หลังจากเด็กหนุ่มเดินหายไปไม่นานชายวัยกลางคนหรือ เอล็กเติอร์ คราวตัน ยิ้มอยู่บนโต็ะทำงานอย่าง
เงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรและปิดการติดต่อจากระยะไกลลงพร่างคิดในใจ
....เด็กคนนั่นได้กุญแจไปแล้วหวังว่าคงผ่าน
เอล็กเติอร์มองไปที่หน้าต่างบ่านใหญ่พร่างยิ้มให้กับเด็กหนุ่มดวงซวยที่ตอนนี้คงกำลังบ่นไม่ก็ด่าเขาอยู่ในตอนนี้
กระมั้งแต่อเล็กเติอร์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกขึ้นมาเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงจากนี้การประลองไม่สิการทำาที่โรงเรียนจัดให้และมันก็น่า
สนุกมากในความรู้สึกของ อเล็กเติอร์ อีกด้วยแต่ที่สำคัญตือกุญแจที่เขามอบให้เด็กหนุ่มคนนั่นมากกว่าที่น่าสนใจเพราะไม่รู้ว่าเ้านั่น
จะฆ่าเขาหรือไม่แต่มันก็น่าสนใจ
"เอาล่ะมาดูกันว่าจะทำให้ยัยนั่นสนใจได้รึเปล่าน่ะ ฟุจิมุระ โยชิทากะ คุง" เอล็กเติอร์พรึ่มพรำมพร่างมองไปทิศ
ที่อยู่ของเด็กหนุ่มตั่งแต่วันนี้
หลังจาการกลับมาที่โรงเรียนอีกครั่งเด็กหนุ่มก็ยกกระเป๋ามาด้วยแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช้อะไรอื่นนอกจากหนังสือ
เกือบร้อยกว่าเล่มที่เด็กหนุ่มหมดเงินไปกับหนังสือพวกนี้เพราะเดิมทีเงินที่เขาจะเอามาใช้ได้ในเกาะก็ใกล้จะหมดเต็มทนอยู่แล้วแต่
ที่น่าแปลกที่สุดก็คือตัวเค้าใน่สองเดือนที่ผ่านมายังพอกินข้าวบ้างอะไรบ้างเพราะมีเด็กสาวที่อยู่ข้างห้องช่วนไปกินข้าวไม่อย่าง
งั้นตัวเขาคงอดข้าวตายไปพร้อมกับหนังสือที่อ่านแน่นอน เพราะเด็กหนุ่มชอบอ่านขนาดนั่นเลยล่ะ แต่เมื่อสองอาทิตร์ที่ผ่านมา
โยชิทากะ ไม่ได้กินข้าวเลยซึ่งเป็คำถ่ามว่าทำไมไม่ตายนั่นคือคำถามแต่เื่นั่นคนที่อยู่บนโลกใบ้นี่คงยังไม่รู้
เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าใบ้ใหญ่ขึ้นมาสองใบ้ที่ยัดหนังสือเกือบร้อยเล่มลงไป ซึ้งยังโชคดีที่กระเป๋าสองใบ้นี้มี
ความทนทานพอจะยัดอะไรเยอะๆแถมช่วยลดน้ำหนักลงไปได้..เหนื่อยเฟ้ยให้ตายสิทำไมมันรู้สึกว่าอยู่ไกลกว่าปกติฟ่ะ เด็กบ่นในใจพร่างคิดว่า
ทำไมมันไกลกว่าปกติซึ่งก็ไม่แปลกเพราะปกติเดินมาโดยไม่คิดอะไรแต่ตอนนี้มีหนังสือที่โครตจะหนักอยู่บนบ่าทั่งสองซึ่งมันทำให้การ
เดินมันช้ากว่าเดิมทั่งความหนักบวกกับการใช้พลังงานมากว่าปกติแถมตอนนี้ก็ใกล้จะมืดแล้วด้วยมันทำให้การเดินทางช้ากว่าเดิมอีก
ถึงแม้จะมีไฟอยู่ข้างทางบ้างอะไรบ้างแต่ก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเด็กหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียวบ้างครั่งมันยังรู้
สึกขนลุกแปลกๆเวลาเดินผ่านสิ่งก่อสร้างที่ติดกันพวกนี้เด็กหนุ่มได้แต่พย่ามใจแข็งกับความกว่างของที่แต่ที่แปลกใจที่สุดคือ
......ทำไมไม่เห็นมีนักเรียนคนอื่นเลยแหะ แล้วนั่นใคร
สายตาของเด็กหนุ่มหันไปมองม้านั่งขนาดยาวมีเสาไฟฟ้าส่องแสงไปยังม้านั่งบรรยากาศเงียบๆเข้าปกคลุ้ม
สายลมยามเย็นพัดผ่านร่างกายทำให้ความเย็นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่คำว่าใครที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มเป็ของจริง
ร่างของหญิงสาวในชุดนักเรียนผมสีทองอ่อนๆ สะท้อนกับความมืดได้อย่างดี ผิวสีขาวที่สะท้อนแสงกับพระอาทิตร์ที่กำลังลับขอบฟ้าในไม่ช้า
ดวงตาสีทอง หันไปหาเด็กหนุ่มกำลังจ้องเธอเงียบๆโดยไม่พูดอะไร ไม่ใช้เพราะความงามแต่เป็ ความนาหลงไหลที่ยิ่งกว่าความงาม
ได้แต่คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆเพราะเดิมทีตัวเค้าก็แยกไม่ออกอยู่แล้วว่าคนไหนสวยไม่สวย
เมื่อได้สติกลับมาอีกทีร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งก็หายไปจากสายตาของเค้าเรียบร้อยเขายัดถาพที่เห็นลง
ไปในสวนลึกของควาทรงจำและพูดเบ่าๆว่าขอให้เป็เพียงแค่ถาพร่วงตาถึงทันจะไม่ใช้ก็ตามที
หลังจากผ่านไปอีหนึงชั่วโมงกับการหลงทางในโรงเรียนสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ก็มีขนาคล้ายๆกันไปมันทำให้หลงทาง
ได้ง่ายทำให้ต้องเสียเวลาไปอีก ชั่วโมงตอนนี้ก็กลายเป็ค่ำเรียบร้อยแต่ยังไงก็ถึงหน้าประตู้กระท่อมไม้สีน้ำเงินเรียบร้อยตอนนี้สิ่งที่น่า
กลัวที่สุดในหัวใจของเค้าคือขออย่าให้มีอะไรโพล่มาในตอนที่เปิดห้องทีเถอะ
......เอาฟ่ะอย่างน้อยก็ดีกว่าการไปนอนกลางถนนกับที่น่าขนลุกแล้วกัน
เสียงก้อนประตู้ดังขึ้นประตู้เหล็กค่อยๆเปิดออกมาช้าและเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในห้องเด็กหนุ่มก็ทำหน้าอยากตายขึ้นมากับ
กลิ่นเหม็นๆที่ล่อยออกมาจากข้างในมีกลิ่นหลายๆอย่างป่นกันไปไม่ว่าจะเป็อาหารเน่าเสียแอลกอฮอร์และกลิ่นเืจ้างๆและกลิ่นซาก
ศพของสัตว์หลากชนิดที่ล่อยออกมา
ตูมมมม
เสียงปิดประตู้ดังขึ้นโยชิทากะจำต้องหันออกมาจากในห้องเพื่อสึมสับอากาศธรรมชาติเพื่อไม่ให้เขาต้องตายไปเสียก่อน
กับกลินเน่าเหม็นมากมายในกระท่อมแห่งนี้ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่อย่ากเรียกที่นีว่าที่อยู่เลยด้วยซ้ำซึ่งมันใช้รึเปล่ายังไม่รู้เลยถึงยังไม่เห็นข้างใน
มากอย่าว่าข้างในเลยแค่กลิ่นพวกนี้ โยชิทากะก็ไม่อย่ากอยู่และไม่อยากเห็นแล้ว
ปริบปริบ เสียงนาฬิกาข้อมือดังขึ้นเสียงแห่งความซวยดังขึ้นในตอนนี้ใกล้สองทุ้มแล้วเป็่การทำา
ที่โรงเรียนจัดให้ใกล้เข้ามาแล้ว...จะว่างกระเป๋าไว้หน้าห้องไม่ได้แถมข้างในนี้ยิ่งตอนนี้โครตไม่น่าเปิดออกมาเลยเอาไงดีฟะเนี่ย
ช่วยไม่ได้งั้นก็ สายตาของคนดวงซวยหันไปที่ต้นไม้สูงๆและถอนหายใจ
าในโรงเรียน หรือ War in school
สงคราในสมัยก่อนคือการฆ่าฟันกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งไม่ว่าจะเป็การฟันการยิงการต่อยการบีบคอการทำลายจุดสำคัญ
ซึ่งต้องสงผลให้อีกฝ่ายตาย แต่มันไม่ใช้าแต่เป็การฆ่า าต้องเป็อะไรที่ใหญ่กว่านั่นการรวบรวมกำลังพลเพื่อให้เกิดผลที่ใหญ่่
กว่าการฆ่าทีละคนแต่เป็การฆ่ากันหมู่มากเพื่อให้ได้สิ่งที่้า
ซึ่งสถ่านที่แห่งนี้กำลังทำอย่างนั่นแต่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สนับสนุนให้เกิดาแต่เป็การสอนให้รู้ถึงสิ่งที่เรียกว่าา
อย่างแท้จริงนี้ก็เป็การสอนไม่ได้สอนด้านวิชาการไม่สอนสูตรคณิตศาตร์หรือวิทยาศาตร์แต่เป็การทำให้เข้าใจสิ่งที่้เรียกว่าโลกนั่นเป็เช่นไร
และสงคีามที่ต้องมีการฆ่ากันจริงๆเป็เช่นไรด้วย
ร่างของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนที่พึ่งมาถึงลานกว่างเพราะไม่ได้เปลียนเสื่อผ้าผสมกับกลิ่นเหงื่อจากเสื่อผ้าจนจำต้องต้องหิ้ว
เสือนอกไว้บนบ่าพร่างทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกมาเพราะกว่าจะถึงก็ต้องหลงทางอีกเช่นเคยมันทำให้ความเหนื่อยที่มีอยู่แล้วก็เพิ่มขึ้นไปอีก
จนไม่มีความรู้สึกว่าถ้าโดดการทำาในโรงเรียนครั่งนี่ได้ก็ทำไปแล้ว
เมื่อมาถึงโยชิทากะก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธ์ที่เคยอ่านจากหนังสือบ่างชนิดกลิ่นช่วยทำให้ร่างกายที่กำลัง
เหน็ดเหนื่อยค่อยๆจางหายไปที่ละนิดถ้าให้เปรียบที่นี่กับกระท่อมไม้คงต่างร่าวฟ้ากับเหวเป็กลิ่นของดอกไม้ไม่ชุนมากมายอะไรมีแต่ความพอดี
ให้กับร่างกานที่กำลังหเน็ดเหนื่อย จนสถาพร่างกายกลับมาสมบูรณ์ในที่สุด จนเด็กหนุ่มพึ่งสังเกตุถึงนักเรียนจำนวนนึงที่กำลังเดินไปเดินมาตาม
ลานกว่างบ้างคนก็คุยเป็กันเองบ่างคนก็กำลังส่องสายตาระมัดระวัง บ่างคนถึงขันส่องจิตสังหารอันน่ากลัวออกมาเลยทีเดียว
แต่มีนักเรียนจำนวนนึงกำลังต่อแถวยาวด้านหน้าสุดของแถวเป็การเขียนสาขาต่างๆเอาไว้ส่วนสาขาที่เด็กหนุ่มเลื่อกอยู่ขวา
สุดถึงจะไม่รู้ว่าสาขาที่ตัวเองเรียนนั่นอัตรายขนาดไหนก็ตามแต่ที่โยชิทากะ้าจริงๆคงเป็เปลียนห้องแน่ๆเพราะถ้าเขาอยู่ต่อไปคงมีแต่ตาย
ไม่ก็โดนห้องนั่นกิรชนถ้ามีชีวิตนะน่ะ เด็กหนุ่มเดินไปต่อแถวหลังสุดอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรแต่คนอื่นไม่ใช้ สายตาจากนักเรียนมากมายจ้อง
มาที่เขาที่เป็คนสุดท้ายของลานกว่างแห่งนี้ ....มีเทคโนโลยีสุดบันเจิดจริงๆน่ะ "นั่นสิค่ะ" เสียงฟวานๆดังขึ้นจากด้านหลังเสียงที่คุณเคยโยชิทากะ
ไปยังทิศของเสียง
ร่างของหญิงสาวในชุดนักเรียนหญิงผมของเธอเป็ผมสีเท่าดวงตาสีแดงผิวสีขาวอ่อนๆ ดวงตาสีแดงของเธอจ้องมาที่เขาและทำสี
หน้าบึ่งๆและพูดว่า
"ที่ไม่มาโรงเรียนใน่สองอาทิตร์นี้คงเพราะไม่ได้อ่านป้ายที่ฉันติดไว้หน้าห้องสิน่ะ" เด็กสาวพูดป่นเสียงบ่นไปด้วย
"อ่าโทษที่สองอาทิตร์ฉันไม่ได้ออกจากห้องเลยน่ะสิพึ่งรู้อีกทีก็วันนีแหละ"เด็กหนุ่มพูดและขอโทษออกมา
"งั้นเหรอค่ะไม่เห็นถึงความจริงใจจากคุณเลยน่ะค่ะ" เด็กสาวหันหน้าไปอีกทางถ้าจะโกธจริงๆ
"และจะให้ฉันทำอะไรล่ะถ้าเธออย่ากให้ฉันทำอะไรก็บอกมาล่ะกันเดียวฉันพย่ามเท่าที่ทำได้ล่ะกัน"มันเป็เื่
ที่ช่วยไม่ได้จริงๆเพราะเขาก็ติดหนี้เธอใน่สองเดือนที่ผ่านมาทั่งเื่อาหารไม่ก็ เด็กหนุ่มพย่ามสลัดความคิดอันหน้ากลัวให้หายไปจาก
หัวสมองเพราะเค้าติดหนี้เธฮในเื่ที่ไม่ควณติดด้วย
"อือเอาเป็หลังจบาไปกินข้าวกับฉันค่ะ"
"ข้าวสืน่ะตกลงตามนี้ล่ะกัน" เด็กหนุ่มตอบเช่นนั่นในตอนนั่นเองที่สายตาของเขาสังเกตุถึงจิตสังหารของใครบ้างคนมราจ้องมา
ที่เขาด่อนจะหลับตาเพื่อสลัดมันออกไป....ไม่อย่ากให้มันยุ้งยากกว่านี้แล้วแค่วันนี้ก็เหนื่อยพอแล้ว
"แต่จะว่าไปทำไมพวกนั่นจ้องมาที่ฉันบ่อยขนาดนั่นละเนี่ย"
"เพราะคุณเป็นักเรียนที่ไม่มีทะเบียนในโรงเรียนน่ะค่ะและอีกอย่างคุณไม่ได้อยู่ในห่อพักไหนเลย"
"เอะหมายความว่ายังไงไม่เห็นเข้าใจเลย" ทำหน้างง "เพราะคุณกลายเป็คนอันตรายแล้วค่ะ"
"หมายความว่ายังไงฉันยัง...." เสียงหายไปเขาหลับตาและนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้น .....อย่ากบอกน่ะว่าผ.อคนนั่น
"ให้ตายสิเหนื่อยเฟ้ย"เด็กสาวในชื่อ คันซากิ ชิโอริ ยิ้มเล็กหน่อยและเสียงสัญญาณก็ดังขึ้น "แล้วจอกันน่ะค่ะ ฟุจิมารุคุง"
"อ่าแล้วเจอกัน" เด็กสาวเด็กสาวยิ้มและเดินไปที่แถวของตน "สังวันฉันจะต่อยหน้าเ้าผ.อนั่น" เด็กหนุ่มพร่างรู้สึกหงุดหงิด
ขึ้นมาแต่ไม่ทั่นที่เขาจะพูดอะไรร่างของชายที่คิดมาเมื่อกี่ก็ปรากฏตัวขึ้น
บนเวทีขนาดเล็กที่ทำขึ้นไม่นานมานี่ร่างของชายในชุดสูทผมดำสวมแว่นตาในมาดขึมไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครนั่นคือ เอล็กเติอร์
นั่นยืนมือไปจับไมค์บนเวที
"สวัดดีนักเรียนทุกคนไม่ต้องบอก็รู้ว่าฉันคือใครน่ะเพราะเคยบอกไปแล้ว ตอนนี้โรงเรียนกำลังเริ่มการทำาจริงที่เคย
บอกไปเราได้ปรับหลักสูตรในการว่างแผ่นการต่อสู้หรือาให้กับนักเรียนไปแล้วส่วนนี้คือของจริงที่ไม่ใช้การปรับหลักสูตรแต่คือของ
จริงที่จำเป็ต้องใช้จิตวิทยาในการต่อสู้และยุธศาตร์ที่จำเป็ในการทำา และการเอาตัวรอด เราได้ฟึกพวกเธอในเื่นั่นไปเรียบร้อยแล้ว
และคนที่แสดงกลยุธร์ที่สอนไปได้อย่างมีประสิธิถาพก็จะเป็การส่งเสริมเกรตพวกเธอในอนาคต อ่อและอีกเื่"
ความเงียบเข้าปกคลุ้มบรรยากาศอันเย็นะเืเข้าปกคลุ่มไปทั่วลานกว้างจนน่ากลัวสายตาของชายที่ชื่อว่าผ.อจ้องไปที่คนที่น่า
ซวยที่สุดในที่แห่งนั้ ....อย่าหันมามองตรูสิเฟ้ยและอีกอย่าง นิ้วถายใต้เสื่อสูทชี้ไปที่ร่างของ โยชิทากะ และพูดด้วยใบ้หน้าเรียบนิ่ง
"ในวันนี้" .....เฮ้ยเฮ้ย "มีนักเรียนคนนึงที่ไม่เข้ามาในโรงเรียนเมื่อสองอาทิตร์ที่แล้วทำให้คะแนนไม่สิเกรตเลยดีกว่าเอาง่ายๆดลย
ล่ะกัน" .....เฮ้ยตรูไม่อย่ากได้ยินที่เหมือนในนิยายน่ะเว้ย "ใครที่จัดการนักเรียนที่ชื่อ ฟุจิมุระ โยชิทากะ ได้ก่อนเป็คนแรกฉันจะเพิ่มเกรตให้ในนาม
ของผู้อำนวยการในโรงเรียนแห่งเป็เกรต สี่เลยล่ะกันในวิชาการา"
เมื่อสิ้นคำพูดความเงียบเข้าปกคลุ้มทั่วทุกบริเวณความเงียบเข้าปกคลุมแต่ไม่ใช้ความเงียบธรรมบดา จิตสังหารอันน่ากลัวจ้องไปที่ชาย
หนุ่มที่ชื่อ ฟุจิมารุ โยชิทากะ และแน่นอนว่ามีคนเดียวชายที่ดวงซวยที่สุดกำลังรู้สึกว่าถ้าอยู่ต่อไปตายแน่ๆเสียงอาวุธจำพวกต่างๆที่ไม่เคยมี
ปรากฎขึ้น ดาบปืน ถูกชักออกมาจาที่เก็บของมันแต่นี้มันพึ่งเริ่มในควาซวยครั่งนี้
"อ่อส่วนพวกรุ้นพีที่หรือคนที่ไม่ห่วงในเื่ของเกรดแต่ฉันมีรางวัลให้นั่นคือเงินทุนในการเสริมสาขาต่างๆที่สามารถจัดการเขา"
.....ไม่ให้ทั่งโรงเรียนฆ่าตรูเลยล่ะไม่สิมันก็ทั่งโรงเรียนแล้วนี่หว่าไม่ใช้สิ
ชายที่ขึ้นชื่อว่าผ.อยิ้มก่อนพูดว่า "ยิ้นดีตอนรับสู้ war in school"
จากคนเขียน
ในเมื่อปีใหม่แล้วผมจะพย่ามลงให้ใน่ปีใหม่ให้มากที่สุดน่ะครับและเพื่อขอโทษที่ไม่ได้ลงตามกำหนดการในวันที่ 24 ด้วยครับและผมก็อย่ากลงเองด้วยครับ
ผมไม่แน่ใจว่ากี่ตอนครับแต่จะพย่ามให้ถึงที่สุดใน่ปีใหม่ครับ
เหมื่อนเคยสวัดีปีใหม่ครับและมีความสุขกับการอ่านต่อไปน่ะครับ