หลังจากมิติะเิ นักพรตเสวี่ยก็ปรากฎตัวในสระน้ำแห่งหนึ่งเขาดีใจมากที่เขายังมีชีวิต เขารีบขึ้นจากสระ แล้วมองท้องฟ้าบ่นนิดหน่อยก่อนกำลังจะจากไป
‘หวังว่าข้าจะไม่หลงทางจนตาย’
ทันใดนั้นก็มีสาวสวยรูปงามปรากฎตัวขึ้นตรงหน้านักพรตพร้อมจิตสังหารที่แผ่ซ่านทั่วหุบเขา
“สารเลว สร้างรากฐานกล้าบุกรุกพื้นที่ราชินีผู้นี้ อยากตายอย่างไร”
“ขออภัย! ข้าถามก่อนได้ไหมว่าที่แห่งนี้คือที่ใด?”
นักพรตพยายามกัดฟันถามโดยไม่แสดงความหวาดกลัวของเขา เขาพร้อมจะอ้างนามของสหายแห่งเต๋า์ลู่ฉางชิง ส่งเสียงบี๊บโดยหวังว่าเขาจะรอด
เหม่ย ชุนชิว ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกสงสัยในชีวิตของเธอ ข้าขอบเขตาาปลอมหรือไม่ สร้างรากฐานไม่กลัวข้าหรือบุกสระน้ำศักดิ์สิทธิ์หลังวังข้ากล้าถามข้าที่ไหนหรือ เธอเริ่มสงสัยในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ และตอบคำถามไปอย่างใจเย็น
“ภายใต้สถานที่ต้องห้าม ะร่วงหล่น 1ใน4าา เหม่ย ชุนชิว”
“เ้าอยากตายแบบไหนสร้างรากฐาน?”
นักพรตชราดีใจแทบคลั่งที่เขายังไม่ได้หลุดไปรัฐอื่น แถมยังอยู่ในพื้นที่ที่พอรู้จักอยู่บ้าง แต่พอคิดอีกทีก็อดเยาะเย้ยไม่ได้
‘อะไรนะ าา? ข่าวลือ? ข้าไม่เชื่อ กล้าส่งเสียงบี๊บใส่ข้าหรือ แม้ข้าจะอ่อนแอแต่ข้าไม่ได้โง่ แค่คนมาหาสมบัติหลังเกิดนิมิตเป็แน่ น้ำะ3000 ข้าขอแค่1ตักเท่านั้น’
คิดได้ดังนั้นเขาก็ตอบกลับทันที เสแสร้งให้หนัก!
“สารเลวน้อย ข้านักพรตเสวี่ย ชิงไท่ ภายใต้คำสั่งของจ้าวแห่งที่ต้องห้ามะร่วงหล่น ข้าอยู่ต่ำกว่าะเพียงผู้เดียวเหนือทั้งหุบเขา ภายใต้นิกายลับเหนือเต๋าอันศักดิ์สิทธิ์ เ้ากล้าขู่ข้าหรือ?”
เป็อย่างไรกล้าส่งเสียงบี๊บต่อหน้าข้า ถ้ามีของดีแบ่งน้ำซุปให้ข้าบ้างไม่ได้หรือ ข้าจะเล่นกับเ้าแล้วกัน หากไปเจอนายข้า ข้ากลัวว่าเ้าจะกรีดร้องจนตาย
เหม่ยชุนชิว สงสัยในชีวิตอีกครั้ง เธออยู่ในหุบเขามานับพันปี วันนี้มีคนมาบอกว่า กล้าขู่มันหรือ เธอแทบกระอักเืออกมาตรงจุดนั้น
“เ้ากล้า!!”
เหม่ย ชุนชิวไม่อยากเล่นด้วยอีกต่อไป ปลดปล่อยออร่าาาออกมาหวังจะกดทับนักพรตตรงหน้าให้ลาโลกไปอย่างรวดเร็วโดยมิ้าออกกระบวนท่าใดๆ ก็แค่ขั้นสร้างรากฐาน
“นิมิตศักดิ์สิทธิ์ปรากฎบนหุบเขา!”
นักพรตเสวี่ยชิงไท่โพร่งออกมา เขากลัวแทบตายไม่คิดว่าข่าวลือจะเป็เื่จริง ออร่าอสูรหนาแน่นปกคลุมจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาอ่อนแอไม่ได้!
แสร้งแล้วต้องเสแสร้งตลอดไป! ข้าขอตายภายใต้มือ ลู่ ฉางชิง! นักพรตสาบานในใจ
แต่ปาฏิหาริย์กลับมีอยู่จริง ออร่าหายไปในทันใด นักพรตเลยส่งเสียงบี๊บเสริมทันที
“อย่าบังคับให้ข้าลงมือสาวน้อย เ้าเป็อสูรคงฝึกฝนมาอย่างลำบาก ฟังคำสั่งข้า ไปนำเนื้อสัตว์และผลไม้มาแล้วกลับไปหานายข้ากลางหุบเขา”
เหม่ย ชุนชิวผงะในทันที เกิดอะไรขึ้น คนผู้นี้ไม่กลัวความตาย เธอพยายามย่อยข้อมูลที่ได้รับมา ดวงตาจิ้งจอกก็เบิกโพรงในทันที
“นิมิตนั่นไม่ใช่สมบัติแต่เป็มนุษย์หรือ?”
เธอถามนักพรตอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ใช่แล้ว นั่นคือนายของข้า เหนือฟ้า เหนือ์ลู่ ฉางชิง! ะโดนเนรเทศลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน!”
“เป็เช่นนั้น ข้าจะเตรียมของที่เ้าบอก หากเ้ากล้าโกหกข้า เ้ากำลังรนหาความตาย”
ชุนชิว ไม่ได้เชื่ออย่างสมบูรณ์แต่หากไปแล้วเจอจริงๆนางจะไม่ตายหรือ จึงต้องเตรียมของที่เขา้าสักเล็กน้อย
“ลองดูหากเ้ามีความสามารถแม่นางน้อย”
นักพรตเสวี่ยพูด เขามั่นใจหากนางไปเจอลู่ ฉางชิงแล้วเขาจะไม่ตาย!
“ดี”
ส่วนกลางหุบเขาภายในนิกายเหนือเต๋า
ลู่ ฉางชิงกำลังแกะสลักกระบี่ไม้ด้วยมีดสั้นของเย่ชิงเฉิน เขาไม่กล้าขอกระบี่ของชิงเฉินกลัวว่าเมื่ออีกฝ่ายชักกระบี่เขาจะตายโดยไม่รู้ตัว
เย่ชิงเฉินกำลังดูลู่ ฉางชิงแกะสลักด้วยความตื่นตะลึง นิมิตปรากฎด้านหลังราวเทพเซียนกำลังขัดเกลาอาวุธเทพอักษรเต๋าพรางพรูออกมาจากดาบไม้ราวไม่้าเงิน เจตจำนงกระบี่แฝงนัยอัดแน่นอยู่ภายในดาบไม้
‘อึก ข้าได้เรียนรู้แล้ว เทพกระบี่ไร้พ่ายอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว’
เขารู้สึกอับอายอย่ามากเมื่อนึกถึงตอนเขาส่งเสียงบี๊บใส่ฉางชิง คราวก่อน
“เป็อย่างไร ทักษะการแกะสลักของข้า ทำให้ท่านต้องอับอายแล้ว”
ใช่ เขามั่นใจทุกทักษะ เขาเป็เด็กเบียวในชีวิตที่แล้วมาหลายปี ทำมาทุกวิถี นินจา ไทเก๊ก ฝึกเซียน หมากรุก กู่ฉิน วาดภาพ กวี แกะสลัก และวิถีอื่นๆรวมถึงเคยคิดอยากออกทะเลหาวันพีชด้วยซ้ำ
‘ช่างเป็่เวลาที่น่าอับอาย เมื่อมาเจอสถานะการณ์จริงข้าแทบเป็มด ใครจะสู้ได้ ชักกระบี่หนึ่งครั้งโลกแทบขาดเลยผนึกเอาไว้’
ข้าหวังว่าทักษะไร้สาระที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้จะชนะพวกเขาทุกคนในโลกใบนี้!
คิดได้ดังนั้นเขาเลยส่งเสียงบี๊บสักเล็กน้อย
“ข้าใช้ได้แค่กระบี่ไม้เท่านั้น ถ้าข้าใช้กระบี่จริงก็คงไร้พ่ายอีกตามเคย ฟู่ ข้าเศร้ายิ่งนัก”
เขายิ้ม พร้อมกับหัวเราะ
บัดซบข้าเกือบจะเชื่อตัวเองจริงๆในทักษะการแสดง ครอสเพลข้าก็เคยผ่านมาแล้ว
สูดดดดด
‘ใช้กระบี่ไม้พิชิตใต้หล้าข้าไร้พ่ายเช่นกัน ครอบงำ หยิ่งยโสเกินไป ถ้าจะจำเอาไว้ส่งเสียงบี๊บให้ศิษย์น้องข้าฟัง!’
“เป็กระบี่ไม้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆผู้าุโ แฝงด้วยในแห่งเต๋า เจตนาดาบที่ไม่มีใครเทียบได้ ข้าชื่นชมท่านยิ่งนัก”
“ท่านช่วยทำให้ข้าสักเล่มได้หรือไม่ ข้าไม่กล้าชักกระบี่ออกมา ถ้าโลกนี้ขาดไปความสนุกของท่านคงจบไม่ดีนัก”
ชิงเฉินคิดในใจถ้าเขาได้กระบี่ไม้มา เขาอาจจะต่อสู้กับแกนทองคำได้ใช่ไหม? หากพลังฉีไม่หมดไปเสียก่อน
“ย่อมได้แน่นอน ทักษะแกะสลักของข้าไร้เปรียบ นักพรตกลับมาข้าจะมอบให้เ้า”
ชิงเฉินน้ำตาแทบไหล เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านักพรตจะกลับมาได้หรือไม่ ค่ายกลทางเข้าก็ะเิพังไปแล้ว ข้ากลัวนักพรตจะกลายเป็ชิ้นๆในมิติ อนิจจา
ลู่ ฉางชิงยิ้มแต่ภายในใจเขากลับเยาะเย้ย
‘เหอะ เต๋า์ส่งสุนัขเลียมาให้ข้า แบบนี้ก็เลียได้เช่นกัน พวกของขวัญมือใหม่คงคิดว่าข้าเป็เพื่อนกับเต๋า์สินะ’
‘อย่าหาว่าข้าสอนเ้าเลยเซียนกระบี่น้อย’
เขาตัดสินใจสอนวิถีกระบี่จากนิยายให้ชิงเฉินสักเล็กน้อย เขายืนขึ้นแล้วหันหลัง ทำท่าลูบเคราที่ไม่มีจริง
“เ้าคิดว่าวิถีกระบี่คือสิ่งใด”
ชิงเฉินตาเบิกโพลง
‘โอกาส! นี่คือโอกาสเข้าใจเจตจำนงกระบี่ ข้าควรตอบอย่างไรดี ข้าไม่เคยออกจากชิงโจวด้วยซ้ำ’
เขาคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหาคำที่ครอบงำที่สุดบวกกับส่งเสียงบี๊บว่าเขาไม่ได้ไร้ประโยชน์และเย่อหยิ่ง!
“กระบี่เล่มเดียว หนึ่งกระบี่ตัดูเาและแม่น้ำ! กระบี่ต่อไปตัดท้องทะเลและท้องนภา”
“ก็งั้นๆ เ้าโลกแคบเกินไป ข้าจะบอกวิถีกระบี่ของข้าให้เ้าฟัง”
“ผู้น้อยต้องขอคำชี้แนะแล้ว”
ชิงเฉินฟังอย่างตั้งใจ เขารู้ตัวเองดีว่าไม่เคยเห็นโลก พวกเขาทุกคนถูกนักพรตรับเลี้ยงมาแทบไม่เจออะไรเลยอยู่แบบคนธรรมดา และเขาเชื่อว่านักพรตก็ไม่เคยออกจากชิงโจว
“กระบี่อยู่ที่ใจ ใบหญ้าก็สามารถฟาดฟันตะวันและจันทราให้ดับได้!”
พูดจบเขาก็เดินจากไปทิ้งชิงเฉินไว้ตรงนั้น เขากลัวที่จะถูกขอให้สอนเพราะเขาไม่รู้วิธีฝึกจริงๆ เลยขู่เซียนดาบที่คิดว่าอันตรายที่สุดในหมู่ของขวัญไว้
ชิงเฉินยืนตะลึงอยู่ครึ่งชั่วยาม
‘ข้าเป็ใคร ข้าฝึกอะไร’
‘ข้าไม่สมควรเกิดมาหรือ ถ้าเ้าใช้หญ้าฟันดาราในกระบี่เดียว ข้าใช้กระบี่ฟันกิ่งไม้ให้เ้าสองชั่วยาม ข้าเป็มนุษย์หรือไม่?’
เขาเริ่มสงสัยในชีวิตตามมาอีกคน แม้เป็ขยะแต่เขาไม่เชื่อในทวีปนี้จะมีคนใช้หญ้าฟันดาราให้ดับ ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงไม่มีตะวันให้แสงสว่างไปนานแล้ว ข้ามาเจอตัวอะไรกันแน่