นายตัวป่วนกับก๊วนออนไลน์ (BEO)

    บทที่ 9

    ณ ทุ่งหญ้าทางใต้ของป่าดำมรณะ เส้นทางถนนดินกว้างทอดยาวผ่าน หุบเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า จากเมืองท่าชายทะเลทางใต้สู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตอนกลางของทวีป แต่ถนนสายนี้ก็มีทางแยกหลายสาย ทางแยกสายหนึ่งเป็นถนนเล็กๆมุ่งหน้าสู่เมืองชนบทแห่งหนึ่ง เป็นสุดเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ซึ่งใกล้กับดินแดนลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเวเลอเรีย (Valoria) ซึ่งก็คือป่าดำมรณะ ระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามสองข้างถนน วันนี้เป็นวันที่อากาศดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว มีรถม้าโดยสารหลายคันที่เพลเยอร์จ้างมาเพื่อท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้ โดยมี NPC เป็นสารถีรับจ้างขับรถม้า โดยมีราคาแบบเหมาจ่าย และคิดราคาตามระยะทางจากเมืองสู่เมือง ถ้าลงกลางทางก็ต้องจ่ายราคาเต็ม แต่ดูเหมือนว่าจะมีหญิงสาว 3 คนในรถม้าคันหนึ่งไม่ได้มาเพื่อชมธรรมชาติ แต่ตั้งใจจะไปยังเป้าหมายสุดทางของถนนสายนี้ “เจน เธอเป็นอะไรน่ะ เห็นนั่งหน้าเครียดอ่านข่าวอยู่ตั้งนาน” ผู้ถูกเรียกนั้น ชื่อเต็มว่าเจนนิเฟอร์ สาวสวยผมยาวสีม่วง ในชุดรัดรูปสีม่วงเข้ม สุดเซ็กซี่ ทำหน้าเครียดแล้วหันไปพูดกับเพื่อนสาว“โบว์ ฉันหาข่าวของเพลเยอร์เคออสไม่ได้เลย ฉันดูตารางอันดับเพลเยอร์ทุกวันตลอดหนึ่งเดือนที่เกมเปิดให้ทดลองเล่นมา 100 อันดับแรก อันดับแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง และไม่เคยมีชื่อเคออสมาก่อน” เจนนิเฟอร์หันไปตอบหญิงสาวผมบ็อบสีเหลือง ตาโตสีฟ้า สวมชุดนักบวชสีขาว ที่ชื่อเต็มว่าโบลี่“โถ่...ยัยเจนนั่นก็แค่อันดับเลเวล เพลเยอร์ 100 คนแรกก็เลเวลใกล้ๆกันทั้งนั้น เดี๋ยวสักพักก็มีคนแซงขึ้นไปแทนแล้ว” หญิงสาวอีกคนตอบกลับเจน เธอมีชื่อว่านุ่นนี่ หรือนุ่น ด้วยผมสั้นซอยสีน้ำเงินเปิดท้ายทอย เป็นสาวอึ๋ม หุ่นสะบึม บวกกับชุดนักเวทย์สีฟ้าที่โชว์เนื้อหนัง ทุกครั้งที่รถม้าสั่นสะเทือน บางส่วนของเธอจะสั่นกระเพื่อมไปด้วย“สิ่งที่ฉันสงสัยคือเคออสน่าจะมีวิธีเก็บเลเวลที่เร็วกว่าคนอื่นน่ะสิ หรือว่าเขาจะแค่โชคดี?” เจนยังคงสงสัยอยู่ และเปิดตารางเพลเยอร์ 10 อันดับแรกขึ้นมาดู อันดับ Player Brave Empire Online1.เคออส                        LV.372.มุโซมารุ                      LV.363.ไวท์วูฟ                        LV.364.แม็กซิมัส                    LV.355.เยว่ปิง                        LV.356.ฟีนิกซ์                        LV.347.เดวิลอาย                    LV.348.เกล                            LV.349.แลนเซอร์                    LV.3310.วีน่า                         LV.33 หลังจากดูตารางอันดับไปสักพัก หญิงสาวทั้งสามก็เลิกสนใจเนื้อหาของเคออส แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องสรรพเพเหระ ระหว่างเดินทางต่อไป ณ ป่าดำมรณะทางด้านใต้“นั่นเจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?” อีกาสาวที่เกาะอยู่บนต้นไม้ถามชายหนุ่ม“สานกระเป๋าใส่ของไง เอาไว้เก็บพวกผลไม้ป่า เวลาหิวจะได้ทานได้เลย ถ้าตอนพักต้องคอยหาของกินไปด้วยคงเสียเวลาแย่ แถมเรายังไม่มีที่ปลอดภัยพอจะก่อไฟด้วย” เคออสตอบคำถาม“แม้แต่ข้าในตอนนี้ก็ใช้มิติเก็บของไม่ได้ เรื่องแบกหามให้เจ้าจัดการไปก็แล้วกัน ข้าจะไปหาผลไม้มาเพิ่ม” ราเวน่ากล่าวเสร็จก็บินออกไป เคออสพยายามทำเครื่องมืออำนวยความสะดวกขึ้นมาใช้ไปพลางๆก่อน ชายหนุ่มคิดว่าการได้ใช้ความรู้นอกห้องเรียนที่เคยได้ศึกษามาไม่เสียเปล่า เขากะว่าจะทำงานบางส่วนให้เสร็จก่อนราเวน่ากลับมา โชคดีที่ระหว่างทางเขาได้พบเศษหินออบซิเดียน(หินที่ใช้ทำมีดในยุคดึกดำบรรพ์) จากริมหน้าผาแห่งหนึ่ง จึงเก็บมาจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นทำเครื่องมือต่างๆ ไม่นานหลังจากราเวน่ากลับจากการหาผลไม้รอบที่สี่ เพราะเธอไม่สามารถจะเก็บมาทีละมากๆได้ พวกเขาก็ออกเดินทางลงใต้ โดยมีราเวน่าเกาะอยู่บนหัวเคออสตลอดทาง ในส่วนของเคออสเองเขาก็มีอุปกรณ์เพิ่มเข้ามา เป็นกระเป๋าสานจากหญ้าที่ตาห่างๆเหมือนถุงตาข่ายมากกว่า และหอกหินอีกหนึ่งเล่ม เขาจะใช้มันเพื่อจับปลา เพราะคงไม่สามารถแทงทะลุร่างมอนสเตอร์ระดับสูงได้อย่างแน่นอน ผลพลอยได้จากการประดิษฐ์อุปกรณ์ต่างๆทำให้ Passive Skill เพิ่มระดับมากขึ้น และยังได้สกิลใหม่มาด้วยPassive Skill Observe (สังเกต) เป็น เลเวล 7’Passive Skill Analysis (วิเคราะห์) เป็น เลเวล 6’Passive Skill Harvest (เก็บเกี่ยว) เป็น เลเวล 3’Passive Skill Craft (งานฝีมือ) เป็น เลเวล 3’Passive Skill Knife Masterly (ชำนาญมีด) เป็น เลเวล 1’ เคออสค่อนข้างภูมิใจกับงานฝีมือของเขาอย่างมาก เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่หยิบขึ้นมาชื่นชมลูบคลำอยู่เรื่อยๆจนราเวน่าเริ่มรำคาญ“นี่ ข้าเห็นเจ้าชื่นชมของใช้พื้นบ้านพวกนั้นมาตลอดทาง ข้าไม่เห็นว่ามันจะพิเศษตรงไหน”“มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เอาวิชาพวกนี้มาใช้จริง ที่ผ่านมาใครๆก็ว่าวิชาการดำรงชีพในป่า หรืองานฝีมือพื้นๆพวกนี้ ไม่จำเป็นกับคนที่อยู่ในเมืองแบบฉัน แต่วันนี้มันก็มีประโยชน์ขึ้นมาจริงๆ ดูสิ กระเป๋าตาข่ายนี่สวยจะตาย หอกนี่ก็คูลสุดๆ มีแต่ยอดคนสมองเพชรเท่านั้นที่ทำได้ ฮ่าๆๆๆ” ชายหนุ่มยังเห่อของใหม่ไม่หยุด แต่เขากลับหยุดเมื่อราเวน่าได้ถามคำถามอีกครั้ง“ดูเหมือนว่าเจ้าจะชอบการทำงานฝีมือพวกนี้มากกว่าการต่อสู้สินะ แต่เมื่อเจ้าเข้ามาในโลกแห่งนี้ยิ่งเป็นป่าดำมรณะนี่ด้วย การฝึกฝนเพื่อเอาตัวรอดน่าจะเป็นทางเหมาะสมในเวลานี้” เคออสเงียบไปสักครู่จากคำถามของราเวน่า เขาย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตบางอย่าง พร้อมกับทำหน้าจริงจังแล้วตอบกลับไป“ตอนนี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยพอจะฝึกฝน และยากที่จะเก็บค่าประสบการณ์จากมอนสเตอร์เลเวลมากกว่าพวกเราถึง10 ระดับ สู้ใช้ความรู้ที่มีสร้างหนทางหลบหนีไปให้เร็วที่สุดดีกว่า ที่ฉันรอดชีวิต และเลเวลขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะกับดักที่สร้างขึ้น ไม่ได้ใช้กำลังในการต่อสู้สักนิด” “มันก็จริงอย่างเจ้าว่า ตอนนี้ตัวเจ้ายังไม่พร้อมสำหรับการต่อสู้ในป่าดำมรณะนี้ ถ้าไม่มีข้าคอยตรวจสอบมอนสเตอร์รอบๆให้เจ้าคงตายไปแล้ว แต่พวกนักผจญภัยจากต่างโลกเช่นเจ้าถึงตายก็เกิดใหม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”“นี่ฉันเพิ่งเข้ามาในเกมวันแรก และรอดชีวิตมาได้ขนาดนี้ โชคชะตาคงไม่ปล่อยให้ฉันตายง่ายๆหรอก อุปสรรคที่ผ่านมามันก็เลวร้ายสุดๆแล้ว ถ้าทางข้างหน้าจะมีสิ่งเลวร้ายรออยู่ ฉันก็จะฝ่าฟันมันไปให้ได้ แม้จะต้องวิ่งหนีมอนสเตอร์อีกสักกี่ครั้ง แต่ฉันก็ไม่ยอมตายง่ายๆหรอก ฮ่าๆๆๆๆ” เหมือนว่าชายหนุ่มจะมีความคิดแปลกๆในแบบของตัวเอง แต่มันก็เป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไป “Dark Boar เลเวล 53 เข้าจู่โจม” เสียงแจ้งเตือนที่ไม่อยากได้ยินดังเข้ามาในหัวของเคออส ปรากฏหมูป่าสีดำตัวใหญ่วิ่งมาจากทางด้านหน้าของเขาอย่างรวดเร็วจนพื้นดินสะเทือน“เห้อ! เจ้านี่น้า จะตะโกนเสียงดังเรียกพวกมอนฯมาได้ทุกทีสิ” ราเวน่าพูดอย่างเหนื่อยใจ แล้วบินออกจากหัวของเคออส เพื่อให้ชายหนุ่ม เคลื่อนไหวง่ายขึ้น“หึๆๆ คราวนี้ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการรับมือไว้แล้ว จงมาเดธแฟงค์” เคออสเรียกดาบคู่กายสีดำสนิทออกจากมิติพันธสัญญาที่อยู่ในร่างกายของเขา มาถือไว้ในมือ หมูป่ายักษ์วิ่งเข้ามาประชิดตัวเขาด้วยความรวดเร็ว แล้วเคออสก็เรียกใช้สกิลเพียงหนึ่งเดียวของเขา“Change Shadow” ชายหนุ่มกลายร่างเป็นเงาสีดำวิ่งทะลุร่างหมูป่าไปอย่างรวดเร็ว นอกจากคุณสมบัติกลายร่างเป็นเงาแล้ว Change Shadow ยังเพิ่มความเร็วการเคลื่อนไหวให้เขาอีกด้วย รวมกับPassive Skill อย่าง Run และDash เคออสวิ่งพุ่งไปได้เร็วขึ้น หลังจากพุ่งตรงมาจนผลของสกิลหมดลง เคออสก็รีบวิ่งต่อแล้วตะโกนเรียกอีกาสาว“ราเวน่า นำทางไปที เร็ววววววววว...”“เห้อ...เจ้านี่น้า” ราเวน่าถอนหายใจอีกครั้งแล้วนำทางชายหนุ่มหนีจากเคราะห์ร้ายอีกครั้ง