ในวันต่อมาพี่เผ่าต้องกลับเข้าไปที่บ้านทวีโรนจ์ศิริกุลอีกครั้ง คราวนี้เป็ท่านเ้าสัวที่เรียกตัว ส่วนผมรอฟังข่าวอยู่เพนท์เฮาส์ไม่ได้ไปด้วย
เย็นย่ำเลยล่ะครับกว่าเขาจะกลับมา แต่สีหน้าท่าทางค่อนข้างผ่อนคลาย ผมออกจากครัวเดินไปสวมกอดเขา
"เป็ยังไงบ้าง"
"คิดว่าน่าจะสบายใจได้แล้วล่ะ"
"หืม? หมายความว่ายังไง"
พี่เผ่าเล่าคร่าวๆว่าท่านเ้าสัวเรียกเข้าไปคุยเื่งาน นอกจากจะไม่ตำหนิแล้วยังขอร้องว่าอย่าทิ้งโรงแรมเลย แม่เขาเองก็เสียใจและได้รับบทเรียนแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ยุ่งวุ่นวายอะไรอีก ไม่ค่อยอยากเชื่อแต่พ่อถึงขั้นขอร้องจึงให้อภัยกันไป
บวกกับน้องสาวน้องชายไม่มีใครคิดอยากช่วยงานสักคน อยู่ในวัยสนุกกับชีวิต มีเงินใช้ไม่ขาดมือ เลยถือโอกาสนี้โยกย้ายหุ่นของเด็กทั้งสองมาไว้กับตัวเอง ถ้าอยากได้คืนก็ต้องช่วยทำงาน
"ดีเหมือนกัน จะให้พี่เหนื่อยคนเดียวได้ยังไง"
"อืม แล้วนี่ทำอะไรกินทำไมหอมไปทั่วบ้าน"
ว่าพลางก้มลงมาไล่หอมไปทั่วใบหน้า ไม่พอยังจุ๊บๆที่ปากอีกหลายที
"ไปอาบน้ำสิ มีหลายอย่างเลย"
"ฟอด! อาบด้วยกันไหม"
"อย่าหาเื่น่า"
"หึๆ ก็แค่อาบน้ำด้วยกันเอง คิดอะไรอยู่..."
"ไม่ต้องมาพูดเลย"
แหย่ผมได้ก็หัวเราะสนุก เดินผิวปากขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอน
เพนท์เฮ้าส์ให้อารมณ์เหมือนบ้านสองขั้นลอยฟ้าที่ทั้งกว้างและใหญ่กว่ามาก อยู่ในเมืองแสนสะดวกสบายอีกต่างหาก
จัดอาหารขึ้นโต๊ะ วันนี้ทำกับข้าวสามอย่าง เขียวหวานเนื้อ ผัดดอกหอมใส่ตับ แล้วก็ไข่เจียวกุ้ง ทำเยอะหน่อยเพราะพรุ่งนี้จะเอาไปฝากเพียงรักที่หอ เสร็จก็ทำความสะอาดครัวรอ
ทีวีเครื่องใหญ่เปิดรายการข่าวทิ้งไว้ ชีวิตปกติสุขมันดีอย่างนี้นี่แหละ ผมละช๊อบชอบบบบ
คนที่หายไปอาบน้ำเกือบครึ่งชั่วโมงลงมากอดคลอเคลีย เดินไปตักข้าวก็ตามติดไม่คิดห่าง รินน้ำใส่แก้วก็ยังกอดอยู่อย่างนั้น พอเห็นว่าเราไม่ทักท้วงยิ่งได้ใจ หอมหัว หอมขมับ ไล่ลงมาที่ท้ายทอย จบที่ตรงไหล่
"มีแต่เหงื่อ" ผมว่า
"ไม่มีสักนิด หอมอีกต่างหาก"
"ขนาดนั้นเลย?"
"อืม ขนาดนั้น~"
ยกยิ้มให้กับน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะแกะมือเขาออกเพื่อพาไปนั่งประจำที่จะได้กินข้าวเสียที ลีลาท่าเยอะเดี๋ยวได้กินอย่างอื่นแทน
"อร่อยมาก" เขาเอ่ยชมพลางเคี้ยวข้าวคำโต
"อร่อยก็กินเยอะๆ" ตักดอกหอมกับตับใส่จานให้ เขียวหวานเนื้อก็ดูจะถูกใจ
ของหวานเป็ช็อกโกแลตเย็นกับชูครีม มานั่งซุกกันอยู่บนโซฟาหน้าทีวี รายการวาไรตี้ของเกาหลียังคงเรียกเสียงหัวเราะได้เป็อย่างดี
พี่เผ่าดูบ้างหันมาวอแวผมบ้าง ั้แ่หายเครียดก็อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด กอดหอมอยู่นั่นทั้งที่ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลยครับ
"พอเถอะน่า"
"ไม่พอหรอก"
"เอ๊ะ!"
"ฟอด!"
"เอ๊ะ!"
"ฟอดดดดดดด"
แม้จะทำหน้าขึงขังใส่ก็ไม่เกรงกลัวใดๆ ยกยิ้มพลางจับผมฟัดจนเจ็บแก้มไปหมด สุดท้ายต้องหนีขึ้นมาอาบน้ำ
.
.
.
ไม่คิดว่าจะต้องมีเื่อะไรที่ให้มาเจอกันอีกแล้ว แต่เหมือนผมจะมั่นใจเกินไป...
หลังจากนั้นถัดมาอีกสามวันคุณหญิงพวงทองติดต่อขอพูดคุยเป็การส่วนตัวพร้อมส่งจุดนัดหมายมาให้เสร็จสรรพ แถมยังบอกอีกว่าอย่าให้เผ่าเพชรรู้
ด้วยความสงสัยผมเลยไม่ได้บอกเขาและมายังจุดนัดหมาย เป็ร้านอาหารไทยสุดหรู พอบอกว่ามาพบใครพนักงานก็รีบนำทางไปยังห้องส่วนตัว
เมื่อเข้ามาก็พบกับครอบครัวทวีโรจน์ศิริกุลนั่งกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา มีท่านเ้าสัว คุณหญิง ลูกสาวอย่างพวงแก้ว แล้วก็ลูกชายอย่างเผ่าเพลิง ยกเว้นเผ่าเพชรที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไร
"สวัสดีครับ"
ผมยกมือไหว้คนอายุมากกว่า ทุกสายตาต่างจับจ้องมา ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า ในห้องอบอวลไปด้วยแรงกดดัน
"นั่งก่อนสิ" ท่านเ้าสัวเอ่ย
นั่งลงท่ามกลางความเงียบ เริ่มรู้สึกประหม่าแล้วครับนาทีนี้เพราะไม่มีพวกผมสักคน
"ตอนแรกคิดว่าเธอจะปฏิเสธ"
"ผมอยากรู้น่ะครับว่าพวกท่านจะคุยอะไรกับผม"
"อย่างแรกเลย... ว่าไปสิคุณหญิง"
ท่านเ้าสัวเกริ่นนำก่อนให้สัญญาณคุณหญิงเป็คนพูดต่อ เธอไม่แม้แต่จะสบตาผมด้วยซ้ำ
"รับไว้สิ"
เธอเลื่อนแผ่นกระดาษใบหนึ่งมาให้ มันคือเช็คเงินสดจำนวนห้าล้านบาท(?)
อ่า...
"คืออะไรเหรอครับ คุณหญิงคิดจะเอาเงินฟาดหัวผมอย่างนั้นใช่ไหม"
"มะ ไม่ใช่! ไม่ใช่นะพร้อมรัก ฉัน..."
"นัดผมมาเพื่อที่จะทำอย่างนี้สินะ"
"ไม่ใช่เลย ได้โปรดฟังฉันก่อน"
ผมพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นเอาไว้ อีกฝ่ายมากันทั้งครอบครัวคงไม่ได้มีแค่เื่เงินแน่นอน
"ถ้างั้นมันหมายถึงอะไรล่ะครับ"
"ฉันอยากขอโทษกับเื่ทั้งหมด"
"ก็เลยให้เงินผมเป็การขอโทษ?"
"ฉันรู้มาว่าเธอชอบมัน..."
ฮ่ะ! พูดไม่ออกเลยแฮะ ดูสิเธอรู้ถึงขนาดนี้เชียวนะ
"รับไปเถอะ หลังจากนี้ก็สบายใจได้ คุณหญิงได้รับบทเรียนแล้วและจะไม่ทำแบบนั้นอีก" ท่านเ้าสัวว่า ช่วยพูดแทนภรรยาเต็มที่
ซึ่งท่านก็ดูเป็พ่อที่ใจกว้างนะแล้วทำไมถึงไม่ปรามภรรยาตัวเองเสียบ้าง รู้ๆอยู่ว่าภรรยาตัวเองเป็คนยังไง
"ที่ผมโกรธมากคือคุณหญิงคิดจะเอาน้องชายผมมาขู่ แต่เพราะยังไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยพอให้อภัยกันได้ ส่วนเงินผมไม่รับนะครับ ...แต่ถ้าจะให้จริงๆฝากผ่านพี่เผ่ามาก็ได้"
แหมมมม น้องผมยังต้องเรียนอีกหลายปีนะครับ เหตุผลแค่นี้ก็น่าจะพอให้รับเงินได้แล้ว
"หึ! งั้นฉันจะฝากทางเ้าเพชรก็แล้วกันนะ" ท่านเ้าสัวยกยิ้มราวกับชอบใจในคำตอบ
"ครับ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับเลยแล้วกัน"
"ดะ เดี๋ยวก่อนครับพี่พร้อม"
เผ่าเพลิงร้องเรียกขณะที่ผมเตรียมตัวจะลุกขึ้นยืน
"หืม? คุณเพลิงมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ"
"ช่วยไปพูดกับพี่เผ่าเื่หุ้นที่เขายืดไปหน่อยได้ไหม"
อ่อ... เื่นี้เองสินะ
"ทำไมล่ะครับ ไม่ช่วยทำงานแต่อยากได้เงินมาใช้ฟรีๆทุกเดือนแบบนั้นมันก็แย่อยู่นะ"
มีหุ้นในโรงแรมไม่จำเป็ต้องทำงานก็ได้รับเงินปันผลทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ที่ผมพูดแบบนี้เพราะอยากให้เขาคิดได้หน่อยว่าพี่ชายคนเดียวต้องดูแลตั้งกี่บริษัท เหนื่อยจะตายแต่ไม่เคยบ่นใคร พี่น้องก็ถึงวัยที่พอจะช่วยงานกันได้แล้ว
"แต่มันเป็การละเมิดสิทธิ์" คุณพวงแก้วว่า
"ทำไมไม่คุยกันกับเขาเองล่ะครับ"
คำถามนี้ไม่มีใครตอบผมได้สักคน แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่สามารถช่วยพูดได้
"เื่นี้ผมช่วยพูดให้ไม่ได้เพราะผมก็อยากให้พวกคุณช่วยแบ่งเบางานจากเขาบ้าง ไปคิดใหม่ดีกว่าว่าจะให้เขาแบกรับภาระทั้งหมดคนเดียวจริงๆน่ะเหรอ"
อีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อผมเลยขอตัวกลับ ชวนกินข้าวก็ขอบาย ไม่อยากอยู่นาน อึดอัดกับบรรยากาศด้วย
แน่นอนว่าเราไม่มีความลับต่อกันอยู่แล้ว พอพี่เผ่ากลับมาผมก็เล่าให้เขาฟังทั้งหมด แถมยังได้รู้อีกว่าท่านเ้าสัวเลี้ยงลูกคนกลางกับคนเล็กตามใจขนาดไหน
สำหรับลูกคนโตแล้วกลายเป็บุคคลเพียงคนเดียวที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่า
แต่ก็หายห่วงไปเปราะหนึ่งตรงที่ถ้าวันหนึ่งพี่เขาไม่ไหว ก็จะคืนตำแหน่งกลับไปโดยไม่รู้สึกผิดหรือเสียดายอะไร ถือว่าทำอย่างเต็มที่แล้วนั่นเอง
"ฟอด ฟอด คนเก่ง" ทั้งกอดทั้งหอม ชื่นชมจากใจจริง
เขากอดผมแน่นไม่แพ้กัน
หอมหัวหอมขมับแบบไม่พัก
"ฉันรักเธอ รักมาก"
การเป็ที่รักสำหรับใครสักคนมันดีเหลือเกิน ไม่คิดว่าจะถูกบอกรักก่อนด้วยซ้ำ ทำเอาเขินจนไม่กล้ามองเลยล่ะครับ หัวใจเ้ากรรมเต้นแรงแข่งกับแก้มแดงๆเสียแล้ว
เสียงรายการวาไรตี้ในทีวีไม่สามารถทำลายบรรยากาศอบอุ่นตอนนี้ได้เลย ผมกอดซุกอกกว้างอย่างหวงแหน เป็อย่างนี้ก็ต้อง...
"ผมเองก็รักพี่เหมือนกัน ...รักนะครับ รักจังเลย"
กะจะเก็บไว้บอกเขาในวันพิเศษแท้ๆ แต่บอกตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน ก็ผมรักเขามากนี่นา รักเขาไม่แพ้กับที่เขารักผม
.
.
.
ร่างกายกำยำผละออกจากตัวผมไปแต่มิวายจับพลิกให้นอนหงายแล้วทาบทับลงมาใหม่อีกครั้ง สอดใส่เ้าส่วนนั้นเข้ามาก่อนจะขยับช้าๆ
ต้องไม่เชื่อแน่ว่าเราทำกันั้แ่กี่โมงจนถึงกี่โมง เพราะแค่ปรายตาไปที่หน้าต่างก็ได้คำตอบ
เพิ่งเข้าใจคำว่ายันหว่างก็คราวนี้
ตรงส่วนนั้นช้ำระบมแต่ก็ยังหน้าไม่อายตอดรับทุกััที่อีกฝ่ายโถมใส่และมอบให้
ใครไหวไปก่อนเลยนะครับ
ส่วนผมแค่ขยับตัวก็เหมือนจะตายให้ได้
Tbc.