มหาวิทยาลัยเทเซอร์เป็มหาลัยเอกชนชื่อดัง ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เปิดหลายคณะ คณะที่โดดเด่นมีคณะวิศวกรรมศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ พระพายตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบชิงทุนมาเรียนที่นี่และแล้วก็สมใจหวังสอบติดเข้าคณะวิศวกรรมเนื่องจากอยากไปสืบทอดธุรกิจครอบครัวบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆก็ได้เพื่อนที่สนิทมา 3 คน และได้รู้จักกับเขาคนนั้นคีริน คีตการ คนที่เธอไม่ได้คิดกับเขาแค่เพื่อน เหตุเกิดมาจากเมื่อตอน ปี1
หน้ามหาลัยเทเซอร์“ ระวัง.. !! โอ้ย! เธออยากตายรึไง! ถึงวิ่งไม่ดูทาง เกือบรถชนแล้วมั้ยล่ะ” เขาลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นแต่เธอก็ยังไม่ลุกขึ้นมา น่ารำคาญจริงๆ เสือกมาเป็คนดีอีกกู
“แล้วนั่งบื้ออยู่ทำไมเจ็บหรอ ? ”
เธอเงยหน้าขึ้นมา(เฮ้ยหล่อวะ แต่ปากหมาไปหน่อย) พูดทีนึง จะกินหัวอยู่แล้ว
”ถ้าไม่เจ็บคงไม่นั่งบื้ออยู่หรอกช่วยดึงสิ”
เขา : -_- พร้อมหันหลังเดินจากไป หึอวดดีนักให้นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ
“เฮ้ย นายจะไปไหน นายช่วยฉันก่อนนะ นะคุณคนหล่อ”
เขาเดินกลับมาด้วยสีหน้านิ่งๆมองไปที่เธอด้วยความรำคาญใจ “คราวหลังขอให้คนอื่นช่วยก็พูดให้มันดีๆ”
หึตัวเองพูดดีนักหนิ พูดทีนึง อย่างกับโกรธกันมาเป็สิบชาติ
“ค่ะ ก็ได้ค่าาาาช่วยฉันหน่อยนะ ….. เห้ยๆ!!ไม่ต้องอุ้มหรอก นาย ปล่อยฉันลงเลยนะ นี่ บอกให้ปล่อยไง”
“เงียบปาก อย่าพูดมากไม่งั้นฉันทิ้งเธอไว้ตรงนี้แหละ ”
พระพายเงียบปากขึ้นมาทันทีณ จุดๆนี้ ต้องเพิ่งเขาแล้วล่ะ ทำตัวดีๆ เรียบร้อยสัก 1 ชั่วโมง ละกันไม่งั้นได้นั่งเฝ้าถนนจริงๆแน่ เริ่มแสบๆ เข่าขึ้นมาแล้วสิ ท่องไว้ ใจเย็นๆ ๆ
“นายเรียนที่นี่ด้วยหรอปีไหนอะ ฉันปี1 นะ คณะวิศวะ ”
เขา: …………………… -_-
“นี่รถนายหรออย่างเท่ แล้วเมื่อกี้จอดตรงนี้ทำไม แวะซื้อหมูปิ้งหรอ? ”
เขา: …………………..
เหอะ คนถามแล้วไม่ตอบ เชอะอยากคุยด้วยตายหละ เธอบ่นเบาๆอยู่คนเดียว สักพักเขาขับรถมาจอดเทียบท่าหน้าร้านขายยาแล้วเขาก็เดินลงไปไม่พูดสักคำ กลับมาพร้อมกับถุงใส่ยามาครึ่งถุง
“ให้ส่งเธอตรงไหน”
“หน้าคณะวิศวะ ตรงนี้ๆเอ่อ ขอบคุณนะ”
“เดี๋ยว เอาไปทำแผลได้เือยู่นะ ที่เข่าน่ะ”
“เอ่อ ขอบคุณไม่เป็ไรหรอก แผลไม่เยอะ แค่ปวดๆตอนเดินนิดหน่อย”
ดูใจดีขึ้นมาทันทีแฮะหรือเมื่อกี้จะอคติกับเขาเกินไป ยังไงเขาก็อุตส่าห์ห์ช่วย? แถมยังจะแวะซื้อยาให้อีกพระพายเธอต้องตั้งสติอย่าไปกวนตีนเขาละกัน 555 เห็นว่าช่วยหรอกนะ
“ดื้อ!! ไหนดูซิ”
เขาแกะขวดน้ำเกลือออกมา หยดน้ำเกลือใส่ในก้อนสำลีแล้วค่อยๆเช็ดที่บริเวณรอยแผลจนเสร็จปิดทับด้วยผ้าก๊อซอีกที
จังหวะตกหลุมรักเป็แบบนี้ เสี้ยววินาที … เฮ้ย ตื่นๆ555คิดไปไกลเลยเรา
“ ขอบคุณนะเดี๋ยวคืนค่ายาให้ ”
“ไม่ต้องอย่าเจอกันอีกก็พอ”
คีรินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แล้วเขาก็ขับรถออกไปข้ามมาจอดลานจอดรถหน้าคณะนิเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับคณะวิศวะ
“ หึ หยิ่งซะด้วยเรียนนิเทศแน่เลย อย่าให้เจอละกันโดนจีบแน่ 555 ”
คีรินเดินกลับมาโรงอาหารฝั่งวิศวะที่ต้องไปจอดรถฝั่งนิเทศเพราะสายแล้วที่ฝั่งคณะวิศวะมักจะเต็มตลอดเมื่อเดินไปถึงโรงอาหาร ก็เจอกับสายตาที่ตั้งคำถามมาแต่ไกลของพวกเพื่อนจอมเสือก
“ทำไมมาช้าวะ ไหนมึงบอกจะถึงตั้งนานละพวกกูกินข้าวรอจนเสร็จแล้วเนี่ย”
เมลเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“อุบัติเหตุนิดหน่อย”
คีรีนตอบพร้อมนั่งลงด้านข้างของภีม
“อะไร ยังไงไหนเล่าซิ เพื่อนเมลสุดหล่อพร้อมรับฟังครับบบบ”
………………………………..
“ อะไรวะ ไม่ตอบ ? ถึงมึงจะี้เีพูดแต่กูอยากฟังว่ะ 555 ”
“เื่ของคนอื่นมึงจะอยากรู้อะไรนักหนา” ภีมตอบกลับเมลด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“เอ้าไอ้ภีมนี่เพื่อนกูนะเว้ย ไม่ใช่คนอื่น ฉะนั้น กูอยากรู้ได้ ใช่มั้ยวะไอ้อชิ”
เมลหันมาขอความเห็นจากอชิอีกที แต่มันดันไม่ตอบเห้อ ยอมมันจริงๆ เลยเื่ผู้หญิงเนี่ย ขอให้มีวันที่รถไฟมันชนกันสักทีอยากดูวันหายนะของมันให้เป็บุญตา
“ส่วนมึงไอ้อชิแชทสาวๆอะไม่ต้องตอบตลอดเวลาก็ได้จะเอาแชมป์คาสโนว่าตัวพ่อหรือไง เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเพื่อนบ้าง ”
“ก็กูไม่ได้ขี้เสือกเหมือนมึง555”
อชิตอบกลับไปด้วยสีหน้ากวนตีนเพราะหมั่นไส้มัน ั้แ่มาถึงมันพูดยังไม่ไดหยุดปากเลยสักที
“ก็ไม่มีอะไรก็แค่แวะช่วยลูกหมาข้างทาง แต่มันดันดื้อไปหน่อย”
คีรินยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงยัยลูกหมาที่เอ่ยถึง
…………………..………”อย่างมึงเนี่ยนะ?? กูว่าไม่ใช่ละ เพื่อนกูไม่ได้ใจบุญขนาดนั้น แล้วยังจะมายิ้มอีก”
“เออๆ ไปเรียนไปกินข้าวก็ไม่ทันละ คีรีนเอ่ยพร้อมลุกขึ้นเดินนำออกไป”