Infinity Online

    ตอนที่ 51 มุมมองของหนูเกล



    ดีค่ะ หนูคือหนูเกล เป็นชื่อที่พี่ชายหนูตั้งให้ก่อนพี่จะจากไป ขอบอกก่อนนะคะ พี่ชายหนูเป็นคนที่ใจดีมากๆ ต่อให้พวกเราไม่มีพ่อแม่ แต่พี่ชายก็ดูแลหนูอย่างดี แต่ว่าวันหนึ่งพี่ชายก็ถูกพวกทหารจับตัวไป หนูรอคอยการกลับมาวันแล้ววันเล่า ในที่สุดพี่ชายคนนึงก็เข้ามาคุยกับหนู แล้วยื่นเสื้อให้ ทีแรกหนูก็กลัวทำอะไรไม่ถูก จู่ๆพี่คนนั้นก็เอาเสื้อมาสวมให้โดยไม่ทันตั้งตัว แต่พอได้สวมเสื้อนั้นแล้ว ก็รู้สึกว่าร่างกายที่หนาวเหน็บนั้นกลับอุ่นขึ้น แถมยังรู้สึกสบายอีกด้วย แต่แล้วหนูก็ง่วงแล้วหลับไป


    พอตื่นมาอีกทีพี่เขาก็ดูแลหนูแถมยังบอกว่าจะช่วยเพื่อนๆ ของหนูอีกด้วย อีกอย่างนะกลิ่นของพี่ชายคนนี้ เหมือนกับพี่ชายที่จากไปของหนูมาก หลังจากนั้นมาหนูก็อยู่กับพี่เขาตลอด จนมาวันหนึ่ง ตอนที่หนูเห็นพี่ชายวางธนูกับโต๊ะ มันเป็นธนูไม้ที่โค้ง แบบแปลกๆ เห็นว่ามันสวยดีก็เลยก็จะเอามาพลิกดูสักหน่อย แต่พอจับแล้วดันยกไม่ขึ้นนี่สิ ไม่สิคงต้องเรียกว่าไม่สามารถขยับธนูนั่นได้เลย หนูเลยอยากรู้ว่าทำไมพี่ชายถึงยกธนูนี้ได้ แต่แล้วก็ได้คำตอบที่ว่า คงเอาไว้สำหรับหลอกเด็กแน่นอน ก็คำตอบที่พี่เขาบอกว่า อย่างน้อยต้องยกภูเขาขนาดย่อมๆ ได้ด้วยมือเดียว ถึงจะยกธนูนี่ได้ แล้วใครจะเชื่อละคะ พวกพี่ชายชอบแกล้งหนูง่า อีกอย่างนึงนะคะ หนูไม่น่าไปสัญญากับพี่เขาเลยว่าจะฝึกจนจบหลักสูตร ก็แบบว่าการฝึกมันมหาโหดจริงๆ ค่ะ


    ทีแรกพี่ชายนำผลไม้มาชนิดหนึ่ง ให้หนูจ้องแล้วจ้องอีก จ้องแล้วก็จ้องอีกจนจะจำทุกรายละเอียดได้จนขึ้นใจอยู่แล้ว จากนั้นพี่ชายก็ให้หนูนั่งนึกถึงผลไม้นั่น โดยการนั่งเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย แถมยังช่วยปรับการทรงตัวนู่นนี่นั่นให้หนูอีกตั้งเยอะ แล้วก็ให้นึกภาพผลไม้ นึกแล้วนึกอีก สักพักพี่เขาก็บอกว่า อย่าไปนึกมันเยอะสิ ปวดตาแล้วเห็นไหม นึกเบาๆ สิจ๊ะหนูเบล สักพักก็บอกอีก ว่าอย่าทำคิ้วขมวดแบบนั้น แล้วอย่าไปนึกอย่างอื่นสิ เรื่องอาหารเอาไว้ก่อน หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ชายรู้ได้ไงว่าหนูกำลังนึกถึงอาหารที่จะได้กินในนี้อยู่ แต่หนูก็ทำตามที่พี่ชายเขาแนะนำทุกอย่าง หนูฝึกแบบนี้ไม่รู้นานแค่ไหน อีกอย่างหนูถามพี่ชายเป็นร้อยกว่ารอบแล้วว่าผ่านมากี่วัน แต่พี่ชายก็ไม่ตอบ เอาแต่ฝึกให้หนูอยู่นั่นแหละ ทั้งปวดเมื่อย ทั้งท้อแท้ อะไรเยอะแยะไปหมดเลย แต่แล้วหนูก็เห็นภาพผลไม้ที่หนูนึกนั้นเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ พี่ชายก็พูดแทรกมาว่าอย่าพึ่งดีใจ ดูไปเรื่อยๆ ทีนี้ไม่ต้องนึกอะไรแล้ หนูก็ทำตาม จากนั้นมันก็เปลี่ยนสีของมันจนหยุดที่สีขาว แต่แล้วก็เริ่มใสขึ้นเรื่อยๆ แสงเริ่มจ้าขึ้น พี่ชายก็บอกว่าค่อยๆ เลื่อนภาพที่เห็นไปไว้ตรงกลางท้อง หนูก็ทำตามอย่างใจเย็น ก็มันมีความสุขนี่คะ พี่ชายให้หนูนั่งไปเรื่อยๆ หนูก็ไม่ขัดขืนหรอกค่ะ


    และแล้วพี่เขาก็บอกว่า จากนี้ไปจะเป็นบททดสอบสมาธินะ หนูได้ยินแค่นี้จู่ๆ ก็สะดุ้งลืมตาเลยล่ะ ก็เสียงฟ้าผ่ามาจากไหนก็ไม่รู้หนูหนูอื้อไปหมดเลย จากนั้นพี่ชายก็เอามือทาบหัว อาการเหล่านั้นก็หายไป แล้วก็บอกให้หนูเริ่มต้นไหมี่ หนูทำแบบนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยรอบถึงจะชินกับเสียงฟ้าผ่า แต่จากนั้นพี่ก็ทดสอบอีก โดยการผ่าสายฟ้าลงมารัวๆ เล่นเอาหนูต้องพยายามควบคุมไม่ให้ความรูสึกนี้หลุด กว่าจะทำได้ก็ต้องเริ่มใหม่อีกไม่รู้กี่รอบ มันน่ากลัวมากค่ะ เสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมารัวๆ ในระยะใกล้นานเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงเป็นวัน เอ่อในความรู้สึกหนูนะคะ พี่ชายทำแบบนี้เรื่อยๆ จนหนูรู้สึกเฉยๆ กับมันแล้วล่ะ พอเห็นแบบนี้พี่ชายก็ฝึกต่อโดยไม่ให้พักเลย พี่เขาบอกว่าให้ควบคุมสติเหมือนเมื่อกี้ ถ้าหากรู้สึกอะไรก็ช่างมัน ตอนนี้จะทดสอบความอดทนของร่างกาย แค่ร้อนนิดหน่อยเหมือนไปนั่งอยู่กลางแดดแค่นั้นเอง หนูก็ทำตามอย่างว่าง่าย แต่พอหนูหลับตาสักพัก จู่ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อนขึ้น หนูก็พยายามทำตามที่พี่ชายคอยแนะนำทุกอย่าง จนมันรูสึกว่าหนักอึ้ง ร้อนเป็นเย็น เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ขอบอกว่ามันทรมานมากค่ะ แต่หนูก็พยายามทำตามที่พี่ชายบอก จนมีหลายครั้งที่หนูเกือบจะทนไม่ไหว แต่ก็ได้ยินเสียงพี่ชายคอยแนะนำให้ทำแบบนั้นแบบนี้อย่างใจเย็น บางครั้งหนูก็รู้สึกเหมือนตนเองนั้นอยู่ในน้ำหายใจไม่ออก พี่ชายก็แนะนำจนทำได้ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ใจกลางพายุ บางครั้งก็รูสึกเหมือนโดนสายฟ้าผ่ามายังร่างนับไม่ถ้วน แต่พี่ชายก็ตอบข้อสงสัยให้โดยหนูไม่ได้ถามว่า มันเป็นแค่ความรู้สึกน่ะหนูเกล หนูไม่รูว่าผ่านไปนาน หรือเร็วแค่ไหน เพราะไม่มีเวลาให้หนูได้คิดอะไรเลย จู่ๆ ก็ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ร้อน หนาว อึดอัดบ้าง อะไรบ้างอีกเยอะ แต่เมื่อหนูชินกับพวกนี้แล้วก็รู้สึกสงบแบบบอกไม่ถูก ผ่านไประยะยาวนานสำหรับหนูนะคะ พี่ชายก็บอกให้ลืมตา แล้วให้พักผ่อนช่วงหนึ่ง แต่ก็แค่ช่วงเดียวก็มาฝึกต่อ แต่หนูก็ทำใจได้นานแล้วค่ะ พี่ชายเขาให้หนูวิ่งค่ะ วิ่งในห้องขนาดกว้างๆ นั่นแหละ ขอบอกว่าห้องนี้ไม่ได้สว่างนะคะ เป็นห้องสีเทาค่ะ หนูวิ่งเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย นับว่ามันเป็นอะไรที่แปลก เพราะปรกติแค่วิ่งไม่กี่ร้อยเมตรก็หอบขึ้นแล้ว แต่นี่พอรู้สึกว่าจะเหนื่อย สักพักมันก็ไม่เหนื่อย พี่ชายให้หนูวิ่งเรื่อยๆ และเพิ่มความเร็วเรื่อยๆ จากนั้นพี่เมฆาก็เข้ามาวิ่งร่วมด้วย แล้วบอกให้หนูวิ่งแตะพี่เขาให้ได้ ถ้าได้เมื่อไหร่จะให้ทานขนม หนูก็ทำเต็มที่สิคะ แต่ว่าต่อให้หนูเพิ่มความเร็วแค่ไหนก็ไม่สามารถแตะตัวพี่เขาได้เลย แต่หนูก็พยายามต่อไป ในที่สุดหนูก็สามารถแตะตัวพี่เมฆาได้ และหนูก็ได้กินขนมตามที่พี่เขาบอกจริงๆ ขอบอกว่าขนมพวกนั้นมันอร่อยมากหนูกินยังกับว่าตัวเองไม่ได้กินมาเป็นร้อยปีนั้นแหละ จนห่อขนมกองสูงท่วมหัวพี่ชายเขาเลยล่ะ


    จากนั้นพี่พิภพก็รับช่วงต่อโดยเสกอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาจากวงเวทย์ แล้วให้หนูใช้มือเปล่าชกสิ่งเหล่านั้น ปรากฏว่ามันง่ายดายจังค่ะ แต่พอมาถึงแท่งๆ หนึ่งชกยังไงมันก็ไม่แตก หรือไม่ถูกทำลายสักนิดแถมยังแน่นและเปลืองแรงหนูอีก ทีนี้พี่พิภพก็สอนการตั้งกระบวนท่า การวางฐาน การปล่อยหมัด รวมถึงการดึงพลังบางอย่างที่อยู่ในร่างกายออกมาใช้ ปรากฏว่าพอทำแบบนี้แล้วก็ตู้มภายในหมัดเดียวเลยค่ะ จากนั้นพี่เขาก็ให้หนูฝึกเรื่อยๆ จนหนูรู้สึกว่าเวลามันช่างยาวนานเหลือเกิน


    พอเสร็จจากการฝึกชกก็คือการฝึกความคล่องตัว โดยพี่ๆ เขาจะขว้างมีดมาแล้วให้หนูหลบ แล้วพี่เขาก็เพิ่มจำนวนเพิ่มความเร็วไปเรื่อยๆ ฝึกแรกๆ หนูก็เกือบตายหลายครั้งเหมือนกัน แต่หลังๆ เริ่มพลาดน้อยลง แต่พี่เขาก็เพิ่มความเร็วเรื่อยๆ จนหนูไม่มีเวลาหยุดพัก แต่พอชินแล้วหนูก็หลบมีดพวกนั้นอย่างง่ายดาย แบบว่าเพียงแค่หลับตาก็ทำได้สบายๆ


    ต่อไปเป็นการฝึกเวทย์มนต์ ปราณ จิต ซึ่งอันนี้หนูว่ามันอันตรายสุดๆ พลาดนิดเดียวก็ตูม หนูเกือบตายจนนับไม่ถ้วนกับการฝึกแบบนี้ เช่นการวาดวงเวทย์ในรูปแบบต่างๆ ทีละหลายวง ซึ่งกว่าจะได้แบบนี้ก็ใช้ระยะเวลานานมากๆ ต่อๆ ไปก็การผสานเวทย์ รวมไปถึงอื่นๆ อ่อไม่ใช่แค่เวทมนต์นะคะ ปราณกับจิตพี่ๆ เขาก็สอนด้วย ขอบอกว่าอย่างกับอยู่ในนรกเลยค่ะ หนูทำพลาดจนเกือบตายตลอด หรือเป็นเพราะอยู่ในห้องนี้จึงไม่ตายก็ไม่รูแฮะ แต่เอาเป็นว่าหนูไม่สามารถจะนับได้ว่าหนูเกือบตายมากี่ครั้ง ตอนที่จำได้ล่าสุดหนูนับได้สีหมื่นหกพันสิบเอ็ดครั้ง หลังจากนั้นก็เลิกนับเลย หรือลืมไปแล้วก็ไม่รู้ กว่าจะทำได้จนพลาดน้อยลงก็เล่นเอาเหนื่อยหอบเลยค่ะ ขอบอกว่าท้อมากๆ แต่ในเมื่อหนูสัญญาไปแล้วก็ต้องทำแหละค่ะ


    หลังจากนี้พี่ๆ ก็ให้หนูไปต่อสู้กับพี่ๆ แต่ละคน ขอบอกว่าพี่ๆ เขาโหดมาก เล่นเอาหนูเกือบตายตลอด แต่ว่าหนูก็ชินแล้วคะ ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน พี่เขาก็เริ่มสอนหนังสือเกียวกับเรื่องต่างๆ ให้หนู เช่นภาษาและการใช้ภาษา การพูดในลักษณะต่างๆ การดูคน การพูดกับคนในประเภทต่างๆ การดูอารมณ์คน การวางตัว อีกอย่างที่หนูชอบที่สุดก็คงจะเป็นธรรมะ เพราะเรื่องที่พี่เขาเล่าให้ฟังแต่ละเรื่องล้วนมีเหตุและผลรองรับเสมอ อีกอย่างที่หนูไม่ค่อยชอบก็ช่วงท้ายๆ แหละค่ะ นั่นก็คือการฝึกนิสัย ซึ่งพี่เขาให้ทำแทบจะทุกลมหายใจ เล่นเอาชินไปเลยค่ะ เมื่อเสร็จสิ้นจากการฝึกแล้ว พ่เขาก็พาหนูออดกไปจากห้องนี้เสียที แต่พอออกมาก็รู้สึกว่าตัวเองเบาขึ้น สายตาเร็วขึ้น อะไรๆ ก็ดูช้าไปหมด แถมภาพที่เห็นยังเปลี่ยนไป สามารถขยายหรือหดมันให้เล็กลงก็ทำได้ หนูเคยเดินนะคะ แต่แค่ก้าวเดียวก็ไปอยู่กลางเขาซะแล้ว เล่นเอาหนูงงเลยค่ะ จากนั้นพี่ออฟก็ตามมาแล้วอธิบายผลของการฝึกซึ่งหนูก็อ๋อทันที แล้วจากนั้นก็ใช้เวลาเกือบครึ่งวันในการฝึกควบคุมบางส่วน แต่ถึงอย่างนั้นหนูว่าหนูขอขี่คอพี่ชายไปไหนมาไหนก่อนดีกว่า เพราะการจะปรับให้ชินได้ต้องใช้เวลานาน



    หลังจากนั้นพวกเราก็ไปทานข้าวกัน ถึงแม้ว่าเราพวกพี่เลโอกับพี่นภาจะบ่นเรื่องที่เราหนีไปฝึกเจ็ดวันก็เถอะ แต่ก็เหมือนกับว่าพี่ๆ เขาจะเข้ากันได้ดีแล้วล่ะนะ แต่ว่าเจ็ดวันของที่นี่กับในห้องนั้น เหมือนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ฝึกสำเร็จแล้ว หนูจะได้ลองยกและลองยิงธนูของพี่ชายเสียที

             …………………………..

    คล้ายกับเรื่องInfinity Online ที่คุณอ่าน