[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 79 มารยาทถูกหมาคาบไปกินแล้วหรือไง?

    กู้เพียนหรานแทบจะถูกสองพ่อลูกคู่นี้ปั่นหัวจนอกแตกตายอยู่รอมร่อ

    หรือว่าชาติที่แล้วฉันไปเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้สองคนนี้หรือยังไง ชาตินี้ถึงต้องมารับใช้เป็นวัวเป็นควายให้พวกเขากดขี่ข่มเหงแบบนี้!

    แต่ถึงจะโมโหแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังต้องข่มความหงุดหงิดแล้วปั้นยิ้มเกลี้ยกล่อมสองพ่อลูกอย่างใจเย็น 

    "พวกคุณขึ้นไปกันเองเถอะครับ ถ้าผมขืนตามขึ้นไปด้วย ประธานลู่จะยิ่งอารมณ์เสียเปล่าๆ เขายิ่งไม่ชอบขี้หน้าผมมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วด้วย"

    ลู่อี้ถิงหัวเราะ 

    "ตาเฒ่านั่นไม่ชอบหน้าแก แล้วแกก็จะไม่ไปงั้นเหรอ? ยิ่งไม่ชอบแกก็ยิ่งต้องไปสิวะ! ไปเดินลอยหน้าลอยตา เอาให้เขาขยะแขยงจนอกแตกตายไปเลย"

    ไป๋ลู่รีบผสมโรงเจื้อยแจ้ว 

    "คุณอากู้เป็นคนดีที่สุดเลยค่ะ ใครไม่ชอบคุณอา เสี่ยวลู่ก็จะไม่ชอบคนนั้นด้วย!"

    กู้เพียนหรานได้ยินแล้วทั้งอ่อนใจทั้งขบขัน 

    "พวกคุณสองพ่อลูกนี่คงไม่มีปัญญาไปทำอย่างอื่นหรอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องประจบสอพลอผมเนี่ย ถือว่าฝีมือระดับปรมาจารย์จริงๆ"

    "คุณอากู้คะ ถ้าคุณปู่คิดว่าวิธีการของคุณอามันต่ำทราม ชั่วร้าย แถมยังเหี้ยมโหดล่ะก็ นั่นแปลว่าคุณปู่ตาถั่วค่ะ" ไป๋ลู่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ 

    "มองคนแค่เปลือกนอกแบบนี้ ไม่คู่ควรจะเป็นผู้กุมบังเหียนของลู่กรุ๊ปเลยสักนิด"

    ลู่อี้ถิงโบกมือปัด 

    "เมื่อก่อนตาเฒ่าลู่ก็แค่คิดว่ากู้เพียนหรานมันเจ้าเล่ห์และเหี้ยมโหดเกินไป เลยไม่ค่อยยอมรับวิธีการทำงานของมันเท่าไหร่ แต่เมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ตาเฒ่าลู่ดันไปเสียรู้กู้เพียนหรานในแวดวงธุรกิจเข้าอย่างจัง โดนตลบหลังจนเสียหน้าสุดๆ ก็เลยยิ่งพาลเกลียดขี้หน้ากู้เพียนหรานเข้าไส้ไปใหญ่"

    "..." ไป๋ลู่ร้องอ้อเบาๆ 

    ที่แท้ก็แค้นฝังหุ่นนี่เอง 

    "ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าสมควรโดนเกลียดแล้วล่ะค่ะ"

    ทว่าพ่อของเธอกลับเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ท่าทางโอหังสุดขีด 

    "พ่อเป็นคนช่วยกู้เพียนหรานเล่นงานตาเฒ่านั่นเองแหละโว้ย! ไม่งั้นลำพังแค่มันคนเดียว ไม่มีปัญญาไปวางแผนตลบหลังตาเฒ่าลู่ได้หรอก"

    ไป๋ลู่ "..." 

    นี่พ่อภูมิใจเรื่องที่รวมหัวกับคนนอกมาหลอกพ่อตัวเองเนี่ยนะ?

    สถานะคุณหนูตระกูลลู่อะไรนี่ ฉันขอปฏิเสธตอนนี้เลยได้ไหม!

    ใครๆ ก็บอกว่าตระกูลฮั่วเป็นถ้ำมังกร บึงพยัคฆ์ แหล่งรวมพวกเขี้ยวลากดิน แต่เธอดูๆ ไปแล้ว... ตระกูลลู่เองก็เป็นดงคนดุเดือดไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด!

    กู้เพียนหรานขี้เกียจทนฟังสองพ่อลูกคู่นี้เล่นตบมุกกันอีกต่อไป ชายหนุ่มจึงจัดการไล่ตะเพิดทั้งคู่ลงจากรถไปอย่างไม่ปรานี

    ไป๋ลู่กับพ่อสบตากันปริบๆ

    "เฮ้อ... คุณพ่อคะ หนูโดนคุณปู่แกงเข้าให้แล้วจริงๆ!"

    "เลิกไร้สาระน่า จะยืดคอรับดาบหรือหดคอหนีดาบ ยังไงมันก็ต้องโดนสับอยู่ดี จะช้าหรือเร็ว ก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ!"

    ลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัทสามารถขึ้นไปได้สูงสุดแค่ชั้น 25 เท่านั้น การจะขึ้นไปยังชั้นบนสุดซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทำงานประธานลู่ มีเพียงทางเดินบันไดเท่านั้น แถมทางเข้าออกเพียงแห่งเดียวยังถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาราวกับมีกองทัพมาตั้งค่ายอยู่ก็ไม่ปาน

    ชั้น 25 คือสำนักเลขาธิการฝ่ายกิจการลับ ซึ่งขึ้นตรงและรับคำสั่งจากประธานลู่เพียงผู้เดียว จำนวนพนักงานมีไม่มากนัก ประมาณยี่สิบคน ทว่ากลับมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝีมือดีประจำการอยู่อีกถึงสิบห้าคน

    คนภายนอกมักจะพูดติดตลกว่า ชั้น 25 แห่งนี้ก็คือ 'สภาความมั่นคง' ประจำลู่กรุ๊ปนั่นเอง

    ลู่อี้ถิงล้วงมือทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง ก้าวออกจากลิฟต์ด้วยท่าทางกร่างสุดขีดชนิดไม่เห็นหัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น

    ส่วนไป๋ลู่นั้นค่อนข้างจะปอดแหก หญิงสาวเกาะแขนพ่อเอาไว้แน่นหนึบ ซุกตัวหลบอยู่ใต้แผ่นหลังกว้าง โผล่มาให้เห็นแค่ครึ่งหัวที่เต็มไปด้วยเส้นผมฟูๆ ราวกับลูกแมวตื่นกลัว

    "จะหลบหาพระแสงอะไร ก้าวออกมานี่!" ลู่อี้ถิงตวาดลั่น 

    "เดินยืดอกเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย! วันนี้แกมาทวงสถานะคุณหนูนะเว้ย เลิกทำตัวกล้าๆ กลัวๆ ดูไม่ได้แบบนี้สักที!"

    เสียงตวาดลั่นกึกก้องของพ่อ ทำเอาเหล่าขุนนางสภาความมั่นคงที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่บนชั้น 25 ถึงกับสะดุ้งสุดตัว

    สถานะ? สถานะอะไรวะ?

    ทันใดนั้น สายตานับสิบสิบคู่ที่มองตรงมาก็พลันเปลี่ยนไปในทันที

    ไป๋ลู่อยากจะเอาเข็มมาเย็บปากเหม็นๆ ที่พูดจาไม่รู้จักคิดของพ่อตัวเองเสียเดี๋ยวนี้เลย!

    "คุณพ่อคะ ถ้าพูดไม่เป็น ก็กรุณาหุบปากไปเถอะค่ะ" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน

    ลู่อี้ถิงหัวเราะ "แกนั่นแหละหุบปาก ยืนให้มันตรงๆ แล้วยืดอกเดินเข้าไป! แกเป็นลูกของ—"

    ไป๋ลู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตัดใจหยิกหมับเข้าที่เอวสอบของพ่ออย่างแรง!

    "โอ๊ย! ยัยเด็กเวร!" ลู่อี้ถิงเจ็บจี๊ดจนใบหน้าหล่อเหลาถึงกับบิดเบี้ยว เพิ่งจะอ้าปากเตรียมด่าลูกสาวตัวแสบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตวาดอันทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยอำนาจน่าเกรงขาม

    "ลู่อี้ถิง แกนี่มันกำเริบเสิบสาน ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่เอาซะเลย!"

    ไป๋ลู่ผวาเฮือก กอดแขนพ่อเอาไว้แน่น ค่อยๆ ช้อนสายตาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง

    ชายชราผมสีดอกเลาผู้แผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาล ยืนตระหง่านอยู่ตรงริมราวบันได

    เขากำลังก้มหน้ามองทอดลงมาที่เธอกับพ่อ ดวงตาที่ควรจะขุ่นมัวฝ้าฟางตามวัย กลับเปล่งประกายคมกริบและสว่างวาบอย่างน่าประหลาด... ราวกับดวงตาของพญาเหยี่ยวที่จ้องตะครุบเหยื่อ

    "ที่นี่ไม่อนุญาตให้แกมาทำตัวกร่าง ลู่อี้ถิง ต่อให้แกจะต้องเสแสร้ง แกก็ต้องแกล้งทำตัวให้มันดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย"

    สายตาคู่นั้นเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของไป๋ลู่ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงการจับผิดและพิจารณาอย่างเย็นชา

    ไป๋ลู่สะดุ้งโหยงจนตัวสั่น อยากจะมุดกลับไปซุกหลังพ่ออีกรอบ ทว่าลู่อี้ถิงกลับคว้าที่หลังคอเสื้อของเธอ หิ้วร่างบางๆ เดินฉับๆ ขึ้นบันไดด้วยขายาวๆ ราวกับกำลังหิ้วคอลูกแมวตัวน้อย

    "ไอ้ท่าทีโอหังตอนที่แกกระโดดกระชากคอเสื้อพ่อ ด่าพ่อฉอดๆ แล้วก็บังคับให้พ่อไปตรวจ DNA กับแกน่ะ มันหายหัวไปไหนหมดแล้วฮะ!" 

    ลู่อี้ถิงก้มลงมากัดฟันคำรามเสียงต่ำอยู่ข้างหู

    ไป๋ลู่แทบจะร้องไห้โฮให้รู้แล้วรู้รอด "มันไม่เหมือนกันนี่คะ..."

    ก็พ่อรักฉันนี่นา! พ่อคือคนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อรับกระสุนแทนฉันได้ ฉันถึงกล้ากำเริบเสิบสาน อาศัยความโปรดปรานมาทำตัวกร่างใส่เขาได้

    แต่คุณปู่... ไม่ใช่นี่นา!

    ชาติที่แล้ว ตอนที่เสิ่นซินลั่วสวมรอยกลายมาเป็นคุณหนูตระกูลลู่เข้าปีที่ห้า ยัยนั่นก็ยังไม่เคยเป็นที่ยอมรับหรือได้รับการต้อนรับจากประธานลู่เลยสักนิด

    เป็นเพราะตอนนั้นพ่อประกาศกร้าวเอาไว้ว่า 'ถ้าไม่ยอมรับลูกสาวของผม ก็ไม่ต้องมายอมรับผมเป็นลูกชาย!' ประธานลู่ถึงได้ยอมฝืนใจอนุญาตให้เสิ่นซินลั่วกราบไหว้บรรพบุรุษเข้าตระกูล

    สถานะ 'คุณหนูตระกูลลู่' มอบให้แล้วก็จริง... แต่ก็ให้แค่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น

    อย่างอื่นที่มากไปกว่านี้ อย่าหวังว่าจะได้แตะต้อง!

    และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ยัยดอกบัวขาวขัดสนเงินทอง จนถึงขั้นต้องหน้ามืดไปทำเรื่องต่ำตมพวกนั้น

    เสิ่นซินลั่วได้เงินค่าขนมจากตระกูลแค่เดือนละหนึ่งแสนหยวน ส่วนกิจการและธุรกิจทั้งหมดของตระกูลลู่ ประธานลู่สั่งห้ามเด็ดขาด ไม่อนุญาตให้เสิ่นซินลั่วกับไอ้สวะอวี่ฟู่ชิงเข้ามายุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่ปลายเล็บ

    แถมประธานลู่ยังเคยด่าเสิ่นซินลั่วต่อหน้าสาธารณชนว่าเป็น 'เด็กไม่มีพ่อ' อยู่บ่อยครั้ง เรื่องนี้เย่จิ่งเหยียนเคยได้ยินมากับหูตัวเอง ไม่มีทางเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงแน่

    ไป๋ลู่เอื้อมมือไปกอดแขนพ่อเอาไว้แน่นหนึบ ซบหน้าลงกับไหล่เขา 

    "คุณพ่อขา... ถ้าคุณปู่ไม่ยอมรับหนู งั้นก็ช่างเถอะค่ะ แค่หนูมีคุณพ่อคนเดียวก็พอแล้ว"

    ลู่อี้ถิงสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาเบาๆ ที่ส่งผ่านมายังท่อนแขนได้อย่างชัดเจน

    ยัยปูจอมซ่าที่ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน มาครั้งนี้กลับหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ แฮะ

    จะกลัวไปทำไมกัน ลู่อี้ถิงไม่สน และไม่แคร์หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนด้วย!

    เขาเปล่งเสียงหัวเราะเย็นชา 

    "แกเป็นลูกสาวของพ่อ ใครหน้าไหนมันจะกล้าไม่ยอมรับแก? ก็ดี พ่อเองก็รำคาญ ไม่อยากใช้แซ่ลู่มาตั้งหลายปีแล้วเหมือนกัน ถ้าตาเฒ่าลู่ไม่ยอมรับแก พ่อก็จะพาแกไปเปลี่ยนเป็นแซ่ซ่งมันซะเลย"

    ไป๋ลู่กะพริบตาปริบๆ เธอรู้ดี... คุณย่าของเธอแซ่ซ่ง แถมยังมีชื่อที่ไพเราะราวกับบทกวีชื่อว่า 'ซ่งจิ่นเส้อ'

    สิ้นคำพูด ลู่อี้ถิงก็ยกเท้าถีบประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงานประธานเปิดออกอย่างแรง ท่าทางสง่าผ่าเผย องอาจห้าวหาญดุดันสุดๆ 

    ปัง! 

    ขัดกับสภาพของไป๋ลู่ที่กำลังถูกเขาหิ้วคอเสื้ออยู่... ช่างดูอ่อนแอ ไร้ทางสู้ และน่าสงสารเสียนี่กระไร

    "ตาเฒ่า! ถ้าพ่อยอมรับลูกผม มันก็แฮปปี้กันทุกฝ่าย แต่ถ้าพ่อไม่ตกลง มันก็เข้าทางผมพอดี ตั้งแต่วันนี้ไปผมจะไม่ใช้แซ่ลู่แล้ว พ่อลูกเราจะเปลี่ยนไปใช้แซ่—"

    ตุบ! 

    ลู่เฉิงกระแทกไม้เท้าลงบนพรมอย่างแรง แผ่รังสีอำมหิตโดยไม่ต้องขึ้นเสียงเกรี้ยวกราด 

    "ลู่อี้ถิง มารยาทของแกถูกหมาคาบไปกินแล้วหรือไง? หุบปากแล้วเข้ามานี่ มาทักทายแม่ของแกเดี๋ยวนี้!"

    ทันทีที่เหลือบไปเห็นซ่งจิ่นเส้อนั่งอยู่บนโซฟา ลู่อี้ถิงก็รีบพับเก็บอาการอันธพาลกร่างๆ ของตัวเองแบบเข้ากรุ เขาปล่อยมือจากคอเสื้อของไป๋ลู่ทันที ก้าวเดินเข้าไปหาอย่างมีมารยาท แล้วโค้งคำนับผู้เป็นแม่อย่างนอบน้อม

    "แม่ครับ... แม่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกผมสักคำล่ะครับ ผมจะได้แวะซื้อขนมเจ้าประจำที่แม่ชอบกินมาฝาก" ลู่อี้ถิงย่อตัวลง คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพรมอย่างทะนุถนอมแล้วเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาอ่อนโยน 

    "ช่วงนี้ร่างกายแม่ดีขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ? ยังขี้หนาวอยู่อีกไหม? แล้วยาจีนที่ผมฝากกู้เพียนหรานเอามาให้คราวก่อน แม่ได้ต้มกินบ้างหรือเปล่า ได้ผลไหมครับ?"

    ไป๋ลู่ยืนอ้าปากค้าง เธอไม่เคยเห็นพ่อของเธอมีท่าทีว่านอนสอนง่าย แถมยังเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!

    ชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวถึงกับมองจนตาถลน

    นี่ นี่ นี่... นี่มันยังใช่พ่อผู้เป็นจอมปีศาจของฉันอยู่อีกเหรอ!

    ใครๆ ก็อวยกันว่าราชาจอเงินลู่อี้ถิง มีทักษะการแสดงขั้นเทพ มีพันหน้าพันคาแรคเตอร์...

    พันหน้าอะไรล่ะ ไม่พอหรอก!

    เฮอะ ราชาจอเงินลู่ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ มีคาแรคเตอร์เป็นหมื่นๆ หน้าต่างหากโว้ย!

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730