ซูหลิวอี้ ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงคนข้างเตียงร้องไห้เรียกชื่อเธอ เสียงที่คุ้นเคยเป็เกือบครึ่งชีวิตที่เคยผ่านมา อี้ฟางหรู มารดาของเธอและน้องชาย น้องสาวนั่งเฝ้าร้องไห้เรียกบุตรสาวคนโตและพี่สาวที่ผลัดตกน้ำไม่ได้สติ
“ลูกแม่ ฟื้นแล้ว เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ฟางซื่อกล่าว”
“พี่ ผมกลัวแทบตาย พี่ไม่ขยับเลย ซูเฟยหลง น้องชายของเธอกล่าว”
“พี่สาวววว ตื่นๆ กินข้าวกันนะ ซูหลิวหยาง น้องสาวตัวน้อยร้องไห้ไป พูดเรียกพี่สาวไปด้วย”
ซูหลิวอี้ ไม่พูดอันใดเธอสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แล้วมองไปรอบๆ บริเวณห้อง หน้าต่าง ผ้าม่าน ตู้โต๊ะ ผนังห้องสีขาวขุ่นแบบนี้ ที่นี่มันห้องของเธอ!! มองดูใบหน้ามารดาและน้องๆ ที่ยังอ่อนเยาว์ ให้ตายเถอะ!!!
ฉันกลับมาเกิดรอบที่ 3 อีกแล้วเหรอเนี่ย
ซูหลิวอี้ เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วรอบหนึ่ง ใช่แล้ว เธอเคยเสียชีวิตแล้วทะลุมิติย้อนเวลามาอยู่ในร่างนี้แล้วรอบหนึ่ง เฮ้อออ!! ยังไม่ได้ไปแม่น้ำเหลืองกินน้ำแกงท่านยายเมิ่งเลย ทำไมถึงพาฉันย้อนเวลากลับมาที่นี่อีก
เธอเป็คนในทศวรรษที่ 21 เป็คนที่มั่นใจในตัวเองสูง และเป็คนที่มีศักยภาพสูง ด้วยสังคมที่มีการแข่งขัน เธอต้องเรียนรู้หลายอย่างเพื่อมาอยู่ในแนวหน้า ทำงานในผลิตบริษัทยาขนาดใหญ่ เธอต้องเรียนรู้เื่แพทย์ปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก ศิลปะหลายแขนง อักษร พู่กัน ดนตรี การต่อสู้ เพื่อที่เธอจะได้โดดเด่น
เพราะเธอเป็เด็กกำพร้าไม่มีต้นทุน เธอเหนื่อยมากกับการทุ่มเทแต่มันก็คุ้มกับการเป็คนที่ทุกคนอยากทำงานด้วย แต่เธอทำงานได้ไม่ถึงปี แล้วเธอก็ตาย เธอเสียชีวิตเพราะตกหน้าผาตอนไปปีนเขา ยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย แย่จริงๆ
หลังจากเธอตกเขาเธอก็ลืมตาตื่นมาที่นี่ หมู่บ้านสือซาน อำเภอกว่านเฉิง มณฑลเหอหนาน เธอถูกบังคับแต่งงานตอนอายุ 18 ปี มีลูกชาย 1 คน ใช้เวลาอยู่ร่วมกันได้ไม่กี่ปี ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วเธอก็หย่ากับเขา
สามีของเธอ เซียวจื่อหาน อดีตสามีที่เธอทำร้ายจิตใจและแอบดูถูกเขาแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้าว่าเขาคือความหายนะในชีวิตเธอ เพราะความผิดพลาดของตัวเธอเอง เพราะนิสัยมั่นใจในตัวเองและคิดว่าตัวเองมาจากอนาคต รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมคนในยุคนี้
แต่สุดท้ายเธอเข้าใจผิดทุกอย่างเธอทะนงตัวมากเกินไป คนที่ดีเธอกลับมองว่าเลว คนที่เลวเธอกลับโง่เขลาคิดว่าตัวเองฉลาด หลงกลอย่างไม่น่าเชื่อ มองว่าพวกมันเป็คนที่แสนดีกับเธอ เป็คนที่อยู่ข้างเธอมากที่สุดั้แ่เธอต้องอยู่โดดเดี่ยวอีกครั้งในยุคสมัยนี้
“ฉันไม่เป็ไรแล้ว แค่เหนื่อยและเพลียน่ะ เลิกร้องไห้กันได้แล้ว” หลิวอี้พยายามฝืนความอ่อนล้าพูดปลอบใจมารดาและน้องๆ
“ลูกสลบไปวันหนึ่งเลยนะ แล้วไม่เจ็บตรงไหนจริงๆ ใช่ไหม แม่เป็ห่วงลูกมากเลยนะ แล้วลูกตกน้ำไปได้ยังไง ลูกพอจะจำอะไรได้หรือเปล่า เล่าให้แม่ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น” ฟางซื่อซักถาม
“ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะแม่ รู้สึกตัวมาแป๊บหนึ่งเหมือนมีคนช่วยฉันขึ้นมาจากน้ำ แต่ไม่รู้ว่าใครแล้วก็สลบไป” ซูหลิวอี้ เอ่ยเสียงแ่เบาบอกมารดา
“ชาวบ้านได้เสียงะโว่าคนจมน้ำ เลยวิ่งมาดูเห็นพี่นอนอยู่ริมแม่น้ำแล้ว ก็เลยมาตามที่บ้าน ให้พาพี่กลับบ้าน แล้วไปตามหมอมารักษา พ่อสอบถามพวกชาวบ้านว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เลยสักคน พ่อสั่งพวกเราไว้ว่า ถ้าพี่ฟื้นแล้วพวกคนในหมู่บ้านมาสอบถามเื่นี้ ก็ให้พวกเราและพี่บอกว่า พี่ผลัดตกน้ำแล้วพยายามว่ายขึ้นฝั่งมาเอง จนหมดแรงแล้วก็สลบไป” ซูเฟยหลงเล่าเื่ให้พี่สาวฟัง
“ใช่ พวกเราและลูกต้องบอกคนในหมู่บ้านแบบนั้น เพราะจะได้ไม่มีใครมาสร้างข่าวลือให้ลูกเสียหาย พ่อเขากังวลห่วงความรู้สึกลูก ถ้ามีคนมาใส่ร้ายอะไรลูกเราต้องกันเอาไว้ก่อน” ฟางซื่อกล่าวจริงจัง
“เข้าใจแล้วค่ะ แม่” ซูหลิวอี้ อึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง ที่ครอบครัวนี้เป็ห่วงเธอ ถึงแม้ว่าจะห่วงเ้าของร่างก็ตามเถอะ แต่ชาติที่แล้วเธอคิดว่าตลอด ว่าไม่มีใครห่วงเธอ คิดถึงความรู้สึกเธอ คิดถึงแต่ชื่อเสียง รักแต่บุตรชายหลายชาย เหมือนกับคนส่วนใหญ่ในยุคสมัยนี้ สังคมชายเป็ใหญ่ ถึงผลักไสให้เธอแต่งงาน
เธอลืมครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ไม่ติดต่อกับพวกเขามากเท่าไหร่ เพราะเธอไม่มีความผูกพัน เธอมองข้ามความห่วงใยของคนเหล่านี้ไปจนหมดสิ้น แต่ก็นะ ในชีวิตที่แล้วเธออยู่กับพวกเขาได้ไม่กี่เดือนเอง มันยังไม่ได้เริ่มความผูกพันด้วยซ้ำ เธอก็ต้องแต่งงานออกจากบ้านมาซะแล้ว ตัวเธอเองก็เป็เด็กกำพร้าที่ต้องเติบโตมาด้วยตัวเองทั้งชีวิต เธอไม่สามารถรับรู้และปรับตัวกับคำว่า ครอบครัว ได้เลย
ชาติที่แล้วชะตากรรมของครอบครัวเธอก็แทบจะแหลกสลาย น้องชายถูกจับ น้องสาวหายตัวไป พ่อกับแม่ของเธอก็ตรอมใจจนเจ็บป่วยมีชีวิตอยู่ไม่ดีนักแล้วก็จากโลกนี้ไป ตัวเธอเองก็ไม่ได้ไปแม้กระทั่งงานศพ ตอนนั้นเธอสนใจแค่ว่า พวกเขาบังคับเธอให้แต่งงานโดยที่เธอไม่เต็มใจ คนเหล่านี้ผลักไสออกจากชีวิต ทำไมเธอจะต้องกลับไปยังที่ที่ทำให้เธอมีปมในใจ
เธอคิดว่าเธอเก่งกว่าพวกเขา ฉลาดกว่าพวกเขา แต่สุดท้ายเพราะยังตั้งหลักไม่ได้ เธอเลยโดนค่านิยมของยุคสมัยนี้บีบบังคับเธอ นี่ล่ะเหตุผลที่คนบ้านซู ไม่มีค่าในความรู้สึกเธอเลย
เธอไม่ใช่นางเอกในนิยาย ที่มาเกิดในร่างนี้แล้วต้องดูแลครอบครัวให้ หลังจากที่โดนทำเหมือนแบบนั้นแล้วต้องมานั่งกตัญญู ถ้าเธอได้รับโอกาสได้รู้ซึ้งถึงความรัก ความผูกพันในครอบครัว ความอบอุ่นมันเป็เช่นไร ในเวลานั้นเธอคงไม่เมินเฉยแบบที่ผ่านมา
หลิวอี้เคลื่อนสายตามองหน้าพวกเขาทีละคน อย่างพิจารณา ใบหน้าในตอนนี้ของแม่เธอเป็คนหน้าตาดี อ่อนหวานแต่ไม่ใช่คนอ่อนแอ ขี้ขลาด ถึงแม้จะโดนแม่สามีกดขี่ ก็เลือกที่จะตอบโต้แบบนุ่มนวล แววตาที่มองเธอในตอนนี้ เป็แววตาที่แสดงความรักและห่วงใยต่อลูกสาวอย่างแท้จริง ซึ่งชาติที่แล้วเธอไม่เคยตั้งใจมองอย่างจริงจังเลยสักครั้ง มือของแม่ก็ยังจับกุมมือเธอเบาๆ ไว้ตลอดเวลา ั้แ่ตอนที่เธอยังไม่ตื่นจนถึงตอนนี้ นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ชาติที่แล้วเธอก็อดที่จะน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้
ส่วนน้องชายเธอ ซูเฟยหลง ที่กำลังนั่งอยู่เก้าอี้ข้างเตียง ในตอนนี้เขายังเป็แค่เด็กหนุ่มกำลังโตคนหนึ่ง ใบหน้าเริ่มจะคมคาย แววตาสดใส มั่นใจ และแสดงออกถึงความห่วงใยพี่สาวอย่างมาก ในชาติที่แล้วเธอไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กับเขามากเท่าไหร่นักด้วยเวลาอันสั้นที่ได้ใช้อยู่ร่วมกันนึกถึงตอนนี้เธอก็รู้สึกเสียใจ ชีวิตนี้เธอจะต้องใช้เวลาอยู่กับเขาให้มาก ๆ
ยัยตัวน้อยตัวกลม ซูหลิวหยาง น้องสาวของเธอนั่งอยู่บนเตียงข้างเธอ จ้องมองหน้าเธอทำตาปริบๆ ในขณะที่ยิ้มหวานไปด้วย เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักยิ่งนัก ผิวขาว ตัวอ้วน ตากลมโต แก้มยุ้ย ปากแดง เด็กที่น่ารักเช่นนี้ตอนโตขึ้นมา กลับเจอเื่ร้ายแรงน่าอนาถใจมากกว่าใครในครอบครัวนี้
คิดมาถึงตรงนี้ หลิวอี้ ก็ไม่อาจจะทนได้ไหว น้ำตาเธอค่อยๆ ไหลออกมา ทั้งสองตา
“พี่หลิวอี้ พี่เจ็บตรงไหน ทำไมร้องไห้ล่ะ ให้ผมไปตามหมอมาอีกทีไหมแม่ เดี๋ยวผมมานะ ผมจะรีบไปตามหมอก่อน”
“นั้นซิ อี้เอ๋อร์ ลูกไม่ร้องนะ เดี๋ยวให้น้องไปตามหมอมาดูอีกรอบ แม่จะอยู่กับลูกเอง” ฟางซื่อ ร้อนใจ
“ไม่ … ไม่ต้อง ไม่ต้องไปตามหมอหรอก ฉันแค่ดีใจที่ได้เห็นแม่กับน้อง ๆ อีกครั้ง” หลิวอี้รับพูดห้ามแม่และน้องชาย
มีก้อนกลมๆ ค่อยๆ คลานมาใกล้ๆ เธอ ใช้มือป้อมๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ “ไม่ร้องน้า เดี๋ยวหลิวหยางจะเอาขนมมาแบ่งให้พี่ใหญ่กินนะ” หลิวอี้อดที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้
“พี่ใหญ่กินจุนะ น้องสามเลี้ยงพี่ไหวเหรอ”
“แน่นอน” ยัยตัวกลม ยืดอกน้อย ๆ ทำหน้ามั่นใจ
ทั้งห้องมีแต่เสียงหัวเราะของแม่ลูกทั้งสี่คนดังขึ้นเบา ๆ และในตอนนี้เมื่อนึกย้อนไป ซูหลิวอี้ก็อยากทำชีวิตใหม่ครั้งนี้อีกสักครั้ง เธออยากััคำว่า ครอบครัว อยากรักและได้รับความรักจากครอบครัวนี้ ความอบอุ่นในครอบครัวที่ไม่เคยได้รับเลยสักครั้งแม้ว่าจะเกิดใหม่กี่ครั้งก็ตาม
ความอบอุ่นของครอบครัวเป็ยังไงนะ ครั้งนี้เธอคงมีโอกาสได้ััเหมือนคนอื่นเขาบ้าง
ส่วนอดีตสามีของเธอ ซูหลิวอี้ทำร้ายจิตใจเขาต่างๆ นานา เธอร้ายยิ่งกว่านางร้ายที่เคยดูในละครสะอีก แต่่เวลาสุดท้ายก่อนตายอย่างโดดเดี๋ยวก็ยังดีที่เธอคิดได้และรู้ตัว คำวิงวอนของเธอก่อนตายคือขอให้เขาคนนั้น เซียวจื่อหาน อโหสิกรรมให้เธอ ชาตินี้เธอจะไม่ทำให้เขาต้องทุกข์เพราะเธออีก