เมื่อพวกอัลมิสมาถึงโรงเตี้ยม เวลาก็คํ่ามืดสะเเล้ว อัลมิสจึงลากับศิษย์พี่ กาดิสเเละอาจารย์ โวเฮอร์ เพื่อไปพักผ่อน เมื่ออัลมิสถึงห้องพักก็เปิด สถานะเพื่อเช็คข้อมูลอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางพรุ่งนี้
ชื่อ อัลมิส ฉายา ไม่ปรากฏLevel 7175/180ค่าสถานะ S.P.E.C.I.A.L.Strength ค่าความแข็งแกร่ง 8Perception ค่าความรับรู้ 8Endurance ค่าความอดทน 6Charisma ค่าความสเน่หา 4Intelligence ค่าความความฉลาด 5Agility ค่าความว่องไว 6Luck ค่าความโชคดี 3
เเต้มสถานะคงเหลือ 0 เเต้ม
หมวดสกิล
สารานุกรมเเห่งโลก level 6 200/300สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็วเเละจดจำข้อมูลสิ่งต่างๆเเละวิเคราะห์ได้ทุกอย่างเเต่ขึ้นกับLevel ผู้ใช้ประมวลข้อมูลระดับกลาง สามารถประมวลสิ่งเเวดล้อม สภาพต่างๆประเมินสิ่งมีชีวิตระดับกลาง สามารถอ่านอักษรโบราณได้ ระดับกลางการต่อรองที่ทัดเทียมสามารถต่อรองสินค้าอะไรก็ได้ ระดับกลางปลดล็อค สารานุกรมอสูรกายสามารถหาจุดของเราอสูรกายได้ขึ้นอยู่กับการศึกษาจากสมุดเเละเจอกับตัวอสูรชนิดนั้นๆ ขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
องค์ความรู้มือสังหาร level 5 ความสามารถร่างกายของมือสังหารขึ้นอยู่กับการฝึกฝนสิ่งต่างๆ
ปีนป่าย level 7 130/280วิ่งไว level 8 100/300อดทนต่อความเจ็บปวด level 7 65/280 อดทนต่อความเจ็บปวดทุกชนิดระดับกลาง level 6 30/280ร่างกายทนทานต่อสิ่งต่างๆระดับกลาง level 8 10/300 การแกะรอยระดับกลาง level 7 10/300สามารถแกะรอยเท้าของมนุษย์เเละสิ่งต่างๆได้การกลบร่องรอย ระดับกลาง level 5 105/240สามารถกลบร่องรอยต่างๆได้ขึ้นอยู่กับ Level ของผู้ใช้เคลื่อนไหวดังเงาภูติพราย ระดับกลาง level 8 45/300อีกฝ่ายไม่สามารถมองเห็นการเครื่องไหวใดๆได้ขึ้นอยู่กับ level ผู้ใช้ทักษะอาวุธลับ ระดับกลาง level 8 80/300สามารถใช้อาวุธลับได้ทุกชนิดขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้ทักษะอาวุธทุกชนิดขึ้นกลาง level 6 30/350ใช้อาวุธได้ทุกชนิดขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้การลอบสังหาร[Assassination] สามารถลอบสังหารอีกฝ่ายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ ขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
ภูมิปัญญาเเห่งนักปราชญ์ level 7 160/300 สามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆเเละสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เเต่ขึ้นอยู่กับlevel ผู้ใช้การประดิษฐ์ level 6 105/220ความเพียร level 8 200/400ทักษะSigns level 6 100/500 ไม่เป็นตามเงื่อนไขความสามารถในการใช้อักษรเวทย์มนต์องค์ความรู้ช่างประดิษฐ์ level 6 10/400สามารถสร้างอุปกรณ์หรืออาวุธลับต่างๆได้ขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้ปลดล็อค ความรู้กายวิภาค สามารถระบุตำเเหน่งต่างๆในร่างกายสิ่งมีชีวิตได้การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน Level 1 0/50สามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายในเเละนอกได้ ใช้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดขึ้นกับองค์ความรู้ของผู้ใช้ สามารถใช้ร่วมกับความรู้กายวิภาคได้
สถานะสภาพร่างกายสามารถฟื้นฟูร่างกายเองได้เเต่ต้องใช้เวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บเเละLevel ของผู้ใช้การกลายพันธุ์ lock เงื่อนไขการกลายพันธุ์ [Trial of the Grasses]กะเพาะเหล็ก ติดตัว level 6 105/400กินได้เกือบทุกอย่าง กรุณาระวังสิ่งที่กินเข้าไปการก้าวข้ามขีดจำกัด ติดตัว Level 9 240/260หนังเหนียว ติดตัว level 5 70/260ฟันเเทงไม่เข้าเเต่ขึ้นอยู่กับ level ของผู้ใช้ตาเหยี่ยว ติดตัว level 7 90/400สามารถมองไกลถึง 800-900 เมตรความยืดหยุ่น ติดตัว level 7 90/300กล้ามเนื้อเส้นเอ็นรวมถึงระบบต่างๆในการเคลื่อนไหวมีความคล่องแคล่วขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
ศิลปะการต่อสู้ ขั้นที่ 1 level 2 100/200
ศิลปะการต่อสู้ที่ปลดล็อค มวยไทย ขั้นต่อไป ไม่ปรากฏสกิล มวยไทย ขั้นพื้นฐาน [ศอกอัด] [หมัดตรง] [เข่าลอย] [เตะตํ่า] [ยันอก][ตั้งการ์ด]
หลังจากที่กำจัดขยะในร้านฆ้อนฟาดศิลาก็ได้เเต้ม มาเล็กน้อย ของศิลปะการต่อสู้เพิ่มมา 50 เเต้ม นอกนั้นไม่มี อัลมิสตัดสินใจเอาเเต้ม 5 เเต้มไปอัพ ให้กับ ค่าความแข็งแกร่ง 2 เเต้มค่าความรับรู้ 2 เเต้ม เเละ ค่าความว่องไว 1 เเต้มจากนั้นจึงปลดล็อค ทักษะลอบสังหารถือว่าเป็นอันเสร็จหลังจากที่อัลมิสจัดการค่าสถานะเเละเช็คอุปกรณ์ก่อนที่จะฟุบหลับไปบนเตียง
อีกด้านหนึ่งของเมือง
เสียงของตะโกนเต็มไปด้วยความโกรธเเค้น
???"หมายความยังไงยังหาตัวไม่พบพวก เจสเตอร์กับพวก? มันหายไปไหน?"
เสียงเต็มไปด้วยความโกรธก็คือ ชายร่างตัวใหญ่ตัวเตี้ยเหมือนหมูคล้ายๆกันยืนอยู่กัน2คน2คนนี้จะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ บารอน เเบตด็อก กับญาติของเขา โมเซก นั้นเอง
???"พวกเเกทั้งหมดต้องหาตัวพวกมันให้เจอ!"
พวกทหารยามเเละพวกนักเลงวัยรุ่นที่อยู่ภายในการปกครองของบารอน เเบตด็อก ในเมืองใครๆก็รู้ว่าเลวร้ายยิ่งกว่าหน้าตาของมันซะอีกเเต่ไม่มีใครกล้าพูดคำนั้นเพราะล่าสุดทีนักเดินทางมาได้บาดหมางกับ บารอน เเบตด็อก ล่าสุดก็ไปกินหนอนอยู่ในดิน
เวลาก็เลยผ่านมาตอนเช้าของอีกวัน ซึ่งเมื่อ อัลมิสตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของตัวเขาเองเบาเหมือนขนนกเลย หลังจากเเต่งตัวเเล้วจึงไปพบกับ ศิษย์พี่กาดิสเเละอาจารย์โวเฮอร์ซึ่งทั้งสองกำลังรอ อัลมิส มากินข้าวเช้าพร้อมกัน
เมื่อเห็นฉากนี้ อัลมัสก็รู้สึกมีความสุขเพราะว่าในชีวิตก่อนตัวเขานั้นเป็นนักศึกษาที่ชีวิตใช้ชีวิตกับคำว่าโดดเดี่ยวเสมอเพื่อนมีบ้างเเต่มีน้อยคนจะมีมิตรเเท้ สุดท้ายเเล้วก็โดนคำว่าเพื่อนทำร้ายจนเกิดเป็นเเผลใจไม่เปิดใจยอมรับใคร รวมถึงเรื่องรักอีกที่ทำทุกอย่างก็พังหมด ครอบครัวก็ล้มหายตายจากบ้างก็ไม่อยากญาติดีด้วยจนสุดท้ายก็ส่งตัวเองจนเรียนจบเเล้วโดนเด็กเเว้นเวรนั้นชนส่งมาโลกของ เดอะวิชเชอร์ พูดก็พูดนี้คือความอบอุ่นที่เขาโหยหามาตลอดเวลา
เมื่อกาดิสเห็น อัลมิส ยืนนิ่งอยู่จึงหยิบก้อนขนมปังโยนให้อัลมิสเเล้วเรียกมากินข้าวเช้ากันเมื่อโวเฮอร์กำลังจิบชาอยู่เห็นกาดิสเเสดงมารยาทไม่เหมาะสมจึงตบกบาล ดัง เพียะ
กาดิสจึงหันหน้ากับมามองอาจารย์ตนพร้อมนํ้าตาซึ่งฉากนี้ทำให้ทั้ง 2 หัวเราะเพราะการกระทำของ กาดิส
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จทั้ง3 จึงมุ่งตรงไปยังคอกม้าที่อยู่โรงเตี้ยมเพื่อออกเดินสู่ เเคร์มอร์เฮน โรงเรียนสอน วิชเชอร์ สำนัก หมาป่า หลังจากเช็คสัมภาระรอบสุดท้าย ทั้ง 3 จึงมุ่งตรงขึ้นเหนือเพื่อออกเดินทาง
เเละเเล้วเวลาก็ผ่านมาเเล้วกว่า 15 วัน
อัลมิสที่นั่งอยู่บนตัวม้ากำลังคุย เฮฮากับ กาดิสศิษย์พี่ของเขา ส่วนอาจารย์โวเฮอร์ก็ขี่ม้ามุ่งตามเส้นทางสู่ เเคร์มอร์เฮน ไปเรื่อยตามเเผนที่ระหว่างทาง อัลมิสก็ใช้อุปกรณ์มือสังหารเเละ ศิลปะการต่อสู้ ฝึกซ้อมกับกาดิส ตลอดการเดินเมื่อพวกเขาต้องตั้งเเคมป์ระหว่างทางเหล่าอสูรกายหรือพวกโจรก็ไม่เห็นตามเส้นทางตลอด 15 วัน เมื่อฝึกซ้อมกับกาดิสเสร็จ อัลมิสก็ฝึกฝนการปรุงยาเเละศาสตร์ต่างๆ ดังที่คำพูดที่ว่า มีความรู้เปรียบสเหมือนมีอาวุธรอบกลายคำนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้ตลอดเเต่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้
เมื่อพบคํ่า ทั้ง3คนก็ตั้งเเคมป์ล้อมรอบกองไฟ เพื่อฝึกสมาธิให้เฉียบคมสำหรับ อัลมิสมันก็เหมือนการลับคมประสาทสัมผัสต่างๆภายในร่างกายให้เเข็งเเกร่งเเละทำให้เขาใจกับสภาพร่างกายของตน เเละเเล้วพระอาทิตย์ก็ส่องมายังทั้ง3 เเสดงถึงเวลาเเห่งการเดินทางได้เริ่มอีกครั้ง
ก่อนที่ทั้ง3 จะมุ่งไป เเคร์มอร์เฮน พวกเขาผ่านเมืองเเห่งการเกษตรต้องเเวะซื้อเสบียงไปเพิ่มที่ เเคร์มอร์เฮนก่อนที่หน้าหนาวจะมาอีกเเต่เเล้ว อัลมิสก็มีความคิดหนึ่งพุดขึ้นมาจึงเดินตรงไปหาชาวนาในเมืองเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ เเล้วใช้ความช่วยเหลือของ ภูมิปัญญาเเห่งนักปราชญ์ ในการปรับปรุงเพื่อใช้ในการเพราะปลูกที่ เเคร์มอร์เฮน เเละทั้ง3ก็ออกจากหมู่เเห่งการเกษตรมุ่งตรงสู่ เเคร์มอร์เฮน
เเละเเล้วเวลาก็ผ่านไปอีก 3 วันซึ่งทั้ง 3 ก็ใกล้ถึง เเคร์มอร์เฮน เต็มทีเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ส่วนทางด้าน อัลมิสกับกาดิสก็ยังเหมือนเดิมนั่งหาอะไรคุยกันเรื่อยเปื่อยเเละทั้ง3ก็เห็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่เต็มไปด้วย ธรรมชาติเเละความเก่าเเก่ เเต่ก่อนที่ทั้ง 3 จะมุ่งหน้าต่อเเต่ โวเฮอร์ก็บอกกับ อัลมิสเเละกาดิสให้ช่วยกันกลบร่องรอยเพื่อไม่ให้ใครตามมา เมื่อได้ยินอย่างงั้น อัลมิส รีบใช้ 1 ใน ทักษะมือสังหาร การกลบร่องรอย หลังจากทั้งสามกลบร่องรอย เสร็จจึงมุ่งหน้าสู่ เเคร์มอร์เฮน เเต่ว่าระบบกลับเเจ้งเตือนมาด้วยข้อความสีเเดง
ระบบ
คำเตือน! ระบบตรวจสอบ เหตุการณ์สำคัญกับ เเคร์มอร์เฮน โรงเรียนของเหล่าวิชเชอร์ เเห่งสำนักหมาป่า พบชาวบ้านที่กระหายเลือดกำลังบุกโจมตี เเคร์มอร์เฮน ภารกิจพิเศษ ช่วยเหลือเหล่า วิชเชอร์ สำนักหมาป่าทุกคนจาก ชาวบ้านกระหายเลือด รางวัลภารกิจขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้ใช้ โปรดระวัง
เมื่ออัลมิสเห็นข้อความเเจ้งเตือนมาหน้าก็ถอดสีด้วยความกังวลจึงรีบใช้ตาเหยี่ยวมองไปยังป้อมปราการ เเคร์มอร์เฮน จึงพบกับเหล่าชาวบ้านกระหายเลือดล้อมรอบกำเเพง เเล้วหันกลับมาบอกกับอาจารย์เเละศิษย์พี่ของตนเเล้วรีบควบม้ามุ่งต้นสู่ เเคร์มอร์เฮน