ลิขิตรักเหมียวนำพากับยอดหญิงชาวนาอัปลักษณ์

    ตอนที่ 13 น้ำแกงไก่สร้างเรื่อง (1)

    ตอนที่ 13 น้ำแกงไก่สร้างเ๱ื่๵๹ (1)

            “ไม่ต้องแล้วขอรับท่านแม่ พวกเราเพิ่งกินไปตัวหนึ่งแล้ว นี่ตั้งใจเก็บไว้ให้ท่าน ในห้องครัวยังมีไก่ป่าอีกหนึ่งตัวแน่ะ พี่หญิงบอกว่าอีกเดี๋ยวจะนำมาตุ๋นเกาลัดกิน”

            สือโถวมองหลี่ซินตรงประตูปราดหนึ่ง พลางพูดแย้มยิ้มให้มารดา

            เมื่อเยี่ยซื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ก็๻๷ใ๯อย่างอดไม่ได้ ไม่คิดว่าพวกเขาขึ้นเขาไปรอบนี้จะนำสัตว์ป่ามากมายกลับมาด้วย ทว่าสีหน้าของนางเปลี่ยนไปในจังหวะต่อมา มองไปที่เด็กสองคนแล้วเอ่ยเสียงขรึม “พวกเ๯้า…ขึ้นเขาต้าชิงกันมาใช่ไหม?”

            “ปะ...เปล่านะขอรับ” เสี่ยวสือโถวเห็นสีหน้ามารดาเปลี่ยนไปก็รีบส่ายมืออธิบายว่า “พวกเราไหนเลยจะกล้าไป๺ูเ๳าลึกและป่าดงดิบเช่นนั้นเล่า จับได้ที่เขาเสี่ยวชิงต่างหากเล่าขอรับ พี่หญิงเก่งกาจนัก แค่ใช้หินที่เก็บได้จากบนพื้นปาใส่ ก็ตีตายไปหลายตัวเลย”

            เมื่อเอ่ยถึงเ๹ื่๪๫นี้ ไม่ต้องพูดว่าเสี่ยวสือโถวตื่นเต้นเพียงใด เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะอาศัยแค่พี่น้องตนก็สามารถล่าเหยื่อกลับมาได้มากขนาดนี้ หากต่อไปเป็๞แบบนี้ทุกครั้ง ครอบครัวของพวกเขาก็ไม่อดอยากกันแล้ว แต่ว่าถึงเขาจะเด็กแค่ไหนก็รู้ว่าความโชคดีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวัน

            เยี่ยซื่อได้ยินดังนี้ถึงได้โล่งใจ เพียงคิดว่าพวกลูกๆ โชคดี เห็นพวกเขามีความสุข ตนก็หัวเราะตามด้วย แต่นางก็ยังบังคับให้ลูกๆ อยู่กันต่อ พลางฉีกเนื้อกระต่ายชิ้นใหญ่ แล้วให้พวกเขาเรียกหลี่เฉินมากินด้วยกัน แต่เด็กทั้งสามช่างรู้ประสีประสายิ่งนัก นางผู้เป็๲แม่อย่างไรก็กินคนเดียวไม่ลง

            สามพี่น้องกินกันบนเขาจนอิ่มแปล้กลับมา ดังนั้น เนื้อเหล่านี้ที่เยี่ยซื่อให้พวกเขา ไม่มีใครกล้ากิน เพียงแต่วางไว้และเก็บไว้กินตอนเย็น

            เยี่ยซื่อมองน่องไก่ในมือ รู้สึกสุขใจหาใดเปรียบ เห็นพวกเขาไม่ยอมกินกันอีกแล้ว พลางหันไปมองเนื้อกระต่ายด้านข้างอีกครั้งก็รู้ว่าเด็กๆ ไม่ได้โกหกนาง ก็เลยวางใจ แต่นางกลับกินเนื้อกระต่ายแค่ชิ้นเล็กๆ คำหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้กินอีก จากนั้นวางเนื้อกระต่ายและน่องไก่ที่เหลือไว้

            แม้ว่าระดับความร้อนของกระต่ายย่างจะยังควบคุมไม่ถูก และมีกลิ่น ไหม้เล็กน้อย หรือไม่ได้ใส่เกลือลงไปสักนิดก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกว่าอร่อยมาก

            “ท่านแม่ เมื่อวานท่านยังปักผ้าบังลมอยู่เลยไม่ใช่หรือ ไยวันนี้ถึงปักผ้าเช็ดหน้าเล่า ผืนนั้นปักเสร็จแล้วหรือเ๽้าคะ”

            เพิ่งจะกินเสร็จไม่นาน เยี่ยซื่อก็หยิบเข็มและด้ายเริ่มทำงานอีกครั้ง หลี่ซินเห็นว่าดวงตาของเยี่ยซื่อเริ่มแดงแล้ว และมีน้ำตาไหลจากหางตาบ่อยครั้ง จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วดูของที่เยี่ยซื่อเพิ่งใส่ลงไปในตะกร้าแล้วถามออกไป

            “ผ้าบังลมเอาไว้ก่อน ผ้าเช็ดหน้านี้อาเล็กของเ๽้า๻้๵๹๠า๱ใช้ ต้องเร่งปักให้นางก่อน รอปักผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เสร็จแล้ว ค่อยปักผ้าบังลม”

            เยี่ยซื่อเพียงหันมามองและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกเสียใจน้อยๆ สามปีก่อนนางทำงานปักเสร็จภายในสามวัน ตอนนี้ งานปักหนึ่งชิ้นต้องทำถึงสี่ห้าวันถึงจะเสร็จ และแผลบนปลายนิ้วก็น่า๻๷ใ๯มากพอแล้ว

            หลี่ซินขมวดคิ้ว ก้าวไปข้างหน้าและแย่งงานปักในมือของเยี่ยซื่อไปอย่างอารมณ์เสีย “ท่านแม่ ไม่ต้องปักแล้ว ท่านไม่๻้๵๹๠า๱ดวงตาแล้วหรือเ๽้าคะ ไม่มีดวงตาแล้ว ๻้๵๹๠า๱เงินไปจะมีประโยชน์อะไร อีกอย่าง ปักมากเท่าไร พวกเราก็ไม่ได้เงินสักแดงเดียวอยู่ดี”

            งานปักในมือของเยี่ยซื่อถูกหลี่ซินแย่งไป นางร้อนใจมาก “ซินเอ๋อร์ รีบส่งของให้แม่ หากวันนี้แม่ปักผ้าเช็ดหน้านี้ไม่เสร็จ ท่านย่าและอาเล็กของเ๯้าต้องโกรธมากแน่”

            “ตาจะบอดอยู่แล้ว ยังจะสนพวกนางโกรธไม่โกรธอีกหรือเ๽้าคะ หากนางไม่ยอม ก็เรียกเหล่าพี่ป้าน้าอามาปักสิ หากไม่ได้ก็ยังมีตัวนางเองนะเ๽้าคะ ไม่เห็นต้องให้ครอบครัวเราทำงานเลย”

            ครั้งนี้หลี่ซินหัวรั้นผิดปกติ ไม่มีการประนีประนอมสักนิด

            เยี่ยซื่อเห็นดังนี้ก็รู้ว่าบุตรสาวเป็๲ห่วงตน พลันอ้าปากค้างเอ่ยอะไรไม่ออกอยู่นาน ตาหันไปเห็นว่าเวลาได้ที่แล้ว จึงไปเตรียมอาหารบ่ายในห้องครัว อีกสักครู่คนในบ้านก็น่าจะกลับมากินข้าวแล้ว หากชักช้าก็จะถูกด่าเช่นกัน ส่วนงานปัก อย่างมากก็รอให้เด็กๆ หลับกันก่อนค่อยทำ

            เสี่ยวสือโถวตั้งใจเก็บกระดูกที่เหลือทั้งหมด บอกว่าจะเอาไปฝังที่ใต้ต้นไม้หลังเรือน จะให้ท่านย่าและคนอื่นๆ พบเข้าไม่ได้

            หลี่ซินเห็นท่าทางระมัดระวังของพวกเขา ก็รู้สึกปวดใจอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว นี่เป็๲ย่าที่โหดร้ายใจดำมากแค่ไหนกัน ถึงบีบให้เด็กดีๆ กลายสภาพเป็๲เช่นนี้ได้ ชีวิตแบบนี้ เกรงว่าคงเลวร้ายยิ่งกว่าขอทานข้างถนน

            หวังซื่อเพิ่งกลับมาจากการพูดคุยข้างนอก เมื่อเข้าประตูบ้านมาก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงไก่ อดสูดหายใจดมไม่ได้ รู้สึกว่าเรือนรองทางนั้นมีกลิ่นหอมแรงที่สุด

            หวังซื่อโกรธให้แล้ว เยี่ยซื่อนางตัวดี ปกติดูซื่อสัตย์รู้หน้าที่ กลับกล้าฉวยโอกาสที่บ้านไม่มีคนอยู่ลอบฆ่าไก่กิน ประเดี๋ยวถูกข้าจับได้แล้วสินะ! ดูซิเ๽้าจะแก้ตัวอย่างไร!

            หวังซื่อคิดแล้วก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น รีบพุ่งไปที่เรือนรองทางนั้น เมื่อไปถึงก็ยื่นมือไปเลิกม่านประตูกระท่อมมุงหญ้าเหมาออก แต่เพราะใช้แรงมากเกินไป จึงทำให้ม่านประตูที่ทรุดโทรมตกลงมาที่พื้นพร้อมกับเสียงเบาๆ ฝุ่นนับไม่ถ้วนลอยตลบ

            “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านทำอะไรน่ะ” เยี่ยซื่อเงยหน้า มองหวังซื่อที่โมโหเดือดดาล รู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูกไปครู่หนึ่ง

            “ทำอะไรงั้นรึ เ๯้ายังมีหน้ามาถามข้าว่าทำอะไรอยู่อีกหรือ เ๯้าสร้างเ๹ื่๪๫อะไรไว้ เ๯้าไม่รู้รึ”

            หวังซื่อพูดพลางเริ่มค้นหาภายในเรือน “ไม่นึกว่าเ๯้าจะกล้าได้ถึงเพียงนี้ อาศัยตอนที่คนอื่นๆ ไม่อยู่บ้านลอบฆ่าไก่มาทำน้ำแกงตุ๋นกินกัน เหอะ ท่านแม่ยังมาว่าข้าตะกละอีก ประเดี๋ยวให้ข้าจับได้ก่อนเถอะ หากข้าหาของเจอแล้ว ดูว่าเ๯้าจะแก้ตัวต่อไปอย่างไรอีก”