ท่านอ๋องอย่าคิดหนี(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 13 ทุ่มเทเพื่อเจ้าจนหมดตัว

    พ่อบ้านเกามองท่านอ๋องด้วยความตกใจ“ห้าหมื่นตำลึงหรือ พะยะค่ะ”

                    “ใช่เงินในจวนเราเหลือเท่าไหร่?”

                    “อีกหกหมื่นห้าพันตำลึงเท่านั้นเองครั้งก่อน ท่านอ๋องทรงให้เถ้าแก่เหอกู้ยืมไปสามหมื่นตำลึงแล้วนะ พะยะค่ะ”พ่อบ้านทำหน้าหนักใจ เงินที่ใช้ในจวนปกติแต่ละปีไม่มากถึงปานนั้น

                    “ช่างเถอะเจ้าเอาไปไถ่หนี้ให้เถ้าแก่เหอเสียก่อน เปิ่นหวางจะจัดการเรื่องเงินที่ขาดไปเอง” จวิ้นอ๋องนึกถึงเงินส่วนของเขาที่ฮ่องเต้ทรงเก็บเอาไว้เห็นทีจะต้องขอพระราชทานเงินส่วนนั้นคืนมาบ้าง

                    ‘โถ ท่านอ๋องท่านทุ่มเทถึงเพียงนี้แล้ว แม่นางเหอจะเห็นพระทัยบ้างหรือไม่หนอ?’ พ่อบ้านเกามองดูท่านอ๋องที่เดินเข้าไปห้องทรงพระอักษรเขียนจดหมายแล้วให้องค์รักษ์เงานำไปส่งที่วังหลวง

                    ฮ่องเต้อ่านข้อความที่พระอนุชาเขียนไว้ในจดหมายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยทรงให้ขันทีกังเชิญองค์ชายสิบสองมาเข้าเฝ้า “พี่ชายเจ้าไปทำอะไรมาถึงได้เงินหมดจนต้องเขียนจดหมายมาขอเปิ่นหวาง”

                    “หม่อมฉันไม่ได้ข่าวคราวจวิ้นอ๋องมาสักระยะแล้วพะยะค่ะกำลังคิดว่าจะไปหาที่พยัคฆ์เหินพอดี”

                    “ดีเหมือนกันเราอยากรู้ว่า ทำไมจวิ้นอ๋องถึงต้องใช้เงินมากมายนัก” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีกัง“เจ้าไปเบิกเงินมาห้าหมื่นตำลึงให้องค์ชายสิบสองด้วย”

                    “จวิ้นอ๋องต้องการเงินด่วนหรือพะยะค่ะ”

                    “ใช่เห็นว่าอยากให้ส่งไปในครึ่งเดือนนี้”

                    “เดี๋ยวหม่อมฉันนำไปส่งจวิ้นอ๋องเองพะยะค่ะ” องค์ชายสิบสองรีบอาสา

                    ฮ่องเต้ลอบสั่งการให้องครักษ์เงาของพระองค์ไปคอยจับตาที่จวนแม่ทัพเพราะจู่ๆพระอนุชาที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงินที่พระองค์ดูแลไว้ให้กลับมาขอพระราชทานเงินส่วนนั้นเพื่อนำไปใช้จ่ายใน‘เรื่องจำเป็น’

                    ฮ่องเต้หมิงถึงกับงุนงงเรื่องจำเป็นที่ว่า เป็นเรื่องใดกัน? ดูแล้วท่าทีของน้องชายดูจะเร่งร้อนจนผิดปกตินอกจากจะส่งองค์ชายสิบสองไปสอดส่องแล้ว ก็ต้องให้องครักษ์เงาคอยจับตามองด้วย หากจวิ้นอ๋องคิดจะซ่องสุมไพร่พลคงไม่ต้องเขียนจดหมายมาขอเงินอย่างโจ่งแจ้ง

                    เถ้าแก่เหอถูกรองแม่ทัพมู่พาไปยังคฤหาสน์ตระกูลเถียนคุณชายเถียนถึงกับตาค้างเมื่อมู่หลี่เฉียงแจ้งว่าแม่ทัพหมิงต้องการชำระหนี้แทนเถ้าแก่เหอพร้อมทั้งดอกเบี้ย

                    “แต่ข้าน้อยตกลงกับเถ้าแก่เหอแล้วดอกเบี้ยก็ลดให้จนต่ำกว่าทุกคนที่มากู้ ท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องมาซื้อหนี้ของเถ้าแก่เหอเพราะไม่คุ้มค่าอันใด”คุณชายเถียนพยายามหาข้อโต้แย้ง เขาอุตส่าห์ได้เป็นเจ้าหนี้ของแม่นางเหอโอกาสดีเช่นนี้จะหาที่ไหนได้อีก ต่อให้ไม่ได้รับดอกเบี้ยสักอีแปะ เขาก็ยินดี

                    “ท่านแม่ทัพต้องการแบบนี้ท่านไม่ต้องกล่าวสิ่งใดต่อแล้ว ไปนำสัญญาเงินกู้อีกฉบับมาส่งให้ข้า”มู่หลี่เฉียงกล่าวเสียงดัง ท่าทางโผงผาง แต่งกายเต็มยศแถมยังสะพายดาบเล่มใหญ่

                    คุณชายเถียนหน้าซีดเผือดจนด้วยปัญญาจะยื้อจึงจำใจต้องให้พ่อบ้านไปนำสัญญาเงินกู้จากร้านรับฝากเงินมาส่งให้กับรองแม่ทัพมู่เถ้าแก่เหอกล่าวขออภัยคุณชายเถียนที่เขาจำต้องรับความช่วยเหลือจากท่านแม่ทัพฝ่ายนั้นทำหน้าราวกับญาติผู้ใหญ่ป่วยในตอนที่แขกทั้งคู่เอ่ยคำลา

                    ‘หมดกัน แม่นางเหอของข้านี่เจ้าคงจะตกอยู่ในมือท่านแม่ทัพแล้วสินะ’

                    เถ้าแก่เหอตัวสั่นงันงกไปพบท่านแม่ทัพที่จวนใบหน้าถมึงทึงในยามที่ถามว่า ทำไมจึงไม่มากู้ยืมเงินตน ทำเอาเถ้าแก่เหอแทบขาอ่อนเมื่อชี้แจงถึงความจำเป็นและความเกรงใจแล้ว จวิ้นอ๋องก็ยื่นเอกสารสัญญาหนี้ให้เขาลงลายมือและย้ำว่า ต่อจากนี้ไปห้ามเขาไปกู้ยืมเงินผู้ใดโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถือว่าเขาขัดคำสั่งของท่านอ๋อง ทำเอาเถ้าแก่เหอใบหน้าซีดเซียวราวกับคนตายเมื่อทหารส่งลงจากรถม้า

                    “ข้าแทบเข่าทรุดตอนที่ท่านอ๋องทรงรับสั่งว่าหากข้าขัดคำสั่งเขาจะเอาข้าไปขังคุกในค่าย”พ่อบ้านเหอทำท่าขนลุกขนพองขณะเล่าเหตุการณ์ให้คุณหนูใหญ่ ฟัง

                    ภรรยาของเขาหัวเราะพอใจ“ท่านยังขี้ขลาดอยู่เหมือนเดิม แต่ยังดีที่ทำการสำเร็จ ตอนที่พาข้าหนีคนสกุลพานก็แบบนี้ไม่ใช่หรือทั้งกลัวทั้งหนี ถ้าไม่ได้นายท่านช่วยเอาไว้ป่านนี้คงนอนขาอ่อนให้คนพวกนั้นรุมฆ่าตายไปแล้ว”

                    “เจ้าอย่าทำเป็นเล่นไปจวิ้นอ๋องเชียวนะ จะหนีง่ายเช่นคนสกุลพานรึ” เห็นพ่อบ้านยังมีสีหน้าหวาดหวั่นคุณหนูฟ่านกลับหัวเราะลั่น

                    “คุณหนูเจ้าคะท่านอย่ามัวแต่หัวเราะ ดูหน้าท่านลุงเหอสิ แทบจะไม่มีสีเลือดแล้ว” เหอหงเซ่อ ทั้งขำทั้งเห็นใจผู้เป็นลุง

                    “เอาเถอะเดี๋ยวข้าจะไปประจบท่านอ๋องสักหน่อย ทุ่มเงินขนาดนี้แล้วข้าก็ต้องทำตัวเป็นลูกหนี้ที่ดีให้ถึงที่สุด”

                   

                    อาหารค่ำบนโต๊ะเสวยคืนนั้นเต็มไปด้วยอาหารชาววังเลิศรส จวิ้นอ๋องยิ้มแก้มปริเสวยอย่างอิ่มเอมท้องและใจนางคงจะนึกขอบคุณและซาบซึ้งในความช่วยเหลือของเขาจนใช้เวลาทำอาหารที่แสนยากเย็นนี้ตลอดบ่ายเพื่อรอเขากลับมา

                    ท่านอ๋องเข้าห้องไปทรงงานได้สักพักเหอเจียอีก็นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังตามเข้ามาในห้อง พะเน้าพะนอให้พระองค์ทรงดื่มเตรียมน้ำบ้วนปากให้แล้วนั่งรอฝนหมึกอยู่ไม่ห่าง

                    “เจ้านอนก่อนได้วันนี้ข้ามีงานมากมายนัก”ท่านอ๋องมองดูฟูกที่เตรียมไว้ในนางนอนอยู่ข้างโต๊ะทรงพระอักษรแม้อยากจะวางงานไปเคล้าเคลียคุยกันนางเรื่องที่อยากจะให้นางยอมรับเป็นชายารองแต่วันนี้ฮ่องเต้กลับส่งสาส์นลับเล่าความผิดปกติในวงขุนนางฝ่ายขวาจนท่านอ๋องต้องทรงตรวจตราเอกสารของแต่ละเมืองทางเหนืออย่างเข้มงวด

                    นางนอนตะแคงข้างมองดูจวิ้นอ๋องที่ทรงงานอยู่เงียบๆนางรู้แล้วว่า เขาต้องทำงานหนักเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้ฮ่องเต้มากเพียงใดกลางวันต้องฝึกทหาร กลางคืนต้องอ่านเอกสารที่แต่ละเมืองรายงานเข้ามาอีกเมื่อเห็นเขาขยับตัวดูปวดเมื่อยนางจึงลุกขึ้นนั่ง

                    “ให้หม่อมฉันนวดให้ฝ่าบาทดีกว่านะเพคะ”นางคุกเข่าอยู่ด้านหลังนวดหลังและบ่าให้ท่านอ๋องไปทีละส่วน

                    “เจ้านวดเป็นด้วยหรือ?”

                    “ท่านแม่เป็นผู้สอนให้เพคะ”หงจางลี่อดีตคณิกาหญิงเลื่องชื่อนางนั้น เก่งกาจในเรื่องนวดเฟ้นยิ่งนักนางสอนให้คุณหนูใหญ่ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อสักวันจะได้เอาอกเอาใจสามีมิให้ขาดตกบกพร่อง

                    ‘คุณหนูต้องจำไว้ว่าหากภรรยาดูแลสามีไม่ดีพอ สามีอาจจะไปหาความพึงพอใจนอกบ้านทั้งเรื่องนอกเตียงทั้งเรื่องบนเตียงต้องทำให้ดี หญิงงามเมืองมีไว้เพื่อสิ่งนี้ท่านเห็นหรือไม่ว่า เหล่าคุณชายล้วนไปเพื่อเสพความบันเทิงทั้งหู ตา และกายยกเว้นว่า คุณหนูจะโชคร้ายได้สามีเจ้าชู้เช่นนั้นไม่ว่าจะเอาใจดีเช่นไรก็ไม่อาจฉุดรั้งสามีไว้’

                     ท่านอ๋องส่งเสียงครางอือๆเมื่อนางจับถูกเส้นที่ตึง นางหัวเราะคิกคัก ค่อยๆเลื่อนนวดไปทีละส่วนไล่ตั้งแต่ต้นคอ บ่าไหล่ไปจนปลายนิ้ว

                    เสียงครางแสดงความพอใจของท่านอ๋องและท่าทางที่นางหันประกบด้านหน้าผู้เป็นนายทำเอาฉินหวังหย่งสะดุ้งเมื่อมองจากด้านข้าง เขาหวนคิดถึงภาพในวังวสันต์มือของท่านอ๋องและมือของนางวางอยู่กึ่งกลางระหว่างกัน มีผ้าห่มห่อร่างของนางช่วงเอวไปจนด้านหน้า

                    องครักษ์ฉินผู้พี่หน้ามีสีระเรื่อรีบออกจากห้องทรงพระอักษรไปรอด้านนอก ครั้นยืนอยู่บนหลังคาแล้วกลับอดไม่ได้ที่จะมองไปเรือนเล็กใกล้ครัว

                    ‘อากาศเริ่มหนาวซาลาเปาน้อยคงจะห่มผ้าอุ่นนอนแล้ว’

     --------------------------------------