ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 21 หลบหน้า

    “มันเกิดอะไรขึ้นซานยี่ เหตุใดเจ้าถึงกลับมาที่แคล้นลู่” ฝ่าบาททรงสงสัย

    “ท่านอ๋องแห่งแคว้นเยี่ยทรงฝากสารมาถึงฝ่าบาท ท่านอ๋องทรงต้องการอธิบายเหตุผลทั้งหมดกับพระองค์เพคะ” องค์หญิงตรัส

    “ท่านอ๋องทรงทนความซนของเจ้าไม่ได้หรือเปล่าซานยี่” องค์หญิงซานตงเผลอหลุดปาก

    “ซานตง เจ้าไม่ควรกล่าวหาว่าน้องแบบนั้น” ฝ่าบาทตรัสเตือน

    “ขอประทานอภัยเพคะ เสด็จพ่อ” องค์หญิงตรัสเสียงอ่อน

    กงกงส่วนพระองค์รับสารจากกงกงอู่ฉาน เปิดออกแล้วอ่านออกเสียงให้ทุกคนในท้องพระโรงฟัง

    ถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นลู่

    เราคือท่านอ๋องแห่งแคว้นเยี่ย ขอกล่าวขอประทานอภัยกับพระองค์ ที่เราไม่อาจรับองค์หญิงซานยี่เป็นชายาของเราได้ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเราเอง เราได้แต่งตั้งผู้หญิงในดวงใจเป็นพระชายาองค์ปัจจุบัน และได้ตั้งปณิธานว่าจะไม่คิดรักหรือรับผู้หญิงคนไหนมาเป็นสนมอีก เราไม่อยากทำร้ายพระทัยพระธิดาของพระองค์ ถ้าเรายังฝืนอภิเษกกับองค์หญิง รับรองว่าพระธิดาของท่านจะไม่มีวันมีความสุขไปตลอดชีวิต และองค์หญิงอาจถึงขั้นตรอมพระทัยเข้าสักวัน ดังนั้นเราจึงขอส่งตัวองค์หญิงซานยี่กลับมายังแคว้นของพระองค์ นอกจากนี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ เราขอมอบของบรรณาการพร้อมกับเมล็ดพันธุ์พืชที่ทนต่อภัยแล้งให้กับแคว้นลู่

    ความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นของพวกเรายังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย

    อ๋องแห่งแคว้นลู่

    “พ่อต้องขอบคุณท่านอ๋องจริงๆ ที่พระองค์ไม่ทำร้ายลูกสาวของพ่อ ที่นี่ยังคงต้อนรับเจ้าเสมอ ซานยี่” ฝ่าบาทตรัส

    “ขอบพระทัยเพคะ เสด็จพ่อ” องค์หญิงซานยี่ทรงมีน้ำตาคลอเพราะในที่สุดพระองค์ก็ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน

    “เสด็จย่าของเจ้าตรัสบ่นคิดถึงเจ้ามาโดยตลอด เจ้าจงไปเข้าเฝ้าพระองค์เถอะนะ ซานยี่” ฝ่าบาทตรัสเพราะทรงคิดว่าองค์ไทเฮาต้องทรงดีพระทัยมากอย่างแน่นอน

    “เพคะ เสด็จพ่อ”

    องค์หญิงซานยี่เสด็จผ่านขุนนางต่างๆ รวมถึงหานอู่ด้วย พอใกล้ถึงตำแหน่งที่หานอู่ยืน พระองค์ก็ทรงสังเกตว่าหานอู่ไม่ได้สวมสร้อยที่ข้อมืออีกต่อไปแล้ว ก็ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกปวดพระทัยมาก ทรงคิดว่า “เจ้าคงลืมข้าไปแล้วสินะ หานอู่” แล้วพระองค์ก็ทรงไม่ทอดพระเนตรหานอู่อีกเลย

    ในขณะที่หานอู่กลับดีใจที่เห็นหญิงในดวงใจไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกกับท่านอ๋อง และคิดในใจว่า “นี่ข้าฝันไปหรือเปล่า องค์หญิงทรงกลับมาแล้ว”

    ********************************************************

    แม้นจะอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่เหมือนอยู่ห่างไกลแสนไกล เพราะองค์หญิงทรงไม่มาที่จวนผู้ว่าอีกเลย แถมเวลาออกนอกวังก็ทรงคอยเอาแต่หลบไม่ยอมพบหน้าหานอู่อีกด้วย

    หานอู่นึกว่าองค์หญิงทรงเอาแต่ขลุกพระองค์อยู่แต่ในวังเท่านั้น แต่แล้วเขาก็คิดผิดเมื่อเขามาเยี่ยมท่านหมิงเยี่ยนกับเด็กน้อยหลงจ้านที่พรรคยาจก

    “อ้าว พี่หานอู่ ท่านเองก็มาเยี่ยมพ่อข้าอย่างนั้นหรือ” ชิงชิงทัก

    “ใช่ และนั่นเจ้าถืออะไรมาเต็มไม้เต็มมือน่ะ” หานอู่หันไปก็เห็นชิงชิงวางห่ออะไรบางอย่างบนโต๊ะแล้วเรียบร้อย

    “องค์หญิงทรงฝากโสมมาให้ท่านพ่อด้วยค่ะ” ชิงชิงกล่าว

    “ฝากขอบคุณองค์หญิงด้วยนะ สภาพยาจกอย่างพ่อ ทำให้พ่อไม่อาจไปเข้าเฝ้าพระองค์ได้” หมิงเยี่ยนกล่าว

    “องค์หญิงทรงไม่เคยรังเกียจยาจกอย่างพวกเราค่ะท่านพ่อ อย่าได้กังวล พระองค์ตรัสว่าหากมีโอกาสจะมาเยี่ยมท่านและเพื่อนพ้องพรรคยาจกค่ะ” ชิงชิงกล่าวเพราะได้รู้ตัวตนขององค์หญิง

    “องค์หญิงทรงมาเยี่ยมเจ้าบ่อยเลยงั้นหรือ” หานอู่อยากรู้

    “มาเกือบทุกวันนะคะพี่หานอู่” ชิงชิงพูดโดยไม่ได้คิดอะไร

    “แสดงว่าพระองค์ทรงตั้งพระทัยหลบหน้าพี่” หานอู่รู้สึกน้อยใจ

    “ข้าจะอธิบายให้องค์หญิงทรงเข้าพระทัยพี่นะคะ” ชิงชิงเริ่มจับความรู้สึกได้

    “ขอบใจนะชิงชิง” หานอู่กล่าวเสียงเศร้า

    วันต่อมา ณ ร้านหมอฉินฟง ในป่าลึกลับ

    หมอฉินฟงและพ่อบ้านกำลังยุ่งกับการรักษาชาวบ้านที่มากันคับคั่ง พอคนป่วยรับยาและกลับไปจนหมด เขาก็สังเกตเห็นมือปราบหานอู่มานั่งรออยู่ที่ร้านของเขา

    “เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ หรือว่าจะมายุ่งกับฮูหยินของข้า” ฉินฟงกล่าวเสียงแข็ง

    “เจ้าอยู่ซะขนาดนี้ ข้าคงแตะต้องนางได้หรอก” หานอู่กล่าวเชิงล้อเล่น

    “ห้ามเข้าใกล้ฮูหยินของข้า” ฉินฟงกล่าวเสียงห้วน

    “เจ้าก็รู้ว่าข้ากับชิงชิงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ข้าไม่เคยคิดกับนางอย่างคนรัก” หานอู่พูดเสียงจริงจัง

    “ถ้าเจ้าไม่ได้มาหานาง แล้วเจ้ามาทำไม” ฉินฟงอยากรู้

    “ข้ามารอองค์หญิง” หานอู่ยอมเผย

    “อ้อ องค์หญิง เจ้าคงไม่มีวันได้พบพระองค์หรอก” ฉินฟงกล่าวตามตรง

    “ทำไมล่ะ” หานอู่สงสัย

    “องค์หญิงทรงสั่งให้สายลับติดตามท่านและคอยบอกตำแหน่งของท่านให้องค์หญิงทรงทราบตลอดเวลา ดังนั้นหากพระองค์ทรงอยากเจอเจ้า เจ้าทำยังไงก็หนีพระองค์ไม่พ้น แต่ถ้าทรงไม่อยากเจอเจ้า ต่อให้เจ้าพลิกแผ่นดินหาพระองค์ยังไงก็หาไม่เจอหรอก อ่ะ เห็นแก่มิตรภาพนะ ข้าบอกให้ก็ได้ว่าองค์หญิงทรงนัดให้ชิงชิงไปพบที่สวนสมุนไพร” ฉินฟงใจอ่อน

    “ขอบใจนะ สหายที่รัก” หานอู่กล่าวอย่างดีใจ

    “เจ้าอย่าพูดอีกนะ มันเลี่ยนหู” ฉินฟงรู้สึกแปลกๆ

    “ข้าไปล่ะ” หานอู่ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว รีบไปที่สวนสมุนไพรทันที

    ณ สวนสมุนไพร

    หานอู่ไปที่นั่นแล้ว แต่เพื่อไม่ให้องค์หญิงทรงหนีหน้าเขาอีก ก็เลยทำเพียงแค่หลบอยู่หลังต้นไม้เพื่อแอบฟัง

    “พี่ซานยี่ ข้ามีเรื่องอยากสารภาพกับท่านค่ะ” ชิงชิงกล่าวอย่างรู้สึกผิด

    “ว่ามาสิน้องรัก” องค์หญิงทรงรอฟัง

    “ความจริงแล้วข้ากับพี่หานอู่ไม่ได้เป็นคู่หมั้นกัน และพวกเรานับถือกันอย่างพี่น้อง ไม่มีทางเป็นคู่รักกันได้” ชิงชิงสารภาพ

    “นี่เจ้าต้องการพูดเอาใจข้าน่ะสิ” องค์หญิงทรงยังไม่เชื่อ

    “เปล่านะพี่ ข้าพูดความจริง สมัยก่อนพี่หานอู่ขอร้องให้ข้าหลอกท่าน เพื่อ…” ชิงชิงกล่าวไม่จบเพราะองค์หญิงตรัสแทน

    “เพื่อให้ข้าตัดใจและไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก” องค์หญิงทรงเริ่มเข้าพระทัย และตรัสต่ออีกว่า “สมัยก่อนแผนหลอกข้ามันอาจไม่ได้ผล เพราะข้าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง แต่ตอนนี้ข้าโตขึ้นแล้ว ดังนั้นข้าก็จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว” องค์หญิงตรัส

    “ไม่นะคะพี่ซานยี่ ตอนนี้พี่หานอู่รักท่านมาก ข้าก็เลยอยากให้ท่านให้โอกาสพี่หานอู่อีกสักครั้ง” ชิงชิงขอร้องแทน

    “คงไม่ได้แล้วล่ะชิงชิง หานอู่ลืมข้าได้แล้ว ข้าเคยมอบสร้อยลูกประคำให้เขาและสั่งห้ามถอด เขาก็ยังถอดของที่ข้าให้ทิ้งได้อย่างง่ายดาย ต่อไปเจ้าห้ามพูดถึงเขาอีกนะชิงชิง ถือว่าพี่ขอร้อง” องค์หญิงทรงกริ้ว

    “ก็ได้ค่ะ พี่ซานยี่” ชิงชิงหมดปัญญา

    หานอู่ที่แอบอยู่ก็รีบวิ่งไปที่สะพานที่เขาเคยไปทิ้งสร้อย เมื่อไปถึง ก็รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก แล้วกระโดดลงน้ำเพื่อดำหาสร้อยเส้นนั้น

    ช่างน่าสงสารหานอู่ยิ่งนัก เขาควานเจอแต่สิ่งของของชาวบ้านที่เคยทำตกไว้ เช่น ไห มีด สร้อยคอ รองเท้า และอะไรอีกจิปาถะ แต่ไม่เจอสร้อยลูกประคำเลยสักนิด สักพักอยู่ดีๆ ก็มีชาวบ้านแห่มาที่สะพาน แล้วตะโกนให้มือปราบหนุ่มควานหานั่นโน่นนี่ให้

    “ขอบคุณมาก ที่หาขวานของข้าเจอนะพ่อหนุ่ม ข้าก็เลยไม่ต้องเสียอัฐไปซื้อใหม่เลย” ท่านตากล่าว

    หลังจากหานอู่ยื่นขวานให้ตา ก็คิดบ่นในใจว่า “โอ๊ย ทำไมถึงพากันซุ่มซ่ามทำอะไรหล่นลงแม่น้ำเยอะแยะแบบนี้ แล้วข้าจะเจอสร้อยข้อมือมั้ยเนี่ย”

    และแล้วคุณป้าขายเนื้อซึ่งเป็นรายที่ยี่สิบที่ขอให้ช่วยงมของ ก็ยื่นมือมารับมีดปันตอจากมือปราบหนุ่มเป็นคนสุดท้าย ในเวลานั้นเป็นเวลาพกค่ำพอดี

    หานอู่ที่หอบจนเหนื่อย ก็เลยกลั้นใจดำงมหาสิ่งของที่ต้องการอีกครั้ง ด้วยผลบุญหรืออย่างไรไม่ทราบ และแล้วเขาก็สามารถควานหาสร้อยลูกประคำเจอได้อย่างง่ายดาย

    หานอู่เดินเปียกโชกกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้า หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แล้วล้มตัวลงนอน หานอู่ยกข้อมือขึ้น จ้องไปที่สร้อยลูกประคำอย่างยินดี “กระหม่อมได้คืนมาแล้วนะพะย่ะค่ะ” และก็เข้าสู่นิทรา

    ********************************************************

    กุนซือพาท่านหมอมาตรวจอาการของหานอู่ที่กำลังนอนหนาวจับสั่นอยู่บนเตียง

    “ท…ท่านกุนซือ ข้ายังไหว ให้ข้าไปสืบคดีเถอะ” หานอู่พูดทั้งๆ ที่ยังนอนสั่น

    “เมื่อวานท่านได้สร้างคุณประโยชน์ไว้มากมาย วันนี้มีชาวบ้านมาขอบคุณกับใต้เท้าจำนวนมาก ดังนั้นท่านหยุดพักรักษาตัวเถอะนะ และช่วงนี้ก็ยังไม่เกิดคดีใหญ่ ไม่ต้องห่วงนะหานอู่ ตอนนี้ท่านทานข้าวต้มและทานยาก่อนก็แล้วกัน” กุนซือกล่าว

    หานอู่จำต้องเชื่อฟังท่านกุนซือ นอนพักรักษาตัว

    กลายเป็นว่าหานอู่นั้นหักโหมงมหาสิ่งของในแม่น้ำนานเกินไป จนเขาจับไข้ไปหลายวัน โชคดีที่เขามีเพื่อนร่วมงานที่ดี มือปราบซันชงคอยหมั่นนำอาหาร ผลไม้และยาบำรุงมาให้หานอู่ทุกมื้อ

    “ข้าเกรงใจเจ้าจริงๆ ซันชง ไม่ต้องหมั่นมาดูแลข้าก็ได้” หานอู่กล่าว

    “ไม่เป็นไร ข้าเต็มใจ และอย่าลืมทานยาบำรุงให้หมดนะ เจ้าจะได้ฟื้นตัวไวๆ” ซันชงกล่าว

    “อื้อ ขอบใจมากนะซันชง”


    สองวันต่อมา อยู่ดีๆ ซันชงก็พากงกงเหอเป่ยมาหาหานอู่ตั้งแต่เช้าตรู่

    “อ้าว ซันชง กงกงเหอเป่ย ทำไมพวกท่านมาหาข้าแต่เช้าแบบนี้” หานอู่รีบถาม

    “แต่งตัวชุดนักปราบแล้ว แสดงว่าท่านหายดีแล้วใช่มั้ย” ซันชงกล่าว

    “ใช่ ข้าดีขึ้นมากแล้ว กะว่าจะไปทำงานที่จวนผู้ว่าวันนี้” หานอู่มีสีหน้าดีขึ้นมาก

    “เอ่อ ข้ามีเรื่องจะขอให้ท่านช่วยน่ะ หานอู่” ซันชงกล่าว

    “ว่ามาสิ ถ้าช่วยได้ ข้าก็จะช่วย” หานอู่รอฟัง

    “เจ้าก็รู้ว่าซันถง น้องชายข้าเป็นกงกง และพวกเราก็สงสัยว่า ซันถงแอบขโมยของในวังเพื่อนำไปขายและเล่นการพนัน แต่ยังจับไม่ได้ ดังนั้นข้าก็เลยว่าจะปลอมตัวเป็นกงกงเข้าไปในวังเพื่อสืบเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามข้ายังไม่อยากให้น้องชายไหวตัวทัน ก็เลยจะให้เจ้าปลอมเป็นข้าไปทำงานที่จวนผู้ว่าปกติ ส่วนท่านเหอเป่ยจะมาช่วยพวกเราแปลงโฉม” ซันชงบอกแผน

    เหอเป่ยดำเนินการแปลงโฉมให้มือปราบทั้งสอง

    ดังนั้นในวันนี้หานอู่ในนามของซันชงก็ทำงานในจวนผู้ว่าตามปกติ ในขณะที่ซันชงตัวจริงก็กลายเป็นกงกงแฝงตัวเข้าไปในวังพร้อมๆ กับกงกงเหอเป่ย

    ก่อนเที่ยงวัน เพื่อนมือปราบก็วิ่งมาตามซันชงซึ่งกำลังคุยปรึกษาอยู่กับท่านกุนซือเรื่องคดี

    “พี่ซันชง องค์หญิงทรงขอเข้าพบอีกแล้ว” เพื่อนมือปราบกล่าว

    “อะ อะไรนะ องค์หญิงทรงมาพบซันชงบ่อยๆ งั้นหรือ” หานอู่เผลอหลุดปาก

    เพื่อนมือปราบและกุนซือต่างมองหน้ากันเพราะงงกับคำพูดของซันชง

    “อ้อ อ้อ ข้าต้องรีบไปพบองค์หญิงเดี๋ยวนี้” หานอู่รีบพูดกลบเกลื่อน

    ณ หลังจวนผู้ว่า

    “ทำไมวันนี้ท่านไม่มาตามนัดเหมือนทุกวันล่ะซันชง” องค์หญิงทรงรอที่หลังจวนผู้ว่านานแล้ว

    “อ้อ กระหม่อมกำลังคุยปรึกษาคดีกับท่านกุนซืออยู่พะยะค่ะ” หานอู่กล่าวตามจริง

    “หานอู่ดีขึ้นหรือยัง ทำไมเขายังไม่กลับมาทำงาน หรือว่ายาบำรุงที่ข้าแอบฝากท่านไปให้มันไม่ได้ช่วยอะไรอย่างนั้นหรอ” องค์หญิงทรงรอฟังอย่างร้อนพระทัย

    หานอู่ที่ปลอมตัวอยู่ก็แอบยิ้มมุมปากที่ได้รู้ว่าองค์หญิงทรงห่วงตนมากแค่ไหน “หานอู่ดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ แต่วันนี้เขาขอนอนพักอีกวัน”

    “อะ นี่อาหารและยาบำรุง ข้าขอฝากให้เขาอีกวันก็แล้วกัน” องค์หญิงทรงยื่นของให้

    ซันชงรับตะกร้าที่บรรจุอาหารและยาบำรุงมาถือไว้ สักพักก็ฉุกคิดได้ เลยกล่าวว่า “เอ่อ องค์หญิงพะย่ะค่ะ กระหม่อมมีบางเรื่องที่สงสัย”

    “เรื่องอะไรงั้นหรอ” องค์หญิงทรงรอฟัง

    “เห็นว่าหานอู่เคยแพ้โสม แต่ไม่รู้ว่าเขาจะแพ้ยาบำรุงของพระองค์หรือเปล่า” ซันชงกล่าว

    “แต่ว่ายาบำรุงที่ข้าเตรียมให้ มันไม่มีส่วนผสมจากโสมเลยนะ” องค์หญิงตรัส

    “พระองค์ทรงปรุงเองเลยงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ซันชงรอฟัง

    “ใช่ ข้าไม่ไว้ใจใคร กลัวเหล่านางกำนัลเผลอใส่โสมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว” องค์หญิงทรงเผย

    “แต่กระหม่อมก็กังวลอยู่ดี เพราะเมื่อวานกระหม่อมสังเกตเห็นหานอู่มีผื่นขึ้นบนใบหน้าด้วยพะย่ะค่ะ” ซันชงกล่าว

    “งั้นเจ้าก็รีบไปดูอาการของเขาสิ เผื่อเขามีอาการแพ้จริงๆ จะได้พาตัวส่งโรงหมอทัน” องค์หญิงทรงห่วงหานอู่

    “พระองค์ทรงช่วยไปดูกับกระหม่อมได้มั้ยพะย่ะค่ะ บางทีกระหม่อมอาจเข้าใจผิด” หานอู่ในคราบของซันชงกล่าว

    “แต่ข้าไม่อยากเผชิญหน้ากับเขานี่” องค์หญิงทรงไม่สะดวกพระทัย

    “ทรงแอบทอดพระเนตรโดยไม่ให้เขาเห็นก็ได้พะย่ะค่ะ” หานอู่พยายามกล่อม

    “ก็ได้ งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” องค์หญิงทรงพระทัยอ่อน

    ซันชงเดินนำองค์หญิงไปที่บ้านของหานอู่ จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้าน

    “งั้นข้าไปแอบก่อนนะ” องค์หญิงกำลังเสด็จไปที่หลังต้นไม้ข้างบ้านหานอู่ แต่อยู่ดีๆ ก็ถูกซันชงดึงพระองค์เข้าไปกอด “กรี๊ด เจ้าจะทำอะไรข้าน่ะซันชง ปล่อยข้านะ ไม่กลัวโดนตัดหัวหรือไง” องค์หญิงทรงดิ้นและขู่

    “ไม่กลัวพะย่ะค่ะ” หานอู่ใช้เสียงปกติ

    “หานอู่ นั่นเจ้าใช่มั้ย” องค์หญิงทรงจำเสียงได้

    คล้ายกับเรื่องว่าที่ฮูหยินจอมป่วน ที่คุณอ่าน