ตอนที่ 13
หรือในคราเเรกเขามองนางเป็โดราเอม่อน ? (2/2)
เวลาผ่านไปสามวันไป๋ฮวาและหมอหลวงของกองทัพรวมถึงหมอหลวงที่เมืองหลวงส่งมาได้ร่วมกันคิดค้นสูตรยารักษาและมีทหารของกองทัพออกไปเสาะหาสมุนไพรที่มีคุณสมบัติพอที่จะรักษาอาการเหล่านี้ได้
แม้อากาศที่หนาวเหน็บจะเป็อุปสรรคสำหรับคนที่ไม่ใช่ทหารแต่การร่วมมือร่วมใจกันเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านอาการดีขึ้นและบางคนก็หายดีต่างพากันสรรเสริญเยินยอแม่ทัพใหญ่และคุณหนูไป๋ฮวาอย่างปลาบปลื้ม
แต่ที่น่าเป็ห่วงอยู่ก็คืออาการไข้ขึ้นของชาวบ้านบางคนที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลยเเละข่าวร้ายกว่านั้นก็คือหมู่บ้านใกล้เคียงล้วนมีอาการเดียวกันกับหมู่บ้านนี้จึงทำให้เกิดการประชุมที่กระโจมของโอวหยางเฟยหลงอีกครั้ง
“ต้องใช้วิธีการเช่นเดียวกับหมู่บ้านนี้เ้าค่ะจึงจะสามารถรักษาต่อไปได้” เป็คุณหนูไป๋ฮวาผู้โดดเด่นในการรักษาครั้งนี้เอ่ยปากแสดงความคิดเห็นซึ่งหลายคนในกระโจมก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เช่นนั้นแล้วผู้ใดจะควบคุมดูแลที่หมู่บ้านนั้นเพราะระยะทางห่างไกลจากหมู่บ้านนี้นักไม่สามารถเดินทางไปมาได้ดั่งใจหวัง” หมอหลวงผู้มาจากวังหลวงโดยตรงเอ่ยถึงข้อที่ทุกคนต่างกลัดกลุ้มใจ
มองดูก็รู้ว่าไม่มีผู้ใดอยากไปหมู่บ้านนั้นเพราะไม่ทราบว่าอาการของคนในหมู่บ้านถัดไปจะดีหรือเลวร้ายกว่าที่นี่และด้วยความไม่รู้จึงหวาดกลัวว่าตนจะป่วยไปด้วยหากไปที่นั่นไม่มีผู้ใดอยากเสี่ยงตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุของโรคมาจากที่ใด
“เปิ่นหวางจะไปที่นั่นและให้หัวหน้านายกองคอยอารักขาที่นี่” บุรุษที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากัเป็ผู้อาจหาญรับภารกิจนี้เื่เพียงนี้ชายชาติทหารเช่นเขาไม่เคยเกรงกลัว
ไป๋อวี้แอบปรบมือให้รุ่ยหวางในใจ หากนางจะสร้างภาพซื้อใจเขาสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการขอตามไปที่หมู่บ้านนั้นด้วย แต่นางไม่ไปหรอก...เพราะยังมีสิ่งหนึ่งที่นางเพิ่งนึกได้ว่าต้องทำ
“หม่อมฉันขอตามเสด็จไปด้วยเพคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวสร้างความแปลกใจให้ทุกคนในที่นี้ยกเว้นไป๋อวี้ที่พอจะเดาได้ว่านางเอกอย่างไรก็ต้องทำตัวให้เด่นเพราะนี่เป็ฉากที่มีเพื่อนาง
“สถานการณ์ที่นี่เกือบจะเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงอาการไข้ที่ยังหาทางรักษาไม่ได้ หม่อมฉันจะค้นหาวิธีการพร้อม ๆกับรักษาผู้ป่วยที่หมู่บ้านนั้นด้วยเ้าค่ะ”
“แต่ทางนี้ที่เ้าเริ่มต้นมาั้แ่แรก..” หมอหลวงประจำกองทัพที่ร่วมงานกับนางมาั้แ่แรกและเห็นถึงความฉลาดกล้าหาญเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“ฮวาเอ๋อร์เชื่อใจท่านหมอนะเ้าคะ..” ริมฝีปากบางแย้มยิ้มงดงาม ดวงตาดอกท้อมองไปที่หมอหลวงผู้มากวัยทุก ๆ ท่านนางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “...ผู้าุโทุกคนในที่นี้ต่างเป็ผู้ทรงภูมิเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมรับมือได้อยู่แล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นข้าจะไปกับคุณหนูด้วย” หมอหลวงมู่ที่เคยมาตรวจาแให้นางเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเชื่อมั่น
“แค่ข้ากับท่านก็เพียงพอแล้วเ้าค่ะทางนี้ต้องฝากท่านหมอทุกท่านด้วยนะเ้าคะ” ประโยคแรกเอ่ยกับหมอหลวงผู้อาสาจะไปกับตนประโยคหลังเอ่ยกับหมอหลวงผู้อื่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
คุณหนูสี่ตระกูลไป๋ผู้นี้หาใช่คนไร้ค่า นางเก่งกาจแต่ไม่เย่อหยิ่ง นางอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอไป๋อวี้ขอปรบมือให้ไป๋ฮวาในใจหนึ่งชุดใหญ่ ๆ
.
.
.
“เหตุใดเ้าไม่อาสาไปกับเปิ่นหวาง”
“หม่อมฉันไม่ถนัดเื่การรักษาเพคะทั้งยังเป็สตรีหากเดินทางไปด้วยคงสร้างความลำบากให้หวางเย่มากกว่าเพคะ”
“แต่น้องสาวของเ้าอาสาโดยไม่เกี่ยงงอน”
ก็ช่างหัวน้องสาวข้าสิ !
“หวางเย่ทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว” ไป๋อวี้แย้มยิ้มจนแก้มทั้งสองข้างบุ๋มลงไปทั้งที่ในใจอยากจะพ่นไฟใส่ัดำตรงหน้านัก !จะเอาไป๋ฮวามาเปรียบกับนางเพื่อยั่วโทสะอันใด !
“เปิ่นหวางคงมองเ้าผิดไป” พูดจบร่างสูงก็เดินหนีไปไม่ทันได้เห็นสีหน้างุนงงของไป๋อวี้
อันใดของเขากัน ? ที่ผ่านมาก็เห็นว่าไม่แยแสต่อสิ่งใด แล้วเหตุใดมาสนใจนางแล้วก่อนหน้านั้นเขามองว่านางเป็เช่นไร ? หรือในคราแรกเขามองนางเป็โดราเอม่อน?
“คุณหนูเ้าคะเราทำอาหารเที่ยงของชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว คุณหนูจะกลับกระโจมหรือไม่เ้าคะ”
“ข้าอยากไปที่แม่น้ำข้างหมู่บ้าน”
“น้ำที่นั่นหนาวเย็นนัก คุณหนูลงเล่นไม่ได้นะเ้าคะ”
“ข้าก็ไม่ได้กล่าวว่าจะลงเล่น” นางดีดหน้าผากสาวใช้หมาน้อยไปหนึ่งทีแล้วเดินไปทางแม่น้ำที่ว่านั่นก่อนไปนางได้ไหว้วานนายทหารสองคนให้นำทางแม้จะเป็พื้นที่ในการดูแลของโอวหยางเฟยหลงแต่นางก็จะต้องปลอดภัยไว้ก่อนเผื่อเจอเื่ไม่คาดฝันระหว่างทางไปแม่น้ำที่ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจากหมู่บ้าน
เมื่อมาถึงแม่น้ำที่ว่าไป๋อวี้ก็เดินเข้าไปใกล้มือเรียวขาวที่บัดนี้ไร้าแใด ๆกวักน้ำในแม่น้ำขึ้นมาพิจารณาซึ่งมันใสแจ๋วเช่นทุกคราที่ชาวบ้านนำไปดื่มกินและอาบใช้ คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันหากน้ำปกติแล้วสิ่งใดเป็พาหะนำพาเชื้อโรคเล่า ?
“เ้ารู้หรือไม่ว่าหมู่บ้านที่ติดโรคระบาดเช่นหมู่บ้านนี้ไปทางไหน” ร่างบอบบางลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามวันนี้นางสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเช่นเคยซึ่งสีนี้ทำให้ไป๋อวี้ดูเป็สตรีที่สงบเยือกเย็นและสวยสง่ามากกว่าเดิมหลายเท่านัก
“เดินไปตามทางที่แม่น้ำไหลครึ่งวันก็จะเจอหมู่บ้านขอรับ”
เป็ไปตามที่นางคาดหมู่บ้านนี้เป็พื้นที่ต้นน้ำและหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดเช่นกันก็อยู่ถัดไปจากนี้ไม่ไกลไป๋อวี้ยังคงปักใจว่าสาเหตุของเชื้อโรคนั้นมาจากน้ำ
“แล้วหากเดินไปทางนั้นล่ะ” นางชี้นิ้วไปที่ทางตรงกันข้ามอันเป็ต้นทางของแม่น้ำสายนี้
“เป็ป่าขอรับ”
“ไม่มีหมู่บ้านหรือ”
“ไม่มีขอรับเดินย้อนไปตามทางน้ำไหลไปสามวันจะเจอกับป่ามนตราที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ขอรับ”
“แล้วมีสิ่งใดอาศัยอยู่”
“ข้าน้อยไม่รู้ขอรับ”
“ช่างเถิด”
ไป๋อวี้ถอนหายใจ นางตัดใจเดินกลับกระโจมของนางไปในที่สุดเมื่อแยกจากกันทหารทั้งสองนายต่างงุนงงว่าคุณหนูผู้นี้้าละเล่นสิ่งใดแต่นางเพียงแค่สอบถามเื่หมู่บ้านไม่ใช่เื่ใหญ่อันใดทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะไม่รายงานเื่นี้แก่แม่ทัพใหญ่
ในคืนนั้นไป๋อวี้นอนคิดแล้วคิดอีกเกี่ยวกับสาเหตุของโรคนี้ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการรักษาชาวบ้าน อาจจะลืมให้ความสำคัญในการหาสาเหตุของโรคซึ่งก่อนหน้านี้จะปล่อยผ่านไปก็ได้แต่เมื่อมีหมู่บ้านอื่นล้มป่วยเช่นนี้ไปอวี้คิดว่าจะปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ได้คราแรกนางคิดว่าพาหะนำโรคนั้นจะต้องเป็น้ำแน่นอนเพราะดูจากทิศทางของการเกิดโรคของทั้งสองหมู่บ้านแต่เมื่อจ้องมองดูน้ำนั่นก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------