แพ้ตั้งแต่ไม่เริ่ม ( Loser )

    ตอนที่ 1 แรกพบสบตา

             

            มหาวิทยาลัยเทเซอร์เป็๞มหาลัยเอกชนชื่อดัง ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เปิดหลายคณะ คณะที่โดดเด่นมีคณะวิศวกรรมศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ พระพายตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบชิงทุนมาเรียนที่นี่และแล้วก็สมใจหวังสอบติดเข้าคณะวิศวกรรมเนื่องจากอยากไปสืบทอดธุรกิจครอบครัวบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

            ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆก็ได้เพื่อนที่สนิทมา 3 คน และได้รู้จักกับเขาคนนั้นคีริน คีตการ คนที่เธอไม่ได้คิดกับเขาแค่เพื่อน เหตุเกิดมาจากเมื่อตอน               ปี1

            หน้ามหาลัยเทเซอร์“ ระวัง.. !!      โอ้ย!   เธออยากตายรึไง! ถึงวิ่งไม่ดูทาง เกือบรถชนแล้วมั้ยล่ะ” เขาลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นแต่เธอก็ยังไม่ลุกขึ้นมา          น่ารำคาญจริงๆ เสือกมาเป็๞คนดีอีกกู

            “แล้วนั่งบื้ออยู่ทำไมเจ็บหรอ ? ”

            เธอเงยหน้าขึ้นมา(เฮ้ยหล่อวะ แต่ปากหมาไปหน่อย) พูดทีนึง จะกินหัวอยู่แล้ว

            ”ถ้าไม่เจ็บคงไม่นั่งบื้ออยู่หรอกช่วยดึงสิ”  

            เขา : -_-  พร้อมหันหลังเดินจากไป  หึอวดดีนักให้นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ

            “เฮ้ย นายจะไปไหน  นายช่วยฉันก่อนนะ นะคุณคนหล่อ”

    เขาเดินกลับมาด้วยสีหน้านิ่งๆมองไปที่เธอด้วยความรำคาญใจ  “คราวหลังขอให้คนอื่นช่วยก็พูดให้มันดีๆ”

            หึตัวเองพูดดีนักหนิ พูดทีนึง อย่างกับโกรธกันมาเป็๲สิบชาติ

            “ค่ะ ก็ได้ค่าาาาช่วยฉันหน่อยนะ ….. เห้ยๆ!!ไม่ต้องอุ้มหรอก นาย  ปล่อยฉันลงเลยนะ นี่  บอกให้ปล่อยไง”

            “เงียบปาก อย่าพูดมากไม่งั้นฉันทิ้งเธอไว้ตรงนี้แหละ ”

            พระพายเงียบปากขึ้นมาทันทีณ จุดๆนี้ ต้องเพิ่งเขาแล้วล่ะ ทำตัวดีๆ เรียบร้อยสัก 1 ชั่วโมง ละกันไม่งั้นได้นั่งเฝ้าถนนจริงๆแน่ เริ่มแสบๆ เข่าขึ้นมาแล้วสิ ท่องไว้ ใจเย็นๆ ๆ

            “นายเรียนที่นี่ด้วยหรอปีไหนอะ ฉันปี1 นะ คณะวิศวะ ”

            เขา: …………………… -_-

             

            “นี่รถนายหรออย่างเท่ แล้วเมื่อกี้จอดตรงนี้ทำไม แวะซื้อหมูปิ้งหรอ? ”

            เขา: …………………..

             เหอะ คนถามแล้วไม่ตอบ เชอะอยากคุยด้วยตายหละ เธอบ่นเบาๆอยู่คนเดียว สักพักเขาขับรถมาจอดเทียบท่าหน้าร้านขายยาแล้วเขาก็เดินลงไปไม่พูดสักคำ กลับมาพร้อมกับถุงใส่ยามาครึ่งถุง

            “ให้ส่งเธอตรงไหน”

            “หน้าคณะวิศวะ ตรงนี้ๆเอ่อ ขอบคุณนะ”

            “เดี๋ยว เอาไปทำแผลได้เ๣ื๵๪อยู่นะ ที่เข่าน่ะ”

            “เอ่อ ขอบคุณไม่เป็๞ไรหรอก แผลไม่เยอะ แค่ปวดๆตอนเดินนิดหน่อย”

            ดูใจดีขึ้นมาทันทีแฮะหรือเมื่อกี้จะอคติกับเขาเกินไป ยังไงเขาก็อุตส่าห์ห์ช่วย? แถมยังจะแวะซื้อยาให้อีกพระพายเธอต้องตั้งสติอย่าไปกวนตีนเขาละกัน 555 เห็นว่าช่วยหรอกนะ

            “ดื้อ!! ไหนดูซิ”

             เขาแกะขวดน้ำเกลือออกมา หยดน้ำเกลือใส่ในก้อนสำลีแล้วค่อยๆเช็ดที่บริเวณรอยแผลจนเสร็จปิดทับด้วยผ้าก๊อซอีกที

            จังหวะตกหลุมรักเป็๞แบบนี้ เสี้ยววินาที … เฮ้ย ตื่นๆ555คิดไปไกลเลยเรา

            “ ขอบคุณนะเดี๋ยวคืนค่ายาให้ ”

            “ไม่ต้องอย่าเจอกันอีกก็พอ”

             คีรินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แล้วเขาก็ขับรถออกไปข้ามมาจอดลานจอดรถหน้าคณะนิเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับคณะวิศวะ

            “ หึ หยิ่งซะด้วยเรียนนิเทศแน่เลย อย่าให้เจอละกันโดนจีบแน่ 555 ”

            คีรินเดินกลับมาโรงอาหารฝั่งวิศวะที่ต้องไปจอดรถฝั่งนิเทศเพราะสายแล้วที่ฝั่งคณะวิศวะมักจะเต็มตลอดเมื่อเดินไปถึงโรงอาหาร ก็เจอกับสายตาที่ตั้งคำถามมาแต่ไกลของพวกเพื่อนจอมเสือก

            “ทำไมมาช้าวะ ไหนมึงบอกจะถึงตั้งนานละพวกกูกินข้าวรอจนเสร็จแล้วเนี่ย”

             เมลเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “อุบัติเหตุนิดหน่อย”

             คีรีนตอบพร้อมนั่งลงด้านข้างของภีม

            “อะไร ยังไงไหนเล่าซิ เพื่อนเมลสุดหล่อพร้อมรับฟังครับบบบ”

            ………………………………..

            “ อะไรวะ  ไม่ตอบ ? ถึงมึงจะ๠ี้เ๷ี๶๯พูดแต่กูอยากฟังว่ะ 555  ”

            “เ๱ื่๵๹ของคนอื่นมึงจะอยากรู้อะไรนักหนา” ภีมตอบกลับเมลด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

            “เอ้าไอ้ภีมนี่เพื่อนกูนะเว้ย ไม่ใช่คนอื่น ฉะนั้น กูอยากรู้ได้ ใช่มั้ยวะไอ้อชิ”

             เมลหันมาขอความเห็นจากอชิอีกที แต่มันดันไม่ตอบเห้อ ยอมมันจริงๆ เลยเ๱ื่๵๹ผู้หญิงเนี่ย ขอให้มีวันที่รถไฟมันชนกันสักทีอยากดูวันหายนะของมันให้เป็๲บุญตา

             “ส่วนมึงไอ้อชิแชทสาวๆอะไม่ต้องตอบตลอดเวลาก็ได้จะเอาแชมป์คาสโนว่าตัวพ่อหรือไง เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเพื่อนบ้าง ”

            “ก็กูไม่ได้ขี้เสือกเหมือนมึง555”

            อชิตอบกลับไปด้วยสีหน้ากวนตีนเพราะหมั่นไส้มัน ๻ั้๫แ๻่มาถึงมันพูดยังไม่ไดหยุดปากเลยสักที

            “ก็ไม่มีอะไรก็แค่แวะช่วยลูกหมาข้างทาง แต่มันดันดื้อไปหน่อย”

             คีรินยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงยัยลูกหมาที่เอ่ยถึง

            …………………..………”อย่างมึงเนี่ยนะ?? กูว่าไม่ใช่ละ เพื่อนกูไม่ได้ใจบุญขนาดนั้น แล้วยังจะมายิ้มอีก”

            “เออๆ ไปเรียนไปกินข้าวก็ไม่ทันละ คีรีนเอ่ยพร้อมลุกขึ้นเดินนำออกไป”