"พ่อบุญธรรมเป็อะไร" จั่วจี๋ถามน้ำเสียงเป็ห่วง
"ไม่เป็ไร แค่การกลืนกินิญญานั้นต้องใช้เวลาย่อยสลาย"
พ่อลูก จั่วยุ่น จั่วจี๋ ตอนนี้ใบหน้าสับสน อยู่ๆ นายน้อยกำลังพูดเื่อะไร
หลี่เค่อสังเกตเห็นสีหน้าของสองพ่อลูก เขารับรู้เื่ประหลาด
"เมื่อครู่พวกเ้ามองไม่เห็นข้ากลืนกินดวงิญญาของชายชราอย่างงั้นเหรอ"
สองพ่อลูกส่ายหน้าสับสน หากทั้งสองไม่รู้จักหลี่เค่อมานาน พวกเขาอาจจะคิดว่าหลี่เค่อสติไม่ดี หรือเป็บ้าไปแล้วก็ได้
หลี่เค่อยิ้มฟาดจางๆ ตอนนี้ในหัวของเขามีความคิดมากมาย ในระยะเวลาสั้นๆ เขาพบเื่ประหลาดมากเหลือเกิน
'โลกใบนี้มีระบบการฝึกปราณและเวทย์ พลังจิตที่ข้ามีพวกเขาเรียกว่าการฝึกจิตแปรเวทย์ จริงๆ การใช้พลังจิตของข้าค่อนข้างทื่อด้าน หรือจะพูดกันตรงๆ ข้าไม่เคยใช้พลังจิตอย่างถูกวิธี สายหมอกโลหิตที่ชายชราสร้างคือการใช้พลังจิตสร้างขึ้น แปรเปลี่ยนความว่างเปล่าเป็เวทย์รูปแบบต่างๆ ซึ่งข้าทำไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าประหลาดก็คือ อำนาจจิตของข้ากลับเอาชนะชายชราได้'
หลี่เค่อเอามือทาบอก เขากำลังหยั่งคาดอำนาจจิตของตัวเอง วัดค่ามันเป็ระดับขั้นของโลกใบนี้
สายหมอกกลั่นตัว หากขนาดหมอกในห้วงจิตมีขนาดราวหนึ่งจั้ง ได้ชื่อว่าเป็ผู้มีพลังจิตสำนึกระดับ [1] คำนึกสายหมอกขั้นต้น
แต่ถ้าสายหมอกในห้วงจิตมีขนาดใหญ่กว่านั้นสองจั้งบ้าง สามจั้งบ้าง จนถึงห้าจั้ง ให้เรียกเป็ระดับ [1] ขั้นสองสามสี่ห้า ตามลำดับ
หลี่เค่อพบว่าตัวเองผ่านระดับหนึ่งไปแล้ว
ในห้วงจิตของหลี่เค่อมีดวงจิตกลมใสคล้ายหยดน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งหลี่เค่อไม่รู้เลยว่า หยดน้ำของตัวเขาใหญ่กว่าของผู้ฝึกเวทย์คนอื่นเกือบสิบเท่าตัว
เขาเพียงรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับ [2] ผนิจจิตของผู้ฝึกเวทย์
ผู้ฝึกเวทย์ในระดับพินิจจิตจะกลั่นสายหมอกเป็หยดน้ำ
ในห้วงจิตหลี่เค่อพบว่าตัวเองมีหยดน้ำที่ใหญ่กว่าปกติถึงห้าหยด นี่แสดงว่าตัวเขาอยู่ในระดับ [2] ขั้น [5]
ส่วนชายชราที่เขาพึงต่อสู้นั้น...
'ชายชราคนนี้คือผู้ใช้เวทย์ระดับ [3] สร้างิญญาขั้นสมบูรณ์ [4] เขาควรแข็งแกร่งกว่าข้า และเอาชนะข้าได้ั้แ่การใช้ภาพมายาอสูรเพื่อที่จะทำลายจิตสำนึกของข้าแล้ว แต่ทำไม... ทำไมข้าถึงเอาชนะเขาได้'
เมื่อได้รับความทรงจำจากชายชรา หลี่เค่อรับรู้ว่ามันมีความต่างกันในด้านความแข็งแกร่งอย่างมากในแต่ละระดับ
ยิ่งเป็การข้ามห้วงขอบเขตใหญ่อย่างระดับที่ [2] ไปต่อสู้กับผู้ใช้เวทย์ระดับที่ [3] ความจริงแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่ระดับสองจะชนะระดับที่สามได้
แต่ทำไมเขาจึงชนะเมื่อเกิดการปะทะกันทางจิต?
หลี่เค่อปวดหัวเล็กน้อย แต่ไม่ช้าเขาก็ได้รับคำตอบ ชายชรามีความทรงจำเกี่ยวกับเื่นี้
ในการฝึกปราณหลอมร่างและการฝึกเวทย์ ในแต่ละระดับจะมี 'ห้า' ขั้นย่อยก่อนยกระดับเหมือนกัน
เพียงแต่ว่าการยกระดับการบ่มเพาะในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็การ 'ฝึกปราณหลอมกาย' หรือ 'ฝึกเวทย์' มันไม่ได้เป็แบบที่หลี่เค่อคิดหรือเข้าใจ
การฝึกทั้งสองไม่ใช่การฝึกที่เป็แบบเมื่อผ่านขั้นที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า แล้วเราก็ยกระดับ
แต่มันกลับกลายเป็ว่าเมื่อเรามาถึงขั้นที่ 'สาม' เราก็สามารถยกระดับการบ่มเพาะของเราได้ทันที
นอกจากนั้นคนส่วนใหญ่ของคนโลกใบนี้ยังยกระดับการฝึกฝนของตัวเองในขั้นที่สามเป็ส่วนใหญ่
และทำไมจึงเป็แบบนั้น
สาเหตุที่เป็แบบนี้ก็เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็การบ่มเพาะลมปราณ หรือพลังเวทย์จำเป็ต้องมีเคล็ดวิชาฝึกฝนที่ยอดเยี่ยม เคล็ดวิชาฝึกฝนโดยทั่วไปไม่มีทางบ่มเพาะไปถึงขั้นที่ห้าได้
โดยทั่วไปเพื่อที่จะทะลวงจากขั้นที่ [3] ไป [4] พวกเขาจะใช้วิธีการกินโอสถช่วย หรือร่างกายของผู้ฝึกมีพร์ลี้ลับผลักดันการบรรลุแทน
ดังนั้นโลกใบนี้ฐานะของผู้หลอมโอสถจึงสูงมาก
และชายชราคนนี้ยังเป็ผู้หลอมโอสถขั้นห้า ซึ่งถือเป็ระดับชนชั้นสูงยิ่งยวดของโลกใบนี้
แต่เขากลับตายด้วยมือของหลี่เค่อ
ซึ่งนับว่าหลี่เค่อโชคดี เพราะนอกจากตัวเองมีความพิเศษที่เป็ผู้ฝึกพลังจิตที่อยู่ในระดับสองพินิจจิตขั้นห้า [2-5] ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
ตอนที่ชายชราปรากฏตัวเขายังาเ็อยู่ก่อน เขา้าสร้าง 'ร่างภูต' หรือก็คือระดับสี่ของผู้ฝึกเวทย์ แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ จากการที่อยู่ๆ หลี่เค่อก็เปิดประตูมิติ
ซึ่งนั้นทำให้พลังิญญาและพลังธรรมชาติที่อยู่รอบบริเวณนี้ถูกดึงไปใช้เพื่อเปิดประตู
เมื่อพลังิญญาและพลังธรรมชาติทั่วบริเวณนี้หายไปการสร้างร่างภูตของชายชราก็ล้มเหลว
จริงๆ ชายชราไม่ได้เป็เพียงผู้ใช้เวทย์ แต่เขายังเป็ผู้ฝึกปราณหลอมกายระดับสูงอีกด้วย
แต่เพราะผลกระทบจากการตีกลับของพลังทำให้ปราณคุ้มกันร่างของชายชราจากระดับ [4] ตราสัญลักษณ์ขั้นสมบูรณ์ [4] อ่อนแอลงจนกายเนื้อมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกปราณหลอมร่างระดับ [2] ผนึกธาตุทั่วไปเท่านั้น
หากหลี่เค่อต่อสู้ชายชราในสภาพสมบูรณ์เขาแทบไม่มีโอกาสชนะ
เมื่อรับรู้แบบนี้หลี่เค่ออดหวาดเสียวไม่ได้
...
"พ่อบุญธรรมเป็อะไรรึเปล่าขอรับ ทำไมท่านถึงนิ่งไปนาน" จั่วจี๋ส่งเสียงถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่มีอะไร" หลี่เค่อถอนหายใจ เขาจะไม่เก็บเื่ของชายชรามาคิดมาก หลี่เค่อดีใจที่อย่างน้อยก็เปลี่ยนร้ายให้เป็ดีได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับตัวเขาคือรอระยะเวลาที่ตัวเขาจะกลืนกินดวงิญญาของชายชราอย่างช้าๆ และเขาจะได้ความทรงจำของชายชราอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาพึงได้ข้อมูลเล็กน้อยของโลกใบนี้
ในห้วงจิต หลี่เค่อมองอณูแสงหลากสี ที่มันค่อยๆ สลายไปอย่างช้าๆ หลี่เค่อเริ่มคำนวณด้วยตัวเอง เมื่อเห็นการย่อยสลาย
'อย่างเร็วน่าจะภายใน 1 ปี อย่างช้าน่าจะไม่เกินปีครึ่ง ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ข้าสามารถรอได้ ข้ารู้สึกได้ว่าดวงิญญาของชายชราผู้นี้พิเศษมาก'
ตอนนี้ความสนใจของหลี่เค่อไม่อยู่ที่เื่ราวของชายชราอีกต่อไป
แต่เขาสนใจไปที่...
หลี่เค่อเหลือบั์ตา เขามองกระถางกำยานที่คล้ายของตัวเอง มันเหมือนกันแทบจะเป็ของชิ้นเดียวกัน หากแต่ว่าพอมองดีๆ กลับพบว่ากระถางกำยานทั้งสองต่างกัน นั่นเพราะพวกมันดูเหมือนตรงข้ามกันอย่างสมบูรณ์
เมื่อพิจารณาจากลวดลายแกะสลัก
หลี่เค่อสับสนเล็กน้อย เขาใช้พลังจิตดึงกระถางกำยานของชายชราขึ้นมา และทันทีที่เขาจับมัน หยดเืหลายหยดก็ซึมออกจากกระถาง
หลี่เค่อเข้าใจในทันที นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับการเป็เ้าของกระถาง
ในอดีต ก่อนที่เขาจะได้รับวิธีฝึกฝนพลังจิต เขาก็เคยหยดเืไปโดนกระถางกำยาน มันจึงยอมรับเขา และมอบโอกาสให้เขาใช้ความสามารถพิเศษของมัน
ชายชราคงไม่ต่างกับหลี่เค่อ เขาคงได้หยดเืตัวเองลงในกระถาง
แต่ตอนนี้ชายชราตายแล้ว เืของเขาจึงซึมออกมา
หลี่เค่อไม่รอช้าเขาหยิบมีดสั้นและกรีดเืตัวเองหยดลงบนกระถางกำยานของชายชรา
จากนั้นสิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น กระถางกำยานทั้งสองอันในมือหลี่เค่อลอยขึ้นอย่างที่อำนาจจิตของหลี่เค่อไม่อาจจะรั้งมันได้
จากนั้นทั้งสองก็หลอมรวมกันกลายเป็กระถางสีเงินพร้อมกับ... ปรากฏใบหน้าโครงกระดูกที่มีเขาแหลมโค้งงุ้มดูน่าหวาดกลัว มันคำราม ก่อนจะหายไป
นี่มัน... อะไรกัน?