แม้ใจหนึ่งก็อยากจะช่วยปลดทุกข์ของบิดา แต่อีกใจมันก็ยังค้านเพราะนั่นหมายถึงการที่หล่อนต้องเอาชีวิตตนเองเข้าแลกโดยที่หล่อนจะกลายเป็ผู้ที่แบกรับความทุกข์ตรมขมไหม้นั้นไว้ชั่วชีวิต
ชมพูรักล้มตัวลงบนเตียง นอนหน้าคว่ำหัวใจโรยล้าผมยาวนั้นปรกหน้าก่อนจะซุกลงบนหมอน อยากจะหลับตาลงแล้วคิดว่านี่คือฝันร้ายอยากให้ความฝันที่แสนสาหัสนี่ผ่านพ้นไป แต่พอพลิกกายขึ้นมา ก็พบว่านี่คือความจริง
เื่ที่คุณชัยชิดกล่าวนั้นเป็‘ความจริง’ ที่ไม่อาจหลบไร้ทางหลีก...หญิงสาวกวาดตาไปทั่วทั้งห้องขณะที่น้ำตานั้นยังเอ่อท่วมจนดวงตาพร่าพราย เสียงสะอื้นนั้นมันท่วมอยู่ในอกรู้สึกเหมือนร่างกายนั้นกำลังอยู่ท่ามกลางทะเลกว้างไม่มีเรี่ยวแรงจะพยุงกายขึ้นเหนือผิวน้ำ เพื่อจะสูดเอาอากาศเข้าปอด
หล่อนอยากจะทิ้งตัวดิ่งลงสู่ใต้มหาสมุทรสุดลึกล้นอยากจะให้ผืนน้ำกว้างนั้นกลืนร่างของหล่อนให้จมหาย แต่แล้วหล่อนก็ทำไม่ได้ต้องทะลึ่งตัวขึ้นพุ่งพรวด เรียกหาอากาศและการต่อชีวิต
ในที่สุดชมพูรักก็ตัดสินใจหลังนอนจมอยู่บนเตียงนานค่อนคืนจนเกือบแจ้ง...
เช้านี้ชมพูรักไม่มีแก่ใจจะไปฝึกงานหล่อนจึงโทรศัพท์หานิดาช่วยลางานให้หน่อย โดยอ้างเหตุว่าร่างกายอ่อนเพลียมีไข้ขึ้นสูง หรือจะหาคำไหนก็ได้ แล้วแต่เพื่อนจะเห็นสมควร
แม้แต่กับนิดาซึ่งเป็เพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทชิดเชื้อ หากเื่ราวประเภทนี้ก็ไม่สมควรแพร่งพรายสู่ใครฟัง ยกเว้นก็แต่ผู้หญิงร่างท้วมตรงหน้า
ป้าหวานยกชามข้าวต้มทรงเครื่องร้อนๆมาวางที่โต๊ะอาหารหญิงวัยกลางคนกุลีกุจอทำหลายอย่างให้หล่อนอย่างนึกห่วง “เห็นคุณพ่อบอกกับป้าว่าหนูไม่ค่อยสบาย ป้าก็เลยไม่อยากกวนเช้านี้ป้าก็เลยทำข้าวต้มไว้ให้ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วก็จะได้ทานยานะ”
ป้าหวานดึงแขนหล่อนลงนั่งที่เก้าอี้จัดแจงเตรียมน้ำอุ่นๆกับยาลดไข้วางไว้สองเม็ดข้างชามข้าวต้มและยกมือขึ้นอังหน้าผาก “ตัวก็ร้อนอยู่เหมือนกัน”
“ไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะป้าหวาน”
ชมพูรักตอบเสียงเนือยจับมือผู้เป็ป้าไว้ เอาเข้ามากุม หวังจะได้รับความอบอุ่นเข้ามาชโลมร่างเพื่อคลายทุกข์ จนน้ำตานั้นปริ่มขอบ
“ปวดหัวมากเลยเหรอ งั้นก็รีบทานข้าวทานยาซะ จะได้ไปพักผ่อนดีแล้วที่วันนี้โทรศัพท์ไปขอหยุดงาน ถ้าขืนไปทำทั้งสภาพอย่างนี้ ป้าว่าคงไม่ไหวร่างกายมันจะแย่เอา”
หญิงสาวฝืนกลืนข้าวต้มใส่ปากอย่างยากเย็น...หล่อนไม่ได้ป่วยไข้ทางกายแต่มันเป็การป่วยทางใจต่างหาก ทุกข์เสียจนนอนหลับไม่เต็มตื่นแม้จะได้คำตอบแก่ใจแล้ว แต่มันก็ยังยากเกินฝืนรับไหว
หล่อนอยากหาคนระบายแต่เื่แบบนี้จะพูดกับใครได้ “ป้าหวานคะ”
หญิงวัยกลางคนขยับเก้าอี้เข้ามานั่งข้างพลางทัดลูกผมของหญิงสาวที่ลงมาปรกใบหน้า “คุณหนูดูหน้าซีดจังเลย นั่นร้องไห้เหรอคะ ตาบวมเชียว”
คนทักยังไม่รู้เื่ราวชมพูรักจึงวางช้อนที่ถือค้างไว้ แล้วก็หันหน้าไปสบตากับป้าหวานหน่วยตาไหวระริกไปมา มือสองข้างยึดแขนผู้สูงวัยไว้ หวังได้ที่ยึดเหนี่ยว
“หนูจะแต่งงาน...” กว่าประโยคนี้จะหลุดออกไปได้ชมพูรักรู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก เสียงนั้นแหบโหยจนไม่อยากเปล่งมันออกไป
แล้วหล่อนก็โผเข้าโอบร่างของป้าหวานประหนึ่งว่าเธอผู้นั้นคือเสาหลักให้หล่อนยึดเหนี่ยว่เวลานั้นที่เปิดปากเริ่มเล่าถึงสิ่งต่างๆจากปากคุณชัยชิดเมื่อวานหญิงสาวเหมือนหัวใจสลายซ้ำเป็ครั้งที่ร้อยที่พัน
มันแหลกเหลวละเอียดจนหาเศษผงมาประสานรอยร้าวทางใจได้ยากหล่อนต้องไปอยู่กินกับผู้ชายคราวตา แถมเขาผู้นั้นก็ยังมีภรรยาอยู่แล้วและหล่อนก็ต้องไปอยู่บ้านของเขาในฐานะ ‘อนุภรรยา’ ที่ไม่มีทะเบียนสมรสไม่มีตราตีค่าการแต่งงานที่ถูกต้อง
หล่อนจะต้องกลายเป็เมียน้อยอยู่ร่วมชายคาในบ้านเดียวกันกับเมียหลวงของเขา แล้วจะให้หล่อนทนได้กระนั้นหรือ
ที่สำคัญ...ผู้หญิงคนที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาคู่ชีวิตของชายผู้มักมากในกามนั้น ก็คือคุณยายผู้แสนเยือกเย็นและใจดีผู้นั้นที่หล่อนเพิ่งพูดคุยอย่างถูกอัธยาศัยมาเมื่อ่เย็นของวานนี้
นี่หรอกหรือคือสิ่งที่ลูกผู้หญิงอย่างหล่อนได้รับการตอบแทนคุณค่าในชีวิตกรรมใดหนอหนักหนาขนาดต้องพรากเอาความสุขที่ควรมีควรเป็กลายให้เป็ความทุกข์ตราหน้า
ชมพูรักสะอื้นไห้จนตัวโยนหล่อนเล่าสิ่งที่รู้มาจนหมดเปลือก ผู้ที่รับฟังก็ถึงกับน้ำตาร่วงเผาะไหลเป็ทางไม่แพ้กัน
“แล้วคุณหนูแน่ใจหรือเปล่าคะ ว่าเต็มใจที่จะช่วยคุณพ่อ” ป้าหวานรั้งร่างหญิงสาวออกห่าง มือข้างหนึ่งจับไหล่หล่อนไว้ส่วนอีกข้างก็ปาดน้ำตาของหล่อน
“มันยังมีทางอื่นอีกเหรอคะ”
ถ้าหากชมพูรักยอมรับข้อตกลงทันทีที่คุณกำธรจ่ายเงินตามนั้น เขาจะร่างสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาโดยทุกอย่างเป็ไปตามวาจาที่กล่าวทั้งหมดและชมพูรักจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาทันที
แล้วแวบหนึ่งป้าหวานก็เอ่ยขึ้น ในสิ่งที่พอจะยื้อเวลา “เอาอย่างนี้ดีไหม คุณหนูก็ยื่นข้อเสนอกับตาแก่นั่นไปสิว่าคุณหนูขอเรียนให้จบมหาวิทยาลัยก่อน แล้วถึงจะยอมเป็เมียเขา”
“เขาจะยอมเหรอคะป้าหวาน เพราะหนูก็ต้องไปอยู่ในบ้านของเขา”
“มันก็ยังดีกว่าไม่ได้คิดต่อรองอะไรเลยไม่ใช่เหรอคะ”คนพูดลูบผมหญิงสาวอย่างเอ็นดู “เผื่อว่าถึงเวลานั้นคุณหนูอาจมีเงินก้อนจากตรงไหนมาใช้หนี้แทนคุณพ่อ”
ถึงจะเป็ข้อต่อรองเพื่อยืดเยื้อพรหมจรรย์ไว้ก็ตาม แต่มันก็เป็ช่องทางเล็กแคบที่หล่อนคิดว่าคงจะขอไว้เป็ข้อแลกเปลี่ยน อย่างที่ป้าหวานแนะนำ
........................................