ฟางอวิ๋นสีหน้ายิ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ศักดิ์ศรีของเขาในคราวนี้ถูกเซียวอวี้่ชิงไปหมดแล้วั์ตาฉายแววโเี้ร้ายกาจ มองไปยังทิศทางของเมืองเหลียงโจวด้วยความดุดัน
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามเซียวอวี้และคนอื่นๆ กลับถึงเมืองเหลียงโจว
“พี่เซียวพรุ่งนี้ข้าต้องกลับเมืองหลวงแล้ว จากกันวันนี้ มีวาสนาค่อยพบกันใหม่” หวงฝู่หลิงซีหัวเราะเบาๆ แววตาฉายความอาลัยอาวรณ์และความกลัดกลุ้มเล็กน้อย
เซียวอวี้กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม“จะต้องมีโอกาสได้พบกันอีกได้รู้จักกับแม่นางหวงฝู่ข้าก็ดีใจมากเช่นกันถ้าภายภาคหน้าข้ายากจนสิ้นเนื้อประดาตัวไปหาเ้าที่เมืองหลวงจะมาแกล้งทำไม่รู้จักข้าไม่ได้เชียวนะ”
หวงฝู่หลิงซีหลุดขำพรืดออกมามองค้อนเซียวอวี้แรงๆความงดงามหวานซึ้งใน่เวลานี้ทำให้เซียวอวี้มองจนตกตะลึงไปเล็กน้อย
“พี่เซียวข้าจะคอยฟังข่าวของท่านอยู่ที่เมืองหลวงอันแสนไกลข้าเชื่อว่าท่านจะรุ่งเรืองเฉิดฉาย ทำให้โลกมนุษย์พากันสรรเสริญแซ่ซ้องชื่อของท่าน”ดวงตางดงามของหวงฝู่หลิงซีอ่อนโยนราวกับสายน้ำ มองอีกฝ่ายเงียบๆ
เซียวอวี้คลี่ยิ้ม“เดินทางโดยสวัสดิภาพ”
“ดูแลตัวเองด้วย!”
ทั้งคู่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งแล้วแยกกันตรงประตูเมือง หลังจากเดินไปได้ราวๆ หลายสิบก้าว จู่ๆ หวงฝู่หลิงซีก็เหลียวหลังมอง
นางเห็นเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาสดใสจากที่ห่างไกลกำลังโบกมือให้ตนเองนางก็คลี่ยิ้ม โบกมือตอบเซียวอวี้แรงๆ ด้วยเช่นกัน
วาสนาเกิดดับวาสนาแน่นแฟ้นเหินห่าง เคยพานพบย่อมดีกว่าไม่เคยรู้จักกัน
“เสียใจและอาลัยอาวรณ์หรือ”หวงฝู่หลิงซีค่อยๆ ห่างไกลออกไป เซียวอวี้หรี่ตาทอดถอนใจประโยคหนึ่งตนเองในตอนนี้ ยังไม่เหมาะจะมีความรัก
“พี่เกิ่งกลับบ้านกันเถอะ” เซียวอวี้หมุนตัวในขณะที่ยิ้มละไม
เกิ่งเปียวพูดด้วยสีหน้าแปลกประหลาด“คุณชายข้ารู้สึกว่าท่านกับแม่นางหวงฝู่ช่างเหมาะสมยิ่งนัก”
“อย่างนั้นหรือจริงๆ แล้วข้าก็รู้สึกว่าพวกเราเหมาะสมกันมากเพียงแต่ตอนนี้ข้ายังตั้งหลักได้ไม่มั่นคง อีกทั้งอายุยังน้อยตอนนี้คุยเื่พวกนี้ยังเร็วเกินไป ไป กลับเรือนก่อนเถอะ” เซียวอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เกิ่งเปียวพยักหน้า
ทั้งคู่หมุนตัวเดินไปทางจวนโหวทันทียังเดินไม่ถึงประตูใหญ่จวนโหว พวกเขาก็เห็นเกิ่งจื๋อกำลังจะออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าร้อนใจ
“พี่ห้า”เกิ่งเปียวกู่เสียงร้องะโ
ทันทีที่เกิ่งจื๋อเห็นพวกเขาดวงตาเป็ประกายทันที ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เอ่ยว่า “คุณชาย ในที่สุดท่านกลับมาสักทีข้ากำลังคิดจะไปตามหาท่านทีู่เาหมั่งหนิวแล้วนะขอรับ”
เซียวอวี้ถามไถ่ด้วยรอยยิ้ม“ผู้าุโเกิ่งมีธุระสำคัญอะไรหรือ”
เกิ่งจื๋อสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พี่รองกลับมาแล้วเขานำคำสั่งท่านโหวมาด้วย ให้คุณชายหกและคุณชายห้ารีบไปเมืองหลวงโดยเร็วขอรับ”
“เอ๊ะ?”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยถามว่า “ไปเมืองหลวงหรือ ผู้าุโเกิ่งทราบแล้วหรือไม่ว่าเกิดเื่อะไร”
เกิ่งจื๋อส่ายหน้า“ข้ายังไม่รู้เพียงแต่พี่รองของข้ากำลังรอคุณชายทั้งสองอยู่ห้องโถงส่วนหน้าขอรับ”
“ผู้าุโเกิ่งโปรดนำทาง”เซียวอวี้พูดด้วยท่าทีจริงจัง แต่ในใจยังไม่วายลอบบ่นอุบอิบเซียวฉีสยงให้พวกเขาไปเมืองหลวงในเวลานี้นี่อยากจะคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างเขากับเซียวตงหลิวหรือไง
แต่มาคิดๆดูก็เป็ไปไม่ได้ เื่เล็กน้อยอย่างความขัดแย้งภายในตระกูลแบบนี้ เซียวฉีสยงจะเห็นอยู่ในสายตาได้อย่างไรแบบนี้ ท่าจะมีเื่ด่วนจริงๆ
ห้องโถงด้านหน้าจวนสกุลเซียวชายวัยกลางคนสีหน้าออกเหลืองเล็กน้อยกำลังสนทนากับเซียวตงหลิวด้วยรอยยิ้มอยู่ต่อหน้าคนคนนี้ สีหน้าของคุณชายห้าแห่งสกุลเซียวนอบน้อมและระมัดระวังกระทั่งว่ามีความยำเกรงเล็กน้อย
“พี่รองคุณชายหกมาแล้ว” พวกเซียวอวี้ทั้งสามคนเดินเข้าไปในห้องโถงส่วนหน้าเกิ่งจื๋อยิ้มแย้มพลางพูดไปด้วย
“ฟึบ!”
แววตาดุร้ายสุดแสนมีพลังแรงกดดันมหาศาลตวัดมองมาทางเซียวอวี้กลิ่นอายความน่าครั่นคร้ามราวกับมันมีตัวตน ปกคลุมเหนือศีรษะของเขา
เกิ่งเปียวและเกิ่งจื๋อหน้าถอดสีเล็กน้อยเกิ่งเปียวถึงขนาดเดินตรงเข้าไปเล็กน้อยอย่างควบคุมตัวไม่อยู่อยากจะขวางอยู่ตรงหน้าเซียวอวี้ตามสัญชาตญาณ
แต่ทันใดนั้นฉุกคิดขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายคือพี่รองของตนเองเลยหยุดฝีเท้าลงอย่างแข็งทื่อเพียงแต่ั์ตากลับเพิ่มความระแวดระวังและความตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย
เซียวอวี้สีหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รองผู้บัญชาการจะทดสอบตบะของข้าหรือ”
บุรุษวัยกลางคนเผยสีหน้าประหลาดเล็กน้อยแล้วเก็บสายตาอย่างรวดเร็วทันที เอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “คุณชายหกโปรดอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้หมายความเช่นนี้”
เซียวตงหลิวมองเซียวอวี้ด้วยความชิงชังทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจเอ่ยว่า “บารมีของน้องหกนับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆแม้กระทั่งผู้บัญชาการเจียงก็ยังกล้าตวาดเสียงใส่”
เซียวอวี้ยิ้มตาหยีแล้วเอ่ยขึ้น“พี่ห้าท่านรู้จักข้าดี ข้าอารมณ์ไม่ดีมาตลอดจะให้ดีท่านอย่าพูดมั่วไปเรื่อย จะได้ไม่ต้องโดนลงไม้ลงมืออีก”
“เ้า!”
เซียวตงหลิวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟแต่เห็นใบหน้าของเซียวอวี้ที่ยิ้มสดใสหน้าชื่นตาบาน ในใจพลันบังเกิดความหวาดผวาโดยไม่รู้ตัวพูดอ้ำๆ อึ้งๆ ก้มหน้าลงแล้วไม่กล้าพูดมั่วๆ อีก
รองผู้บัญชาการเจียงไป๋หย่งมองพี่น้องสองคนต่อล้อต่อเถียงไม่ยอมลดละสีหน้าก็ยิ่งแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ เซียวตงหลิวหวาดกลัวเซียวอวี้ขนาดนี้นี่เป็เื่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“คุณชายทั้งสองโปรดอดทนรออย่าเพิ่งวู่วามข้าได้รับคำสั่งท่านโหวมาจากเมืองหลวงมีเื่สำคัญเื่หนึ่งจะแจ้งให้ท่านทั้งสองทราบ” เจียงไป๋หย่งยิ้มแย้มช่วยแก้หน้าแทนเซียวตงหลิว
เซียวอวี้และเซียวตงหลิวนั่งตัวตรงทันทีสิ่งที่แตกต่างก็คือ เซียวตงหลิวหวาดกลัวท่านพ่อของตนเองจริงๆส่วนเซียวอวี้เพียงแค่พยายามเล่นละครจนสุดชีวิต
“คุณชายทั้งสองท่านโหวมีคำสั่งให้พวกท่านออกเดินทางไปเมืองหลวงเข้าร่วมการประลองใหญ่สองแคว้นโดยเร็วที่สุด”เจียงไป๋หย่งมีสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“การประลองใหญ่สองแคว้นหรือ”
เซียวอวี้และคนอื่นๆต่างตะลึงงันเล็กน้อย เกิ่งเปียวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่รอง การประลองใหญ่สองแคว้นคืออะไรกันน่ะ”
เจียงไป๋หย่งจ้องมองพวกเขาทอดถอนใจแล้วอธิบาย “สำนักกระบี่เสวียนหวงรับลูกศิษย์คราวนี้เปลี่ยนกฎระเบียบจะเลือกแค่เด็กหนุ่มสิบคนจากอาณาจักรเราและจักรวรรดิเหมิ่งหยวนดังนั้นทั้งสองแคว้นจึงตัดสินใจทำการประลองใหญ่สักครั้งเลือกสิบคนที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าสำนักเพื่อบำเพ็ญตน”
“ผู้กล้าคนหนุ่มสาวของสองแคว้นเยอะแยะจะตายไปเลือกแค่สิบคนโหดร้ายเกินไปแล้ว” เกิ่งเปียวร้องอุทาน
เจียงไป๋หย่งยิ้มเจื่อนพร้อมกล่าวขึ้น“ก็นั่นน่ะสิ เพียงแต่ในเมื่อเป็กฎของสำนักไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ดังนั้นท่านโหวถึงให้คุณชายทั้งสองรีบไปเมืองหลวงโดยเร็วเตรียมตัวสำหรับการประลองใหญ่สองแคว้น”
เซียวอวี้พยักหน้าลงด้วยสีหน้าเรียบเฉยั์ตายังฉายความปรารถนาในาอย่างฮึกเหิมเล็กน้อย
ส่วนเซียวตงหลิวเผยสีหน้าสิ้นหวังทันทีใบหน้าเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยวและความท้อใจ เขาเอาชนะแม้กระทั่งเซียวอวี้ยังไม่ได้จะไปต่อสู้กับผู้กล้าคนหนุ่มสาวพวกนั้นได้อย่างไร
เจียงไป๋หย่งเห็นสีหน้าของทั้งคู่อยู่ในสายตาทั้งหมดถอนใจหนักๆ ทีหนึ่งอยู่ในใจ คุณชายห้ายังไม่ทันต่อสู้ก็ขี้ขลาดตาขาวถูกลิขิตมาแล้วว่าคงไปได้ไม่ไกลในการประลองใหญ่สองแคว้น
ศักดิ์ศรีของสกุลเซียวทำได้แค่ฝากไว้กับเซียวอวี้ที่ตอนแรกไม่ว่าใครๆก็ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เพียงแต่ผู้กล้าคนหนุ่มสาวของสองแคว้นมีมากมายแค่ไหนด้วยตบะขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าของคุณชายหก สุดท้ายแล้วจะสามารถเดินไปได้ไกลแค่ไหนคงมีแค่์เท่านั้นที่รู้
“หากคุณชายทั้งสองไม่คัดค้านเช่นนั้นพวกเราก็รีบออกเดินทางไปเมืองหลวงพรุ่งนี้เช้า” เจียงไป๋หย่งมองทั้งคู่ด้วยแววตาถามความคิดเห็น
เซียวอวี้คลี่ยิ้ม“ได้”
“ดะ...ได้” เซียวตงหลิวตอบกลับอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หลังจากเซียวอวี้เดินออกมาจากห้องโถงส่วนหน้าสีหน้าเกิ่งเปียวเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม เอ่ยด้วยความตื่นเต้น “คุณชาย โอกาสที่ท่านจะโด่งดังไปทั่วมาถึงเสียที”
เซียวอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่ง เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “ยอดฝีมือของสองแคว้นออกจะเยอะแยะไปไร้คู่ต่อกรในเมืองเหลียงโจวจะนับว่ากระไรได้ ไปฝึกบำเพ็ญตนที่สำนักกระบี่เสวียนหวงหลุดพ้นจากโลกียวิสัย นี่เป็หนทางแห่งการต่อสู้ที่อาบนองไปด้วยเืคนมากมายล้วนแต่จะต่อสู้จนสุดความสามารถ”
เกิ่งเปียวหัวเราะแหะๆพร้อมเอ่ย “ข้าเชื่อในตัวคุณชายท่านจะต้องสามารถเอาชนะผู้กล้าของสองแคว้นกลายเป็สุดยอดคนหนุ่มสาวที่แข็งแกร่งที่สุดของสองแคว้นอย่างแน่นอน”
เซียวอวี้หลุดขำพรืดเอ่ยขึ้น“พี่เกิ่งยังมั่นใจยิ่งกว่าข้าเสียอีก”
ทั้งคู่เดินไปตลอดทางไม่ทันไรก็มาถึงเขตเรือนพักอาศัยของตนเอง เซียวอวี้ไปทักทายท่านแม่เกิ่งเปียวยิ้มพลางขอเหล้าเหลืองจากหวังซานหนึ่งกา ดื่มด้วยความฮึกเหิมหวังซานดูแล้วก็สงสัยไม่หยุด
ภายในห้องที่มืดสลัวห้องหนึ่งเกิ่งจื๋อกับเจียงไป๋หย่งดื่มชาเงียบๆ ตรงหน้าของพวกเขาวางกระดานหมากรุกเอาไว้แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่สติไม่อยู่กับร่องกับรอย จิตใจไม่ได้อยู่กับการเล่นหมากรุก
“เกิ่งเปียวเ้าเด็กคนนี้ภักดีต่อคุณชายหกจนหมดหัวใจแล้ว ดูท่าทางเมื่อกี้นี้นั่นสิขอแค่ข้ากล้าทำไม่ดีต่อคุณชายหก เขาจะต้องขวางข้าจนสุดชีวิตแน่” เจียงไป๋หย่งมองเกิ่งจื๋อทีหนึ่งด้วยความลุ่มลึก
เกิ่งจื๋อคลี่ยิ้มกล่าวว่า“นี่ก็พิสูจน์ถึงความเก่งกาจของคุณชายหกได้ดี”
เจียงไป๋หย่งจิบชาหนึ่งคำทอดถอนใจเอ่ยขึ้น “ใช่น่ะสิคุณชายหกเป็คนโดดเด่น วันนี้แค่ได้เห็นก็สมดังคำร่ำลือเหมือนอย่างที่คิดไว้ท่านโหวมีผู้สืบทอดแล้วสินะ”
เกิ่งจื๋อคลี่ยิ้มถามขึ้น “พี่รองนัดข้ามาคุยเป็การลับ ยังมีเื่อื่นอีกใช่ไหม”
เจียงไป๋หย่งเงียบงันชั่วขณะแล้วเอ่ยขึ้น “คุณชายหกอยู่ดีๆโดดเด่นพรวดพราด ข้ารู้สึกมาตลอดว่าน่าสงสัยมาก สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายหกกันแน่เ้าเคยตรวจสอบแล้วหรือยัง”
สีหน้าของเกิ่งจื๋อค่อยๆเคร่งขรึมขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่รองข้าขอเตือนท่านสักคำ จะให้ดีที่สุดอย่าได้ไปตรวจสอบเชียว”
“ทำไมกัน”เจียงไป๋หย่งถามด้วยความประหลาดใจ