วันถัดมาปฏิบัติการตามล่าไก่ได้อุบัติขึ้นมนัสเดินทางออกจากบ้านั้แ่เช้าตรู่ เพราะมีนัดหมายกับจ่าสะอาดและทหารรับใช้ส่วนหนึ่งด้วยเหตุผลสำคัญคือตามจับตัวแม่ไก่ไข่ โดยจับเฉพาะไก่ตามทุ่งนาป่าหญ้าข้างทาง ตัวที่เดินเฉิดฉายบนท้องถนนห้ามแตะเด็ดขาดอาจผิดกฎหมายวังหลวงโดนปะาเจ็ดชั่วโคตร
ไม่ทันเริ่มงานมีปัญหาใหญ่ทันทีเหมือนที่คาดคิดอาฟู่กับเพื่อนๆ ล้วนกลัวไก่ แค่ได้ยินเสียงกะต๊ากๆ พากันท่องบทสวดอิติปิโสหน้าที่หลักจึงตกเป็ของจ่าสะอาดกับโจวซื่อไห่ ช่วยกันจับไก่ตัวเมียร่วมสามสิบตัวในครึ่งชั่วยามเมื่อพระอาทิตย์ปรากฏตัวบนท้องฟ้าเต็มดวง ม้าเทียมเกวียนสองเล่มออกเดินทางกลับค่ายทหารพวกเขาได้ไก่มากเพียงพอกับความ้า บังเอิญแม่ทัพหนุ่มไม่รู้ว่าเป็ไก่พันธุ์ไหนบ้างจำเป็ต้องสอบถามผู้เชี่ยวชาญเื่ไก่สองขา
“ตัวไหนไก่ไข่ตัวไหนไก่เนื้อผมแยกไม่ออก”
“ผมเองก็แยกไม่ออกแต่ถ้าเป็ไก่หลงรายไหนรายนั้น”จ่าสะอาดยอมรับแบบหน้าชื่นตาบาน
“อ้าว…แบบนี้พวกเราจะทำยังไง” มนัสเริ่มมีสีหน้าไม่ชอบใจ
“ต้องเอาไปเลี้ยงก่อนสิหมวดไก่ตัวเมียทุกตัวออกไข่อยู่แล้ว”
“จ่ากำลังจะบอกผมว่าไก่ตัวเมียทุกตัวเป็ไก่ไข่ใช่ไหม”
“ใช่ที่ไหน”จ่าสะอาดหาวฟอดๆ ไปด้วย “ไก่ไข่ออกไข่ก็จริงแต่ไม่กกไข่พวกมันมักไข่ทิ้งเรี่ยราดข้างทาง ส่วนไก่เนื้อตามธรรมชาติต้องฟักไข่แต่พวกมันไม่เคยเข้าเรียนนับเลขไม่เป็ ออกไข่สามใบเราแอบขโมยมาเสียสองใบ”
“ถ้าเรา้าไก่ไข่เพิ่มล่ะ”
“หมวดนำไข่มาให้ไก่เนื้อช่วยฟักสิครับ”
อัฉริยะย่อมเป็อัจริยะวันยังค่ำเช้านี้จ่าสะอาดได้แสดงให้ทุกคนประจักษ์ว่าตนเองเป็ผู้เชี่ยวชาญเื่ไก่อย่างแท้จริง รวมทั้งนิสัยโคตรโกงหาตัวจับยากอย่างแท้จริงขนาดสัตว์ปีกตัวเล็กน่ารักจ่ายังกล้าขโมยไข่
ในค่ายทหารมีเล้าไก่ชั่วคราวขนาดเล็กเพิ่งเนรมิตขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ หลังจากจัดการนำไก่ทุกตัวมาขังในเล้ากำชับให้ทหารส่วนหนึ่งคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วหน่วยรบพิเศษก็ออกเดินทางล่าไก่อีกครั้งคราวนี้ตรงมายังป่าละเมาะไม่ไกลกำแพง มีความเงียบสงบไม่มีมนุษย์เข้ามาวุ่นวายปรกติทหารหวางซื่อใช้เป็สถานที่ฝึกซ้อม ทว่าวันนี้กลับกลายเป็สถานที่ล่าไก่ป่านำมาขยายพันธุ์เป็ไก่บ้านในอนาคต ทหารทุกนายจะได้รับสารอาหารจากสัตว์ปีกเพิ่ม
เวลาผ่านพ้นล่วงเลยมื้อกลางวันได้ไม่นานกรงไม้บนม้าเทียมเกวียนมีไก่ป่าแค่ไม่กี่ตัว มนัสเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองคิดผิดมหันต์สมัยอยู่เชียงตุงเขาล่าไก่ป่าได้เยอะก็จริง เป็เพราะตัวเองมีอาวุธปืนในแค่เล็งให้ตรงศูนย์แล้วลั่นไกเป็อันเรียบร้อย แต่ที่เจียงหาวมีแค่คันธนูแข็งๆง้างยากมาก ทดลองยิงสิบลูกวิ่งหายเข้าป่าครบทั้งสิบลูก
การยิงไก่ป่ามาเป็อาหารว่ายากแล้วการจับไก่ป่าตัวเป็ๆ ยิ่งยากไปกันใหญ่ เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ดักไก่ป่าเหมือนอยู่เมืองไทยโคตรเซียนจ่าสะอาดจึงเป็ได้เพียงเซียนหลังเกม เ้าตัวอุตส่าห์นำไก่บ้านมาเป็นางไก่ต่อทว่ากับดักที่สร้างขึ้นเองทำงานไม่ได้ผล สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับทุกคนโดยเฉพาะท่านแม่ทัพหนุ่มจอมวางแผนการ
“เอายังไงดีจ่า” หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษชักเริ่มหนักใจ
“ในเมื่อกับดักใช้ไม่ได้ผล เราจำเป็ต้องจับด้วยมือเปล่า” จ่าร่างตันชูมือขวาท่าทางมั่นใจมาก
“มือเปล่า!” มนัสหันมามองทหารรับใช้แล้วส่ายหัว “มือเปล่าก็มือเปล่า…แต่งานนี้คงมีแค่เราสองคน”
“สองคนก็สองคนสิครับ ะุปืนใหญ่ยังรอดมาแล้วกลัวอะไร”
สองเดนตายเดินเข้ามาประจำตำแหน่งโดยให้อาฟูช่วยดูต้นทางพร้อมส่งสัญญาณ หลังจากนอนซุ่มบนพื้นดินสักพักใหญ่พลันมีเสียงไพรส่งมาจากเด็กหนุ่มคิ้วบาง มนัสกระโจนพรวดออกมาจากแหล่งกบดานสายตามองเห็นไก่ป่าตัวใหญ่เรือนร่างอวบอั๋น กำลังอี๋อ๋อกับไก่บ้านสาวขนสวยหางยาวแม่ทัพหนุ่มพุ่งเข้าจู่โจมแบบสายฟ้าแลบทันที
ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองรวดเร็วว่องไว ตัดสินใจเด็ดขาดฉับพลันทันสถานการณ์แต่ท่านแม่ทัพคว้าได้เพียงขนหางไก่ป่า ร่วงหล่นลงมาขณะบินหนีขึ้นบนอากาศ ดาบสองอย่างจ่าสะอาดก็ดันพลาดท่าเสียทีโคตรเซียนไก่หลงผวาเข้าใส่พุ่มไม้ริมทางกรีดร้องโอดโอยเมื่อโดนหนามแหลมทิ่มตำหน้าแข้งหมดสภาพนักรบฝีมือฉกาจทั้งเ้านายทั้งลูกน้อง
จบกัน…งานนี้มีหวังโดนคนนินทาทั้งเมือง แม่ทัพอะไรขนาดไก่ยังสู้ไม่ได้คนทำพลาดได้แต่พร่ำบ่นกับตัวเอง
ระหว่างที่มนัสนั่งหมดอาลัยตายอยากสายตามองเห็นบางอย่างคล้ายเรือนร่างหญิงสาว พุ่งทะยานออกมาจากต้นไผ่คล้ายภาพลวงตา ตรงเข้าใส่ไก่ป่าซึ่งกำลังร้องกะต๊ากๆเย้ยหยัน แล้วสัตว์ป่ามีปีกตัวนั้นก็พลันหมดอิสรภาพ
“เง็กลู่กัง!”
เสียงะโท่านแม่ทัพดังกึกก้องทั่วป่าอาฟู่กับเพื่อนๆ ห้าหกคนรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อน เพื่อได้พบเจอสุดยอดแห่งความประทับใจบนพื้นที่โล่งๆ ระหว่างต้นไผ่ใช้เป็จุดต่อไก่มีสาววัยรุ่นตาสวยคิ้วหนาหน้าบึ้งนางหนึ่ง ประคองไก่ป่าตัวใหญ่เรือนร่างอวบอั๋นด้วยสองมือไก่ป่าตัวนั้นไม่ยอมบินหนีจากไปไหน ทั้งๆ ที่นางแค่จับสองปีกแบบละมุนละม่อมสร้างความใตะลึงให้กับทหารรับใช้ทุกราย รวมทั้งแม่ทัพใหญ่ที่วันนี้ยังจับไก่ไม่ได้สักตัว
“เ้า…เ้า เ้ามาที่นี่ได้ยังไง?” เมื่อได้สติท่านแม่ทัพรีบตั้งคำถาม
“นายท่านนอนเล่นตรงนั้นทำไม” สาวใช้ถามกลับสีหน้าฉงนสงสัย
“ข้าไม่ได้นอนเล่น” ผู้เป็นายรีบลุกพรวดทันทีพร้อมกับโป้ปดมดเท็จใส่เพื่อรักษาหน้า “ข้าจะจับไก่ตัวนั้นได้อยู่แล้วถ้าเ้าไม่ทะเล่อทะล่าเข้ามาเสียก่อน ดีนะว่าเ้าไม่โดนไก่จิกตาจิกจมูก เสียโฉมขึ้นมาขายไม่ออกกันพอดี”
“ข้าจับไก่ให้ท่านแล้ว”
เง็กลู่กังไม่ได้ไยดีคำบ่นจากผู้เป็นายนางเดินเข้ามายื่นไก่ป่าให้หนุ่มคิ้วบาง ก่อนหายลับตาไปยังมุมหนึ่งของกอไผ่ั์ตรงนั้นมีไก่ป่าตัวใหญ่กำลังเดินกระย่องกระแย่ง ท่าทางมั่นใจไม่มีสิ่งใดทำอันตรายตัวเองมนัสเห็นเข้าจำได้ทันทีไก่ตัวนื้คือโจทก์เก่าที่เขากับลูกน้องช่วยกันจับตัวตลอด่เช้า ปรากฏว่ารับประทานแห้วไม่ได้แม้แต่ขนไก่สักเส้น
สาวใช้วัยรุ่นเข้ามาแฝงตัวกับธรรมชาติใช้นิ้วแตะริมฝีปากเป็คำสั่งให้ทุกคนหยุดพูด พร้อมๆ กับนางสั่งตัวเองให้เป็ไผ่หนึ่งต้นเวลาเดียวไก่ป่าตัวนั้นซึ่งคาดว่าเป็จ่าฝูง กำลังเดินงุดๆ เข้าใกล้ไก่สาวขนสวยหางยาวโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย ชั่วพริบตาสาวอายุสิบแปดทิ้งตัวขนานพื้นดินเง็กลู่กังใช้มือขวาคว้าโดนคอไก่ป่าตรงเผง มันพยายามดิ้นรนด้วยความใสักพักหนึ่งแต่แล้วไม่นานก็พลันเงียบสงบกลายเป็เด็กดี อยู่ในอ้อมแขนดรุณีสวยน่ารักแห่งสกุลเส้าเฟย
“เ้าทำได้อย่างไร” มนัสเอ่ยถามทันทีที่สาวใช้นำไก่มาส่ง
“ข้าทำตามคุณหนูสั่ง”
“หลินเส้าเฟยมาด้วยหรือ” ผู้เป็แม่ทัพรีบมองซ้ายมองขวา “ตอนนี้คุณหนูของเ้าอยู่ที่ไหน”
“อยู่แถวชายป่ากับพี่จือ”
ตามธรรมเนียมแคว้นเสียมมาแต่ยาวนานสาวใช้จะพูดกับนายผู้ชายเท่าที่จำเป็ นอกเสียจากนางอยากไต่เต้าเป็อนุภรรยา เพราะไม่อยากโดนไม้เรียวท่านแม่ท่านพ่อรวมทั้งตัวเองไม่อยากให้ใครมาไต่สองเต้า เง็กลู่กังจึงทำตามประเพณีแต่โบราณกาลนางตอบคำถามเพียงเท่านี้ก่อนเดินจากไป ทำให้มนัสเริ่มคันหนังศีรษะมากกว่าเดิมทำไมตัวเองกับลูกน้องจับไก่ป่าสู้ผู้หญิงไม่ได้ เขาตัดสินใจหันมาสอบถามโคตรเซียนไก่หลง
“นางทำได้ยังไงจ่า…จ่า…อ้าว!” แม่ทัพหนุ่มรีบสบตาทหารรับใช้ “พวกเ้าเห็นจ่าฟานบ้างหรือไม่”
“ท่านอาจารย์วิ่งไปทางโน้นขอรับ”
อาฟู่ชี้มือมายังบึงเล็กๆหลังม้าเทียมเกวียน มนัสรีบมองตามหลังพร้อมกับชะเง้อคอ ก่อนที่เขากับทหารทุกนายจะพากันใเมื่อครูฝึกกำมะลอปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้ง ภายใต้เรือนร่างทั้งหนาและตันมีบางอย่างสะดุดตา
กฎเหล็กผู้ชายแคว้นเสียมมีด้วยกันสามข้อหนึ่งห้ามปล่อยผมตัวเองต่อหน้าคนอื่น สองห้ามหน้าสดยกเว้นอยู่ภายในบ้าน และสามโกนหนวดโกนเคราให้เรียบร้อยชายหนุ่มทุกคนจะต้องถักเปียหรือรวบผม หมั่นทาแป้งซัมฟ่งจนหน้านวลผ่องเป็ยองใยพร้อมกับโกนหนวดไม่ให้เหลือแม้แต่เส้นเดียว แม้กระทั่งยาจกชรากินนอนริมถนนยังต้องทำตาม
แต่จ่าสะอาดในตอนนี้แหกกฎเหล็กทุกข้อเขาปล่อยผมยาวกระเซอะกระเซิงดูคล้ายคนบ้า ทั่วทั้งใบหน้าพอกดินโคลนขุดมาจากริมบึงใช้ถ่านสีดำขีดเป็หนวดสกปรกรกรุงรัง มนัสเห็นเข้าพาลใแหกปากเสียงดังเง็กลู่กังได้ยินเสียงนายท่านรีบหันมามอง ครั้นเห็นจ่าสะอาดเริ่มมีสีหน้าแววตาสงสัยสาวใช้วัยรุ่นไม่ทันเปิดปากมีบางอย่างเกิดขึ้นเสียก่อน
ถนนดินแข็งๆ ริมชายป่าติดต้นสนใหญ่มีม้าเทียมเกวียนเล่มหนึ่งวิ่งฉลุยตรงเข้าใกล้ ผู้บังคับเกวียนคือสาวใช้นางหนึ่งสกุลเส้าเฟยมนัสจำได้ทันทีเพียงแต่ตัวเองนึกชื่อไม่ออก ต่อมาครู่เดียวมีหญิงสาวตัวเล็กสวยน่ารักควบม้าสีขาวรูปร่างสูงใหญ่ตามหลังมาอีกราย ดวงตาสีน้ำตาลคู่งามจับจ้องมายังท่านแม่ทัพปากรูปกระจับขยับไปมาพลันเกิดเสียงสดใส
“ท่านพี่จับไก่ป่าได้เท่าไร”
“เอ่อ…เราได้กี่ตัวแล้ว” มนัสหันมาสอบถามลูกน้อง
“รวมสองตัวนี้เท่ากับห้าตัวขอรับ” อาฟู่ตอบกลับขณะใช้สองมือจับไก่จ่าฝูง
“ห้าตัวเองหรือ…ข้าคนเดียวจับได้ตั้งยี่สิบแปดตัว”
แววตาเ้าของคำพูดคล้ายมีรอยยิ้มจ้องมองมาที่ผู้เป็สามีอย่างเปิดเผย หลินเส้าเฟยะโลงมาจากม้าสีขาวอาเ้ารีบเดินเข้ามาเพื่อนำม้าไปผูก ทหารรับใช้รายอื่นพากันหายหน้าทันทีปล่อยให้สามีภรรยาคุยกันเองตามสะดวก
“เ้าทำอย่างไรถึงจับไก่ได้มากมาย”
“ข้าบอกท่านพี่แล้ว…ไก่ป่าคือสัตว์ป่า”
มนัสพยายามนึกถึงตอนนอนคู่กันหลินเส้าเฟยสวมชุดนอนเนื้อบางเห็นแล้วใจสั่นแม่คุณยังนอนดิ้นเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเป็ประจำ นางชวนเขาคุยค่อนข้างนานก่อนเผลอหลับไปแต่นางไม่ได้พูดเื่ไก่แม้แต่ประโยคเดียว
“สัตว์ป่าจมูกไวมั่นใจเื่กลิ่น” ผู้เป็ภรรยาลอยหน้าลอยตาพูดต่อ “ตอนเช้าข้าสั่งคนในไร่ไปจับไก่ป่านำขนมาถูตามตัวให้มีกลิ่นคล้ายกัน เท่านี้ข้าก็เข้าใกล้ไก่ป่าได้แล้ว บนเกวียนเล่มนั้นมีไก่ป่าตั้งยี่สิบแปดตัว”
“ยี่สิบแปดตัวข้าเชื่อแต่ข้าคิดว่าเ้าจับได้ไม่เกินสิบตัว”
“อุ่ย…ท่านพี่รู้ด้วยหรือ”
“ข้าไม่รู้หรอกคนที่รู้อยู่โน่น” ผู้เป็สามีพยักหน้ามาที่หญิงอื่น
“นางตัวแสบ!” หลินเส้าเฟยแยกเขี้ยวทันที “เย็นนี้ข้าจะลงโทษเ้า”
ทั้งๆ ที่ตนเองกำลังโดนไล่ต้อนเข้ามุมแต่มนัสยังสามารถเด้งเชือกหลบหนีได้ทัน โดยโยนความผิดให้สาววัยรุ่นคิ้วหนาหน้าบึ้งคนที่ช่วยจับไก่ป่าตัวแสบได้ถึงสองตัว ทำให้ตัวเองรอดพ้นความอับอายแบบจวนเจียนแม่ทัพหนุ่มเหลียวมองผู้ตกเป็เหยื่อความรุนแรง ลูกสาวป้าฉียังเดินหน้าระรื่นอยู่กลางพนาไม่ได้เอะใจว่าตัวเองกำลังมีเคราะห์หนัก
เง็กลู่กังข้าขอโทษข้าผิดไปแล้วไว้เงินเดือนออกข้าจะซื้อของมาฝาก ยังไงเย็นนี้เ้ารับการลงโทษไปก่อน
ระหว่างพูดคุยกับภรรยาอย่างออกรสชาติมนัสเห็นจ่าสะอาดพยายามเดินหลบหน้าหลบตา ส่วนเง็กลู่กังเอาแต่เดินตามหลังท่าเดียว คล้ายว่าตัวนางกำลังสงสัยลูกน้องตัวเองแม่ทัพหนุ่มตัดสินใจยกเลิกภารกิจบ่ายนี้ทันที
ในกรงไม้มีไก่ป่าเพียงพอความ้าเมื่อนำมารวมกับไก่บ้านที่จับ่เช้า ต้องบอกว่าทะลุเป้าหมายไปไกลลิบลับ บังเอิญตอนนี้เขาพบปัญหาสำคัญหนึ่งเื่ไม่รู้จะพึ่งพาใครได้แต่พร่ำบ่นกับคนใกล้ตัว
“ข้ามีเื่กลุ้มใจนิดหน่อยพรุ่งนี้ต้องเรียกนายกองเพ้งมาปรึกษา”
“วันนี้นายกองไม่มาที่ค่ายหรือ” หลินเส้าเฟยสะดุ้งใตาโต
“ยังไม่เจอตัวั้แ่่เช้าให้โจวซื่อไห่ไปตามดันหายไปอีกคน” เ้าของคำพูดทำหน้าเบื่อหน่าย
“นายกองอาจป่วยไม่สบายท่านพี่อย่าลงโทษแกเลย”
ผู้อยู่เื้ัคดีนายกองเพ้งหายตัวไปส่งยิ้มจืดสนิทให้กับผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นางรู้สึกผิดมากแต่ไม่อยากสารภาพผิดนางยังคงเคืองแค้นท่านพี่ของนางไม่หาย เขาพูดจาดั่งคนไม่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนวันนี้นางจึงมาแสดงจุดยืนให้ชัดเจน แต่เื่นายกองเพ้งเป็ปัญหาใหญ่กว่าซุปสูตรใหม่ออกฤทธิ์แค่เพียงสองชั่วยาม ทำไมนายกองคนขยันถึงได้ขยันเกินเหตุ
“ตกลงท่านพี่กลุ้มใจสิ่งใด” แม้ในใจยังคงงอนทว่าปากกลับถามออกไป
“เื่สถานที่เลี้ยงไก่” มนัสหันมาคุยด้วยอย่างจริงจัง “ตอนนี้ทหารกลับเข้าค่ายทุกรายแล้วอาทิตย์จะเปิดรับสมัครทหารใหม่ ในค่ายคงเสียงดังวุ่นวายเช้ายันเย็นข้าเกรงว่าไก่ใเสียงคนในค่าย ไม่ยอมออกไข่ไม่ยอมจับคู่ผสมพันธุ์”
“ถ้าเื่นี้ข้าช่วยได้ท่านพี่โปรดวางใจ”
ในใจลูกสาวแม่ทัพลู่อยากพูดเหลือเกินว่าข้าช่วยได้แต่ท่านพี่ต้องช่วยข้าด้วย ช่วยให้ข้ามีบุตรสาวบุตรชายกับท่านพี่ แต่แล้วตัวเองต้องเก็บคำพูดนี้ไว้ในใจเมื่อได้เห็นคู่สนทนาดีอกดีใจเหลือเกิน ท่านพี่ของนางจับสองมือนางไว้อย่างนุ่มนวล พร้อมกล่าวคำขอบคุณที่นางให้ความช่วยเหลือเท่านั้นเองผู้โดนจับมือเขินหน้าแดงทำตัวไม่ถูก
นางไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากให้เขารู้ว่านางรู้สึกอย่างไร ท่านพี่ต้องรู้แน่เพราะนางเก็บความลับไม่ได้
คุณหนูผู้เอาแต่ใจตัดสินใจผละออกมาโดยไม่ได้ชี้แจงท่านพี่ของนางแม้แต่ประโยคเดียว เพื่อตามหาตัวสาวใช้วัยรุ่นปากไม่ค่อยดีเง็กลู่กังเดินออกมาจากป่ามีดอกไม้เสียบหู ครั้นเจอหน้ากันผู้เป็นายเล่นงิ้วใส่ทันที
“เย็นนี้เ้าอาบน้ำพร้อมข้า”
“แต่คุณหนู…” เ้าของดอกไม้งามใตาเหลือก “ข้าเพิ่งอาบกับท่านเมื่อวาน”
“เ้าเนื้อตัวสกปรกไปหมดยังไงเย็นนี้เ้าต้องอาบ”
“แต่คุณหนู…อาทิตย์นี้ข้าอาบน้ำสามครั้งแล้ว”
“อาทิตย์ก่อนเ้าอาบแค่สองครั้ง” เ้าของคำสั่งหันมาต่อรอง “เ้าไม่อยากได้ปิ่นหยกจากข้าหรือ”
“แต่คุณหนู…อาบก็อาบ…เ้าค่ะ”
เง็กลู่กังทำหน้าหงิกมากกว่าเดิมเมื่อคำอุทธรณ์ถูกตีตกแบบไร้เยื่อใย คุณหนูของนางไม่รู้อารมณ์เสียมาจากไหนทำให้นางโดนลงโทษหนักโดยการอาบน้ำ ครั้นถูกอาฟู่เพื่อนโจวซื่อไห่แซวเอาว่า คนอะไรสวยเสียเปล่าแต่ตัวเหม็นสาวน้อยวัยสิบแปดพลันโมโหเืขึ้นหน้า ะโเหยงๆ บนเกวียนวันหลังอย่าให้เจอตัวแม่จะเอาถ่านมาเขียนคิ้วบางๆ ให้ดกดำเสียเลย
เมื่อเกวียนทุกเล่มวิ่งปุเลงๆหายลับตา เหลือเพียงคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน หลินเส้าเฟยยังคงเขินอายรวมทั้งยังคงงอนไม่เลิกตัดสินใจไม่พูดอะไรอยู่เงียบๆ ดีกว่า นางรีบะโขึ้นคล่อมม้าสีขาวคู่ใจหันมาส่งยิ้มหวานหนึ่งครั้งตามนิสัย ก่อนควบปุเลงๆ ตามหลังเกวียนสาวใช้สกุลเส้าเฟยทิ้งสามีไว้ในป่าละเมาะไม่ไกลจากกำแพง
เมื่อทุกคนจากไปจ่าสะอาดซึ่งแอบซุ่มโป่งรีบก้าวเท้าออกมาจากหลังต้นไม้อย่างช้าๆ ใบหน้าแสดงอาการตื่นเต้นมีพิรุธชัดเจนเมื่อหันมาเจอหน้าผู้บังคับบัญชาตัวเอง ชายวัยกลางคนบ้านอยู่ฝั่งธนชิงพูดทันควัน
“หมวดสงสัยว่าผมเป็บ้าใช่ไหม”
“แล้วคุณเป็บ้าหรือเปล่าล่ะ” มนัสไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงถามกลับคืน
“ผมไม่ได้บ้าผมแค่พรางตัวเด็กคนนั้นคือผู้ช่วยชีวิตผม”
“เ้าหมายถึงเง็กลู่กังอย่างนั้นหรือ”
จ่าาุโพยักหน้าเบาๆกลับคืน รู้สึกตลกเล็กน้อยที่หมวดพูดไทยสลับเสียม แต่ต้องเข้าใจว่าเขางานยุ่งตลอดเวลาพูดผิดบ้างถูกบ้างคงไม่สำคัญเท่าไร วันนี้ตัวเองได้รู้ความลับสำคัญเื่หนึ่งหญิงสาวผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ชื่อเง็กลู่กัง และคนที่สั่งให้นางช่วยเหลือคือคุณหนูหลินคืนนั้นค่อนข้างมืดมองไม่เห็นหน้ากันก็จริง แต่เขาจำม้าสีขาวมีปานดำกลางหน้าผากได้
ผู้รอดตายราวปาฏิหาริย์ก้มหน้ามองพื้นั้แ่รู้ว่าผู้ช่วยชีวิตทั้งสองคือใคร เริ่มมีบางอย่างรบกวนจิตใจตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนนี้ความรู้สึกรุนแรงมากขึ้นมากเสียจนไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อไปได้ การแสดงออกของจ่าสะอาดทำให้ฝ่ายคู่สนทนาซึ่งสนิทสนมกันมากผ่านเื่เลวร้ายด้วยกันมาก็มากอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมาตรงๆ
“คุณมีอะไรอยากพูดหรือเปล่า”
“มีครับ” จ่าสะอาดสูดลมหายใจก่อนพูดต่อ “ในเมื่อหมวดรักคุณหญิงดุจดาวแล้วคุณหนูหลินหมวดจะทำยังไง”
-------------------------------
ปล.อ้าวจ่า…ตอนที่แล้วยังเชียร์คุณหนูโรงละครอยู่เลย