
แคเรนอ้ำอึ้งยังคงปล่อยให้อีกฝ่ายลากเข้าบทสนทนาไปอย่างง่ายๆ เรเนเซียที่หกราวกับรัวหมัดใส่หน้าเธอไม่หยุดด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำราชินีส่ายหน้าเบาๆ
“ขนาดการเจรจาง่ายๆ ยังทำไม่ได้ แล้วข้าจะไว้ใจให้เจ้าปกครองอาณาจักรลอฟท์เรียได้อย่างไรตอบข้ามาสิ”
แคเรนพยายามรวบรวมสติกลับคืนมา เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอในที่สุดก็พอจะนึกคำพูดได้บ้าง
“ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านเลิกสังหารคนเท่านั้น...”
“หืม...”เรเนเซียที่หกครางในลำคอก่อนจะสังเกตท่าทีของแคเรนซึ่งก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเธอโกหกแต่อย่างใดองค์ราชินีจึงกล่าวกับเธอ “ไม่ใช่ว่าพวกเจ้ามีเรื่องที่ต้องกังวลอยู่อีกเรื่องหรอกหรือข้าได้ยินมาจาก เอียน ดาทนอร์ธ เรื่องที่พ่อบ้านคนสนิทของเจ้าถูกสังหาร”
นัยน์ตาของแคเรนเบิกกว้างเป็นครั้งแรกที่เธอสามารถโต้กลับได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ถ้างั้นท่านก็เป็นคนออกคำสั่งให้สังหารคาร์ลเพราะรู้เรื่องที่คาร์ลเป็นเด็กต้องห้ามตระกูลเวนดีสใช่หรือไม่”
“ข้ารู้เรื่องนั้นมาซักระยะแล้วและเป็นคนสั่งเอียนเองว่าถ้าเขามีท่าทีเป็นภัยก็ให้สังหารเสีย”
“งั้นท่านก็วางแผนให้เราไปที่อนุสรณ์สถานดูปรัสสินะคะ”
“จงพินิจดูสติปัญญาของตัวเจ้าเองสิถ้าจะสังหารพ่อบ้านของเจ้า ข้าจำเป็นต้องวางแผนแบบนั้นด้วยหรือและจะสั่งให้ดูท่าทีก่อนทำไม”
“งั้นก็ไม่ใช่ท่านหรือคะ”
“ไม่ใช่ข้าและข้าก็ยังสงสัยอยู่ว่าพวกเจ้าไปที่อนุสรณ์สถานดูปรัสทำไม”
“คนของอาณาจักรครอสวูดปลอมตัวเป็นคนพายเรือแล้วพาพวกเราไปค่ะ”แคเรนตอบพยายามลอบสังเกตท่าทีของเรเนเซียที่หกเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่รู้เรื่องจริงๆ
เรเนเซียยอมปริปากเล็กน้อยเพื่อให้แคเรนเลิกคิดไปเองอย่างไร้เหตุผล
“งั้นก็มีคนทรยศในหมู่อัศวินทั้งแปดตระกูล”
“ข้าก็สงสัยเรื่องนั้นอยู่ค่ะ”
เรเนเซียที่หกยิ้มมุมปากเหมือนจะเริ่มสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้าแล้วจึงกล่าวกับแคเรน
“ถ้าเช่นนั้น... หากเจ้าสามารถหาตัวคนทรยศคนนั้นได้ข้าจะยอมทำตามเงื่อนไขของพวกเจ้า หลังจากทำบลัดบอนด์กับแคเรนแล้วชีวิตของข้าจะจบลงทันที ไม่มีความจำเป็นต้องดื่มเลือดสตรีเพื่อต่อชีวิตอีก”
“หมายความว่าบลัดบอนด์จะทำให้ท่านตายเช่นนั้นหรือ”
“พลังในการควบคุมโลหะวิสทานัมเปรียบเสมือนพลังชีวิตของเจ้าตราบเท่าที่มีมันอยู่ เจ้าก็จะอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต แม้จะบาดเจ็บหนักก็หายได้ไวกว่าคนธรรมดาทั่วไปถึงแม้ตายไปพลังก็จะไหลเวียนไปเรื่อยๆ ร่างของเจ้าจะคงสภาพเดิมเพียงแต่อายุขัยหมดแล้วเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณที่ขยับไปไหนไม่ได้เจ้าจะถูกจองจำอยู่ในร่างตัวเองหากไม่ดื่มโลหิตสตรีเพื่อต่อชีวิต แต่การทำบลัดบอนด์คือการส่งมอบพลังต่อให้กับรุ่นต่อไปเพื่อเสริมพลังของรุ่นต่อไปให้แข็งแกร่งขึ้นและสละชีวิตของตัวเองเพื่อจากไปอย่างสงบได้ ข้าถึงจำเป็นต้องรอให้ผู้สืบทอดพร้อมก่อนเรื่องนี้ต่อไปเจ้าเองก็ต้องทำเหมือนกันกับข้า สืบทอดพลังให้รุ่นต่อไป”
สีหน้าของแคเรนเปลี่ยนเป็นสับสนเหมือนเธอกำลังตำหนิตัวเองอยู่ในใจ ท่าทีของเรเนเซียที่หกจึงอ่อนลงก่อนจะกล่าวกับแคเรน
“ที่จริงสิ่งที่เจ้าต้องทำก็แค่พิสูจน์ตัวเองให้ข้าเห็นว่าเจ้าพร้อมรับตำแหน่งแล้วไม่จำเป็นต้องสืบคดีนี้เลย”
สีหน้าของแคเรนสลดลงอีกเธอรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อใจองค์ราชินีตั้งแต่แรกแต่ตอนที่กำลังจะกล่าวกับองค์ราชินี เรเนเซียที่หกกลับเป็นฝ่ายพูดกับเธอ
“น่าเสียดายที่เจ้าทำให้ข้าหมดความเชื่อใจที่มีต่อเจ้าไปแล้วข้าคงไม่แค่ปล่อยให้เจ้าไปสืบหาคนทรยศหรอก แต่ต้องขอหลักประกันสักหน่อย”
เรเนเซียที่หกใช้พลังบังคับแก้วโลหะวิสทานัมที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างบัลลังก์ให้ลอยมาหยุดในมือของเธอก่อนที่ขอบแก้วจะเปลี่ยนเป็นใบมีดบางเฉียบเธอกรีดนิ้วชี้ให้หยดเลือดไหลลงไปผสมกับน้ำในแก้วก่อนจะบังคับให้แก้วลอยไปหยุดตรงหน้าไกอัสแล้วกล่าวขึ้น
“ถือเป็นการลงโทษที่หยามเกียรติข้าไกอัสจะต้องทำไอรอนบอนด์กับข้า”
ไกอัสชะงักกำลังจะพูดปฏิเสธแต่เรเนเซียแทรกขึ้นเสียงกร้าว
“หากปฏิเสธ ข้าจะสังหาร...”กล่าวจบคมดาบซึ่งทำจากโลหะวิสทานัมก็วิ่งเข้าจ่อคอไกอัสทากัสพยายามบังคับดาบให้วิ่งเปลี่ยนทิศทางไปโดยไม่ทันมองดาบอีกเล่มในมือของ โรลลันชาฟเวิร์น ที่กำลังพุ่งเข้าหาแคเรนจากทางด้านหลังแต่แล้วคมดาบทั้งสองเล่มของโรลลันก็สลายกลายเป็นของเหลวสีเงินไหลลงบนพื้น
ดอว์น เวนดีส เดินฝ่าประตูเข้ามาเขาผายมือมาตรงหน้าแคเรนราวกับแสดงเจตจำนงว่าจะปกป้องเธอแคเรนนิ่งตะลึงกับใบหน้าคุ้นเคยนั้นถึงแม้รูปร่างของดอว์นจะมีความกำยำมากกว่าคาร์ลเพราะฝึกร่างกายทุกวันแต่การแยกลักษณะของพวกเขาได้ในพริบตาก็ไม่ยากเกินความสามารถของคนที่เติบโตมาด้วยกันกับคาร์ลอย่างแคเรนเพียงแต่ตอนนี้เธอแค่อยากโกหกตัวเอง แม้เพียงช่วงเวลาไม่นานก็ไม่เป็นไร
ดอว์นมองดูสถานการณ์ตรงหน้าโดยมี ชาร์ล เวนดีส ผู้เป็นบิดาเดินผ่านเข้าประตูตามมาทีหลังชาร์ลบังคับให้ของเหลวสีเงินบนพื้นลอยขึ้นไปคืนรูปร่างเป็นคมดาบในมือโรลลันอีกครั้งดาบอีกเล่มที่ตกอยู่บนพื้นถูกโรลลันบังคับให้ลอยขึ้นในอากาศเพื่อเตรียมจู่โจมแต่ครั้งนี้ดาบที่เสียบประดับอยู่ตามกำแพงทั้งสองฝั่งของห้องโถงก็ถูกเรียกออกจากฝักขึ้นมาจู่โจมด้วย
“ข้าคิดว่าสู้กันไปก็คงหาข้อสรุปไม่ได้”
ไกอัสกล่าวขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของโรลลันเอาจริง หากพันธะไอรอนบอนด์สามารถควบคุมตระกูลอัศวินทั้งแปดได้พวกเขาคงต้องปะทะกับโรลลันและชาร์ลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไกอัสตัดสินใจยกแก้วน้ำผสมโลหิตของราชินีเรเนเซียขึ้นดื่มเพื่อยับยั้งสถานการณ์ตรงหน้าชั่วคราวก่อนจะกล่าวกับองค์ราชินี
“เท่านี้ท่านคงจะปล่อยเราไปได้แล้วใช่มั้ย”
เรเนเซียให้สัญญาณมือเพื่อให้ชาร์ลและโรลลันเก็บอาวุธโรลลันเรียกดาบทุกเล่มคืนฝัก
“ข้าจะให้ไกอัสเดินทางไปกับพวกเจ้าด้วยหาตัวคนทรยศในหมู่อัศวินให้ได้”
“ทราบแล้วค่ะ”
แคเรนกล่าวตอบก่อนที่เธอ ไกอัสและดอว์นจะเดินออกจากห้องโถงของพระราชวังไป ราชินีเรเนเซียไม่ได้สั่งทหารให้ทำร้ายพวกแคเรนสายตาของเธอกลับไปจับจ้องอยู่ที่ราชองครักษ์ทั้งสองคนแทน
เรือไม้ลำใหญ่แล่นเข้าเทียบท่าจอดบนเกาะกลางแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านอาณาจักรทั้งสามที่นี่คือจุดหมายที่พวกแคเรนตั้งใจจะไปในครั้งแรกหากไม่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อนคงได้ไปทักทายเอียนดาทนอร์ธที่คฤหาสน์ของเขาแทนที่จะตรงไปยังอนุสรณ์สถานดูปรัส แคเรนเดินลงจากเรือตามมาด้วยไกอัสและดอว์นส่วนทากัสถูกเอเคอร์เรียกกลับไปช่วยคุมด่านทางเหนือตามคำสั่งของราชินีเรเนเซีย
คฤหาสน์ตระกูลดาทนอร์ธตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางเกาะขนาดเล็กบนผืนน้ำอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่มองดูราวกับบ้านผีสิงซึ่งมืดสนิทมีเพียงแสงไฟสลัวที่ช่องหน้าต่างเพียงสองสามจุดให้เห็นเท่านั้นแต่เมื่อขึ้นรถม้าเข้ามาถึงหน้าประตูรั้วของคฤหาสน์จึงเห็นความเป็นปกติของสิ่งปลูกสร้างตามแบบบ้านหลังใหญ่ที่เห็นได้ในเมืองเพียงแต่เงียบสงัดกว่ามาก
อัลเบิร์ตเดินออกมาต้อนรับทั้งสามคนเข้าไปในคฤหาสน์ดอว์นกวาดสายตามองสำรวจภายในสวนซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ สมุนไพรพิษซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะตระกูลดาทนอร์ธทำหน้าที่เป็นมือสังหารจึงรู้จักพิษชนิดต่างๆ และค้นคว้าเพื่อใช้การต่อสู้รวมถึงทรมานคนในบางโอกาสด้วยพิษที่ใช้ฆ่ากองทัพอมตะก็คิดค้นโดยตระกูลดาทนอร์ธเช่นกัน
ไกอัสสังเกตดูทหารเฝ้ายามรอบคฤหาสน์ที่มีอยู่เพียงสามสี่คนซึ่งยืนปรากฏตัวให้เห็นแต่เขาสามารถจับความรู้สึกของศัตรูผ่านอาวุธซึ่งเป็นโลหะวิสทานัมได้ตอนนี้เขาใช้พลังจากพันธะไอรอนบอนด์ขององค์ราชินีเรเนเซียได้แล้ว