ม้วนกระดาษแผ่นเล็กโดนโยนเข้าไปในกองไฟเตาอุ่นชาก่อนร่างของซานไท่จะเดินไปใกล้หน้าต่างมองต้นไม้ใหญ่ในสวนด้วยรอยยิ้มดีใจก่อนจะนึกถึงใจความในจดหมายที่ว่าสามารถรวบรวมข้อมูลทุจริตขององค์ชายสี่ได้เยอะพอที่จะเปิดโปงการกระทำชั่วช้าของน้องชายต่างมารดาของเขาได้
และนอกเหนือจากเื่การทุจริตและลอบฆ่าเขาแล้วซือซานตงยังอยู่เื้ัการลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทตอนงานล่าสัตว์สาทรฤดูเมื่อปีก่อนอีกด้วย
“คนชั่วช้าเช่นเ้าไม่สมควรเกิดมาบนโลกใบนี้”
“ใครไม่สมควรเกิดมาเพคะ”
“ไม่มีอะไรแค่อ่านคำร้องคดีปล้นฆ่า แล้วรู้สึกสงสารชาวบ้านเลยด่าพวกโจรนะ”ชายหนุ่มอธิบายพร้อมหมุนตัวกลับมากอดตอบคนตัวเล็กกว่าที่มาสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง ดวงตาคมกวาดมองร่างบอบบางที่อยู่ในชุดสวยงามสีเข้มสวมเครื่องประดับ แต่งแต้มใบหน้าเตรียมพร้อมจะออกไปหอหรงเซียนเพื่อบรรเลงผีผาอย่างเช่นเมื่อก่อน
ใน่แรกที่นางมาขอกลับไปแสดงผีผาเขานั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่พอเห็นท่าทางเศร้าสร้อย ทั้งอาการเหม่อลอยของนางจึงคิดว่าหากนางได้ทำสิ่งที่ชอบ และอยู่ในสถานที่คุ้นเคยคงจะพอช่วยได้บ้าง
และผลลัพธ์ก็ดีเกิดคาดจริงๆเพราะหลังนางไปแสดงดนตรีได้เพียงไม่กี่วัน ท่าทางหวาดกลัวก็ลดลงทั้งยานอนหลับนางก็ไม่ค่อยสะดุ้งตื่นขึ้นมาเขาจึงยินยอมที่จะให้นางออกไปแสดงผีผาที่หอหรงเซียนจนตอนนี้ก็ครึ่งเดือนแล้ว
“จะไปแล้วหรือ”
“เพคะพระองค์เสร็จธุระแล้วรีบตามไปนะเพคะ”
“ได้ข้าจะรีบตามไปหวังว่าจะทันเ้าบรรเลง”
“หม่อมฉันไปแล้วนะเพคะ”ั์สตาหวานเชื่อมมองใบหน้าคนสูงกว่าก่อนนางจะเขย่งปลายเท้าแล้วจูบลงบนคางยาวและผละออกก่อนจะเดินออกไปนางก็เอาแต่มองทางเขาด้วยท่าทางอ้อยอิ่งเห็นแล้วอดยิ้มกริ่มกับท่าทางของนางก่อนจะร่างนั้นจะลับตาไป
ครั้งนั้นที่องครักษ์เงามารายงานว่าองค์ชายสี่มีแผนการบางอย่างเขาก็ได้เตรียมตัวอย่างดีมาตลอด แต่เพราะตลอดหลายวันมานี้คลื่นลมเงียบเกินไปจนรู้สึกกวนใจจึงคิดจะถวายฎีกาต่อฝ่าาเพื่อจัดการถอนรากถอนโคนคนสกุลไป๋และองค์ชายถ่อยให้สิ้นซากก่อนที่ทางนั้นจะมาเล่นงานเขาและคนรัก
ใบหน้าคมครามหันมองท้องฟ้ามืดสนิทด้านนอกพลางบิดี้เีคลายอาการเมื่อยขบ ในระหว่างที่กวาดสายตามองไปอย่างไร้จุดหมายสายตาของเขากลับมองเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นท้องฟ้าหัวคิ้วเข้มขมวดแน่นพยายามเพ่งมองที่มาของกลุ่มควัน
นั่นไม่ใช่ใจกลางเมืองหรือ
พลันดวงตาของเขาก็เบิกกว้างอย่างใเมื่อที่มาของกลุ่มควันนั้นเป็ที่ตั้งหอหรงเซียน
“ท่านอ๋องท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ไฟ ไฟไหม้ที่หอหรงเซียนพ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มวิ่งออกมาสมทบกับทหารยามเฝ้าหน้าประตู ที่ร้องเรียกเขาแตกตื่นไปทั้งจวนก่อนจะเอ่ยถามถึงคนที่เป็ห่วง
“คนละ”
“คนที่มาแจ้งบอกว่าคนไม่เป็อะไรพ่ะย่ะค่ะมีเพียงหอที่เสียหาย”
เขาถอนหายใจโล่งออกมาก่อนจะรีบวิ่งไปคว้าม้าที่เตรียมด้านหน้าแล้วคว้าควบออกไปเพียงครึ่งก้านธูปอ๋องหนุ่มก็ไปถึงหอหรงเซียนเขาะโลงจากหลังม้าพลางมองความโกลาหลเบื้องหน้าก่อนจะพุ่งเข้าไปอย่างร้อนใจ
ั์ตาดุดันเพ่งมองฝ่ากลุ่มควันหนาปกคลุมไม่เห็นทางเขาใช้แขนเสื้อต่างผ้าปิดจมูกวิ่งไปทางหอหรงเซียนที่เวลานี้ชั้นบนของหอโหมไปด้วยเปลวเพลิง
“อาหรานหลิวอีหราน เ้าอยู่ไหน หลิวอีหราน”
ซานไท่ร้องะโแข่งกับเสียงปะทุของไม้ดวงตาแสบพร่าทำหน้าที่เพ่งมองไม่ลดละความร้อนระอุของเปลวไฟที่โหมอยู่บนชั้นสี่ไม่อาจทำให้ความตั้งใจเขาน้อยลงอ๋องหนุ่มวิ่งเข้ามาในหอเริงรมย์ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นของคนที่หนีตายเอาชีวิตรอด
“อาหรานอาหราน หลิวอีหรานเ้าได้ยินเสียงข้าหรือไม่”
“ท่านอ๋องท่านอ๋อง”
ใบหน้าร้อนรนหันไปรอบก่อนจะเห็นมารดาหญิงสาวที่เขาตามหาวิ่งเข้ามาหาเขา สีหน้าท่าทางร้อนรนไม่ต่างกันทำเขาคาดเดาเอาว่านางคงกำลังตามหาบุตรสาวอยู่เช่นเขาเป็แน่
“ท่านอ๋องฮึกท่านอ๋องพบหรานหรานหรือไม่ฮึก”
“ข้ากำลังหานางอยู่”ลี่จินน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มมือทั้งสองเขย่าท่อนแขนหนาเว้าวอนให้ช่วยหาบุตรสาวผู้เป็แก้วตาดวงใจอย่างร้อนรนและหวาดกลัว
“ท่านอ๋องช่วยนางด้วย ช่วยนางด้วยนะเพคะฮือออ”
“เถ้าแก่หลิวท่านอย่าพึ่งร้องก่อนไฟไหม้ท่านเจอนางอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มพยายามอย่างใจเย็นพลางบอกให้สตรีสูงวัยตั้งสติทั้งที่เวลานี้ใจเขานั้นร้อนรุ่มไม่ต่างเปลวเพลิงที่แผดเผา้า
“ฮึกฮึก ข้า ข้าเจอนางที่ห้องส่วนตัว้า นาง..นางบอกว่าจะตรวจบัญชีรอเวลาบรรเลงเพลง” เถ้าแก่หลิวละล่ำละลักเอ่ยมือทั้งสองประคองลูบหลังมือหนาอย่างมีความหวัง
“ข้ารู้แล้วท่านรีบออกไปที่นี่ไฟโหมแรงไม่นานอาจจะถล่ม”
ใบหน้าคมครามเงยมองชั้นบนของหอหรงเซียนก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นไปอย่างสุดกำลังเขามุ่งตรงไปยังห้องริมสุดบนชั้นสามสถานที่ที่สองแม่ลูก มักทำงานด้วยกันพลางกวาดตามองไปรอบห้องกว้าง ก่อนจะเห็นเงารางๆ ตรงใต้โต๊ะตัวใหญ่
ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วมองเห็นร่างคนที่กำลังตามหานอนฟุบหมดสติกับพื้นห้อง
“หรานหราน”
เปรี๊ยะ!!
เสียงไม้ฝ้าด้าบนลั่นดังก้องห้องบนชั้นสามสายตาเฉียบคมเหลือบมอง ก่อนจะช้อนร่างเล็กบางไร้สติขึ้นมาพลางกลั้นลมหายใจรีบออกจากห้องร้อนระอุ มุ่งลงชั้นล่างของหอเริงรมย์ก่อนจะไอโครกใหญ่เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง
เขาวางร่างของนางลงพื้นหน้าหอเจิ่งนองน้ำที่ชาวบ้าน ทหาร ต่างช่วยกันเอามาดับไฟ ก่อนจะตบเบาๆ ตรงแก้มนาง
“หรานหรานอาหรานเ้าได้ยินข้าหรือไม่ หรานหราน อาหราน ตื่นสิเ้าได้ยินหรือไม่หรานหราน”นำเสียงทุ้มสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่มือที่เขย่าร่างบอบบางสั่นเทาไม่แพ้เสียงที่เปล่งออกมาบรรยากาศรอยข้างพวกยังคงวุ่ยวาย ก่อนข้างกายจะมีร่างอวบของหลิวลี่จิน
คนทั้งสองช่วยกันเรียกชื่อสตรีร่างใบหน้าซีดเผือดไร้เืมองใบหน้าเล็กอย่างมีความหวัง
แค๊ก แค๊ก
“ฟื้นแล้วนางฟื้นแล้ว”
กบ่าเครียดขึงคลายลงหลังได้ยินเสียงไอดังออกมาจากร่างบนพื้นเขาหันมองสตรีอีกคนข้างกายที่ตอนนี้ซบใบหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างดีใจ
“ท่านตามข้าไปที่จวนอ๋องก่อนหอนี่คิดว่าไม่นานคงจะดับไฟได้ ส่วนสตรีในหอข้าจะให้คนจัดเตรียมที่พักที่เหมาะสมให้อย่างดีไม่ต้องห่วง”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพลางหันไปมองเปลวเพลิงด้วยหลังที่ไหวไปตามแรงลมก่อนจะเงยขึ้นมองเมฆก้อนใหญ่บนฟ้าที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล
เห็นทีกุศลที่ทั้งสองสั่งสมมาจะทำฟ้าเห็นใจ
สายตาห่วงหาปนกังวลมองร่างคนรักที่หลับสนิทบนเตียง ข้างนางนอกจากเขาและมารดาก็มีร่างหมอชราที่จับชีพจรด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“รายงานท่านอ๋องแม่นางไม่ได้เป็อะไรมากเพียงแต่นางได้รับยานอนหลับแบบอ่อนเข้าไป ทำให้มีอาการมึน งง กึ่งหลับกึ่งตื่นไร้แรง ประกอบกับที่นางสูดควันไฟเข้าไปจึงทำให้หมดสตรี หลังพื้นพักรักษาตัวสักสองสามวันก็หายแล้ว”
“ท่านว่ายานอนหลับหรือท่านหมอ”
“พ่ะย่ะค่ะยานี้หาได้ตามร้านขายยา ส่วนใหญ่มักใช้กับผู้ที่้าให้พักมากๆหรือไม่ก็คนที่มีปัญหาการนอน ไม่อันตรายมา ข้าน้อยได้สั่งเทียบยาให้คุณหนูหลิวแล้วไม่นานก็ดีขึ้น”
“รบกวนท่านหมอยามดึกแล้วเ้าไปส่งท่านหมอ”
“กระหม่อมทูลลา”
“เถ้าแก่ท่านก็ควรพักเช่นกันตอนนี้นางไม่เป็ไรแล้ว เดี๋ยวเปิ่นหวางดูนางเอง”
“เช่นนั้นรบกวนท่านอ๋องด้านเพคะ”ลี่จินมองบุตรอย่างเป็ห่วงก่อนจะตัดใจเดินออกจากห้องแล้วปิดประตู
ทันทีที่อยู่เพียงลำพัง สีหน้าของท่านอ๋องก็เปลี่ยนเป็เครียดขึง ดุดันคิ้วเข้มขมวดแน่นจนเกิดร่องลึก ั์ตาวาวโรจน์ราวเปลวเพลิงพร้อมปะทุน้ำเสียงนิ่งคุ้มไม่ให้สั่นเข้มขึ้น พลางหันมองใบหน้าซีดเซียวของคนที่นอนอยู่มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน
สายตาเหี้ยมเกรียมมองเปลวไฟจากแสงเทียนไหวอ่อนก่อนเขาจะผินหน้าไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมา
“ว่าอย่างไร”
“ทูลท่านอ๋องตอนนี้สามารถดับไฟที่หอหรงเซียงได้หมดแล้ว ชั้นหนึ่งชั้นสองเสียหายบางส่วนส่วนชั้นสามสี่ เสียหายทั้งหมด คนของเราตรวจสอบดูแล้วเป็การวางเพลิงคิดว่าผู้วางเพลิงคงไม่เจตนาฆ่าคนไม่เช่นนั้นเขาคงวางเพลิงที่ชั้นล่างไม่ให้ผู้ใดได้ออกมา”
“…”
“และอีกเื่องครักษ์เงาที่พระองค์ส่งไปดูแลคุณหนูหลิวบอกมาว่า ผู้อยู่เื้ัเื่นี้คือเสนาบดีไป๋ เพราะหลังเริ่มมีกลุ่มควันเขาก็เห็นคนผู้หนึ่งวิ่งออกมาไปด้วยท่าทางเร่งร้อน มุ่งไปทางเหนือจึงตามไปอยู่ห่างๆ ก่อนจะพบความคนผู้นั้นติดต่อกับคนของท่านเสนาบดี”
“หึพวกเ้ารีบร้อนให้ข้าจัดการเสียจริง” ไอสังหารแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงที่ผละออกจากเตียงเดินไปทางหน้าต่างห้อง มองเส้นขอบฟ้าเวลาใกล้สางก่อนจะกลับมามององครักษ์ข้างกายเพื่อสั่งการ
“เ้าให้ลี่จินมาดูแลนาง ระหว่างนี้ข้าเข้าวังไปสะสางธุระ”