ดานี่ยกมือขึ้นเท้าเอว ฝ่ามือกระทบเข้ากับปีกเงินที่พ่อมอบไว้ให้ ซึ่งทำให้นึกไปถึงคำพูดของมาร์แชลล์ ทอมป์สันที่ว่า บาร์เรทท์ คิง จะต้องจ่ายเงินค่าโรงพยาบาลให้เธอก่อนที่เธอจะเอ่ยถึงความตั้งใจที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง ก็บังเอิญเขาพูดขึ้นก่อน
“เธอพบพ่อบ้างหรือเปล่า?”
“ทำไม?” ดานี่เจตนาที่จะถามคำถามนั้น ขณะเดียวกันก็ระมัดระวังในคำตอบของตัวเองอยู่
“เช้าวันนี้ฉันแวะไปที่สนาม ตั้งใจที่จะไปพูดธุระกับเขา แต่ปรากฏว่าเขาไปแล้ว ดูเหมือนจะไปั้แ่เมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำ เธอรู้อะไรเกี่ยวกับเื่นี้บ้างไหมล่ะ?” เขาเอียงคอถาม
“รู้” ดานี่ตอบง่ายๆ
สันกรามของเขาขบกันขึ้นทันที และดานี่ก็รู้ว่าการที่เธอไม่อธิบายให้กระจ่างแจ้งทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว เธอสังเกตเห็นว่าเขาพยายามที่จะระงับอารมณ์ไว้อย่างเต็มที่
“แล้วเขาจะมารับเธอออกจากโรงพยาบาลหรือเปล่าล่ะ?” เขาถามอย่างอดทน
“ไม่”
“เอาละ แทนที่เราจะมาตั้งหน้าตั้งตาเล่น 20 คำถามกันอยู่ ทำไมเธอไม่อธิบายให้ฉันเข้าใจเสียทีว่าเื่ราวมันเป็ยังไงกันแน่?” ดวงตาของเขาเปล่งประกายกล้าเมื่อตั้งคำถามนั้นขึ้น และดานี่ก็ไม่กล้าพอที่จะสบตาด้วย
“อ้าว...นี่เรากำลังเล่นกันอยู่หรอกหรือ?” เธอแสร้งถามราวกับไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน “แต่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจในเกมที่คุณกำลังเด่นอยู่เสียด้วยสิ” แต่เธอรู้ว่าการพูดอย่างลองเชิงนั้น ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจเอาเสียเลย จึงรีบพูดต่อว่า “เื่มันก็ง่ายๆ คือ พ่อฉันเขาออกเดินทางไปั้แ่เมื่อคืนนี้แล้วน่ะสิ แล้วก็ทิ้งเงินก้อนหนึ่งไว้ให้ฉันจ่ายค่าโรงพยาบาลด้วย” เธอควักเงินทั้งสองปึกออกมาจากกระเป๋ากางเกงชูขึ้นตรงหน้าอย่างจะยืนยันในคำพูดของตัวเอง
“เื่นั้นน่ะฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว” บาร์เรทท์พูดด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงอารมณ์ร้าย
“เรา พ่อลูกตระกูลวิลเลียมส์ไม่้ารับบริจาคทานจากใครหรอก...หรือว่าที่คุณทำลงไป ก็เพราะเกิดความละอายใจขึ้นมา?” เธอพูดอย่างจะยั่ว มิได้ซ่อนสำเนียงเยาะหยันในน้ำเสียงไว้เลย
บาร์เรทท์สืบเท้าเข้ามาหาทันที เรือนกายที่สูงตระหง่านข่มร่างระหงของเธอไว้
“ที่ฉันทำลงไปก็ด้วยความเห็นใจเท่านั้น ไม่ได้เป็ไปเพราะความละอายใจที่เธอต้องเสียม้าตัวนั้นไปเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ ว่าฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นั้นด้วย”
ดานี่หน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงว่า คำพูดของเขาประโยคนี้หมายไปถึงคำตัดพ้อต่อว่า ที่เธอกระแทกใส่เขาเมื่อวันวานด้วย
“เื่นั้นน่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณไม่เกี่ยว” เธอยอมรับตามความจริง แม้จะต้องกัดฟันพูดก็ตาม รู้สึกเกลียดที่ดูเหมือนเขาจะทำถูกไปเสียหมดในทุกสิ่งทุกอย่าง “ที่จริงฉันก็ควรขอโทษคุณนะที่พูดออกไปอย่างนั้น”
ความโกรธของเขาดูจะเลือนหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว เหมือนกับที่มันปรากฏขึ้น
“ไม่จำเป็ต้องขอโทษอะไรหรอก ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกเสียใจจริงๆ” มีกังวานของเสียงหัวเราะแฝงอยู่ในน้ำเสียงที่เขาพูดออกมา เหมือนจะเยาะการยอมรับอย่างไม่เต็มใจของเธออยู่
“เอ้อ...ถึงยังไงฉันก็ต้องขอโทษอยู่ดี” ดานี่ยืนยัน หน้าเชิดขึ้นอย่างพร้อมที่จะต่อสู้ “ฉันคิดว่ามันมีอะไรหลายอย่างที่เกี่ยวกับตัวคุณที่น่าจะพูดได้ว่ามันเป็ความจริงโดยไม่ต้องสงสัยว่าคุณจะพูดโกหกเลย”
“เอาละ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะยอมรับคำขอโทษแบบตบด้วยหลังมือของเธอ” บาร์เรทท์พูดยิ้มๆ
เขาผงกศีรษะประกอบคำพูดอย่างเยาะๆ ซึ่งทำให้เธออดคิดถึงอำนาจที่มีอยู่ในตัวคนคนนี้ไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยในความเป็ชายชาตรีที่ซ่อนอยู่เื้ัความแข็งกระด้างของเขา บาร์เรทท์ คิง คือบุรุษผู้มีองค์ประกอบอันสำคัญคือฐานะอันมั่งมี และหน้าตาที่คมสัน ดานี่เบือนสายตาไปเสียทางหนึ่ง รู้สึกดีใจที่ตัวเองได้สร้างเกราะขึ้นป้องกันสิ่งเหล่านี้ขึ้นคุ้มตัวเองเรียบร้อยแล้ว สูดลมหายใจที่ขึ้นมาติดอยู่ตรงลำคอเข้าไว้เมื่อเขาตวัดสายตามามอง
“เธอตั้งใจที่ไปสมทบกับพ่อในทันทีเลยหรือ?” เขาเอ่ยถามเรียบๆ
“ทำไมล่ะ?” เป็คำถามที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง เช่นเดียวกันกับปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกต่อเขา
“คือฉันคิดว่าจะเป็การดีที่สุดนะ ถ้าเธอจะได้พักผ่อนอีกสัก 2-3 วัน แล้วค่อยเดินทาง” น้ำเสียงของเขามิได้บอกความยินดียินร้ายเท่าไรนัก
ดานี่ไม่้าจะบอกให้บาร์เรทท์รู้ว่า เธอจะไม่ออกติดตามพ่อไป และไม่้าเอ่ยถึงมาร์แชลล์ ทอมป์สันด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เนื่องมาจากคำแนะนำของทอมป์สันแน่ แต่เป็เพราะว่าถึงอย่างไรมันก็มิใช่ธุระกงการอะไรของบาร์เรทท์เลย อย่างไรก็ตาม ดานี่ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ตราบใดที่บาร์เรทท์ยังคงตั้งคำถามเอากับเธออยู่อย่างนี้ ไม่ช้าไม่นาน เธอก็ต้องพลั้งปากเปิดเผยเื่แผนการที่วางไว้ให้เขาฟังแน่
“แล้วคุณมาที่นี่ทำไมล่ะ?” เธอเอ่ยถามขึ้นในทันใดอย่างไม่ทันให้เขารู้ตัว
“ก็เพื่อจะมาเสนอความช่วยเหลือเท่านั้น” บาร์เรทท์ตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ดวงตาที่เฉยเมย ชาเย็นคู่นั้น เป็ประกายกล้าเกินกว่าที่เธอจะอาจหาญสู้กับเขาได้
“ก็แล้วทำไมฉันถึงจะ้าควาช่วยเหลือจากคุณด้วยล่ะ?” เธอเจตนาที่จะใส่ความดูิ่ลงในน้ำเสียงที่ถามออกไป พยายามที่จะกำจัดความรู้สึกที่ว่า เขาจะต้องมีชัยในการอ่านใจกันครั้งนี้อยู่
“ถ้าจะพูดกันั้แ่แรกเริ่มเลยก็คือว่า ขณะนี้มีนักข่าว 2 คนกำลังคอยคุณอยู่ข้างล่างนั่นแน่ะ...”
“และคุณก็เกิดกลัวขึ้นมาว่าฉันจะพูดจาอะไรออกไป ซึ่งเท่ากับเป็การเติมเชื้อไฟที่ใกล้จะมอดดับแล้วใช่ไหมล่ะ?” ดานี่ย้อนถามเอา
“เธออยากจะพูดอะไรกับเขาก็เชิญพูดไปได้เลยตามสบาย” บาร์เรทท์พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งบอกให้รู้ว่าอารมณร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นอีกแล้ว “ฉันเพียงแต่คิดว่า เมื่อพ่อของเธอยังพยายามหนีหน้าพวกนักข่าวนั่น เธอก็ไม่ควรกระตือรือร้นที่จะพบกับเขาเท่านั้น”
“พ่อฉันน่ะไม่ได้วิ่งหนีพวกนักข่าวหรอก เขาวิ่งหนีตัวเองต่างหาก” เธอกล่าวแก้ แต่แล้วในทันใดก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดนัก เมื่อเห็นเขาตวัดสายตาคมปลายมามองเป็เชิงถาม “และฉันก็คิดว่า ตัวเองมีความสามารถพอที่จะจัดการกับไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นไม่กี่คนนั่น โดยไม่จำเป็ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณหรอก เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากจะกลับก็เชิญได้เลย ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี” เธอขมวดคิ้วใส่เขาอย่างจองหอง
“ก็ได้” เป็คำตอบห้วนๆ และแล้วแผ่นหลังกว้างๆ ก็เบือนมาทางเธอ ขณะที่เขาก้าวเดินไปทางประตู
“อ้อ...อีกอย่างหนึ่งนะ คุณคิง...” แววตาของสาวน้อยเป็ประกายเมื่อได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย “ฉันจะเป็คนจ่ายเงินค่าโรงพยาบาลเอง ไม่ว่าคุณจะจัดการไว้ยังไง ก็ควรจะยกเลิกมันเสียด้วย”
ริมฝีปากของบาร์เรทท์ คิง เครียดเขม็ง กรามขบกันเป็สันขณะที่เขากวาดสายตาไปทั่วใบหน้าของดานี่ ซึ่งทำให้หัวใจของเธอต้องเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“เธอเคยเห็นเขาใส่บังเหียนผูกอานม้าที่มันพยศไหมคุณวิลเลียมส์” บาร์เรทท์เอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจว่าตัวอย่างเช่นที่เขาหยิบออกมานั้น ดานี่จะต้องเคยพบเห็นมาหลายครั้งหลายหนเต็มที “เขาจะต้องมัดปากมัดลิ้นมันไว้ มันถึงจะสงบลงได้ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าสำหรับคนหัวแข็งอย่างเธอน่ะ ถ้าใช้วิธีเช่นที่ว่านี่จะได้ผลหรือเปล่าเท่านั้น”
ขณะที่ดานี่อ้าปากจะร้องออกมาอย่างขุ่นแค้น บาร์เรทท์ คิงก็เดินอย่างสงบออกไปจากห้องเสียแล้ว สาวน้อยได้แต่กัดฟันโมโหงุ่นง่าน เดินเตะโน่นชนนี่บ่นด่าพึมพำอยู่คนเดียว และเมื่อนายแพทย์เดินเข้ามาในห้องเพื่อจะอนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ตามระเบียบ เขานั่นเองที่ได้กลายเป็เครื่องรองรับอารมณ์ของเธอไป