทางฝั่งขวาของโต๊ะทำงาน

            สักครู่เดียวแม่บ้านยกเครื่องดื่มและของว่างเข้ามาภายในห้อง

            วิมลหันไปหยิบถ้วยกาแฟวางบนโต๊ะท่านประธานเรียบร้อยแล้วเดินนำแม่บ้านไปที่โต๊ะรับแขกเพื่อเสิร์ฟอาหารว่างให้แก่คุณหนูเอมมาลินอย่างรู้งาน

            “สวัสดีค่ะคุณหนูเอม ไม่เจอคุณหนูเลย๻ั้๹แ๻่คุณหนูไปเรียนต่อทีประเทศจีน คุณหนูสบายดีไหมคะ”

            วิมลทักทายพร้อมยกขนมคุกกี้และน้ำส้มคั้นวางไว้บนโต๊ะ

            “เอมสบายดีค่ะ ขอบคุณที่จัดของว่างมาให้นะคะ”

            หญิงสาวส่งยิ้มหวานพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ

            “โอ๊ย ไม่ต้องไหว้วิมลหรอกค่ะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกวิมลได้เลยนะคะ”

            วิมลหัวเราะเบาๆเอ็นดูกับความน่ารักไม่ถือตัวของคุณหนูเอมมาลิน อย่างนี้สิที่เรียกว่าได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีทั้งๆที่ไปร่ำเรียนที่ต่างประเทศก็ยังไม่ลืมที่ต้องไหว้ผู้ที่มีอายุมากกว่า

            “ดอกอะไรคะ กลิ่นหอมแปลกดี สีเหลืองสวยด้วยนะคะ”วิมลหลุบตามองมือเรียวสวยที่กำลังสาละวนจัดแจกันดอกไม้อยู่

            “ดอกหอมหมื่นลี้ค่ะ เอมเอามาจากจีน”

            “โอ้โห! มาไกลขนาดนี้ยังดูสดอยู่เลยนะคะไม่เหี่ยวเลยสักดอก หรือว่าคุณหนูมีวิธี...”

            คนพูดทำตาโตตั้งหน้าจะถามต่อหากแต่ได้ยินเสียงพูดดังมาจากฝั่งโต๊ะทำงาน

            “โดนยายเอมหลอกแล้ววิมล นั่นนะเพิ่งเด็ดมาเมื่อเช้านี้จากสวนหลังบ้าน” สายสุนีย์พูดกลั้วหัวเราะขัดขึ้น

    “เมล็ดพันธุ์ที่เอามาปลูกต่างหากค่ะ ที่เอามาจากจีน”คราวนี้คุณหนูพูดเ๹ื่๪๫จริงกับวิมลสักที

            “แหม คุณหนูละก็” ขยับแว่นทำตาค้อนส่วนคนพูดกลับนั่งหัวเราะคิกคัก

            เสียงสนทนาอย่างสนุกสนานดังขึ้นเป็๞ระยะทำให้ห้องประธานที่เคยปิดเงียบมาหลายเดือนกลับกลายเป็๞ห้องที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

            จนกระทั่งพอเจตน์เดินเข้ามาแจ้งต่อสายสุนีย์ว่าลูกค้าใกล้จะมาถึงบริษัทแล้ว

            “ท่านประธานจะตรวจสอบตรงจุดไหนก่อนที่ลูกค้าจะมาถึงหรือไม่ครับ”

            “ไม่เป็๲ไรค่ะ อย่าเสียเวลาตรวจนานนักเลยฉันเชื่อฝีมือคุณพอเจตน์ว่าดูแลทุกอย่างได้เรียบร้อย” สายสุนีย์กล่าวด้วยความน้ำเสียงเรียบไม่เพียงความไว้วางใจการทำงานของพอเจตน์เท่านั้น ความซื่อสัตย์ที่มีต่อบริษัทมาตลอดเกือบยี่สิบปีก็เป็๲บทพิสูจน์ได้เป็๲อย่างดี

            ‘องค์กรที่ไร้การคอร์รัปชัน  องค์กรนั้นย่อมประสบความสำเร็จที่แท้จริง’

             สายสุนีย์ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการนี้มาโดยตลอดจากบริษัทขนาดเล็กที่ทอผ้าไหมขายกลายเป็๲โรงงานและบริษัทขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับบริษัท ก็เป็๲เพราะการทำงานภายใต้การดูแลของผู้จัดการวัยห้าสิบผู้นี้

            “ขอบคุณที่ท่านเชื่อใจครับ วันนี้ผมจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุดแน่นอนครับท่าน”