บทที่ 24 ขุดผักป่า
หลังเทศกาลเชงเม้ง หมู่บ้านเหลียงหมินได้รับข่าวจากที่ว่าการอำเภอ
เนื่องจากหมู่บ้านเหลียงหมินมีผลงานดีเด่นหลายครั้ง ท่านผู้ว่าการมณฑลและนายอำเภอจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบรางวัลที่หมู่บ้านเหลียงหมินด้วยตนเอง!
เมื่อห่าวเหรินได้รับข่าว จึงเริ่มวางแผนว่าสิ่งใดควรปรากฏและสิ่งใดไม่ควรปรากฏ
ในวันที่ท่านผู้ว่าการมณฑลจะมา ซูจือจือไม่ได้คิดอะไรมาก นางสนใจแต่เพียงว่าฤดูใบไม้ผลิเป็่เวลาที่ดีในการขุดผักป่า
หลังจากทนทรมานผ่านวันเรียนมาได้ ในที่สุดก็ถึงวันหยุดซูจือจือแบกตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กเตรียมออกไปขุดผักจี้
เมื่อสองวันก่อน อู่อิงเหนียงทำลูกชิ้นไก่ผักจี้อร่อยมาก ซูจือจืออยากกินอีก แต่ที่บ้านเหลือผักจี้ไม่มากแล้ว นางจึงตั้งใจจะเก็บผักจี้ให้เต็มตะกร้ากลับมา
ซูจือจือแบกตะกร้าไม้ไผ่ออกจากบ้าน อาเป่ากระพือปีกตามหลังมา
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นก็เห็นฮวาเอ้อร์เหนียงสะพายตะกร้า
"พี่ฮวา อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ!"
ฮวาเอ้อร์เหนียงมีหน้าตาอ่อนหวาน รูปร่างบอบบาง แต่กลับมีใบหน้ากลมมน
เวลายิ้มดูอ่อนโยนไร้พิษภัย ใครเห็นก็ไม่มีทางคิดว่านางมาจากหุบเขาอู่ตู๋
เมื่อนางยิ้มให้ซูจือจือ ใบหน้าก็ยิ่งดูกลมมนขึ้นไปอีก
"จือจือจะไปที่ใดหรือ?"
"ข้าจะไปขุดผักป่า กลับมาให้ท่านแม่ทำขนม"
"พอดีเลย ข้าจะไปเก็บเห็ด ไปด้วยกันเถิด"
ฮวาเอ้อร์เหนียงจูงมือซูจือจือเดินไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน
แท้จริงแล้วเส้นทางไปเขาด้านหลังมีหลายเส้น ไม่ว่าจะไปทางทิศตะวันตก ทิศเหนือหรือทิศตะวันออกก็ได้
แต่หากเดินไปทางทิศตะวันออกก็จะผ่านบ้านของหมออวี๋ ซูจือจือจึงถือโอกาสชวนเซวียเช่อไปด้วยกัน
ขณะที่พวกนางเดินมาถึงลานบ้านของหมออวี๋ ก็บังเอิญพบร่างสองร่างกำลังเดินออกมาจากประตู
หมออวี๋และเซวียเช่อกำลังจะออกไปข้างนอกเช่นกัน
หมออวี๋สะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ ส่วนเซวียเช่อสะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กและถือจอบไว้ในมือ
ซูจือจือวิ่งไปหาเซวียเช่อ "ท่านหมอ อาเช่อ พวกท่านจะไปที่ใดหรือ?"
เซวียเช่อก้าวเดินมาหน้าซูจือจือ "ฮวาเอ้อร์เหนียง จือจือ ข้ากับท่านหมอจะไปเก็บสมุนไพร"
การที่เซวียเช่อขึ้นเขามาครั้งนี้ราวกับมาเพื่อััประสบการณ์ชีวิตเลยทีเดียว
แม้ว่าเขาจะเคยกินโอสถมามากมาย แต่การเก็บสมุนไพรด้วยตัวเองนั้นเป็ครั้งแรก
หมออวี๋เมื่อเห็นฮวาเอ้อร์เหนียง สีหน้าของเขาก็ดูไม่เป็ธรรมชาติขมวดคิ้วพลางกล่าว
"เ้าเพิ่งจะไปเก็บเห็ดเมื่อวานซืนกับเมื่อวานไม่ใช่หรือ? เหตุใดวันนี้จึงจะไปอีก"
ฮวาเอ้อร์เหนียงเอามือเท้าสะเอว เลิกคิ้วยิ้มพลางกล่าว
"หมออวี๋เป็ห่วงข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถึงกับรู้ว่าข้าทำอะไรทุกวัน"
หมออวี๋นิ่งเงียบ
นางเดินผ่านหน้าประตูลานบ้านเขาอย่างโอ้อวด จะให้ไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร
อีกอย่างก็เพราะเห็นนางไปที่เขาด้านหลัง สองวันก่อนเขาถึงไม่ได้ไปเก็บสมุนไพร ไม่คิดว่าวันนี้ฮวาเอ้อร์เหนียงจะไปอีก
"พอดีเลย ไปด้วยกันเถิด"
ซูจือจือดีใจมาก เวลามีคนเยอะ ๆ ก็ยิ่งขุดผักป่าสนุกมากขึ้น
เขาด้านหลังกว้างใหญ่ มีทั้งป่าและลำธาร
หากซูจือจือออกไปคนเดียว แม้จะมีอาเป่าคอยคุ้มครองนางก็จะไม่เข้าไปในป่า บิดามารดาก็กำชับเื่นี้กับนางหลายครั้งแล้ว
แต่วันนี้มีฮวาเอ้อร์เหนียงและหมออวี๋อยู่ด้วย นางจึงสามารถเข้าป่าได้อย่างวางใจ
แม้ภายนอกแสงอาทิตย์จะแรงกล้า แต่เมื่อเข้าสู่ป่าเขาแสงแดดก็ถูกบดบังไปครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ลงมา
เซวียเช่อรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่มา รู้สึกโชคดีที่สวมเสื้อผ้าเพิ่มอีกสองชั้นตามคำกำชับของหมออวี๋
เขาหันไปมองซูจือจือที่กำลังวิ่งะโไปมา นางสวมเพียงเสื้อบาง ๆ ฤดูใบไม้ผลิชั้นเดียวกลับร้อนจนมีเหงื่อซึมที่หน้าผาก
เซวียเช่อ “...”
ช่างเถอะ คนเรานั้นไม่ควรเปรียบกัน
ในป่าเขามีเสียงนกร้อง พื้นดินเต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์เลื้อยคลาน
เซวียเช่อก้าวเดินอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าว
หมออวี๋เดินไปได้เพียงสองก้าวก็ตาเป็ประกาย ย่อตัวลงขุดสมุนไพรต้นหนึ่ง
ูเาลูกนี้เป็ขุมทรัพย์จริง ๆ แม้ดูธรรมดาสามัญแต่หมออวี๋ขุดพบสมุนไพรหายากบนูเานี้มาหลายครั้งแล้ว
แม้แต่สมุนไพรทั่วไป ที่บนเขานี้ก็เติบโตแข็งแรงกว่าที่อื่น
โดยเฉพาะทุกครั้งที่บังเอิญพบซูจือจืออยู่ที่เขาด้านหลัง โชคก็จะดีเป็พิเศษ
"ต้นนี้เรียกว่าเหลียงเมี่ยนเจิน สามารถช่วยให้เืลมไหลเวียน สลายก้อนเื ถอนพิษ ลดบวม ระบายลมและระงับปวด..."
หมออวี๋ขุดสมุนไพรไปพลางอธิบายให้เซวียเช่อที่อยู่ด้านหลังฟังไปพลาง
เซวียเช่ออาศัยอยู่ที่บ้านของเขา มักจะช่วยตากสมุนไพรในลานบ้านอยู่เสมอ หลังจากได้อ่านตำราสมุนไพรบ้างก็มักจะถามคำถามที่เกี่ยวข้องอยู่เรื่อย ๆ
เซวียเช่อมีไหวพริบดี สอนอะไรก็เข้าใจได้ง่าย หมออวี๋จึงเต็มใจที่จะสอนเขา
แต่หมออวี๋พูดไปได้เพียงสองประโยค พอขุดสมุนไพรเสร็จแล้วหันกลับมาเพื่อจะใส่ตะกร้า กลับพบว่าเซวียเช่อไม่ได้อยู่ด้านหลังตนเองแล้ว
ซูจือจืออุทานชื่นชมดังมาแต่ไกล "โอ้ สวยจังเลย~"
หมออวี๋มองไปตามเสียง เห็นเซวียเช่อถูกซูจือจือลากตัวไปยืนอยู่ด้านหลังฮวาเอ้อร์เหนียงั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เด็กทั้งสองเบิกตากว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น มองฮวาเอ้อร์เหนียงสวมถุงมือเก็บเห็ด
ฮวาเอ้อร์เหนียงเก็บเห็ด เลือกเฉพาะดอกที่มีสีสันสดใสเด่นชัด งดงามยิ่งกว่าดอกไม้เสียอีก
ร่มสีแดงก้านสีขาวคือเป้าหมายในการเก็บของฮวาเอ้อร์เหนียง
ส่วนเห็ดที่ไม่มีพิษสีเทาทั้งหมด ฮวาเอ้อร์เหนียงคัดแยกใส่ตะกร้าไม้ไผ่ของซูจือจือเอาไว้ต้มน้ำแกงเพิ่มรสชาติ
ฮวาเอ้อร์เหนียงคลี่ตะกร้าให้เด็กทั้งสองดู
"พวกนี้ล้วนเป็เห็ดกุ๋ยช่านทั้งนั้น จำรูปร่างหน้าตาให้ดี ต่อไปถ้าใครมาหาเื่เ้าก็เอาเห็ดพวกนี้ไปต้มน้ำแกงให้มันดื่ม..."
ซูจือจือพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น จดจำลักษณะของเห็ดไว้ในใจอย่างแม่นยำ
เซวียเช่อรู้สึกว่าตนเองคงไม่ได้ใช้ แต่เรียนรู้เพิ่มก็ไม่เสียหายอะไร
ฮวาเอ้อร์เหนียงพูดจบ หมออวี๋ก็เดินมาพร้อมสมุนไพรที่เพิ่งขุดมาใหม่ในมือ
"สมุนไพรต้นนี้ชื่อซ่านไป่กุ่ย สามารถแก้พิษของเห็ดกุ๋ยช่านได้ พวกเ้าจำไว้ให้ดี"
ซูจือจือและเซวียเช่อหันไปมองหมออวี๋พร้อมกัน จ้องมองสมุนไพรในมือของเขา
ฮวาเอ้อร์เหนียงจ้องตาหมออวี๋อย่างดุดัน ก่อนจะหันไปขุดเถาจีเชี่ยขนาดใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ
หมออวี๋รีบเดินเข้าไปหา
"ขอเถาจีเชี่ยให้ข้าเถอะ ข้าต้องใช้ปรุงโอสถ"
หมออวี๋เป็ที่เคารพนับถือของชาวบ้าน แต่มีเพียงฮวาเอ้อร์เหนียงที่ไม่ยอมให้หน้าเขา
"เหตุใดข้าต้องให้เ้าด้วย? คราวก่อนคนที่จับได้ก็ให้เ้าทดลองโอสถหมดแล้ว ไม่เคยแบ่งให้ข้าทดลองพิษสักคน เ้ายังมีหน้ามาแย่งกับข้าอีกหรือ?"
เถาจีเชี่ยต้นนั้นใหญ่มาก หายากยิ่ง หมออวี๋จะยอมปล่อยไปได้อย่างไร?
มือของเขากำเถาจีเชี่ยอีกด้านไว้แน่น
"เ้าทำพิษไม่จำเป็ต้องใช้เถาจีเชี่ย ให้ข้าเถอะ ข้าจำเป็ต้องใช้จริง ๆ"
ฮวาเอ้อร์เหนียงก้มหน้าแย้มยิ้มทันใด ยื่นนิ้วที่ทาชาดออกมาแตะอกของหมออวี๋อย่างเย้ายวน พลางลากเสียงพูด
"อวี๋หรูไป๋ เ้ามีประโยชน์หรือไม่ ข้าต้องลองดูถึงจะรู้"
หมออวี๋ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยสีหน้าใ สะบัดมือฮวาเอ้อร์เหนียงออก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฮวาเชียนเจียว เ้าอย่าได้ทำเกินไป!"
หมออวี๋ปกติสนใจแต่การศึกษาสมุนไพร ไม่ค่อยพูดคุยกับผู้ใด ทั้งยังชอบสวมชุดสีขาวอยู่เสมอ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเหมือนเซียนที่พร้อมจะล่องลอยขึ้นสู่์ ดำรงตนอยู่อย่างสันโดษ
บางครั้งซูจือจือถึงกับคิดว่า สักวันหมออวี๋อาจจะบินขึ้นไปเป็เซียนบนดวงจันทร์เสียด้วยซ้ำ
แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นหมออวี๋ในสภาพโกรธจัด กลับรู้สึกว่าเขาดูเป็ปุถุชนธรรมดามากขึ้น
ฮวาเอ้อร์เหนียง "ข้าทำเกินไปตรงไหน? เถาจีเชี่ยนี่เ้าจะเอาหรือไม่เอาก็ตามใจ!"
หมออวี๋ "เ้าตั้งใจทำเช่นนี้ชัด ๆ"
ฮวาเอ้อร์เหนียง "เหตุใดข้าต้องตั้งใจด้วย?"
"..."
ซูจือจือกับเซวียเช่อเงยหน้ามองการโต้เถียงไปมาระหว่างฮวาเอ้อร์เหนียงกับหมออวี๋ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงทะเลาะกันขึ้นมา
เซวียเช่อรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะเป็ครั้งแรกที่ได้เห็นหมออวี๋ผู้เ็าแสดงท่าทีเหมือนเด็กน้อยเช่นนี้
ซูจือจือเห็นเป็เื่ปกติธรรมดา
"พวกเขาทั้งสองทะเลาะกันบ่อย ๆ ไม่ต้องสนใจหรอก เดี๋ยวก็หายเอง"
ฮวาเอ้อร์เหนียงดีกับหมออวี๋มาก เวลาหมออวี๋ลืมกินข้าวฮวาเอ้อร์เหนียงมักจะให้ลูกอมแก่ซูจือจือแล้วขอร้องให้นางนำอาหารไปส่งให้หมออวี๋
แต่พอสองคนนั้นเจอหน้ากัน ก็ดูเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ต้องทะเลาะกันทุกที
เซวียเช่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้เื่สมุนไพรและเห็ดแล้วได้แต่ติดตามซูจือจือไปขุดผักป่า
"เซวียเช่อนี่คือผักจี้ เ้าต้องใช้จอบค่อย ๆ ขุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างระมัดระวัง" ซูจือจือชี้ไปที่กอผักจี้ข้างก้อนหิน
เซวียเช่อย่อตัวลง เห็นใบของผักจี้แยกแขนงเป็รูปขนนก ขอบใบมีรอยหยักไม่เป็ระเบียบสีเขียวสด
เขาขุดด้วยวิธีที่ยังไม่ชำนาญ ซูจือจือจึงค่อย ๆ สอนเขาทีละขั้นตอน
ทั้งสองค่อย ๆ ขุดผักจี้จนได้เต็มตะกร้า
ขณะที่ซูจือจือกำลังจะลุกขึ้น หางตาของนางเหลือบไปเห็นแสงสีสดใส
ในป่าไก่ป่าตัวหนึ่งที่มีหางสีสดใสกำลังค่อย ๆ คุ้ยเขี่ยหาอาหาร ขนของมันเป็ประกายงดงาม
"มีไก่ป่า!"
ซูจือจือะโผลุงขึ้นทันที ไม่สนใจตะกร้าผักที่อยู่ข้างมือ ทั้งร่างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ไก่ป่าััได้ถึงอันตราย มันจึงวิ่งหนีไปพร้อมส่งเสียงร้อง "กุ๊ก ๆ ๆ"
"เกือบจับได้แล้ว!" ซูจือจือวิ่งไล่ตามไปด้านหลัง
เซวียเช่อเป็ห่วงที่ปล่อยให้ซูจือจือวิ่งเข้าป่าไปคนเดียว จึงก้าวขาไล่ตามไป
"จือจือ อย่าวิ่งเลย!"
ฮวาเอ้อร์เหนียงและหมออวี๋ที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ เห็นเด็กทั้งสองวิ่งหายลับตาไปไกล จึงพากันวิ่งตามไปด้วย
ดังนั้น ในป่าที่เงียบสงบจึงกลายเป็ความวุ่นวายไปในพริบตา
ซูจือจือวิ่งไล่ตามไก่ป่า
เซวียเช่อวิ่งไล่ตามซูจือจือ
หมออวี๋และฮวาเอ้อร์เหนียงวิ่งไล่ตามเด็กทั้งสอง
ซูจือจือที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้า จู่ ๆ ก็ลื่นไถล ร่างทั้งร่างพลัดตกลงไปตามลาดเขาจนลับสายตา
"จือจือ!" หัวใจของเซวียเช่อแทบหยุดเต้นในชั่วขณะนั้น
เขาเผลอเสียจังหวะ เท้าเกี่ยวเข้ากับเถาวัลย์จนล้มลงไปด้วย
หมออวี๋และฮวาเอ้อร์เหนียงวิ่งรี่เข้ามาพร้อมกับพยุงเซวียเช่อ
ทั้งสามคนมาถึงริมทางลาดชัน มองลงไปด้านล่าง
เห็นซูจือจือนั่งอยู่ที่ตีนเขา ในอ้อมกอดของนางมีไก่ป่าขนสีสันสวยงามที่กำลังดิ้นรนสุดชีวิต บนผมของนางยังมีขนไก่ติดอยู่สองสามเส้น
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองยิ้มโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
"พวกท่านดูสิ มีไก่เยอะแยะเลย!"
ทั้งสามคนบนทางลาดชันมองตามที่ซูจือจือชี้ไป เห็นฝูงลูกไก่และแม่ไก่ตัวหนึ่งกำลังวนเวียนอยู่
เซวียเช่อ “!!!”