วันนี้ปาริฉัตรขอลางานหนึ่งวัน เพราะต้องพาน้องเอมไปตรวจสุขภาพและตัดไหมออกที่โรงพยาบาลตามนัดหญิงสาวแต่งกายในชุดกางเกงยีนสีดำขายาวกับเสื้อสีขาวคอเต่าแขนยาว เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพราะ่นี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นแล้วส่วนน้องเอมเธอจัดการให้สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหนาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเช่นกันวันนี้นอกจากไปหาหมอตามนัดแล้วหญิงสาวตั้งใจจะพาลูกกับกิ่งแก้วไปเที่ยวต่อด้วย
ดังนั้นทั้งสามคนจึงแต่งตัวกันค่อนข้างสวยงามเป็พิเศษทันทีที่ได้ยินเสียงรถและเสียงบีบแตรเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าบ้านปาริฉัตรก็คว้าตัวน้องเอมขึ้นอุ้มแล้วเดินออกจากบ้านไปกิ่งแก้วที่เดินรั้งท้ายจัดการล็อกประตูบ้านจนเรียบร้อยก็เดินตามสองแม่ลูกขึ้นรถแท็กซี่ไป
ปาริฉัตรไม่มีรถยนต์ส่วนตัวขับเพราะคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปเวลาที่จำเป็ต้องออกไปไหนเธอก็ใช้บริการรถแท็กซี่เอาเพราะสะดวกดีอีกอย่างส่วนมากถ้าเธอจะไปไหนชาติชายก็มักจะเป็คนพาไปตลอดเธอจึงไม่เดือดร้อนที่จะซื้อรถมาใช้
รถแท็กซี่ที่หญิงสาวโทรเรียกมาพาทุกคนไปยังจุดหมายปลายทางที่้าหลังจากจัดการจ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จเรียบร้อยทั้งสามก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาลทันทีโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งยืนแอบมองอยู่ตรงข้างพุ่มไม้ดัด
“ปา...” พงศกรร้องเรียกชื่ออดีตภรรยาเสียงแ่ด้วยความดีใจนี่ไม่ใช่ความฝันและไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไปแล้ว เขาเห็นเธอเต็มๆสองตาและเธอก็มีเืเนื้อมีตัวตนให้เขาจับต้องได้จริงๆ ชายหนุ่มทำท่าจะก้าวเข้าไปหาเพื่อพูดคุยกับหญิงสาวให้เข้าใจแต่วัฒนาดึงแขนเอาไว้เสียก่อน
“อย่าครับเ้านายถ้าเ้านายเข้าไปหาตอนนี้คุณปาอาจจะหนีเตลิดไปอีกก็ได้นะครับ” คำเตือนของวัฒนาทำให้พงศกรได้สติใช่...ถ้าเธอเห็นเขาอาจจะหาทางหลบเลี่ยงหนีหายไปอีกก็ได้ เขาควรไปรอเธออยู่ที่ห้องตามที่เพื่อนบอกจะดีกว่าแต่เพราะความใจร้อนอยากเห็นหน้าเธอเร็วๆ ทำให้เขาลงมาแอบยืนรออยู่ข้างล่างนี่แทน
“งั้นขึ้นไปรออยู่ข้างบนกันเถอะวัฒนานายรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง”
“ครับ”
สองหนุ่มเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อจะขึ้นไปยังห้องพักประจำตัวของหมอนิรุตน์ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปนั้นพวกเขาเกือบปะหน้ากับปาริฉัตรเพราะพวกเธอยังอยู่ที่ชั้นล่างกันถ้าเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อนแขนเธอจะไม่เรียกร้องความสนใจจากมารดาไปซะก่อนก็คงได้พบหน้ากันจังๆไปแล้ว แต่ผู้หญิงอีกคนที่มากับปาริฉัตรนั้นเห็นพวกเขาเข้าเต็มๆ ตาแต่ก็มองเหมือนคนแปลกหน้าเท่านั้นทำให้พงศกรโล่งใจและไม่คิดชักช้าอีกต่อไปดังนั้นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกเขาก็รีบเดินเข้าไปในลิฟต์ทันทีและกดปิดประตูอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรคะน้องเอม” ปาริฉัตรถามลูกน้อยในอ้อมแขนเสียงอ่อนโยน
“แม่จ๋า...ปวดฉี่ น้องเอมปวดฉี่”
“หรือจ๊ะ งั้นเดี๋ยวแม่พาไปเข้าห้องน้ำนะลูกกิ่งจ๊ะ...รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวพี่พาน้องเอมไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“ค่ะ” กิ่งแก้วรับคำก่อนจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่จัดไว้สำหรับคนไข้นั่งรอเวลาผ่านไปไม่กี่นาทีปาริฉัตรก็เดินจูงมือน้องเอมออกมาจากห้องน้ำจากนั้นทั้งสามคนก็ขึ้นไปยังห้องตรวจเมื่อใกล้ถึงเวลานัดแล้ว
“สวัสดีครับคุณปา คุณกิ่ง สวัสดีจ้ะน้องเอม” หมอนิรุตน์ทักทายทุกคนอย่างเป็กันเองก่อนจะหันมาทักเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนใจดี
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” ปาริฉัตรตอบกลับด้วยรอยยิ้มแจ่มใสก่อนจะยกมือไหว้คุณหมอหนุ่มพร้อมกับกิ่งแก้วซึ่งหมอนิรุตน์ก็ยกมือขึ้นรับไหว้สองสาวด้วย
“เดี๋ยวคุณปาอุ้มน้องเอมไปนอนบนเตียงเลยนะครับผมจะตรวจอาการของแกแล้วตอนที่กลับไปพักที่บ้านนี่น้องเอมมีอาการเป็ยังไงบ้างครับ”
“ก็ดีขึ้นค่ะรู้สึกว่าแกจะไม่เป็ไข้และไม่ร้องปวดหัวด้วยมีแต่จะร้องว่าเมื่อไรจะเอาผ้าปิดแผลออกเสียที”
หมอนิรุตน์หัวเราะขำแล้วหันไปบอกน้องเอมเสียงอ่อนว่า“วันนี้แหละจ๊ะน้องเอมเดี๋ยวอาหมอจะเอาผ้าปิดแผลออกให้ หนูรำคาญมันใช่ไหม”
น้องเอมยิ้มแป้นพลางพยักหน้ารับ
“เอาละ ถ้าอยากเอาออกก็ต้องให้อาหมอดูแผลก่อนนะครับ”ว่าแล้วหมอนิรุตน์ก็เปิดผ้าแผ่นเล็กๆ ที่ปิดแผลบนหน้าผากของน้องเอมออก
ปาริฉัตรนั่งดูหมอกับนางพยาบาลทำงานกันอย่างกังวลเพราะกลัวว่าน้องเอมจะเจ็บแต่ลูกสาวเธอกลับไม่ร้องออกมาสักแอะเดียวจึงทำให้เธอใจชื้นขึ้นจนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ทว่าสีหน้าเคร่งเครียดของหมอนิรุตน์ทำให้หญิงสาวรู้สึกกังวลใจขึ้นมาอีกรอบเพราะคิดว่าน้องเอมอาจมีอาการผิดปกติอะไรขึ้นมาหรือเปล่าซึ่งเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้หมอหนุ่มรู้สึกกังวลใจนั้นไม่ได้เกี่ยวกับน้องเอมเลยแต่มันเกี่ยวกับแม่ของน้องเอมต่างหากล่ะ
หมอนิรุตน์เผลอถอนใจออกมาด้วยความหนักใจที่ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเพื่อนรักชายหนุ่มมองหน้าปาริฉัตรก่อนจะเอ่ยขอโทษเธออยู่ในใจ ยกโทษให้ผมด้วยเถอะนะครับคุณปาผมไม่อยากให้เพื่อนผมต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว อย่าโกรธผมเลยนะเมื่อเอ่ยขอโทษขอโพยอีกฝ่ายในใจเสร็จแล้วหมอหนุ่มก็ตัดสินใจทำตามแผนที่วางเอาไว้เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวด้วยสีหน้าที่ยังติดเครียดไม่หาย
“คุณปาครับ ผมขอเชิญที่ห้องทำงานของผมสักครู่เถอะครับผมมีอะไรจะบอกกับคุณ”
สีหน้าของหมอนิรุตน์ทำให้ปาริฉัตรเข้าใจผิดคิดว่าน้องเอมคงเป็อะไรร้ายแรงจริงๆน้ำเสียงที่เธอใช้ถามเขาออกไปจึงทั้งสั่นและเครืออย่างหวาดหวั่น
“น้องเอมเป็อะไรหรือคะคุณหมอ”
หญิงสาวเดินเข้าไปหาลูกน้อยที่นั่งตาแป๋วมองอยู่บนเตียงด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอเพราะตีตนไปก่อนไข้แล้วว่าน้องเอมอาจเป็อะไรร้ายแรงเกี่ยวกับสมองซึ่งกิ่งแก้วก็คิดตรงกันจึงมีอาการไม่ต่างจากนายสาวเท่าไรนักพอเห็นท่าทางของสองสาวคุณหมอหนุ่มก็รีบชี้แจงทันที
“ไม่ใช่เกี่ยวกับอาการาเ็ของน้องเอมหรอกครับสบายใจได้”
“อ้าว...” สองสาวอุทานออกมาพร้อมกันก่อนจะนึกโกรธคุณหมอคนนี้ขึ้นมาวูบหนึ่งที่ทำให้พวกเธอเข้าใจผิด
“ถ้าอย่างนั้นเื่อะไรล่ะคะ”
“คุณไปคุยกับผมที่ห้องทำงานผมสักครู่หนึ่งดีกว่าครับแล้วผมจะบอกว่าเื่อะไร”
“ทำไมคุณหมอถึงต้องให้พี่ปาไปคุยที่ห้องทำงานด้วยคะ”กิ่งแก้วเริ่มมองอย่างไม่ไว้วางใจจึงทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกอึดอัดใจเหลือเกินนี่ถ้าพงศกรไม่ใช่เพื่อนรักของเขาละก็เขาไม่มีวันยอมทำเื่เช่นนี้ที่โรงพยาบาลเด็ดขาด
“เชื่อใจผมเถอะครับผมไม่ทำอะไรคุณปาหรอกก็แค่อยากคุยด้วยเท่านั้น ผมเป็หมอนะครับไม่ใช่ผู้ร้ายที่ไหนพวกคุณไม่เชื่อใจผมเหรอ”
สองสาวมองหน้ากันอย่างชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่งก่อนปาริฉัตรจะตอบตกลง
“ก็ได้ค่ะ ปาขอโทษนะคะที่มองคุณหมอในแง่ไม่ดีไว้ก่อน”
“ไม่เป็ไรหรอกครับผมเข้าใจถ้าคุณปาพร้อมแล้วก็ตามผมมาเลยครับ” หมอนิรุตน์ส่งยิ้มให้แล้วเดินนำออกจากห้องตรวจไปก่อนปาริฉัตรหันไปมองหน้าลูกน้อยกับกิ่งแก้วก่อนจะเดินตามคุณหมอออกไปโดยมีสายตาของลูกจ้างสาวมองตามไปด้วยความสงสัย
คุณหมอหนุ่มเดินนำหญิงสาวมายังห้องทำงานของตนเองเขาเชิญเธอเข้าไปในห้องโดยเปิดประตูอ้าไว้เพื่อความบริสุทธิ์ใจปาริฉัตรก้าวเข้าไปยืนในห้องพลางกวาดสายตาไปทั่วห้องสีขาวสะอาดตาแห่งนั้นอย่างสำรวจก่อนจะหันกลับมามองหน้าคุณหมอที่ยืนปิดทางเข้าออกตรงประตูไว้รอยยิ้มอ่อนโยนเป็มิตรที่เขาส่งมาให้ทำให้รู้สึกเธอผ่อนคลาย
หญิงสาวขอสารภาพเลยว่าค่อนข้างไม่ไว้ใจเขาเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ถึงจะรู้จักอาชีพเขาแต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหมอที่หน้าตาท่าทางใจดีแต่ความจริงแล้วใจอำมหิตก็มีถมเถไปไม่ใช่หรือ
“เชิญพูดธุระที่คุณหมอจะบอกฉันมาได้เลยค่ะ” ปาริฉัตรเป็ฝ่ายเปิดฉากสนทนาขึ้นก่อนเพราะ้าพูดกันให้เสร็จเร็วๆจะได้ออกไปจากห้องนี้เสียที
“คือ...ผมมีคนๆ หนึ่งที่อยากให้คุณปาพบหน่อยน่ะครับ”
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นพลางคิดในใจว่าใครกันนะที่เขาอยากให้เธอพบ
“ใครคะ?”
เพียงสิ้นคำถามประตูบานหนึ่งก็ถูกเปิดออกปาริฉัตรหันขวับไปมองก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากหลังประตูบานนั้น
ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน มันต้องเป็ภาพลวงตาแน่ๆเขาไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้หรอก ไม่มีทาง!
หญิงสาวส่ายหน้าไปมาด้วยความหวาดหวั่นระคนไม่เชื่อในสายตาของตัวเองเธออยากให้ตัวเองแค่เกิดภาพหลอนไปเท่านั้นแต่ดูท่าคงเป็ไปไม่ได้เมื่อร่างสูงและวงหน้าที่ฝังอยู่ในใจของเธอตลอดมานั้นเดินเข้ามาใกล้และถ้าเธอมองไม่ผิดริมฝีปากของเขานั้นมีรอยยิ้มแต้มอยู่แววตาก็มีประกายแห่งความดีใจฉายชัดออกมาอีกด้วย
“ปา...ในที่สุดผมก็ได้พบคุณจริงๆ เสียทีผมคิดถึงคุณเหลือเกิน” พงศกรเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่เขาเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วแล้วสวมกอดร่างบางไว้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวปาริฉัตรใจึงยืนนิ่งให้เขากอดก่อนจะดิ้นรนขัดขืนหลังจากที่ตั้งสติได้
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! คุณหมอคะช่วยฉันด้วยค่ะ” ปาริฉัตรหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่พาเธอมาทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าเพราะไม่มีร่างของหมอนิรุตน์ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วแถมประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้ก็ถูกปิดสนิทอีกด้วยเธอจึงหันมามองคนที่กอดเธออยู่ด้วยความโมโหสุดขีดเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเสียแล้ว
“ปล่อยฉันนะคุณพงศกร คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้นะเข้าใจไหม!” หญิงสาวตวาดใส่และพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งแต่ก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน
“ผมรู้ปา ผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่ผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ผมอยากกอดคุณอยากจูบคุณใจแทบขาด...” ชายหนุ่มบอกเสียงสั่นเครือนิดๆ เพราะพยายามสะกดอารมณ์ต่างๆเอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวริมฝีปากหนาจึงกดปิดเรียวปากบางทันทีที่มีโอกาสอย่างแสนคิดถึงปาริฉัตรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะจึงเป็โอกาสให้อีกฝ่ายรุกรานได้ตามใจชอบมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งเธอรวบรวมสติได้จึงเริ่มดิ้นรนใหม่อีกครั้ง
ไม่! เขาไม่มีสิทธิ์มาทำกับเราแบบนี้อีกแล้ว!
หญิงสาวร้องบอกตนเองอยู่ในใจพร้อมกันนั้นก็พยายามผลักร่างแกร่งออกห่างอย่างสุดกำลังซึ่งครั้งนี้เธอทำได้สำเร็จและทันทีที่ได้รับอิสระปาริฉัตรก็ตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมสันเต็มๆแรงอย่างแค้นเคืองระคนเสียใจ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามที่ฉายแววเจ็บช้ำเขาเห็นเธอเป็ตัวอะไรถึงได้ทำแบบนี้กับเธอเขาเห็นเธอเป็คนไม่มีค่าไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรืออย่างไรกันถึงไม่คิดให้เกียรติกันเลย
พงศกรรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบที่ถูกตบสติที่กระเจิดกระเจิงไปเมื่อครู่นี้กลับคืนมาอย่างรวดเร็วชายหนุ่มมองหญิงเดียวในดวงใจด้วยสายตาขอลุแก่โทษแต่มันก็ไม่ทำให้เธอหายโกรธได้
“ฉันเกลียดคุณ!” ปาริฉัตระโใส่หน้าแล้ววิ่งไปที่ประตูเพื่อจะหนีทว่าก็ไปไม่ถึงเมื่อร่างสูงเดินตามมายืนขวางตรงประตูเอาไว้“ถอยออกไปนะ!” เธอตวาดใส่อีกครั้งเสียงสั่นตัวสั่นไปหมด
“ไม่จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เื่”
“เราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้วเพราะเื่ทุกอย่างมันจบลงไปนานแล้วหรือคุณเพิ่งคิดได้ว่ายังแก้แค้นฉันไม่พอที่ทำให้ลูกตาย” หญิงสาวถามเสียงสะอึกสะอื้นพลางมองเขาด้วยแววตาเจ็บช้ำทำไมนะ ทำไมเขาไม่ยอมหยุดเสียที ทำไมเขาใจร้ายได้ถึงขนาดนี้นะ
พอเห็นน้ำตาและแววตาตัดพ้อต่อว่าของเธอแล้วพงศกรก็ปวดใจพอกันเขารู้ว่าเขาทำผิดต่อเธออย่างไม่น่าให้อภัยแต่ก็ขอโอกาสให้เขาได้อธิบายและขอโทษบ้างเถอะไม่อย่างนั้นเขาคงอัดอั้นใจไปจนตาย
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะปา ที่ผมมาหาคุณก็เพราะ...”เขาพูดไม่ทันจบประโยคดีเธอก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่อยากฟังออกไปจากชีวิตฉันซะแล้วไม่ต้องมาเจอฉันอีก อย่ามาทำลายชีวิตของฉันอีกเลย ฉันขอร้องหยุดเสียที หยุดเสียที!” หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญจนแทบขาดใจพงศกรก็ร้องไห้ไม่ต่างจากเธอเช่นกันและได้แต่นึกตัดพ้อเธออยู่ในใจ
ทำไมนะ ทำไมคุณถึงไม่ฟังผมอธิบายบ้าง ทำไม...
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาพลางเอื้อมมือหมายจะไปแตะร่างบางที่ยืนปิดหน้าร้องไห้อยู่แต่ก็เอื้อมไปไม่ถึงเพราะร่างบางสะบัดตัวหนีพร้อมกับตวาดไล่ออกมาลั่นห้อง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!! ฉันไม่อยากพบคุณอีกแล้วฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณ!! ได้ยินไหมว่าฉันเกลียด...เกลียดๆๆ เกลียดคุณที่สุดเลย”หญิงสาวต่อว่าไปก็ผลักอกชายหนุ่มไปด้วยและเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ระวังตัวจึงล้มลงไปกระแทกพื้นเต็มแรงปาริฉัตรหยุดชะงักด้วยความใก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้แล้วเปิดประตูวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วพงศกรมองตามด้วยความรู้สึกราวกับถูกกระชากดวงใจออกจากร่างเขากำมือแน่นแล้วชกลงที่พื้นข้างตัวอย่างโมโหตัวเอง
วัฒนาที่ยืนคอยอยู่หน้าห้องตามคำสั่งเมื่อเห็นปาริฉัตรวิ่งออกมาจากห้องเขาก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องจึงได้เห็นเ้านายตัวเองนั่งชกพื้นระบายอารมณ์อยู่เขาจึงรีบเข้าไปห้าม
“เ้านายครับ อย่าทำร้ายตัวเองเลย”
“ฉันมันเลว ฉันมันเลวที่สุด เขาไม่ฟังฉันเลยเขาเกลียดฉันมากวัฒนา แม้แต่หน้าฉันเขายังไม่อยากมองด้วยซ้ำไป ฉันมันเลว มันเลว!”ชายหนุ่มคร่ำครวญอย่างเสียใจและยังชกพื้นไม่หยุดจนวัฒนาต้องรั้งมือเอาไว้
“พอเถอะครับ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยครับเ้านายคุณปาเธอยังไม่เข้าใจเ้านายดีพอ เ้านายก็ควรจะตามไปอธิบายให้เธอเข้าใจสิครับไม่ใช่มานั่งทำร้ายตัวเองอยู่แบบนี้” คำพูดของคนที่เป็ทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิทเตือนสติพงศกรได้เป็อย่างดีชายหนุ่มจึงลุกพรวดแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันทีแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอหมอนิรุตน์ที่วิ่งมาถึงหน้าประตูพอดี
“ไอ้หมอ ปาล่ะ”
“พาน้องเอมกลับไปแล้ว”
“ฉันจะไปพูดกับปาให้รู้เื่” พงศกรรีบวิ่งตามปาริฉัตรลงไปข้างล่างท่ามกลางเสียงร้องเรียกของหมอนิรุตน์แต่อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะหยุดฟังคุณหมอหนุ่มจึงหันกลับมาคิดจะถามวัฒนาอีกคนว่าได้เื่อย่างไรบ้างทว่าชายหนุ่มก็วิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้หมอนิรุตน์ยืนอ้าปากค้างมองตามไปจนลับตาก่อนจะบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดใจ
“ให้มันได้อย่างนี้ซี้เหมือนกันหมดทั้งเ้านายและลูกน้องเลย”