"วูมมมม!"
แสงสีดำทมิฬจากศิลาไร้ลักษณ์ข้างเอวของเิเหยียน (孟言) ที่นอนหมดสติอยู่ สาดส่องรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน! มันไม่ได้เปล่งประกายสว่างไสว แต่กลับดูดกลืนแสงสีฟ้าเรืองรองจากผลึกโดยรอบเข้าไป! ทำให้บรรยากาศในโถงถ้ำพลันมืดมัวและกดดันยิ่งกว่าเดิม!
ผลึกบนผนังถ้ำสั่นะเืรุนแรงขึ้น! เกิดเสียง "กึง กึง" คล้ายเสียงสะท้อนจากส่วนลึกของปฐี!
อสูรผลึกคชสาร (晶化巨象 - จิงฮว่าจวี้เซี่ยง) ที่กำลังรวบรวมพลังหมายจะสังหารศัตรูตัวน้อย ชะงักงันไปอีกครั้ง! ดวงตาข้างที่เหลือของมันเบิกกว้าง จ้องมองไปยังศิลาสีดำและปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความอาฆาตเป็...ความ "หวาดหวั่น" อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน! สัญชาตญาณของมันกำลังกรีดร้องเตือนภัยถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคมดาบเพลิงเมื่อครู่! 'พลังงานนี้...มันคืออะไรกัน? เหตุใดจึงรู้สึก...คุ้นเคยและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน?'
มันคำรามเสียงต่ำในลำคออย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ...ก้าวถอยหลัง! อสูรั์ผู้พิทักษ์ที่ยืนหยัดอย่างทระนง บัดนี้กลับเลือกที่จะล่าถอยจากเด็กชายที่หมดสติและศิลาลึกลับก้อนนั้น! มันค่อยๆ หันร่างมหึมา แล้วเดินกลับเข้าไปในความมืดส่วนลึกของถ้ำที่มันจากมา ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและปริศนา
...
ในห้วงแห่งความมืดมิดอันไร้ขอบเขต... จิติญญาของเิเหยียน (เร็นไซ - 古岳蓮齋) ล่องลอยอีกครั้ง มันไม่ใช่ความว่างเปล่า (空 - คู) อันสงบนิ่งที่เขาเคยััในวาระสุดท้ายของชาติภพก่อน แต่มันคือความมืดที่ "หนักอึ้ง" และ "เย็นเยียบ" ราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง ความเ็ปจากร่างกายที่แหลกสลายยังคงตามติดมา แม้จะเป็เพียงเงาจางๆ ในจิตสำนึก
'นี่คือ...ความตายอีกครั้งหรือ?' ความคิดนั้นปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นอันเป็นิสัย 'น่าขัน...ที่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยสภาพเช่นนี้ ช่างไม่สมกับวิถีนักดาบที่ฝึกฝนมาเลยแม้แต่น้อย หรือว่านี่คือบททดสอบอีกรูปแบบหนึ่งของ 'เต๋า' (道)? การวนเวียนในสังสารวัฏช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง'
เขาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย แต่ทุกอย่างพร่าเลือนราวกับอยู่ในม่านหมอกหนาทึบ
ทันใดนั้น... ท่ามกลางความมืดมิด เขาก็ "รู้สึก" ถึงบางสิ่ง...
มันไม่ใช่ภาพ ไม่ใช่เสียง แต่เป็ "ัั" ที่ประหลาดล้ำ... ััถึง "สายตา" คู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมายังจิติญญาอันเปราะบางของเขา สายตานั้นให้ความรู้สึก เก่าแก่ราวกับผืนฟ้าดวงดาว ลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง และเฉยเมยราวกับเทพเ้าที่มองดูมดปลวก มันทรงพลังอย่างเหลือประมาณ มันไม่ได้แฝงเจตนาร้าย แต่ก็ไม่ได้มีความเมตตา เป็เพียงการ "เฝ้ามอง" อย่างสงบนิ่ง...และอาจจะ...แฝงไว้ด้วยความ "คาดหวัง" อันเ็า?
'ใครกัน? หรือสิ่งใด? เหตุใดจึงรู้สึกถึงการดำรงอยู่ที่คุ้นเคย...แต่ก็ห่างไกลเช่นนี้?' เร็นไซพยายามจะ "มอง" กลับไป แต่ก็ไม่อาจจับััถึงรูปลักษณ์ใดๆ ได้ มีเพียงความรู้สึกถึง "การดำรงอยู่" อันยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือกาลเวลาและมิติ
แล้วเขาก็ "เห็น"...
ไม่ใช่ด้วยดวงตา แต่ด้วย "จิต" (心 - ชิน)...
ภาพของ "เส้นสาย" สีทองอันซับซ้อนนับล้าน ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา มันถักทอไขว้คว้ากันไปมา ราวกับแผนผังของจักรวาล ก่อเกิดเป็โครงข่ายอันไพศาลไร้ที่สิ้นสุด บางเส้นไหลเวียนอย่างราบรื่น ส่องสว่างจ้า บางเส้นติดขัดริบหรี่ บางเส้นขาดสะบั้นไปแล้ว... แต่ละเส้นล้วนเชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์
'นี่คือ...กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน (天地法则 - เทียนตี้ฝ่าเจ๋อ)? สายใยแห่งชะตากรรม (命运之网 - มิ่งยวิ่นจือหวั่ง)? หรือว่า...แก่นแท้ของกระแสพลังฟ้าดิน (天地之力 - เทียนตี้จือลี่)? ความเข้าใจในสิ่งนี้...คือหนทางสู่ความเป็ะที่แท้จริงกระมัง?'
ภาพนั้นปรากฏเพียงชั่วพริบตา... สั้นเสียจนแทบจะคิดว่าตาฝาด...
ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปด้วยแสงสีดำทมิฬอันคุ้นเคย... แสงที่มาจาก "ศิลาไร้ลักษณ์" ก้อนนั้น!
เขารู้สึกราวกับว่าจิติญญาของตนเองกำลังถูก "ดึง" เข้าไปในศิลาก้อนนั้น! ััได้ถึงพลังงานอันเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยความปั่นป่วนภายใน มันกำลัง "ดูดซับ" บางสิ่งบางอย่างจากรอบตัว...และจาก "ตัวเขา" เองด้วย! ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็...เศษเสี้ยวของความทรงจำ? ความเข้าใจในวิถีดาบ? หรือแม้กระทั่ง "แก่นแท้" บางอย่างของเขา?
'ศิลานี่...มันคืออะไรกันแน่?! มันกำลังทำอะไรกับข้า!' นั่นคือความคิดสุดท้าย ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงอย่างสมบูรณ์...จมดิ่งสู่ห้วงนิทราอันไร้ฝัน...
...
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้... อาจจะเพียงชั่วอึดใจ หรืออาจจะเนิ่นนานหลายชั่วยาม... ราวกับการเดินทางอันยาวนานในความมืดมิด...
เิเหยียนค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งร่าง ราวกับถูกช้างทั้งโขลงกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่...มันกลับไม่รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็ และมีความรู้สึก "เย็นสบาย" บางอย่างแทรกซึมอยู่ เขาส่งเสียงครางออกมาเบาๆ พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง
แสงสว่างเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ยังคงสาดส่องอยู่รอบตัว เขาอยู่ในโถงถ้ำผลึกเช่นเดิม แต่...อสูรผลึกคชสารหายไปแล้ว?
เขามองไปรอบๆ อย่างงุนงง พบว่าตนเองยังคงนอนอยู่ใกล้กับผนังถ้ำที่เคยถูกซัดไปกระแทก ห่อสัมภาระตกอยู่ข้างกาย กระบี่เหล็กที่บิดเบี้ยวและไหม้เกรียมก็ยังอยู่ไม่ไกล
แล้วเขาก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง...
ศิลาไร้ลักษณ์ที่เคยอยู่ในห่อ บัดนี้กลับมาอยู่ใน "มือ" ของเขาั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบ! มันยังคงมีสีดำสนิทเช่นเดิม แต่ไอความร้อนที่เคยแผ่ออกมาหายไปแล้ว กลับกลายเป็ความเย็นสบายเมื่อัั และที่สำคัญ...เขารู้สึกได้ถึง "กระแสพลังงาน" อันอ่อนโยนและคุ้นเคย ไหลเวียนอยู่ภายในศิลา...และ "เชื่อมต่อ" กับร่างกายของเขาอย่างน่าประหลาด! ราวกับว่ามันกลายเป็ส่วนหนึ่งของตัวเขาไปแล้ว!
*'เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ศิลานี่...มันช่วยข้าไว้งั้นรึ? หรือว่ามันกำลังทำอะไรกับร่างกายข้า? พลังงานนี่มัน...' เขาลองโคจรลมหายใจอย่างแ่เบา 'ร่างกาย...แข็งแกร่งขึ้น? เส้นชีพจรที่เคยปั่นป่วน...สงบลงแล้ว แถมยังรู้สึกว่า...มัน 'เปิดกว้าง' และรองรับพลังฟ้าดินได้ดีขึ้นกว่าเดิม!'
'หรือว่า...ในตอนที่ข้าหมดสติไป...ศิลานี่ได้ใช้พลังงานที่ดูดซับไป (รวมถึงพลังจากตัวข้า?) ทำการ 'ปรับแต่ง' หรือ 'ซ่อมแซม' ร่างกายนี้? ตามรูปแบบที่มัน 'เห็นสมควร'?' ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง พลังลึกลับเช่นนี้...มันคือโอกาส หรือคือพันธนาการที่มองไม่เห็นกันแน่? การพึ่งพาสิ่งที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ
แล้วภาพ "เส้นสายสีทอง" และ "สายตา" ที่จับจ้องนั้น ก็แวบกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง...
'ภาพนั่น...มันคืออะไร? ความฝัน? หรือเป็สิ่งที่ข้าััได้จริงๆ ในรอยต่อระหว่างภพ? สายตานั่น...มันคืออะไรกันแน่? ผู้สร้าง? ผู้เฝ้ามอง? หรือเป็เพียงภาพสะท้อนของจิตใต้สำนึกข้าเอง?'
ปริศนามากมายถาโถมเข้ามา แต่เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไปก่อน 'ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาครุ่นคิดเื่ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ สิ่งสำคัญคือต้องฟื้นฟูร่างกาย และหาทางออกจากสถานที่ประหลาดนี่ให้ได้โดยเร็วที่สุด ศิลาก้อนนี้...คงต้องค่อยๆ ศึกษาต่อไปอย่างระมัดระวัง'
เขาเหลือบมองไปยังซากอสูรผลึกตุ่นดินที่ตนเองจัดการไปก่อนหน้านี้ แล้วมองไปยังทางเดินที่อสูรผลึกคชสารจากไป
'ข้างหน้านั่น...มีอะไรรออยู่กันแน่?'
(จบตอนที่ 16)