ท่ามกลางหิมะขาวที่โปรยปรายในยามค่ำคืน แสงเพลิงจากคฤหาสน์ตระกูลเฉินแผดเผาท้องฟ้าให้แดงฉาน เปลวไฟลุกโชนกลืนกินเสาไม้ เสียงกรีดร้อง เสียงดาบกระทบกัน และเสียงอาภัพสุดท้ายของผู้เฒ่าผู้หญิงต่างดังประสานราวบทเพลงมรณะ
ตรงกลางลานกว้าง หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของแคว้นจิน ถูกฉีกกระชากลงจากหอคอยเกียรติยศด้วยฝีมือของผู้บุกรุกนิรนามที่ไร้ปราณี
“ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่สุนัขของตระกูลเฉิน!” เสียงแหบพร่าของชายในชุดคลุมดำสะบัดะเือยู่เหนือกองศพ
เงาร่างในหน้ากากโลหะยืนอยู่เบื้องบนหลังคา ดาบยาวของมันยังหยดเือย่างเงียบงัน สายลมหนาวไม่อาจกลบกลิ่นคาวเืที่ลอยฟุ้งทั่วอาณาเขตได้
---
ในห้องใต้ดินลับใต้ตำหนักหลัก ร่างหนึ่งนอนแน่นิ่ง ท่ามกลางกองคัมภีร์เก่าและขวดโอสถแตกกระจาย
เฉินิ—บุตรคนเล็กที่ถูกมองว่าอ่อนแอที่สุดในตระกูล กำลังหลบซ่อนอยู่ในเงามืด เบื้องหน้าคือโต๊ะบูชาที่ซ่อนคัมภีร์ลับของตระกูลไว้
เขามองไฟที่แทรกผ่านช่องอิฐ ผิวหน้าเขาซีดเผือดแต่แววตากลับแข็งกร้าว
เสียงคำรามจากข้างบนบ่งบอกว่า การสังหารยังไม่จบ หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบะเิ แต่ริมฝีปากกลับกัดแน่นจนเืซึม
เขารู้… ตระกูลเฉินที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเื่การปรุงโอสถและวรยุทธ์ ได้ปกปิดความลับบางอย่างไว้เื้ัคำว่า “วิชาแห่งสันติ”
คัมภีร์สามภาค “ตำราสรรพสัจจาหลอมตน”
— วิชาลับที่แม้แต่ผู้เฒ่าประจำตระกูลยังฝึกได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ผู้บุกรุกรู้ถึงมัน... และลงมือไม่ต่างจากหมาป่าที่ได้กลิ่นเื
“เ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน...” เฉินิพึมพำ กัดฟันแน่น ขณะที่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจากบันได
มือของเขายื่นไปยังลิ้นชักใต้แท่นไม้ เขากดกลไกบางอย่าง—ห้องลับเปิดออกเผยช่องทางหลบหนีที่แม้แต่ผู้าุโบางคนยังไม่รู้จัก
ก่อนจาก เขาหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่ง พร้อมหยิบขวดโอสถเล็ก ๆ อีกสามขวดยัดใส่เสื้อคลุมอย่างรวดเร็ว
“ิเอ๋อร์...หนีไป...” เสียงแ่ปลายของพ่อเขายังดังก้องในหู นั่นเป็คำสั่งสุดท้ายก่อนที่เสียงดาบจะสะบั้นลง
เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองข้างบนอีก—เพราะเขารู้ดีว่า ไม่มีใครเหลือให้มองอีกแล้ว
---
เงาร่างเล็กพุ่งออกจากป่าด้านหลังคฤหาสน์ด้วยความเงียบเชียบ เขาไม่ใช่ยอดฝีมือ ไม่ใช่คนมีวรยุทธ์สูงส่ง แต่สายตาเขาในยามนี้เหมือนดาบที่ผ่านการลับจนคมกริบ
เฉินิวิ่งทั้งที่ขาอ่อนแรง มือสั่นเทา ทว่าในอกกลับลุกไหม้ด้วยเพลิงแค้น
เขาไม่รู้ว่าศัตรูเป็ใคร
เขาไม่รู้ว่าผู้ใดหักหลัง
แต่เขารู้ว่า...วันหนึ่ง เขาจะกลับมา
---
สามวันต่อมา ข่าว “ตระกูลเฉินล่มสลาย” แพร่ไปทั่วแคว้นจิน ชาวยุทธ์พากันซุบซิบเื่ “วิชาลับ” ที่หายไปพร้อมสายเืสุดท้าย
ไม่มีใครเอ่ยถึงเด็กหนุ่มที่หายไปในค่ำคืนนั้น เพราะไม่มีใครคิดว่าเขาจะรอด
แต่ในเงาเขาแห่งหุบเขาต้องห้าม เด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตนั่งหลับตานิ่งอยู่หน้าก้อนศิลาใหญ่
มือขวากำคัมภีร์ลับเอาไว้แน่น
รอบตัวเขามีวงแหวนปราณเบาบางลอยวน
เหงื่อซึมตามไรผม
ริมฝีปากขยับช้า ๆ ตามบทภาวนาโบราณ
— บทเริ่มต้นของ “ตำราสรรพสัจจาหลอมตน”
แววตาเขาแน่วแน่
ในแววตานั้น—ไม่มีความหวัง
ไม่มีความสิ้นหวัง
มีเพียงหนึ่งสิ่งเดียว
“ข้าจะกลับไป และล้างแค้นด้วยสองมือของข้าเอง”
---