บนถนนอันรกร้างจนแทบจะไร้ซึ่งเงาผู้คน เหล่าวัชพืชต่างขึ้นเต็มถนนไปหมดนี่เป็การแสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้คนผ่านมาทางนี้เนิ่นนานแล้ว ทั้งสองฟากถนนก็เต็มไปด้วยผืนป่าเขียวขจีต้นไม้น้อยใหญ่แผ่นกิ่งก้านออกมาจนแทบจะบดบังถนน แต่แล้วก็มีเงาของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินผ่านเส้นทางนี้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันเย็นเยียบหากมีผู้ใดมาเห็นคงไม่เชื่อแน่ว่านี่คือแอเรียสผู้ที่แสนอ่อนแอคนนั้น
“ พวกเ้าจะโผล่หัวออกมาได้รึยัง “
แอเรียสหันหน้ากลับไปมองยังผืนป่าด้านหลัง หากมองผิวเผินคงไม่สังเกตเห็นผู้ใดแต่หากใช้พลังเวทตรวจสอบก็จะพบว่ามีผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในผืนป่า ความจริงแล้วผู้ที่อยู่ในขั้นััเวทไม่มีพลังที่จะสามารถใช้พลังเวทตรวจสอบเป็วงกว้างเช่นนี้ได้แม้แต่แอเรียสก็ทำไม่ได้เช่นกัน แต่สิ่งที่แอเรียสใช้คือสัญชาตญาณที่เขามีติดตัวมันเป็สิ่งที่คอยเตือนภัยให้กับแอเรียสได้เป็อย่างดี ในอดีตแอเรียสผ่านเื่ราวเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนชีวิตของเขาไม่ได้ราบรื่นเช่นที่ทุกคนคิด กว่าที่เขาจะก้าวสู่นักเวทระดับเซียนมนตราเขาต้องผ่านอุปสรรคนับร้อยพัน อุปสรรคและอันตรายเ่าั้คือสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้สัญชาตญาณของเขาคมกริบราวดาบที่รอเวลาชักออกจากฝัก
“ เก่งนี่เ้าหนู..เ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าพวกข้าหลบซ่อนอยู่“
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็มีเสียงอันเหี้ยมเกรียมของชายผู้หนึ่งดังออกมาจากพุ่มไม้ข้างทาง พุ่มไม้ค่อยๆแหวกออกพร้อมกับร่างของชายสองคนที่สวมชุดสีดำสนิทเหมือนกันทั้งคู่เสื้อที่สวมใส่นั้นเป็ชุดคลุมสีดำที่ยาวจนถึงข้อมือ กางเกงก็เป็กางเกงขายาวสีดำคลุมที่ข้อเท้า มันทั้งคู่โพกผ้าปิดปากสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีชุดมองเห็นแต่เพียงส่วนั้แ่ลูกตาขึ้นไปเท่านั้น นี่เป็การพรางตัวเพื่อไม่ให้ระบุตัวตนของพวกมันได้ เพียงแค่มองผ่านก็สามารถบอกจุดประสงค์ของพวกมันได้แล้วว่าหากไม่ใช่โจรที่คอยมาดักปล้นชิงเงินทองจากผู้คนก็ต้องเป็ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีอย่างแน่นอน
สายตาคู่นั้น การที่แอเรียสรู้ตัวว่าโดนสะกดรอยตามเป็เื่ที่พวกมันคาดไม่ถึงอย่างแท้จริง นักเวทระดับััเวทไม่สมควรที่จะพบเจอการหลบซ่อนของพวกมันได้ พวกมันสบตากันก่อนจะใช้พลังเวทตรวจสอบไปยังบริเวณรอบๆแต่ก็ทำได้เพียงตรวจสอบในระยะไม่ถึงสิบเมตรเท่านั้น พลังของพวกมันนั้นยังอ่อนแอจนเกินไป พวกมันแม้จะมีพลังเหนือกว่าแอเรียสแต่ก็เป็เพียงระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่สองและสามเท่านั้น
“ ทำตัวเป็นกหนูขี้หวาดระแวงกันไปได้ ไม่ต้องห่วงหรอกในที่นี่มีเพียงข้าเท่านั้น “
ราวกับว่าแอเรียสอ่านจิตใจของพวกมันออกเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจมากนัก รอยยิ้มอันเย็นเยียบประดับอยู่บนใบหน้าภายใต้หมวกฮู้ดสีเทา ยามที่พวกมันทั้งคู่มองมาทำให้รู้สึกว่าแอเรียสช่างดูลึกลับและยากที่จะเข้าใจ คำพูดของแอเรียสไม่ได้สร้างความสบายใจให้พวกมันแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นท่าทีของแอเรียสที่ดูสบายใจไร้ซึ่งความกังวลใดๆทำให้พวกมันยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงเข้าไปอีกมาก
นักเวทในระดับััเวทแม้จะเป็ขั้นสูงสุดก็ยากที่จะรับมือกับพวกมันได้ เพียงแค่ต่อสู้แล้วหลบหนีไปได้นั่นก็ถือว่าเป็ผู้ที่มีฝีมืออันเก่งกาจแล้ว ช่องว่างระหว่างระดับััเวทกับระดับนักเวทฝึกหัดนับว่ามีอยู่มากนัก แต่เมื่อพวกมันเห็นท่าทีของแอเรียสที่เป็เพียงระดับััเวทขั้นที่ห้าที่ยืนเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างสบายใจราวกับเป็ผู้ที่ควบคุมทุกอย่างเอาไว้ทำให้พวกมันรู้สึกหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย มันไม่รู้ว่านอกจากแอเรียสจะมีผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่อีกหรือไม่
“ นอกจากเ้าแล้วมีใครอยู่กันแน่ !?รีบบอกให้พักพวกของเ้าโผล่หัวออกมาซะ ก่อนที่พวกข้าจะหมดความอดทนแล้วลงมือสังหารเ้า “
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากชายร่างใหญ่ที่จ้องมองมายังแอเรียสด้วยสายตาที่แฝงด้วยความ้าสังหาร มือข้างหนึ่งของมันถือกระบองสีดำชี้มายังแอเรียส แม้น้ำเสียงและท่าทางของมันจะเต็มไปด้วยความขมขู่แต่ก็หาได้มีผลใดๆกับแอเรียสไม่
“ สังหารข้า ? เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงเลือกเส้นทางนี้“
แอเรียสไม่ตอบคำถามพวกมันแต่กลับจ้องมองไปยังพวกมันพร้อมเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ในยามนี้เขาจะอ่อนแอแต่เขาก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย ระดับพลังของเขาในยามนี้คือััเวทขั้นที่ห้าแต่วิถีเทพอัสนีช่างเป็คัมภีร์บ่มเพาะที่แปลกประหลาดและทรงพลัง แม้จะเป็เพียงระดับััเวทขั้นที่ห้าแต่พลังเวทของเขาในยามนี้กลับแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับััเวทขั้นที่เก้า
“ ข้าจะไปรู้กับเ้ารึ !อย่ามาเล่นลิ้นให้มาก “
ชายร่างใหญ่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก มันเป็ถึงนักเวทระดับนักฝึกหัดแต่กลับถูกปั่นหัวเล่นโดยผู้ที่เป็เพียงระดับััเวทนี่ช่างเป็การหยามเกียรติของมันอย่างแท้จริง
“ อย่าได้วู่วาม ระวังตัวเอาไว้ด้วยบางทีอาจจะมีนักเวทคนอื่นดักซุ่มรออยู่บริเวณนี้ “
ชายร่างผอมบางอีกคนรีบกล่าวเตือนสหายไม่ให้หลงกลโดนปั่นหัวเอาง่ายๆ มันรู้ดีว่าสหายของมันเป็คนที่มีอารมณ์ร้อนและไม่ค่อยถนัดด้านการใช้ความคิดสักเท่าไร มันจ้องมองไปยังแอเรียสอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งก่อนจะมองสำรวจรอบๆบริเวณโดยถี่ถ้วน
ทันใดนั้นมันก็ฉีกยิ้มขึ้นอย่างผู้มีชัย หากแอเรียสมองเห็นรอยยิ้มภายใต้ผ้าปิดปากของมันแล้วล่ะก็เขาคงจะต้องคิดว่ามันเป็รอยยิ้มที่น่ารังเกียจเป็แน่
“ ฮ่าๆๆ เล่นละครได้เก่งดีนี่เ้าหนู เ้ามันก็แค่ลูกแกะที่คิดจะเอาหนังเสือมาห่อหุ้มกาย เ้าคงคิดว่าการทำท่าทีสบายใจเช่นนี้คงทำให้พวกข้าหวาดระแวงแล้วหลบหนีไปเอง แล้วเหตุผลที่เ้าเลือกเส้นทางนี้ก็คงเป็เพราะเ้าเป็คนต่างเมือง เส้นทางนี้คือเส้นทางที่จะเดินทางไปยังเมืองอื่น มีเพียงผู้คนที่จะเดินทางไปยังเมืองอื่นหรือผู้ที่เดินทางมาจากต่างเมืองเท่านั้นจึงจะใช้เส้นทางนี้แสร้งเป็พูดจามีเลศนัยต่างๆคงหวังให้พวกข้าหวาดกลัวเ้าสินะเ้าหนู ข้าคงต้องเสียใจด้วยที่พวกข้าคงไม่โง่งมปานนั้น เ้าถอดแหวนมิติในมือของเ้าทิ้งไว้ซะแล้วรีบกลับไปยังเมืองของเ้าก่อนที่พวกข้าจะเปลี่ยนใจแล้วสังหารเ้าซะ“
หลังจากที่วิเคราะห์ถึงสิ่งต่างๆแล้วในที่สุดมันก็คิดได้ว่าเื่ทั้งหมดคงเป็แผนการที่แอเรียสวางขึ้นเพื่อจะทำให้พวกมันหวาดกลัวเท่านั้น หากมีนักเวทคนอื่นที่คอยหนุนหลังเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่นักเวทเ่าั้คงจะออกมาจัดการกับพวกมันไปนานแล้ว ที่เด็กหนุ่มผู้นี้มีท่าทีสบายใจเช่นนี้ก็คงเป็เพียงละครตบตาหวังขู่ให้พวกมันหวาดกลัวเท่านั้น มันก้าวเดินไปหาแอเรียสอย่างช้าๆราวกับว่าเบื้องหน้าของมันคือสมบัติกองใหญ่ที่รอให้พวกมันไปหยิบฉวยเอามาได้ทุกเมื่อ
“ เฮ้อออ ช่างเป็ตัวโง่งมอย่างแท้จริง ”
แอเรียสถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สิ่งที่พวกมันคาดเดาไม่ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย
“ บังอาจนัก !!ตอนแรกข้าคิดจะไว้ชีวิตเ้าแต่ในเมื่อเ้ารนหาที่ตายก็จงอย่าได้ตำหนิข้า “
เมื่อได้ฟังคำพูดของแอเรียสชายร่างใหญ่ก็ะโออกมาอย่างหมดความอดทน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว มันพุ่งตัวนำหน้าสหายของมันไปด้วยความรวดเร็ว มันร่ายเวทบางอย่างขึ้นก่อนที่จะมีแสงสีน้ำตาลเปล่งประกายออกมาจากรอบกายมัน แขนข้างขวาของมันขยายขนาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือขวามันกำกระบองสีดำแน่นหวังจะทุบเด็กหนุ่มเบื้องหน้าให้กลายเป็ก้อนเนื้อไป
มันไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ายามที่มันพุ่งตัวออกมาเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้ามันหาได้หลบหนีไม่ บนใบหน้ามีแต่เพียงรอยยิ้มประดับอยู่เท่านั้น มันเป็รอยยิ้มที่เย็นเยียบและน่าหวาดหวั่นราวกับพญามัจจุราช
“ ข้าถึงบอกยังไงว่าพวกเ้ามันเป็ตัวโง่งม “
จิตสังหารอันน่าหวาดกลัวกระจายออกมาจากทั่วร่างของแอเรียส มันทำให้ชายร่างใหญ่ถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่ แต่มันเหมือนกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากคันธนูแม้จะอยากย้อนกลับก็ไม่อาจจะทำได้สิ่งที่มันทำได้มีเพียงมุ่งไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าเท่านั้น
แอเรียสคว้าจับไปยังแหวนมิติที่สวมใส่อยู่ ดาบยาวสีเงินที่ดูน่าเกรงขามปรากฏอยู่ในมือของแอเรียสอย่างรวดเร็ว ดาบอสูรมายาคือไพ่ตายของแอเรียส หากไม่มีมันอยู่ในมือเขาคงไม่สบายใจแล้วกล้าเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงเช่นนี้ แม้ระดับของมันในตอนนี้จะเป็เพียงอาวุธระดับสูงแต่นี่ก็ช่วยให้แอเรียสรับมือกับศัตรูเบื้องหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น การต่อสู้นั้นไม่ได้วัดกันเพียงแค่ระดับพลังเท่านั้น อาวุธก็เป็หนึ่งในอีกปัจจัยที่ช่วยให้สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เช่นกัน
ตู๊ม !!
เสียงกระบอกเหล็กสีดำที่ฟาดลงไปยังพื้นดินที่เป็จุดที่แอเรียสเคยยืนอยู่ แต่บัดนี้มันเหลือเพียงความวางเปล่า ด้วยแรงฟาดอันรุนแรงทำให้หน้าของชายร่างใหญ่แทบจะล้มคะมำลงไปกับพื้นดิน
“ เชื่องช้านัก “
เสียงของแอเรียสดังอยู่ที่เื้ัของชายผู้นั้น ประกายแสงสีฟ้าจางๆยังคงเห็นอยู่ที่ฝ่าเท้าของแอเรียส ในมือกำดาบอสูรมายายกขึ้นฟาดฟันไปยังแผ่นหลังของชายผู้นั้น เสียงของดาบที่กรีดเฉือนลงไปผ่านแผ่นหลังจนลึกเข้าไปยังกระดูกดังอยู่ในโสตประสาทของเ้าของร่าง สายโลหิตสีแดงสดค่อยๆไหลรินออกมาจนท่วมแผ่นหลัง ดาบนั้นฟันลงไปยังกระดูกสันหลังของมันอย่างแม่นยำทำให้มันไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ทำได้เพียงส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนาเท่านั้น
“ อ๊ากกกกก !! ฮันช่วยข้าด้วย“
เสียงของชายร่างใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ความเ็ปที่โดนดาบกรีดเฉือนไปยังแผ่นหลังช่างยากจะทานทน ยามนี้ใบหน้าของมันขาวซีดราวกับคนตาย มันไม่เหลือความ้าที่จะต่อสู้ใดๆอีกแล้ว ตอนนี้ในแววตามันมีเพียงแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น
“ บัดซบ ! เ้าสมองทึบดันหุนหันพลันแล่นจนโดนนักเวทระดับััเวทเล่นงานซะได้แล้วต้องให้ข้าบอกเ้าอีกสักกี่ครั้งว่าห้ามเอ่ยนามของพวกเรา “
ฮันสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด สหายของมันแม้ในยามปกติยังไม่ค่อยมีสติปัญญาในการนึกคิดสิ่งใด ไม่ต้องเอ่ยถึงยามที่หวาดกลัวจนไร้สติเช่นนี้เลย ทุกครั้งที่พวกมันออกปล้นชิงทรัพย์สินจากผู้อื่นพวกมันจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตนออกไปโดยเด็ดขาดนี่คือสิ่งที่มันพร่ำบอกกับเนลหลายต่อหลายครั้งแต่ดูเหมือนสุดท้ายสหายของมันก็ทำผิดพลาดไปจนได้
“ หยุดมือแล้วทิ้งดาบในมือเ้าลงซะเ้าหนูแล้วข้าจะถือว่าเื่บาดหมางระหว่างพวกเราไม่เคยเกิดขึ้น“
ฮันกล่าวเจรจาต่อรอง แต่ในมือกลับถือกลับค่อยๆล้วงเอามีดสั้นที่ซ่อนไว้ที่ด้านหลังออกมา
“ ฮันเ้าจะปล่อยมันไปได้เช่นไร เ้าต้องสังหารมันให้ข้าสิ !! “
แม้จะมีดาบอสูรมายาปักอยู่บนแผ่นหลังแต่เนลก็ยังกัดฟันพูดออกมา มันจะไม่ยอมให้ผู้ที่บังอาจทำร้ายมันมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน และหากเป็ไปได้มันก็อยากจะสังหารเด็กหนุ่มผู้นี้ด้วยมือของมันเอง
“ หุบปากของเ้าไปเลยเ้าโง่ ! “
ฮันตวาดเนลที่นอนจอมกองโลหิตอยู่กับพื้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด สหายของเขาช่างไม่มีหัวคิดอะไรเลยจริงๆ
“ เ้าว่ายังไงนะข้าฟังไม่ค่อยชัดเจนเลย เ้าจะสังหารใครอย่างนั้นรึ “
เสียงอันเย็นเยียบราวกับเสียงของพญามัจจุราชดังก้องอยู่ที่เื้ัของมัน เนลหันมองไปยังเ้าของเสียงด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง ก่อนที่มันจะทันได้เอ่ยวาจาใดๆทันใดนั้นดาบอสูรมายาในมือของเด็กหนุ่มก็เงื้อขึ้นแล้วแทงผ่านแผ่นหลังของมันเข้าไปอีกครั้ง ดาบจมลึกลงไปผ่านเืเนื้อของมันก่อนจะตัดลงไปยังขั้วหัวใจของมันอย่างแม่นยำมันได้แต่เพียงจ้องมองค้างไปยังเด็กหนุ่มดวงตาเบิกกว้างก่อนที่จะสิ้นลมหายใจลง
“ เนล !! “
เสียงของฮันที่ะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ฟิ้วว !!
เสียงมีดสีดำสนิทที่พุ่งออกมาด้วยความรวดเร็วจากมือของฮันที่มองมายังแอเรียสด้วยความโกรธแค้น แม้เนลจะโง่งมแต่พวกมันทั้งสองก็เป็สหายกัน มันที่มองดูสหายของมันตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของนักเวทในระดับััเวทช่างเป็อะไรที่เ็ปใจยิ่งนัก
แก๊ง !!
แอเรียสยกดาบอสูรมายาขึ้นมาป้องกันได้อย่างทันท่วงที หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีมีดเล่มนั้นจะต้องปักลงที่ศีรษะของเขาเป็แน่ มีดเล่มนั้นร่วงลงสู่พื้นดินเบื้องหน้าแอเรียส
“ ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก ถึงอย่างไรเ้าก็ต้องตามสหายของเ้าไปอยู่ดี ..ตอนนี้เ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงเลือกเส้นทางนี้“