“ คุณหนูเ้าคะ เรากลับกันดีหรือไม่เ้าคะ หากอยู่นานกว่านี้ปีศาจจากห้วงทะเลอาจจะคลานขึ้นมากินเราก็เป็ได้นะเ้าคะ ”
ยี่ยี่กอดแขนคุณหนูเอาไว้แน่น เธอเป็เพียงสาวรับใช้ตัวน้อยๆไม่มีวรยุทธ์ต่อสู้แต่อย่างใด ผู้ที่พึ่งพาได้ในตอนนี้มีเพียงลุงหาน แต่หากปีศาจมีจำนวนมากเกินไป ต่อให้จะมีลุงหานมากกว่า 10 คนก็ไม่อาจจะรับมือได้
ม่อเสวี่ยหรงไม่ได้สนใจสาวรับใช้ เธอกำลังให้ความสำคัญกับพื้นดินเบื้องหน้า ผืนดินสีเหลืองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาคือนาเกลือที่เป็ส่วนหนึ่งของธุรกิจตระกูลม่อ
พื้นนาที่ควรจะเต็มไปด้วยเกลือสีขาวจากการตกตะกอนกลับเต็มไปด้วยน้ำสีฟ้าท่วมขัง น้ำทะเลเหล่านี้รับแสงแดดมาเป็ระยะเวลานานกลับไม่ยอมตกตะกอนกลายเป็เม็ดเกลือ
หากอ้างอิงตามนิยาย เกลือของตระกูลม่อมีชื่อเรียกว่าเกลือิญญา มันมีความต่างจากเกลือทั่วไปตรงที่สามารถขจัดพลังออกจากปีศาจได้
สัตว์ปีศาจมีพลังอันตราย เมื่อตกตายจะปลดปล่อยพลังออกมาทำลายสิ่งแวดล้อมรอบด้าน เกลือิญญาจากตระกูลม่อสามารถเข้าไปสลายพลังของปีศาจทำให้ศพของมันกลับมาเป็ปกติ นอกจากนั้นผู้คนยังนิยมนำเกลือชนิดนี้ผสมในน้ำต้มเดือดแล้วใช้ลวกเนื้อสัตว์ปีศาจให้สามารถกินได้
การสร้างเกลือิญญามีความซับซ้อนมากกว่าเกลือทั่วไป ถึงแม้กรรมวิธีมากกว่าครึ่งที่ใช้จะเหมือนกันก็ตาม เกลือิญญากลับไม่สามารถตกตะกอนได้ หากไร้ซึ่งพลังปราณเข้าควบคุม ต่างจากเกลือทั่วไปที่เพียงแค่ทิ้งไว้กลางแจ้งจะเกิดการตกตะกอนกลายมาเป็เม็ดเกลือ
ตระกูลม่อได้ใช้ความรู้ในด้านการใช้งานยันต์สร้างนาเกลือิญญาจนทำให้เกิดกิจการค้าเกลือิญญาขึ้นมา แม้เกลือิญญาจะมีราคาถูกมาก ผู้คนกลับ้าในปริมาณเยอะจึงทำให้มันเป็หนึ่งในหนทางสร้างรายได้ให้กับตระกูล
ม่อเสวี่ยหรงมองไปยังนาเกลือ กังหันวิดน้ำพังเสียหายเกือบทั้งหมด แม้จะเหลือกังหันที่กำลังทำงานด้วยการใช้แรงลมอยู่ 3 เครื่อง มันกลับไม่สามารถให้ผลผลิตได้ เนื่องจากว่าค่ายกลที่วางเอาไว้ถูกทำลาย น้ำที่วิดขึ้นมาจากทะเลจึงไม่สามารถตกตะกอนกลายเป็เกลือิญญา สิ่งที่เธอเห็นจึงเป็น้ำท่วมขังเกิดกลิ่นเหม็นโชยแตะปลายจมูก
“ คุณหนู ข้าว่าเราควรกลับกันดีกว่า ข้ารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกจ้องจากสิ่งที่อยู่ในทะเล ”
เสวี่ยหรงพยักหน้าให้กับลุงหานแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในเมือง นาเกลือของตระกูลม่อยังไม่ถูกยึดครองจากตระกูลใดภายในเมือง มันถูกทิ้งให้จมอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น
เธอไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ม่อเสวี่ยหรงจากนิยายไร้หนทางจนต้องพึ่งพลังมาร
กิจการตระกูลม่อถูกทำลายทิ้งทั้งหมด ร้านค้ายันต์และนาเกลือิญญาถูกทำลายทิ้ง แม้แต่วิธีการเขียนยันต์ในหอตำรายังถูกเผาทำลายไม่มีชิ้นดี การลงมือในครั้งนี้เป็การตัดหนทางไม่ให้ตระกูลม่อกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง
ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินอย่างเร่งรีบแทบจะเรียกได้ว่าวิ่ง พื้นดินใต้เท้ากลับสั่นไหวราวกับมีวัตถุขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นดิน
ยี่ยี่รู้สึกกลัวเป็อย่างยิ่ง เธอคิดถึงคำเตือนของผู้คนภายในตระกูลที่ห้ามไม่ให้เดินทางมายังทิศใต้ของเมือง
แรงสั่นะเืทำให้เธอล้มลงไปนั่งกับพื้น คุณหนูของเธอต่างก็ล้มเช่นเดียวกัน ผู้มีวรยุทธอย่างลุงหานก็ไม่อาจต้านทานแรงสั่นะเืจนต้องคุกเข่าใช้มือแตะพื้นหนึ่งข้าง ต่อให้จะพยายามทรงตัวเพื่อจะพาคุณหนูและสาวใช้ออกจากที่นี่ก็ไม่เป็ผล
แรงสั่นะเืเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนยี่ยี่ต้องใช้มือทั้งสองข้างจับพื้นเอาไว้แน่น เธอพยายามเข้าใกล้คุณหนูเพื่อพยุงอีกฝ่ายไม่ให้กลิ้งไปกับพื้นดิน เพียงแต่ว่าแรงสั่นะเืทำให้เธอไปไม่ถึงคุณหนู ระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ เธอกลับยื่นแขนไปไม่ถึง
เสวี่ยหรงเคยพบเจอเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาก่อน กลับไม่มีครั้งใดรุนแรงเท่าครั้งนี้
“ ลุงหาน แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยเช่นนั้นหรือ ”
“ คุณหนู มันไม่ใช่แผ่นดินไหว! ” ลุงหานร้องะโดัง สิ่งที่กำลังเกิดไม่ใช่แผ่นดินไหว เขาััได้ถึงพลังปีศาจเข้มข้นมาจากทะเลแสนไกล
เสวี่ยหรงเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ควรจะมีสิ่งใดสั่นะเืพื้นดินได้เช่นนี้ นอกจากแผ่นดินไหวแล้วรอบๆที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่มีร่างกายใหญ่โตพอจะสั่นะเืพื้นดินได้ แต่แล้วเธอกลับมีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมา โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นเดียวกัน
ความรู้สึกนั้นบอกให้มองไปยังทะเลเธอจึงทำตามอย่างว่าง่าย สิ่งที่เห็นสร้างความใให้ไม่น้อย ห่างออกไปราว 5 ลี้จากชายฝั่งมีพลังงานสีแดงเืกลุ่มใหญ่กำลังแหวกว่ายเหนือผิวน้ำมุ่งหน้ามายังตำแหน่งของเธอ
“ คุณหนูวิ่ง ปีศาจมันกำลังจะขึ้นมาบนฝั่ง วิ่งเร็วเข้า! ” ลุงหานร้องะโจนเส้นเืปูดโปนขึ้นตามลำคอ มือทั้งสองจับไปยังด้ามดาบที่ชักออกมาถืออย่างรวดเร็วแล้วมองตรงไปยังปีศาจที่เดินทางมาถึงชายฝั่ง เขาจะป้องกันด้านหลัง ในระหว่างนี้ให้คุณหนูและสาวรับใช้รีบวิ่งเข้าไปในเมือง
“ คุณหนู รีบวิ่งเร็วเข้า ข้ามีพลังไม่พอจะรั้งมันเอาไว้ได้นาน! ”
ยี่ยี่ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอจะต้องพาคุณหนูหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้จงได้ ต่อให้เธอจะวิ่งไม่ได้เธอก็จะคลานออกไปให้เร็วที่สุด
เสวี่ยหรงมองสาวรับใช้ที่เข้ามาลากตนเองเพื่อพาหนีแล้วหันมองไปยังลุงหานที่กำลังถือดาบด้วยท่าทางวิตกกังวล สายตาทั้งสองของเขายังคงมองตรงไปที่ชายทะเล เธอจึงมองตามไปดูก่อนจะพบเข้ากับสัตว์ประหลาดสูง 1 จั้ง(ราวๆ 3 เมตร) รูปร่างของมันคล้ายกับงูตัวใหญ่ ตามลำตัวหุ้มด้วยเกล็ดสีแดงเื ด้านข้างลำตัวมีเท้า 4 ข้างพยุงร่างกายเอาไว้ไม่ให้แตะพื้นดิน
บริเวณปากมีหนวดสีแดงกวัดแกว่งไปมาให้ความรู้สึกน่าสะพรึงไม่น้อย
“ ปีศาจงูดาวเหนือ ”
เสวี่ยหรงรู้จักสิ่งมีชีวิตตรงหน้าดี มันคือปีศาจที่พบได้โดยทั่วไปภายในเกมที่เธอสร้างขึ้น แม้ในนิยายจะมีการพูดถึงพวกมันไม่กี่ครั้งเพราะโผล่ออกมาใน่เริ่มเื่แล้วหายไป ภายในเกมกลับมีพวกมันอยู่มากมายเพราะถูกสร้างทิ้งไว้ให้เกมเมอร์ล่าเพื่อเพิ่มระดับพลัง
ความสามารถของปีศาจงูดาวเหนือมีไม่มาก มันเป็ปีศาจที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเพียงเท่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์สามารถจัดการมันได้เพราะไม่มีพิษ
แต่สิ่งที่ทำให้ลุงหานกังวลในตอนนี้คือจำนวนของงูดาวเหนือที่ไม่ได้มีเพียง 1 ตัว งูดาวเหนืออีก 9 ตัวกำลังคลานขึ้นมาจากทะเล สายตาสีแดงเืของพวกมันทั้ง 10 ล้วนแล้วหันมองมาที่พวกเขาทั้ง 3 ลุงหานจึงส่งสัญญาณให้คุณหนูออกวิ่งทิ้งระยะห่างในทันที
“ คุณหนู เราไปกันเถอะเ้าค่ะ ” ยี่ยี่ดึงแขนของคุณหนู เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแล้วไปแจ้งกับทหารหน้าประตูทางเข้าเมืองให้มาช่วยลุงหาน แรงของเธอกลับน้อยนิดเป็อย่างมาก กว่าจะดึงคุณหนูให้เดินได้สักก้าวเธอต้องทุ่มพลังไปทั้งตัว
“ คุณหนูเ้าคะ เรากำลังเป็ตัวถ่วงของลุงหานนะเ้าคะ รีบไปได้แล้วเ้าค่ะคุณหนู ”
เสวี่ยหรงมองสาวใช้ที่กำลังออกแรงจูงมือเธอให้วิ่งออกไปจากที่นี่ ใบหน้าน้อยๆกำลังแดงราวกับยกของหนัก แรงดึงที่เกิดขึ้นกลับน้อยนิด เธอสามารถส่งแรงไปที่แขนเพื่อต้านการดึงของยี่ยี่เอาไว้ได้
เสวี่ยหรงรู้สึกแปลกใจกับพละกำลังของตนเอง เดิมทีเธอสงสัยกับการเดินตลอดหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาไม่น้อย เหตุใดเธอจึงไม่รู้สึกเหนื่อย ท่าทางของยี่ยี่ที่แสดงต่อตัวเธอและความรู้สึกแปลกประหลาดที่มีต่อปีศาจเหล่านี้อีกกระตุ้นให้เธอรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าร่างกายบอบบางของเธอซ่อนสิ่งใดเอาไว้ ตามนิยายเธอไม่ได้รับการฝึกยุทธแต่อย่างใดจนกว่าจะเจอเข้ากับพลังมาร เธอควรจะเป็คนธรรมดาเช่นเดียวกับยี่ยี่ แรงที่แสดงออกมาในตอนนี้กลับมากกว่าจนน่าสงสัย
“ คุณหนูเ้าคะ ฮึบ! ” ยี่ยี่ออกแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยหวังว่าเธอจะดึงคุณหนูออกจากที่นี่ไปได้ แรงของเธอยังคงน้อยนิดเช่นเดิม ครั้งนี้มันกลับแย่ยิ่งกว่าเพราะคุณหนูไม่ได้ก้าวเลยสักนิดเดียว
เสวี่ยหรงมองยี่ยี่ด้วยความสงสัย เพียงเท่านี้ก็ทำให้เธอรู้แล้วว่าตนเองมีพละกำลังมากกว่าสาวรับใช้ แม้จะยังไม่รู้ว่ามีสิ่งผิดแปลกใดกับร่างกายของเธอจนต่างไปจากนิยาย เสวี่ยหรงไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะอันตรายใกล้เข้ามาแล้ว เธอจึงเปลี่ยนจากคนถูกดึงกลายเป็คนดึงแทนจนยี่ยี่กลายเป็เหมือนกระสอบทรายลากไปกับดินจากความเร็ว
“ คุณหนู! ”
ลุงหานได้ยินเสียงร้องของยี่ยี่จึงมองตาม พบว่าทั้งสองคนวิ่งจากไปแล้ว แต่กลับมีสิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่มองเห็น คุณหนูร่างกายบอบบางกำลังยกสาวใช้พาดบ่าแล้ววิ่งทิ้งระยะห่างออกไป ความเร็วในการวิ่งเทียบเท่ากับเขาใช้พลังขาครึ่งหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าคุณหนูทิ้งระยะไปไกลเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ ลุงหานจึงวิ่งตามไปเช่นเดียวกัน เขาไม่จำเป็ต้องปะทะกับปีศาจเพราะคุณหนูไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายแล้ว อีกไม่ถึง 20 ลมหายใจคุณหนูของเขาจะไปถึงประตูเมือง ตำแหน่งนั้นมีทหารเฝ้ายามอยู่ พวกเขาจะเข้ามาจัดการความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาจึงไม่ต้องเปลืองแรงสู้กับปีศาจ.