วันนี้อากาศดีถึงแม้จะมีเมฆเยอะ รถตู้ส่วนตัวที่มารับผมเป็ประจำเสีย ผมเลยต้องขับรถสปอร์ตคันโปรดมาทำงาน
“ร้านนี้แหละ จอดตรงนี้ก็ได้”
ผมกับลีน่าเดินลงจากรถไปยังร้านที่นัดกับทีมงานไว้
~กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~~~~
ผมเปิดประตูเดินเข้าไป ลีน่าเดินนำผมเข้าไปภายในร้านซึ่งมีโต๊ะอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ ผู้กำกับโบกมือเรียกผมกับพี่ลีน่าให้เข้าไปนั่ง
“ตามสบายเลยนะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน กินเต็มที่ ที่นี้อาหารอร่อย”
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ เป็เกียรติมากครับ”
ผมนั่งคุยกับคนอื่นๆสักพักก่อนจะค่อยๆมองสำรวจไปทั่วร้าน
“สวัสดีครับ ผมชื่อเซียวจ้าน เป็รุ่นพี่ปีสามของซิงซิง ผมขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับ”
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่เซียวจ้าน ฉันชื่อฟางฟาง ยินดีที่ได้รู้จัก”
ဝ_ဝ
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา จนผมต้องหันไปมอง ด้านในมีโต๊ะอยู่สองโต๊ะที่มีลูกค้ากลุ่มอื่นกำลังกินเลี้ยงสร้างสรรค์กันอยู่ ผมดันไปสะดุดตากับมุมในสุด ฟางฟางที่กำลังนั่งคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ผมได้แต่นั่งดูสถานการณ์ไปเงียบๆถึงแม้ว่าตอนนี้ภายในใจจะรู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าผู้ชายคนนั้นขึ้นมา อยู่ๆผู้ชายคนนั้นก็ขยับเก้าอี้ของตัวเองเข้ามาใกล้ก่อนจะเอามือขึ้นมาจับผนักผิงเก้าอี้ของฟางฟาง ทำให้ผมนั่งดูเงียบๆแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป
“น้องฟางฟาง มีแฟนหรือยังครับ พี่…..”
ผมเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะนั้น แล้วกล่าวอะไรเล็กน้อยกับเพื่อนๆของฟางฟาง หลังจากนั้นก็จับมือให้ฟางฟางเดินตามผมออกมา ลีน่าที่มองตามหลังมาด้วยท่าทางใแต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไร ปล่อยให้ฉันพาฟางฟางขึ้นรถแล้วขับออกไป ฟางฟางยังคงถามนู้นถามนี้ตลอดทาง แต่ในใจผมยังคงรู้สึกไม่พอใจกับผู้ชายคนนั้นอยู่เลย เลยทำได้แค่นิ่ง ไม่พูดไม่ตอบคำถามของเธอ จนเธอเงียบไป ผมขับรถไปเรื่อยๆจนใกล้จะถึงคอนโดแต่ฝนกลับเทกระหน่ำลงมาเสียก่อน ภาพเก่าๆที่คอยทำร้ายผมมาตลอดค่อยๆปรากฎขึ้นอีกครั้ง ผมจึงทำได้เพียงหักพวงมาลัยเข้ามาจอดข้างทาง ก่อนจะก้มหน้าไปกับพวงมาลัยรถ
“นายเป็อะไรอ่ะ”
**มึงเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะเว้ย**
**ถ้าเรามีเวลาว่างเราไปเที่ยวที่นี้กันนะเว้ย**
**อือๆๆ อือๆๆ**
**มึงมีอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวกูโทรกลับนะ**
“ลี่หยาง นายเป็อะไรหรือเปล่า”
ผมได้ยินเสียงฟางฟางเรียก สติของผมจึงค่อยๆกลับมา หันไปมองเธออย่างหมดแรง
“ไม่สบายตรงไหน ทำไมอยู่ๆตัวร้อนขึ้นมา”
เธอเอามือมาแตะหน้าผากของผมอย่างเบามือ สายตาที่มองมาอย่างเป็ห่วง ทำให้ผมอุ่นใจขึ้น ผมจึงดึงเธอเข้ามากอดไว้อย่างแน่น ความรู้สึกของผมค่อยๆดีขึ้น ราวกับว่าเธอกำลังรักษาแผลใจของผมได้
เมื่อเรามาถึงคอนโด ผมให้เธอใช้เตียงของผม ส่วนผมก็ยอมเสียสละไปนอนที่โซฟา นอนยังไงก็นอนไม่หลับ จนได้ยินเสียงประตูจากห้องนอนค่อยๆเปิดออก และได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ผมปิดตาลงเพื่อแกล้งหลับ แต่ทว่าผมรับรู้ได้ถึงผ้าห่มที่ค่อยๆห่มมาที่ตัวผมอย่างช้าๆ และลมหายใจของคนตรงหน้าที่เป่ามารดหน้าผม ผมเลยลืมตาขึ้น ฟางฟางที่นั่งมองนู้นมองนี้บนใบหน้าของผม กลับทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็จังหวะกับความน่ารักของเธอ เธอที่พึ่งจะสังเกตเห็นว่าผมลืมตาอยู่ใ ทำให้เสียหลักล้มลง ผมพยายามคว้าแขนของเธอทำให้ผมเสียการควบคุมไปด้วย จนผมล้มลงไปทับร่างเธอเสียอย่างนั้น ผมแกล้งเอาหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด แต่เธอกลับหลับตาลง ผมอดยิ้มให้ความน่ารักของเธอไม่ได้ จึงลุกขึ้นไปนั่งปล่อยให้เธอยังคงหลับตาอยู่ เธอลุกขึ้นทำหน้าตื้นเขินอยู่สักพัก การได้เห็นเธอหน้าแดง ทำให้ผมยิ้มได้มากขึ้น เธอถามอาการของผมเมื่อตอนค่ำ แต่ผมกลับตอบได้แค่
“ไม่เป็ไรหรอก”
เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่กลับค่อยๆนอนลงทรงพื้นที่มีพรมอยู่ แล้วมองดูวิวนอกหน้าต่าง
“เห้อ…วิวห้องนายสวยมากเลย รถที่กำลังวิ่งไปรอบๆพร้อมกับตึกสวยๆในยามค่ำคืนเนี่ย ถึงแม้จะดูเหงาไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่เดียวในโลกนี้ ยังมีคนที่ตอนนี้ยังคงทำงาน ยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันอยู่เลย”
ผมสามารถรับรู้คำพูดของเธอได้ว่าเธอกำลังปลอบใจผมอยู่ ผมเลยลงไปนอนดูวิวใกล้ๆเธอ เราสองคนนอนดูวิวกันอย่างเงียบๆ
“จริงๆแล้วฉัน พยายามตามหาเธอด้วยนะ หลังจากที่เราเจอกันที่ร้านคาร์ราโอเกะครั้งก่อน แต่ทำไมไม่เห็นเธอที่ห้องสมุดเลยละ”
“………………”
ผมหันไปหาฟางฟางเพื่อ้าคำตอบ แต่เธอกลับนอนหลับซะงั้น ปล่อยให้ผมพูดอยู่คนเดียว ผมดึงผ้าห่มจากบนโซฟามาห่มให้เธอที่นอนหลับสนิท โดยที่มีผู้ชายนอนทั้งคนนอนอยู่ข้างๆ ได้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย
“ยังหลับลงอีกนะ”
ผมพึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆหันตะแคงนอนมองเธออยู่สักพัก ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับพลิกตัวมานอนตะแคงหันหน้ามาหาผม ความน่ารักของเธอที่นอนอยู่ข้างๆ กลับทำให้ผมนอนไม่หลับ อยู่ๆเธอก็ค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้ผม แล้วเอาขากับแขนมาพาดไว้ที่ผม หน้าค่อยๆซุกมาที่อกผม หัวใจของผมค่อยๆเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ได้แต่นอนแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัว จึงทำได้เพียงปล่อยให้เธอกอดผมไว้อย่างนั้น รู้สึกตัวอีกทีแสงแดดจากด้านนอกส่องกระทบตา ผมค่อยๆลืมตาขึ้น ฟางฟางยังคงนอนหลับกอดผมอยู่ ก่อนที่เธอจะเริ่มรู้สึกตัว เธอเหมือนมีท่าทีใกับการกระทำของตัวเองเงยหน้าขึ้นมองผม แล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที แต่ทว่าผมของเธอกลับติดกับกระดุมเสื้อของผมั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
“โอ๊ยยย ผมฉัน”
ผมต้องรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อแกะผมออกให้เธอ
ลีน่าที่มักจะมาหาโดยไม่บอกไม่กล่าวตลอดอยู่แล้ว วันนี้กลับมาหาแต่เช้า ลีน่าเป็พี่สาวที่รู้จักผมดีว่าผมคิดอะไรอยู่ อีกทั้งยังเป็ผู้จัดการของผม ทำให้ผมไม่ต้องพูดอะไรกับเธอเยอะ เธอที่เห็นว่าเราสองคนอยู่ด้วยกัน เลยรีบขอตัวออกไปเพื่อให้เราได้อยู่กันสองคน แต่ฟางฟางกลับทำท่าทีใเหมือนพวกเราทำอะไรผิดใหญ่โต เมื่อลีน่ารีบออกจากห้องไป เธอก็คะยั้นคะยอให้ผมรีบโทรไปอธิบายเื่ของเราให้ลีน่าฟัง แต่ลีน่ากลับขอให้ฟางฟางมาเป็ผู้จัดการแทนเธอวันนี้วันหนึ่งเพราะลูกชายของเธอป่วยกระทันหัน
ฟางฟางทั้งตื่นเต้นและกังวลที่ได้มาเป็ผู้จัดการให้ผมในวันนี้ ถามนู้นถามนี้ผมตลอดทาง หลังจากที่เรานั่งรถกันมานานจนมาถึงทะเลสถานที่ทำงานของผมในวันนี้ สีหน้าของเธอที่กังวลอยู่ก่อนหน้านั้น กลับสดใสแล้วยิ้มได้ขึ้นมา เมื่อเห็นวิวทะเลสีฟ้าใสตรงหน้า ผมไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะชอบทะเลขนาดนี้ ใบหน้าที่ยิ้มมาให้ผมเหมือนคนได้ของเล่นชิ้นใหม่ กลับทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้
“โพสครับ”
“ดีครับ”
“เปลี่ยนท่าเป็แบบนี้หน่อย โอเค…”
“เยี่ยมกลับ”
“โอเค เดี๋ยวเราพักกองกันก่อนนะครับ เจอกันอีกทีตอนเย็น เดี๋ยวจะให้ทีมงานไปเรียกนะครับ”
“ได้ครับ”
ผมที่ถ่ายแบบ่เช้าเสร็จ ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า จนลืมสังเกตว่าฟางฟางหายไป
“เห็นผู้จัดการที่มากับผมไหมครับ”
“ไม่เห็นนะคะ”
“เห็นผู้หญิงคนที่มากับผม ที่นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนหน้านี้ไหมครับ”
“ไม่เห็นครับ”
ผมเดินวนไปวนมา ถามคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่สักพัก แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน ผมเลยออกเดินดูที่ชายหาด เพราะวันนี้อากาศค่อนข้างดีเธออาจจะไปเดินเล่นระหว่างรอผม
“ขอโทษนะครับ เห็นผู้หญิงที่สูงประมาณนี้ หน้าคมๆหน่อย ผ่านมาแถวนี้บ้างไหมครับ”
“ไม่แน่ใจเลยครับ”
“อ่๋อ..ไม่เป็ไรครับ”
ผมยังคงเดินหาไปเรื่อยๆ
“มีคนจมน้ำๆๆ ช่วยด้วยๆ”
ผมหันไปหาต้นตอของเสียง ภาพผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งทำท่าทางใชี้มือไปในทะเล ซึ่งมีผู้หญิงและเด็กคนหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ ผมรีบวิ่งอย่างเร็วเพื่อเข้าไปช่วย เมื่อช่วยดึงร่างเด็กน้อยคนนั้นขึ้นมารถพยาบาลก็มาถึงพอดีและพาเด็กไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนผู้หญิงที่ผมช่วยขึ้น กลับพบว่าเป็ฟางฟางที่นอนสลบจากการจมน้ำก่อนหน้า หัวใจของผมรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา มือไม้ของผมสั้นไปหมด น้ำตาเริ่มเอ่อที่ขอบตา ในตอนนั้นผมรู้ได้เลยว่าเธอคือคนสำคัญและพิเศษมากๆสำหรับผม ผมไม่อาจปล่อยให้เธอเป็อะไรไปได้ ดังนั้นผมเลยรวบรวมสติขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มขั้นตอนปฐมพยาบาลให้เธอ
“ฟางฟาง ฟางฟาง ตื่นๆเธอได้ยินเสียงฉันไหม”
“ฟางฟางรีบตื่น ฟางฟางเธอจะต้องไม่เป็อะไร ฉันยังไม่ได้บอกอะไรกับเธออีกเยอะแยะเลย”
“ฟางฟาง ถ้าเธอตื่นขึ้นมา ฉันสัญญาว่าจะบอกเธอทุกอย่าง ฉัน..ฉัน.จะบอกความรู้สึกของฉันให้เธอรู้ ได้ยินไหม”
หลังจากทำ CPR สลับกับผายปอดอยู่สักพัก
“แค่กๆๆๆๆ”
เสียงที่ผมรออยู่พักใหญ่ค่อยๆดังขึ้น ใจที่หนักอึ้งของผมค่อยๆเบาลง เธอลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งช้าๆ
“เธอเป็บ้าอะไร ว่ายน้ำไม่เป็แล้วจะลงไปทำไม ทำไมไม่ไปตามคนอื่นมาช่วยล่ะ”
ผมที่หายจากความเป็ห่วง กลับมีอารมณ์โกรธเข้าแทนที่ ทำให้ตะคอกเสียงใส่เธอโดยไม่รู้ตัว เธอทำหน้านิ่งเหมือนจะร้องไห้ แล้วก็อธิบายเื่ราวให้ผมฟัง ผมจึงค่อยๆใจเย็นลง
เหลือการถ่าย่เย็นอีกรอบ ผมได้แต่กำชับเธอให้เธออยู่ใกล้ ห้ามออกไปไกลจากสายตาของผม เธอไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
“เลิกกอง! วันนี้ทุกคนเก่งมาก เหนื่อยกันมาทั้งวัน รีบไปพักผ่อนๆ ขอบคุณทุกคนๆ”
“ขอบคุณครับๆ”
ผมรีบเดินไปเปลี่ยนชุด แล้วเดินไปหาฟางฟางที่นั่งรอผมอยู่ที่ม้านั่ง ผมชอบหยอกเล่นกับเธอตลอด แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกว่าเธอโกรธผมขึ้นมาจริงๆ
“นายมีพี่ลีน่าอยู่แล้วนะ แล้วยังไปอ่อยคนนู้นคนนี้ไปทั่ว คนนิสัยไม่ดี”
คำพูดที่เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินจากไป ทำให้ผมคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจอะไรผมผิดเื่ระหว่างผมกับลีน่าอยู่แน่ๆเลย
“อัลโหล ลีน่าฉัน้าความช่วยเหลือ”
ผมที่โทรไปนัดแนะกับลีน่า เื่ที่จะพาฟางฟางไปที่บ้านของเธอ จะได้ทำให้ฟางฟางเลิกเข้าใจผิดเื่ผมกับลีน่าสักที ลีน่าฟังแล้วตอบตกลงช่วยทันที
แล้วก็เป็ไปอย่างที่คิด ฟางฟางดูท่าทีใเมื่อเห็นลูกทั้งสองคนของลีน่า แต่เธอไม่พูดอะไร เอาแต่ยิ้มแห้งๆส่งมาให้ผม ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่ ได้แต่มองหน้าเด็กสลับกับหน้าของผมอยู่พักใหญ่ ก่อนที่พี่เขยของผมจะกลับมา ท่าทีของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป กลับมายิ้มแย้มอย่างเห็นได้ชัดในทันที หลังจากวันนี้ไปผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะแสดงความรู้สึกของผมให้เธอรู้ เพราะผมไม่อยากก็อยากเป็แค่เพื่อนกับเธออีกแล้ว