เมื่อถึงเวลาที่คินเริ่มเฝ้ายาม เขาค้นพบว่าคืนนี้มีความเงียบสงัด ท่ามกลางเสียงลมพัดอ่อนๆ เขาก็เริ่มได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากมุมมืดของดันเจียน เสียงนั้นฟังเหมือนการต่อสู้และการเคลื่อนไหวที่วุ่นวาย ซึ่งดูเหมือนจะมาจากระยะทางไม่ไกล
“นนท์, ธีร์, ก้อง!” คินะโเบาๆ เรียกเพื่อนๆ ที่หลับอยู่ “ตื่นเถอะ มีเสียงต่อสู้หลบหนีดังมาจากที่ไหนสักแห่งในดันเจียน”
นนท์, ธีร์และก้องรีบตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงะโจากคิน พวกเขาจัดเตรียมอาวุธและเริ่มตั้งตัว
“เราต้องไปตรวจสอบ” ธีร์พูด “พิมพ์, มินท์! ตื่นเถอะ เรามีเื่สำคัญต้องไปดู”
พิมพ์และมินท์ตื่นขึ้นจากเสียงเรียกของธีร์ โดยรวบรวมสิ่งของและอาวุธให้เรียบร้อย
“มีอะไรเกิดขึ้น?” พิมพ์ถามอย่างสงสัย ขณะเตรียมคทาเวทมนต์ของเธอ
“มีเสียงการต่อสู้หลบหนีดังมาจากข้างนอก เราต้องไปดูให้แน่ใจ” คินตอบ
ทั้งห้าคนเริ่มเดินออกจากแคมป์อย่างระมัดระวัง พวกเขาตรวจสอบเส้นทางที่มาของเสียงดังเพื่อหาที่มาของเสียงการต่อสู้นั้น
เสียงดังยังคงดังมาเรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า เสียงอาจเป็การต่อสู้ระหว่างมอนสเตอ
“เราต้องหาตำแหน่งของเสียงให้ได้” ก้องกล่าว “และต้องระวังให้ดีไม่ให้เราถูกพบเห็น”
พวกคินพบว่ามีการต่อสู้ระหว่างไซครอปสองตัวและแฟรรี่หนึ่งตัวในพื้นที่ใกล้แคมป์ของพวกเขา เสียงของการต่อสู้และความวุ่นวายจากการไล่ล่าทำให้พวกเขาต้องหยุดและเฝ้าดูจากระยะไกล
“ไซครอปและแฟรรี่?” นนท์พึมพำ “เราไม่เคยเห็นมอนสเตอร์พวกนี้ในดันเจียนนี้มาก่อนเลย”
“ใช่” คินตอบ “ตามที่เรารู้ ดันเจียนนี้มีเพียงก็อบลิน ออร์ค โทรลล์ และแวร์วูลฟ์เท่านั้น แต่ตอนนี้มีไซครอปและแฟรรี่ที่มาเพิ่มขึ้น”
มินท์ขมวดคิ้ว “นั่นทำให้เราต้องตั้งคำถามว่ามอนสเตอร์พวกนี้มาจากไหน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในดันเจียนที่เรายังไม่รู้”
“อาจจะเป็การขยายหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบในดันเจียน” พิมพ์กล่าว “หรืออาจจะมีเหตุการณ์พิเศษที่ทำให้มอนสเตอร์ใหม่เข้ามา”
“เราต้องระมัดระวังให้ดี” ก้องกล่าว
“พวกเราต้องไปช่วยแฟรรี่!” คินสั่งการ ขณะที่พวกเขารีบเดินไปยังจุดเกิดเหตุ
เมื่อพวกเขามาถึง พวกไซครอปสองตัวกำลังไล่ล่าแฟรรี่ที่บินไปมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกไซครอปถือค้อนใหญ่ในมือ พวกคินเตรียมตัวเข้าสู่การต่อสู้
คินพุ่งเข้าไปข้างหน้า ใช้หอกสายฟ้าโจมตีไซครอปที่อยู่ด้านขวา สายฟ้าจากหอกฟาดใส่ไซครอปทำให้มันเกิดการสั่นะเืและกระเด็นไปด้านหลัง ขณะเดียวกัน ไซครอปยกค้อนใหญ่ขึ้นและฟาดลงไปที่ธีร์อย่างรุนแรง ซึ่งทำให้พื้นดินสั่นะเื ธีร์ก้มตัวลงเล็กน้อยและยกโล่ของเขาขึ้นอย่างมั่นคงเพื่อป้องกันการโจมตีที่รุนแรงนั้น โล่ของเขาสั่นไหวไปมาเมื่อรับแรงกระแทก แต่เขายังยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง
เมื่อไซครอปหยุดโจมตี ธีร์รีบใช้โอกาสนี้ฟันดาบของเขาไปที่ไซครอป เขาใช้ดาบของเขาฟันออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำการเคลื่อนไหวที่ชำนาญ ดาบของเขาตัดผ่านขอบของโล่ไซครอปและสร้างความเสียหายให้กับมัน ธีร์หมุนตัวและฟันดาบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไซครอปต้องรับความเ็ปจากการโจมตีของเขา
ไซครอปฟาดค้อนไปที่คิน แต่คินหลบได้ทันพอดี ขณะที่ไซครอปสับแรงโจมตีลงมา พื้นดินรอบข้างสั่นะเื ทำให้ทรายและหินกระเด็นไปทั่ว ธีร์ใช้โล่ของเขาป้องกันการโจมตีที่รุนแรงและโจมตีไซครอปด้วยดาบ แต่บางครั้งการโจมตีของเขาพลาดเนื่องจากการเคลื่อนไหวของไซครอป
มินท์ยืนอยู่ข้างๆ คินและธีร์ พร้อมที่จะใช้เวทมนตร์เพื่อช่วยในการต่อสู้ เธอเห็นการต่อสู้ของไซครอปและรู้ว่าต้องใช้เวทมนตร์ของเธออย่างมีประสิทธิภาพ
มินท์ยืนมั่นในท่าตั้งรับ เธอยกมือขึ้นและเริ่มร่ายเวท “ฟลัมมา โอบลิเวียน!” เปลวไฟพุ่งออกไปจากมือของเธออย่างรวดเร็วและร้อนแรง เปลวไฟนั้นโหมกระหน่ำและลุกไหม้ไซครอปที่อยู่ด้านหน้า ไซครอปแผดร้องด้วยความเ็ป ขนที่แข็งกระด้างของมันถูกเผาไหม้จนส่งกลิ่นไหม้ไปทั่วบริเวณ การโจมตีของมินท์ทำให้ไซครอปต้องหมุนตัวและพยายามปัดเปลวไฟออกจากร่างกาย และส่งผลให้มันได้รับาเ็จากการเผาไหม้
พิมพ์ยืนอยู่ด้านหลังและใช้เวทมนตร์รักษาและเพิ่มพลังให้กับทีม เธอร่ายเวท "ลุกซ์ คูราเร่!" ซึ่งเป็เวทรักษาที่ช่วยเติมพลังชีวิตและรักษาาแให้กับทีม
ในระหว่างการต่อสู้ พิมพ์ยังใช้เวท "ฟอร์ติตูโด ออกเมนทัม!" เพื่อเพิ่มพลังและความทนทานให้กับสมาชิกในทีม ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งในการต่อสู้และสามารถทนทานต่อการโจมตีของศัตรูได้ดียิ่งขึ้น
ก้องมองไปที่ไซครอปตัวหนึ่งที่กำลังหมุนค้อนั์ของมันมาอย่างรุนแรง เขารู้ว่าต้องใช้ทักษะการต่อสู้ของเขาเพื่อจัดการกับมันอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้หมัดขวาและซ้ายในการโจมตีอย่างมีระเบียบ
“ตอนนี้แหละ!” ก้องคิดในใจ ขณะที่เขาจับจังหวะและพร้อมที่จะใช้ท่า
ไซครอปยกค้อนขึ้นเตรียมโจมตี แต่ก้องยืนตรงหน้าพอได้ระยะเตะ เขายกเท้าขวาขึ้นและเตรียมที่จะใช้ท่าปักลูกทอยด้วยการเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของไซครอป
ก้องยกเท้าขวาขึ้นและเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของไซครอปจากขวาไปซ้าย พร้อมกับโน้มตัวเล็กน้อย เขางอแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อป้องกันหน้า ขณะที่เขาโจมตีอย่างเต็มที่ ไซครอปกระเด็นไปข้างหลังจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงของก้อง
นนท์ใช้ธนูยิงลูกธนูไปที่ไซครอปที่กำลังไล่ตามแฟรรี่ เขายิงได้แม่นยำ ลูกธนูเจาะไปที่ขาของไซครอปทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง ขณะเดียวกันเขาก็เคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ดีขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของไซครอป
เขาเล็งไปที่ไซครอปอย่างแม่นยำและยิงอีกครั้ง ลูกธนูที่สองเจาะเข้าไปที่ร่างกายของไซครอป ขยับตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของมัน ครั้งนี้ ลูกธนูของนนท์พุ่งไปที่หัวของไซครอปอย่างแม่นยำ ลูกธนูเจาะทะลุไปยังจุดสำคัญ ทำให้ไซครอปรู้สึกเ็ปและเสียสมาธิ
ไซครอปอีกตัวที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของป่าขยับออกมาและโจมตีอย่างรวดเร็ว โดยมันใช้ค้อนั์ของมันฟาดลงมาที่พื้น ทำให้ก้องและคินต้องพยายามหลบหลีก การโจมตีที่รุนแรงนี้ทำให้พวกเขาต้องะโหลบหรือหมอบลงไป
“ระวัง! อีกตัวมาแล้ว!” ธีร์ะโ ขณะที่เขาใช้โล่ของเขาป้องกันการโจมตีและฟันไซครอปด้วยการโจมตีของธีร์รุนแรงและแม่นยำ ดาบของเขาทำเข้าใส่ไซครอป
มินท์เห็นว่าไซครอปอีกตัวยังคงต่อสู้ได้อย่างดุเดือด มินท์รู้ว่าเธอจะต้องเพิ่มความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ เธอเปลี่ยนการร่ายเวทไปเป็เวทน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว “กลาซิอุส ฟริกัส!” น้ำแข็งพุ่งออกไปจากมือของเธอและกระทบกับไซครอป น้ำแข็งเหล่านี้ปกคลุมร่างของไซครอป ทำให้มันเคลื่อนไหวได้ช้าลงและเกิดการเคลื่อนไหวที่สะดุด
ไซครอปที่ถูกน้ำแข็งปกคลุมรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แทรกซึมไปถึงกระดูก มันดิ้นรนและพยายามที่จะสลัดน้ำแข็งออก แต่เวทน้ำแข็งของมินท์ทำให้การเคลื่อนไหวของมันช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนร่วมทีมสามารถใช้โอกาสนี้โจมตีมันได้ง่ายขึ้น
“มินท์! เยี่ยมมาก!” คินะโให้กำลังใจ คินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ เขายกหอกสายฟ้าขึ้นสูงโจมตีด้วยหอกทำให้เกิดประกายไฟฟ้าสว่างจ้าพุ่งออกไปจากปลายหอก เสียงฟ้าร้องและกระแสไฟฟ้าปะทุออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ไซครอปสั่นะเืและกระเด็นถอยหลัง
กระแสไฟฟ้าจากหอกสายฟ้าของคินเจาะลึกลงไปที่ร่างของไซครอป ทำให้มันได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ไซครอปแผดร้องด้วยความเ็ป ขนที่เปียกปอนจากเวทน้ำแข็งถูกกระแสไฟฟ้าผลาญจนกลายเป็เถ้าถ่าน
พิมพ์เมื่อเห็นว่าพวกคินมีาแจากการต่อสู้ พิมพ์ยิ้มอย่างมั่นใจและร่ายเวทมนตร์ “ลุกซ์ คูราเร่!” แสงสีทองอ่อน ๆ ปรากฏขึ้นจากมือของเธอ เปล่งประกายอย่างอบอุ่นและค่อยๆ ปกคลุมไปยังพวกคิน การรักษานี้ทำให้าแของพวกเขาหายไปอย่างรวดเร็ว และเติมพลังชีวิตที่สูญเสียกลับคืนมา ทำให้พวกเขามีความพร้อมในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น
พิมพ์ยังคงยืนอยู่ด้านหลังของทีม ตรวจสอบสถานการณ์และพร้อมที่จะใช้เวทมนตร์อีกครั้งหากจำเป็ เธอเป็ส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมสามารถดำเนินการต่อไปในดันเจียนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
นนท์เห็นว่าไซครอปกำลังพยายามโจมตีอย่างอาละวาด นนท์ตัดสินใจยิงลูกธนูที่มีขนาดใหญ่และหนักขึ้น ลูกธนูนี้จะเพิ่มความเสียหายได้มากขึ้นและทำให้ไซครอปได้รับาเ็อย่างรุนแรง เขายิงลูกธนูออกไปและมันเจาะลึกลงไปในบริเวณช่องท้องของไซครอป การโจมตีนี้ทำให้ไซครอปสะดุ้งและทิ้งระยะห่างออกไป
ด้วยความพยายามร่วมกันและกลยุทธ์ที่ดี พวกคินสามารถจัดการไซครอปได้สำเร็จ คินใช้หอกสายฟ้าแทงไซครอปตัวสุดท้ายจนมันล้มลงสู่พื้น นนท์ใช้ธนูยิงลูกธนูสุดท้ายไปที่ไซครอปตัวที่เหลือจนมันล้มลง
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง พวกคินหันไปหาสาวน้อยแฟรรี่ที่บินอยู่ใกล้ๆ ดูเหมือนมันจะปลอดภัยดีและขอบคุณพวกเขาที่มาช่วยเหลือ
เมื่อไซครอปล้มลง มันปล่อย :
พวกคินเริ่มเก็บของที่ตกลงมาจากมอนสเตอร์
นนท์เดินไปเก็บเหรียญที่กระจัดกระจายอยู่ใกล้ๆ ซากของไซครอป เขาเก็บเหรียญทั้งหมดอย่างระมัดระวังและเก็บไว้ในกระเป๋าของเขา
ก้องเดินไปยังซากของไซครอปที่ทิ้งเกราะไว้บนพื้น เขาหยิบมันขึ้นมาและดูรายละเอียด "เกราะนี้น่าจะเป็ของดี ดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งสูง" เขาหันไปหาธีร์ "นี่ ธีร์ เกราะนี้น่าจะเหมาะกับนาย"
ธีร์รับเกราะจากก้องและสวมมันทันที เกราะเหล็กขัดเงามีลักษณะหนักและมีการขัดเงาอย่างดี ทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น เขาหันมาพูดกับเพื่อนๆ ด้วยความมั่นใจ "ขอบคุณมาก ก้อง นี่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเราได้ดี"
เธอยิ้มให้กับทีมและยื่นให้พิมพ์ "นี่สำหรับเธอ พิมพ์ อาจจะเป็ประโยชน์ในการเพิ่มพลังเวท"
พิมพ์รับไอเทมมานาและขอบคุณมินท์ เธอนำมันไปเก็บไว้ในกระเป๋าและรู้สึกถึงพลังที่สามารถเสริมให้กับการรักษาและสนับสนุนพวกเขาได้มากขึ้น
"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว" คินพูด คินหันไปทางแฟรรี่และกล่าว "เราจะกลับไปที่แคมป์เพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ก่อนอื่น เธอมีที่ปลอดภัยหรือที่พักที่เราสามารถพาเธอไปหรือเปล่า?"
เมื่อคินพูดกับแฟรรี่เสร็จ กลุ่มของเขาก็หันไปยังแฟรรี่ที่บินอยู่และได้เห็นคินพูดกับมัน ทุกคนรู้สึกงุนงงและพึมพำกันเบาๆ
ธีร์ถามด้วยความสงสัย "คิน, นายพูดกับมันได้ยังไง? มอนสเตอร์ไม่พูดกันนี่?"
มินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่ายหัวด้วยความสงสัย "เราไม่เคยเห็นมอนสเตอร์ที่สามารถพูดได้มาก่อนเลย มันดูแปลกมาก"
พิมพ์ซึ่งเพิ่งหายจากความใพูด "ฉันก็คิดว่ามอนสเตอร์ไม่สามารถพูดได้เหมือนกัน มันเป็ไปได้ยังไงที่มันจะตอบคำถามเราได้?"
แฟรรี่บินมาหยุดอยู่กลางวงของกลุ่มคิน ส่องแสงสีสวยงามที่ระยิบระยับไปทั่วบริเวณ เธอหันมาที่กลุ่มคินและเริ่มพูดด้วยเสียงที่แปลกใหม่และนุ่มนวล
"ขอโทษที่ทำให้ทุกคนใ," แฟรรี่กล่าว "จริงๆ แล้วข้าไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไป ข้าเป็แฟรรี่ที่มีความสามารถในการพูดและสื่อสารได้ มันเป็คุณสมบัติของพวกเราเองที่สามารถทำให้เราพูดคุยกับผู้ที่มีจิตใจดีหรือมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ"
นนท์ที่ถือธนูอยู่พยักหน้าเห็นด้วย "มันเป็ไปได้ว่ามอนสเตอร์ในดันเจียนนี้อาจจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปจากที่เราเคยรู้จักมาก่อน"
ธีร์ยิ้มเข้าใจและพูด "แสดงว่าเราต้องเจอความแปลกใหม่มากมายในดันเจียนนี้"
แฟรรี่พยักหน้า "ใช่ และข้าดีใจที่พวกเ้ามาช่วยฉัน ขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้"
พิมพ์ที่ยิ้มแย้มพูด "เรายินดีมากที่ได้ช่วยเหลือกัน มันเป็ประสบการณ์ที่น่าจดจำ"
คินกล่าว "เราจะต้องเตรียมตัวให้ดีเพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดในดันเจียนนี้ และจะดีใจมากที่มีเพื่อนใหม่อย่างเธออยู่ด้วย"
กลุ่มคินเริ่มรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นเมื่อแฟรรี่เปิดเผยความลับของเธอ พวกเขาเริ่มเดินกลับไปที่แคมป์