*ซู่...*
ไอความร้อนชื้นและเสียงลมมนตรากรรโชกอยู่นอกบานประตูหลังร้านหลบมุมคาเฟ่
หน้าจอระบบแจ้งเตือนกะพริบเป็แถบสีส้มบางเบา รายงานสภาพอากาศภายนอกประตูมิติที่ 1
[แจ้งเตือนสภาพอากาศ: ดินแดนอาณาจักรป่าดึกดำบรรพ์ (Elven Realm) กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนจาก 'พายุมนตราฤดูร้อน' อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าปกติสามสิบเปอร์เซ็นต์]
นนท์ยืนเช็ดเคาน์เตอร์พลางเงยหน้ามองจอวิเคราะห์พลังงาน
ฝั่งกรุงเทพฯ วันนี้เป็วันสบายๆ แต่อากาศฝั่งต่างโลกดูเหมือนจะแปรปรวนเป็ตรงกันข้ามเสียอย่างนั้น
*กริ๊ง...*
ประตูหลังร้านเปิดออกอย่างเชื่องช้า เอลฟ์นักล่าสัตว์อสูรสองคนโซเซเข้ามาในร้าน สภาพใบหน้าเปียกชุ่มด้วยเหงื่อและสวมใส่ชุดคลุมหนาเตอะที่ดูอึดอัดดึงรั้ง
"เฮ้อ... เ้าของร้าน... ขอน้ำดื่มเย็นๆ หน่อย... ข้างนอกนั่นมันนรกชัดๆ ลมร้อนพัดจนชีพจรเวทข้าแทบแห้ง"
คาเอล เอลฟ์นักล่าสัตว์อสูรเ้าประจำที่ไม่ได้เจอกันสองสามวันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางกระพือเสื้อคลุมระบายความร้อน
"ใช่... ร้อนปานจะมอดไหม้ เดินป่ามาสองชั่วโมงเหงื่อท่วมจนตาพร่าไปหมดแล้ว"
นักเดินทางเอลฟ์อีกคนที่ตามมาบ่นอุบพลางฟุบหน้าลงกับโต๊ะไม้
นนท์เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า หันมาปรึกษากับเอลวิน่าที่เดินเข้ามาเตรียมเสิร์ฟน้ำเปล่า
"เอลวิน่าครับ อากาศข้างนอกร้อนขนาดนี้ น้ำเปล่าคงไม่พอแล้วล่ะ ผมจะทำเครื่องดื่มเย็นพิเศษสูตรเด็ดให้พวกเขากันนะ"
"เครื่องดื่มเย็นพิเศษเหรอคะพี่นนท์? หรือว่าจะเป็..."
เอลวิน่าดวงตาเบิกกว้างขยับหูเรียวรัวๆ เมื่อนึกถึงสูตรตำรับน้ำเย็นที่นนท์สุ่มได้เมื่อคราวอัปเลเวลก่อนหน้า
"ใช่ครับ ชาไทยโบราณใส่นมเต้าหู้เย็นครับ"
นนท์ยิ้มพลางหันไปหยิบอุปกรณ์ชงชาในครัวทันที
ผงชาไทยสีส้มเข้มกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลถูกตักใส่ลงในถุงกรองชาผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด
นนท์เทน้ำเดือดจัดจากกาลงไป กลิ่นชาหอมเข้มข้นเจือความฝาดละมุนโชยแตะจมูกทันที
*ฟู่...*
เขาชักชาสลับถุงกรองไปมาสามสี่ครั้งเพื่อดึงรสชาติและสีส้มเข้มข้นของน้ำชาออกมาอย่างเต็มที่
จากนั้นนนท์นำน้ำชาไปผสมกับนมเต้าหู้สดสูตรพิเศษของระบบที่มีความข้นมัน หวานละมุนกำลังดี
และที่ขาดไม่ได้คือการนำแก้วใสที่แช่เย็นจนเป็เกล็ดน้ำแข็งบางๆ ออกมา วาง 'พุดดิ้งเต้าหู้นมสด' เนื้อเด้งดึ๋งนุ่มนิ่มสีขาวนวลไว้ที่ก้นแก้ว ก่อนเทชาไทยนมเต้าหู้สีส้มพาสเทลทับลงไปจนเกิดการแยกชั้นเลเยอร์สีสันสวยงาม
"เสร็จเรียบร้อยครับ ชาไทยเย็นๆ พร้อมพุดดิ้งเต้าหู้สดชื่นใจครับ"
นนท์ยกถาดเสิร์ฟแก้วน้ำสีส้มเย็นเยียบส่งให้เอลวิน่านำไปวางที่โต๊ะของลูกค้าเอลฟ์ที่กำลังหอบแฮกๆ
"ทานให้อร่อยและดับร้อนนะคะ!"
เอลวิน่าเสิร์ฟด้วยความภาคภูมิใจ
คาเอลจ้องมองแก้วน้ำใสที่มีหยดน้ำเกาะพราว ข้าวของแปลกตาที่มีของเหลวสีส้มและก้อนสีขาวดึ๋งดั๋งอยู่ด้านล่างกระตุ้นความใคร่รู้ของมันอย่างถึงที่สุด
มันคว้าหลอดดูดที่นนท์เตรียมไว้เสียบลงแก้วแล้วดูดดื่มน้ำชารสเลิศเข้าปากคำโตทันที
*ซด...*
รสชาติแรกที่ััคือความเย็นะเืฉ่ำปอด ตามมาด้วยกลิ่นชาไทยหอมเข้มข้นรสหวานมันนวลของนมเต้าหู้ที่กลมกล่อมไม่เลี่ยนเลย
และเมื่อดูดพุดดิ้งเนื้อเด้งนุ่มลื่นก้นแก้วให้ไหลเวียนเข้าปาก เคี้ยวเพียงเบาๆ ก็ละลายวูบในลิ้น
"โอ้! นี่มัน... อัศจรรย์แท้ๆ!"
คาเอลลืมตาโพลง ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตะลึง
"ความร้อนอบอ้าวที่สะสมในปอดสลายหายไปหมดในอึดใจเดียว! แถมชีพจรเวทที่เคยแห้งแล้งยังกลับมาไหลเวียนมีพลังฟื้นฟูอย่างมหาศาล!"
มันกระชากดูดอึกใหญ่ๆ ติดต่อกันอย่างตะกละตะกลามจนน้ำชาพร่องลงไปครึ่งแก้วอย่างรวดเร็ว
"ข้าขอด้วย! ข้าขอแก้วหนึ่งด่วนเลย!"
เพื่อนร่วมทางของคาเอลเห็นท่าทางของเพื่อนก็รีบคว้าแก้วชาของตนมาดูดกินบ้าง ก่อนจะส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความฟินและชื่นใจอย่างสุดระงับ
ชื่อเสียงความเย็นฉ่ำของชาไทยส้มพาสเทลกระจายไปอย่างรวดเร็วทางประตูด้านหลัง
เพียงเวลาไม่นาน กลุ่มทหารพรานและนักเดินทางเอลฟ์เกือบสิบคนก็หลั่งไหลผลักประตูก้าวเข้ามาในร้านจนโต๊ะไม้เต็มแน่นเอี๊ยด
นนท์และเอลวิน่าทำงานอย่างวุ่นวาย นนท์ชงชาอย่างเป็ระเบียบ ส่วนเอลวิน่าใช้มนต์ลมช่วยประคองถาดแก้วชาลอยตัวเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่วว่องไว
เสียงเคี้ยวพุดดิ้งและเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างผ่อนคลายดังระงับความอึดอัดของลมร้อนภายนอกร้านจนหมดสิ้น
ในระหว่างที่ร้านสงบลงชั่วคราว นนท์เดินไปส่งแก้วน้ำล้างและเอ่ยถามคาเอลที่กำลังนั่งเลียปากด้วยความเสียดายรสชาติก้นแก้ว
"คาเอลครับ... ่นี้ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับการเดินทางของชายชรามนุษย์ที่สืบสายระบบแบบผมบ้างไหมครับ? ปู่เอกของผมหายตัวไปนานแล้ว"
คาเอลขมวดคิ้วคิดทบทวนเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา
"อืม... ชายชรามนุษย์งั้นรึ? ในป่าหมอกลึกและสมาคมผู้ล่าไม่มีเบาะแสเลย... แต่ข้าเคยได้ยินผู้เฒ่าเอลฟ์ในเมืองหลวงเล่าลือกันถึง 'พ่อค้าเร่ไร้พรมแดน' คนหนึ่งที่เคยเดินทางผ่านเขตมนตราโบราณเมื่อหลายปีก่อน... ทว่าข้อมูลมีเพียงเท่านั้นจริงๆ เ้าของร้าน"
"ขอบคุณมากครับคาเอล แค่นี้ก็ถือเป็ร่องรอยที่ดีแล้วครับ"
นนท์ยิ้มรับคำตอบ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าปู่เอกเคยเหยียบย่างลึกเข้าไปในดินแดนเอลฟ์จริงๆ
เมื่อส่งลูกค้าเอลฟ์กลุ่มใหญ่กลับไปหมด่เย็น นนท์รวบรวมบัญชีร้านและเงินที่ระบบตีมูลค่าแปลงมาจากเหรียญมนตราป่าดึกดำบรรพ์ของลูกค้าทั้งหมด
พบว่ายอดรายได้งอกเงยขึ้นมาอีกสามพันหนึ่งร้อยบาทอย่างงดงาม
"วันนี้ได้เงินบาทเพิ่มมาอีกสามพันหนึ่งร้อยบาท ยอดสะสมเงินสดเราตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็สองหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทแล้วครับเอลวิน่า"
นนท์พูดพลางหย่อนธนบัตรลงในลิ้นชักระบบอย่างระมัดระวัง
"เย้! ขยับใกล้ห้าหมื่นบาทเข้าไปทุกทีแล้วนะคะพี่นนท์ พรุ่งนี้เราลุยกันต่อค่ะ!"
เอลวิน่ายิ้มกว้าง แววตามุ่งมั่นและผูกพันกับร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้แน่นแฟ้นขึ้นในทุกวันทำงาน
---