จี๋โม่หานกลั้วหัวเราะเบาๆ “อ๋อ? ความหมายขององค์ชายห้าก็คือข้าโยนความผิดให้เจ้าหรือ? ตอนที่ตรวจสอบใต้เท้าเจียงก็อยู่ อีกอย่างเรื่องที่ฝ่าบาทถูกวางยาพิษข้าเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวสักเท่าไหร่ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าฝ่าบาทถูกวางยาพิษได้อย่างไร?”
“เป็นเจ้า”สายตาขององค์ชายห้ามองจี๋โม่หานอย่างดุดัน แววตาปิดจิตสังหารเอาไว้ไม่มิด“เจ้าแก้แค้นให้คุณหนูซู ถึงได้จงใจใส่ร้ายข้า แต่คุณหนูซูไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าเลยเหตุใดเจ้าถึงใส่ใจนางขนาดนั้น ทั้งยังลงมือใหญ่โตเพื่อช่วยนางด้วย?”
สายตาของทุกคนต่างมองไปทางจี๋โม่หานตามคำพูดขององค์ชายห้ามีทั้งไม่เข้าใจทั้งสงสัย จริงด้วย ระหว่างจี๋โม่หานกับซูหมิงเยว่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเหตุใดจะต้องช่วยซูหมิงเยว่ถึงขนาดนี้
ตอนที่ทุกคนต่างยืนอยู่ตรงข้ามกับซูหมิงเยว่ก็มีแค่จี๋โม่หานที่ออกตัวพูดแทนนาง ทุกคนไม่เชื่อซูหมิงเยว่จี๋โม่หานกลับรั้นที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน
หากไม่ใช่เพราะจี๋โม่หาน ซูหมิงเยว่ที่ถูกใส่ร้ายในครั้งนี้คงจะรอดจากข้อสงสัยนี้ได้ยาก
ซูหมิงเยว่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจี๋โม่หานอยู่ตลอดถึงแม้จะหลับตา แต่สติก็ยังชัดเจน นางเองก็ได้ยินประโยคนี้
จริงสิ การที่จี๋โม่หานช่วยนางในครั้งนี้ก็แทบจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคนออกมาแล้วเช่นนั้นตอนนี้เขาจะตอบกลับอย่างไร
จี๋โม่หานเหมือนกับเดาความคิดของซูหมิงเยว่ได้ก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะจูบไปที่หน้าผากของนางเบาๆต่อหน้าทุกคนโดยไม่หลีกเลี่ยง
จากนั้นก็พูดออกมาอย่างตั้งใจแน่วแน่ทุกคำ “ได้เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้าตอนนี้เลยว่าเพราะเหตุใด นั่นเป็นเพราะว่านางคือคนในใจของข้านางจะเป็นชายาของข้า เป็นคนที่ข้ามองว่าสำคัญราวกับสมบัติล้ำค่า เข้าใจแล้วหรือยัง?”
ทั่วทั้งคุกเงียบกริบ
องค์ชายห้าเบิกตากว้าง เขามองจี๋โม่หานอย่างไม่อยากจะเชื่อคล้ายกับได้ยินเรื่องที่ไม่คาดคิด
ฮ่องเต้เองก็มองภาพนี้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
แทบทุกคนต่างไม่เชื่อว่า องค์ชายสามจี๋โม่หานที่ปกติมักเย็นชาเข้าหายากนั้นจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาและตกหลุมรักใครสักคน
มือที่จับสาบเสื้อของจี๋โม่หานกำแน่นขึ้นคำพูดทุกคำของจี๋โม่หานเข้าหูนางทุกคำ นางคิดไม่ถึงว่าเขาจะยอมรับต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
ยอมรับแล้ว ยอมรับแล้ว
ซูหมิงเยว่ไม่รู้ว่าตัวเองในตอนนี้ควรจะรู้สึกอย่างไรตะลึง ตกใจหรือว่าอย่างอื่น แต่ว่าตั้งแต่ได้สติกลับมาหลังจากตกตะลึงไปในใจก็หวานฉ่ำมาก จี๋โม่หานยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อหน้าทุกคน
นางคือคนในดวงใจของเขา
ซูหมิงเยว่รู้สึกปวดจมูกขึ้นมา ขอบตาร้อนขึ้นหลังจากเกิดใหม่นางร้องไห้น้อยมาก แต่ว่าในอ้อมกอดของคนที่ชอบตอนนี้แล้ว นางก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้
“เป็นอะไรไป”จี๋โม่หานรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของคนในอ้อมกอด เขาจึงก้มหน้าไปถามด้วยความเป็นห่วง“จะจัดการเสร็จแล้ว เด็กดี แม่หนู”
เสียงของเขาอ่อนโยนมากท่าทีตอนที่พูดกับคนอื่นเมื่อครู่นั้นคนละเรื่องกันเลย จนทำให้คนอื่นๆไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือองค์ชายสามผู้ที่เคยฆ่าคนได้อย่างเย็นชาคนนั้น
ซูหมิงเยว่ส่ายหน้าน้อยๆ เป็นการแสดงออกว่าตัวเองนั้นไม่เป็นอะไร
ทางด้านนั้นก็ทำตามคำสั่งของฮ่องเต้เพียงชั่วครู่หมอหลวงจ้าวก็ถูกพามาสีหน้าแตกตื่นหวาดกลัวคิดว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“เอาล่ะ เอาล่ะ” ฮ่องเต้โบกมืออย่างรำคาญ“เจ้าดูกากยานี้ว่ามันคืออะไร มีสรรพคุณอะไร?”
ผู้ดูแลใกล้ตัวที่อยู่ด้านข้างส่งกากยาไปให้หมอหลวงจ้าว หมอหลวงไม่กล้าชักช้าจึงรับกากยามาดูและดม
สายตาของทุกคนต่างจ้องไปที่เขาและรอคอยผลลัพธ์
หลังจากนั้นครู่หนึ่งสีหน้าของหมอหลวงจ้าวก็ย่ำแย่ขึ้นมา เขาขมวดคิ้วท่าทางหวาดกลัว “ฝ่าบาทกากยานี้หากดูจากยาทุกชนิดแต่ละอย่างแล้วไม่มีพิษร้ายอะไร แต่พอเอามารวมกันก็จะเป็นพิษเป็น....เป็น....”
หมอหลวงจ้าวตัวสั่นไม่หยุด
“เป็นอะไร?”ฮ่องเต้พูดอย่างหงุดหงิด
“เป็นพิษที่ฝ่าบาทโดนเมื่อหลายวันก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อพูดจบ ทุกคนก็เงียบกริบ
เจียงจ้าวลอบถอนหายใจ
สีหน้าของฮ่องเต้เปลี่ยนมาย่ำแย่มากยิ่งขึ้น และถามอีกรอบ“หมอหลวงจ้าวแน่ใจหรือ?”
หมอหลวงจ้าวคุกเข่าลงพร้อมพูดอย่างหวาดกลัว“มั่นใจมากพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่กล้าปกปิดฝ่าบาทนี่เป็นพิษที่ฝ่าบาทโดนเมื่อตอนนั้นจริงๆ”
องค์ชายห้าไม่อยากจะเชื่อ เขารีบพูดเสียงดุดัน “ไม่ใช่แบบนั้นนะเสด็จพ่อลูกไม่ได้เป็นคนทำ ลูกไม่รู้ว่ากากยานี้มาจากไหน ลูกจะวางยาพิษเสด็จพ่อได้อย่างไรจะต้องมีคนใส่ร้ายลูก ขอเสด็จพ่อโปรดตรวจสอบให้ชัดเจน”
สีหน้าของฮ่องเต้ดำคล้ำคล้ำจนแทบจะมีน้ำหมึกไหลออกมา แสดงออกชัดว่าโกรธจัด “ลูกทรพี”
องค์ชายห้าพุ่งเข้าไปคุกเข่าแล้วพูดเสียงหนักแน่น“เสด็จพ่อ ไม่ใช่ลูกจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ ขอเสด็จพ่อโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไม่พูดอะไร สายตาจ้องไปยังองค์ชายห้า แววตาเหมือนมีพายุขนาดใหญ่พอเขาโบกมือ ทหารอวี๋หลินด้านข้างก็รีบเข้ามาจับองค์ชายห้าทันที
องค์ชายห้าเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาดิ้นรนขัดขืนการจับกุมพร้อมพูด“เสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อโปรดตรวจสอบให้ชัดเจน ลูกยอมรับ ลูกเป็นคนใส่ร้ายคุณหนูซู แต่เรื่องวางยาไม่ใช่ลูกทำจริงๆพ่ะย่ะค่ะ”
สายตาของทุกคนมองไปที่องค์ชายห้า มีทั้งสงสัยทั้งไม่อยากจะเชื่อแต่ตอนนี้มีหลักฐานยืนยัน ความจริงได้ถูกเปิดเผยตรงหน้าแล้ว
“พอแล้ว” ฮ่องเต้ตวาดเสียงเข้ม“เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว จับองค์ชายห้าเข้าคุก แล้วค่อยจัดการขั้นต่อไป”
“เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ ท่านเชื่อลูกเถิดนะ”ดวงตาขององค์ชายห้าแดงก่ำ
เพียงครู่เดียวเขาก็ถูกทหารอวี๋หลินจับไปสถานที่แห่งนี้จึงกลับมาเงียบอีกครั้ง
เจียงจ้าวก้าวออกไปหนึ่งก้าว “ฝ่าบาทตอนนี้เรื่องได้ตรวจสอบชัดเจนแล้วขอฝ่าบาทโปรดคืนความบริสุทธิ์ให้ฮองเฮาเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องนี้เจิ้นจะจัดการเอง” ฮ่องเต้โบกมือแล้วมองจี๋โม่หาน“เอาล่ะ เอาล่ะ เรื่องที่คุณหนูซูถูกใส่ร้าย เจิ้นจะอธิบายกับสกุลซูและคืนความยุติธรรมให้กับคุณหนูซู”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีพ่ะย่ะค่ะ”จี๋โม่หานพูดเสียงเย็น “แต่ว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “องค์ชายสามยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
“คุณหนูซูถูกขังอยู่ในคุกแต่ว่าคนที่อยู่ด้านล่างกลับฟังคำสั่งขององค์ชายห้าใช้วิธีการทรมานคุณหนูซูด้วยตัวเอง เกรงว่าแบบจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
ฮ่องเต้มองซูหมิงเยว่ที่อยู่ในอ้อมกอดของจี๋โม่หานแล้วก็รู้สึกปวดหัว“นี่....คุณหนูไม่ได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้น ตอนนี้องค์ชายห้าก็ถูกขังคุกแล้วเจิ้นจะจัดการเขาตามกฎหมาย แค่นี้ก็ช่างมันเถิด”
บาดแผลไม่หนัก? นี่เรียกว่าไม่หนัก?
พวกหลิงชวนกำหมัดแน่นใช้วิธีการทรมานกับสตรีคนหนึ่งจนเกือบตาย ฮ่องเต้ยังพูดเหมือนตาบอดว่าแผลไม่หนัก?
สีหน้าของจี๋โม่หานเย็นเยียบกลิ่นอายเย็นแผ่ออกมาจากตัว “ข้าเองก็จะไม่ไล่บี้องค์ชายห้าแล้วข้าแค่ต้องการพวกคนที่ลงโทษเองตามใจชอบพวกนั้นในเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจกฎหมายของเมืองหลวง เช่นนั้นข้าจะสั่งสอนพวกเขาเอง”