ณ ปราสาทของฟาเซีย บนเมืองคลอเทียที่ตั้งอยู่บนปล่องูเาไฟ ที่มีแม็กม่า ปะทุอยู่เป็ระยะๆ ลึกเข้าไปใต้ปราสาทในห้องที่มีท่อ เชื่อมต่ออย่างระเกะระกะ ภายในห้องมีชายชุดสีขาวใส่แว่นตาหนาเตอะกำลังยืนคุยกับชายอีกคนหนึ่งเสียงเอะอะ
"ไปบอกท่านฟาเซีย ข้ายังทำมันไม่เสร็จเลย ช่วยรอ..."กัซ พูดขึ้นพลางขยับแว่นตาให้เข้าที่ แต่ก็โดน หนึ่งในขุนพล ตะคอกกลับมา
"มันคือ คำสั่ง เ้าจงทำตามอย่าขัดขืน" ใบหน้าของเขาดูโกรธและเครียดมาก นํ้าเสียงดูดุดัน ร่างกายกำยำ กล้ามโต ใบหน้าอยู่ในหมวกเหล็กสีดำ ที่ดูน่ากลัว ชุดเกราะสีดำที่ดูปิดมิดชิดซะเหลือเกิน เมื่อพูดเสร็จก็หันหลังเดินออกไป
"บ้าเอ้ย!! ั้แ่ท่านฟาเซีย สู้กับเซนอฟ มันก็แทบจะใช้การไม่ได้อยู่แล้ว แล้วนี้อยู่ดีๆ มาอยากใช้ตอนนี้ เพื่ออะไร..."กัซพูดขึ้นลอยๆ
แต่แล้วชายในชุดเกราะสีดำกลับเดินมาหาเขา จับคอเสื้อของกัซแล้วยกขึ้นราวกับใบไม้ แล้วกระแทกเข้ากับกำแพงเสียงดังสนั่น
"คำสั่ง ก็ คือ.....คำสั่ง"ชายคนนั้นพูดขึ้นเพื่อยํ้าว่าหน้าที่ๆ กัซต้องทำคืออะไร
"เออ....แค่กๆๆ ปล่อย หายใจไม่ออก เ้าบ้า ฉันคนซ่อมเรเควี่ยมนะโว้ย.......ไอ้บ้าซาล แกนี้ไม่เคยพูดกับฉันดีๆเลยนะ"กัซพูดอย่างหัวเสีย แล้วเดินออกไปจากห้อง
บนยอดปราสาทฟาเซีย ยืนอยู่เพียงลำพังสายลมพัดผ่าน ผมสีแดงพลิ้วไสวตามแรงลม ราชันย์ฟาเซีย ที่ยืนมองบางอย่าง จนไม่กระพริบตา ทันใดนั้นกัซก็เดินเข้ามา พร้อมกับบรรดาขุนพล
"ท่านฟาเซียโปรดคิดอีกทีข้ายัง....."ยังไม่ทันที่กัซจะพูดจบ
"เรียกมันขึ้นมา"ฟาเซียพูดขึ้น ไม่สนคำแนะนำของกัซเลย สายตาของเธอมองไปกัซจนทำให้เขาถึงกับหวาดกลัว กัซรีบเอาผลึกบางอย่าง ออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างร้อนรน ผลึกสีแดงรูปหกเหลี่ยมขนาดพอดีมือ เขารีบปามันออกไป หน้าปราสาทอย่างรีบเร่ง ผลึกสีแดงถูกขว้างออกบนปราสาท ทันทีที่มันล่องลอยอยู่ในอากาศ มันกลับเปล่งแสงสีแดงสว่างเจิดจ้า จนมองตาเปล่าแทบไม่ได้ ทันใดนั้น ก็ค่อยๆปรากฏ สิ่งมหึมาสีดำทะมึน ความใหญ่ของมัน บังแสงอาทิตย์ ที่ส่องสว่างมาที่ตัวปราสาทอย่างช้าๆ ซ่อนตัวกลางกลุ่มเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าเป็เงาสีดำขนาดใหญ่ สิ่งนั้นคือ โซ่ขนาดใหญ่นับร้อยร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น ราวกับมันล่ามอะไรบางอย่างที่ดุร้ายไว้และมีโซ่สายมากมายต่อกันจนดูยุ่งเหยิง จากเงาสีดำก็ค่อยๆออกจากเงาเมฆหมอกนั้นเผยร่างที่แท้จริง ัั์ตัวสีดำทะมึน กางปีกที่กว้างสุดสายตา แววตาสีแดง และเกล็ดสีดำที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์ทำให้มันดูดุดันมากมายนัก ซึ่งความใหญ่ของมันเมื่อเทียบกับตัวปราสาทก็กลายเป็แค่รังมด สิ่งนี้ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่าปืนใหญ่เลยสักนิด ัั์ค่อยๆทิ้งตัวลงพื้น จนแผ่นดินถึงกับะเื
ฟาเซียยืนมองอย่างไม่แปลกใจเลย เธอชูมือขึ้นเหมือนกำลังเรียกอะไรบางอยู่ ทันใดนั้นตัวปราสาทกลับสั่นไหว ราวมีบางอย่างกำลังดันตัวขึ้นมา ลาวาสีแดงที่ปะทุขึ้นราวกับจะะเิออกมา มันค่อยๆเดือดขึ้นเรื่อยๆ และตอนนั้นเอง ผลึกคีเวลสีแดงก้อนใสสีแดงมหึมาความใหญ่มันเทียบเท่าปราสาทที่ฟาเซียยืนอยู่ ค่อยๆดันตัวขึ้นมา อย่างช้าๆ มันค่อยๆ ลอยขึ้นมาจน มาหยุดที่หน้าผากของัั์นั้น
ในผลึกคีเวลนั้น มีหญิงสาวปริศนา อยู่ใจกลางของผลึกนั่น สายตาของฟาเซียที่มองหญิงสาวคนนั้นดูเศร้าโศก เหลือเกิน
"พร้อมแล้วครับ ท่านจะใช้มันกับที่ไหน?"กัซถาม
"เฮเทีย"นํ้าเสียงนิ่งเรียบ ของฟาเซียทำให้กัซกลัวจนต้องหลบตา
ตราเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏ ขึ้นหน้าปากัั์ใหญ่ วงเวทย์นั้นเรียงตัวยาวนับสิบวง เพื่อเตรียมเป็แนวยิง ผืนป่าสีเขียว สั่นไหวราวเกิดแผ่นดินไหว ฝูงนกมากมาย ต่างกระพือบินหนีอย่างขวักไขว่ ฝูงสัตว์ป่านับร้อยต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เหมือนพวกมันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ฟาเซียยกมือขึ้น จากนั้นเปลวเพลิงสีแดงฉานราวกับหยดเืสีแดงก็สว่างขึ้น ความร้อนแรงของมันทำให้กัซ ต้องหมอบลงกับพื้น เหล่าบรรดาขุนพล ต่างถอยหลังออกมาเพราะเปลวเพลิงของราชันย์มันรุนแรงเกินไป มันลุกใหม้อากาศรอบข้างมีเพียงผู้เป็เ้าของมันเท่านั้นที่จะใช้มันได้ เปลวเพลิงสีแดงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้น เปลวเพลิงนั้นก็พุ่งเข้าสู่ผลึกคีเวลอย่างรวดเร็ว ผลึกคีเวลดูดกลืนเพลิงนั้นเรื่อยๆ สีแดงของมัน ค่อยเข้มขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นเปลวเพลิงก็หยุดลง
"ได้แค่นี้เองรึกัซ"ฟาเซียพูดขึ้นพลันเปลวเพลิงสีแดงค่อยๆหายไป
"เปลวเพลิงของท่าน ยังไร้ที่สิ้นสุดเหมือนเดิม ขออภัยข้ารีบแล้ว แต่มันได้แค่นี้จริงๆ"กัซพูดด้วยเสียงสั่น อย่างหวาดกลัว
"จัดการเลย"ฟาเซีย พูดขึ้นพร้อมกับแววตาที่ดูร้ายขึ้นกว่าเดิม
ผลึกคีเวลลอยขึ้นฝังเข้าไปในหน้าผากของัั์ตัวนั้น มันส่ายหัวไปมาราวกับไม่อยากใกล้ผลึกนั้นแต่ก็โดนโซ่ั์นั้นดึงเอาไว้ จนสุดท้ายผลึกนั้นก็ฝังไปในหน้าผากของัอยากช้าๆ มันคำรามอย่างเ็ปแผดเสียงดังสนั่นแผ่นดินถึงกับสั่นไหว
และเมื่อผลึกนั้นฝังไปในหน้าผาก มันก็สงบลงอย่างประหลาด
ฟาเซียยืนมือออกไป ทันใดนั้นตราเวทย์ก็ขยายใหญ่ขึ้นทันที
"จงคำราม "กริชแห่งราชันย์เรเควี่ยม" จงทำให้มันสำนึกว่า ต่อกรกับใคร!!"เสียงของราชันย์สีเืดังก้องไปทั่วนี้คือการประกาศให้รู้ว่าไครกล้าลองดีจะเป็ยังไง
ัั์สีดำทะมึน อ้าปากขึ้น เกิดก้อนเพลิงสีแดงหมุ่นวนอย่างน่ากลัว มันส่องสว่างเจิดจ้า และดูทรงพลังเกินกว่าจะอธิบายได้ เปลวเพลิงสีแดงถูกบีบอัด จนเป็ก้อนพลังงานสีแดง ตราเวทย์นับสิบอัน ต่างขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมการเสริมพลังเพลิงให้รุนแรงยิ่งขึ้น
"เปรี้ยง!!!!!"
กลุ่มก้อนพลังเพลิงสีแดงที่ถูกบีบอัด ถูกยิงออกจากปากของัั์ สร้างคลื่นอากาศ ทำลายล้างเป็แนวกว้าง ต้นไม้นับแสนต้น กระเด็นออกราวกับต้นหญ้าที่ถูกถอน ท้องฟ้าแหวกกว้างออกเป็แนวยาว ก้อนพลังนั้นวิ่งผ่าน วงแหวนเวทย์ นับสิบที่เรียงตัวอย่างรวดเร็ว พลังเสียดสีกับอากาศจนเกิดประกายสายฟ้าสีดำ รอบก้อนพลังงานนั้น เส้นทางที่มันผ่านมันสร้างความเสียหายมากมาย ไม่ว่ายังไงมันคือความหายนะที่แท้จริง
ณ เฮเทีย เหลือเวลาแค่อีกไม่กี่อึดใจ ก่อนที่จะโดนพลังของฟาเซียทำลายลง
ร่างมนุษย์หมาป่าขนประกายสีฟ้าดังเปลวเพลิงของผู้เป็นายยืนมองแสงสีแดงที่วิ่งฝ่าอากาศมาอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีฟ้าค่อยๆ ลุกใหม้ที่มือของเขา ทันใดนั้นเดลกำหมัดที่ส่องประกายนั้น ต่อยลงบนพื้นเสียงดังสนั่น เกิดกำแพงดินอันมหึมานับร้อยอันผุดขึ้นเพื่อบังทางพลังของฟาเซียฟาเซียที่ถูกยิงมา ทันใดนั้นพลังของเรเควี่ยมปะทะกับกำแพงดินเสียงดังสนั่น กำแพงดินขนาดใหญ่นับร้อยก็ไม่อาจจะหยุดยั้งพลังหายนะนั้นได้แม้แต่น้อย มันวิ่งหาเป้าหมายอย่างไม่มีไครหยุดยั้งได้
ัสีขาวขนาดใหญ่ กางปีกนั้น โอบกอดผู้เป็นาย เพื่อป้องกันอันตราย ันั้นคือทารัน เปลวเพลิงสีฟ้า ค่อยแปลสภาพเป็โล่ขนาดใหญ่ คลุมทั้งเมืองเฮเทีย อย่างรวดเร็ว โล่รูปหัวสิงโตสีฟ้าขนาดใหญ่ ลวดลายที่ดูสวยงามเกินว่าจะเอามาต่อสู้
ก้อนพลังของเรเควี่ยมชนกับโล่สีฟ้าเสียงดังสนั่น แผ่นดินรอบนอกแตกสลายเพราะถูกแรงดันจากเรเควี่ยม ประกายสายฟ้าสีดำ ผ่าลงโดยรอบ เศษฝุ่นเศษควันลอยขึ้นจนแทบไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็มิอาจจะเข้ามาในโล่ที่ทารันป้องกันอยู่ได้
"ตาย...ไป..ซะ"ฟาเซียพูดขึ้น
ก้อนพลังเรเควี่ยมเกิดะเิอย่างรุนแรง โล่ที่ทารันสร้างถึงกับร้าวและแตกออกทำให้แรงะเิของเรเควี่ยม ทะลักเข้ามาเปลวเพลิงสีแดง พุ่งเข้าใส่ทั้งสาม เนลยังนอนไม่ได้สติ ผู้เป็องครักษ์ทั้ง2ต่างปกป้องนายอย่างถวายชีวิต ัทารันใช้ปีกของเขาโอบปิด ตัวผู้เป็นายอย่างสุดชีวิต เดลก็ยืนนั่งบังเพื่อป้องกันเนล ทุกอย่างกำลังจะจบทุกคนกำลังจะตาย พลังของเรเควี่ยมนั้นไร้ผู้ต่อกรอย่างแท้จริง
แต่.......
ทันใดนั้นดาบอัศวินเล่มั์ตกลงจากฟ้า ปักลงตรงหน้าพวกเขาอย่างรุนแรง มันสร้างแรงดันอากาศและแรงลมมหาศาล ดันเปลวเพลิงสีแดงออกไป ส่วนอีกเล่มหนึ่งหมุ่นลงมาจากฟ้าเช่นเดียวกัน ตกอีกที่ใกล้ๆกัน แต่มันกลับไม่สร้างความเสียหาย ในทางกลับกันมันกลับดูดเปลวเพลิงสีเืของเรเควี่ยมอย่างรวดเร็ว จนทำให้ความเสียหายหยุดลง
เ้าของดาบั์ก็ค่อยๆ เผยตัวของเขาฝ่าก้อนเมฆสีขาว ปรากฏร่างของอัศวินในชุดเกราะสีเงินทั้งตัว ชุดเกราะนั้นสีราวกับเมฆ มันส่องประกายสีเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ ลวดลายสีทองที่ถูกทำขึ้นอย่างประณีต และดาบสีเงินเล่มใหญ่นับสิบล่องลอยอยู่เื้ัราวกับปีกนกอันสง่างาม เขาลอยนิ่งอยู่บนอากาศ ก้มมองเบื้องล่างที่ทั้ง3อยู่
ในสถานการณ์แบบนี้บอกไม่ได้เลยว่า เขามาเป็มิตรหรือศัตรู