“หลิวเฉิงเจี๋ย หลิวเฉิงเจี๋ย!”
ข้าะโเรียกหลิวเฉิงเจี๋ยทั่วทั้งตำหนักบูรพาแล้ว แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของนาง
ข้าโมโหยิ่งนัก!ทั้งเพราะนางหลอกข้าว่าหลี่เสี่ยวหานป่วย และเื่ที่ข้ากับหลี่เสี่ยวหาน...
บุรุษผู้นั้น ข้าเข้าใจอยู่หรอกว่าเมาแต่หญิงงามอย่างข้าอยู่ต่อหน้าเขาแท้ ๆ กล้าหลับเช่นนั้นได้อย่างไร
ข้าเดินตามหาหลิวเฉิงเจี๋ยอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งข้าคร้านที่จะหาต่อ จึงเลือกที่จะไปนั่งเล่นที่สวนโดยมีนางกำนัลสองสามคนตามข้ามาด้วยข้าให้พวกนางรอข้าอยู่ห่าง ๆ พวกนางไม่เบื่อแต่ข้าเบื่อยิ่งนักกับการต้องมีคนเฝ้าตามทุกย่างก้าวเช่นนี้
ขณะที่กำลังทอดสายตามองไปด้วยความเหม่อลอยนั้นข้าคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ว่าหลี่ลู่เหอนั้นไม่มีทางยอมแพ้แค่นี้เป็แน่ในอดีตข้าจำได้เื่หนึ่งว่าอีกไม่นานจะมีงานเลี้ยงดื่มน้ำชาของเหล่าองค์ชายและองค์หญิง นาน ๆ ครั้งพวกเขาจะได้มาพบเจอพูดคุยกันอย่างพร้อมเพรียงข้ากับหลี่เสี่ยวหานเองก็ต้องออกงานคู่กัน หากใช้คำว่างานของเหล่าองค์ชายและองค์หญิงแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ข้าต้องเผชิญหน้ากับหลี่ลู่เหออีกครั้ง
งานจะจัดขึ้นอีกสองวัน
แต่ก่อนข้าแกล้งป่วยเพราะไม่อยากนั่งเคียงข้างหลี่เสี่ยวหานขณะนั่งละเล่นต่อกลอนกับบรรดาราชนิกุลทั้งหลายสำหรับข้าแล้วระหว่างเราไม่ได้มีอารมณ์ชื่นมื่นถึงเพียงนั้น หากแต่ครานี้หลาย ๆ อย่างควรเปลี่ยนแปลงหากข้าใช้โอกาสนั้นให้เขาประทับใจข้า ไม่แน่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราอาจดีขึ้น
แต่ก่อนหลี่เสี่ยวหานมักกล่าวหาว่าข้าโง่อย่าว่าแต่ท่องกลอนสองสามประโยค แม้กระทั่งตัวคัดตัวอักษรข้ายังคัดผิดเสียด้วยซ้ำ
นั่นเป็การกล่าวหาที่รุนแรงที่สุด ใช่!ข้ายอมรับว่าข้าท่องกลอนไม่เป็ แต่คัดอักษรข้าไม่เคยพลาดเสียหน่อย
ท่องกลอนเป็แล้วจะอย่างไรได้ หากข้าถูกอันธพาลไล่ตามข้าถามหน่อยเถิดว่าพวกเขาจะหยุดตีข้าเพราะข้าท่องกลอนได้ไพเราะกินใจหรือไม่!
ขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั่นเอง พลันสายตาของข้าก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่คล้ายว่าจะเป็สตรีกำลังก้มๆ เงย ๆ ทำอะไรบางอย่างใกล้ ๆ แปลงดอกไม้ที่ริมสวน ข้าเพ่งสายตามองนางเพียงครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่านางคือใครข้าก็รีบก้าวเท้าไปหานางโดยทันที
หลิวเฉิงเจี๋ย! ข้าตามหาเสียนาน ที่แท้มาอยู่นี่เอง!
“ทำอะไรอยู่หรือ”
“พ พระชายา”
ทันทีที่ฝ่ามือของข้าแตะเบา ๆ ลงบนไหล่ของนาง หลิวเฉิงเจี๋ยก็สะดุ้งสุดตัวราวกับแมวถูกเหยียบหางเมื่อนางเห็นว่าเป็ข้าจากเดิมที่ใอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความใมากยิ่งขึ้นนางทรุดตัวลงคุกเข่าไม่แม้แต่จะกล้าสบตาข้า
ข้าไม่รู้ว่านางกลัวอะไรข้านักหนา แม้ข้าจะเป็ถึงพระชายาในรัชทายาทก็จริงแต่อำนาจนั้นข้าแทบไม่เคยใช้ให้เป็ประโยชน์เลยยิ่งนางเป็คนของหลี่เสี่ยวหานด้วยแล้วนางย่อมรู้ดีกว่าใครว่าเขาไม่เคยสนใจใยดีข้า ข้าเปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่มีเพียงความงดงามล้ำค่าแต่ทว่าไร้ซึ่งประโยชน์ใด ๆ
แต่ถึงเช่นนั้นในเมื่อนางกลัวข้านักข้าก็ควรจะใช้โอกาสนี้กำราบนางเสียหน่อยทีหน้าทีหลังจะได้ไม่กล้าหลอกลวงข้าเช่นนี้
ในตำหนักบูรพา ให้มีเพียงแต่หลี่เสี่ยวหานเถิดที่เอาแต่หาเื่ข้า
“ข้าว่า่นี้เ้าดูสุขสบายไปเสียหน่อยนะ”ข้าเอ่ยเสียงเย็นเฉียบจนหลิวเฉิงเจี๋ยตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ “มา ๆ ๆเ้ามานั่งตรงนี้กับข้า”
ข้าพยักพเยิดให้นางไปนั่งเคียงข้างข้าที่ม้านั่งในสวน
หลิวเฉิงเจี๋ยส่ายหน้าพรืด รีบก้มหน้าต่ำลงจนแทบจะทรุดหนีลงพื้นดิน
“หม่อมฉันมิกล้าตีตัวเสมอพระชายาเพคะ”
“ถึงขนาดหลอกลวงข้าแล้ว ยังมีสิ่งใดที่เ้าไม่กล้าอีกหรือ”
ข้าทำเสียงขรึมดุ หลิวเฉิงเจี๋ยตัวสั่นยิ่งกว่าเดิมท่าทางของนางทำให้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก ลืมความอับอายเมื่อครู่จนหมดสิ้น
“หม่อมฉันสมควรตายเพคะ!”
ข้าหัวเราะออกมา หลิวเฉิงเจี๋ยเงยหน้ามองข้าด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าข้าเพียงแหย่นางเล่นเท่านั้นอันที่จริงข้าก็โกรธนางอยู่หรอกแต่เห็นท่าทางนางแล้วข้าโกรธนางไม่ลง
หลิวเฉิงเจี๋ย หากไม่อคติเกินไปนางน่ารักอยู่ไม่น้อยอายุของนางมากกว่าข้าสิบปีเห็นจะได้นอกจาก่ไม่กี่เดือนแรกที่นางต้องอบรมข้าตามความประสงค์ของฮองเฮาและคอยเอาแต่ฟังคำสั่ง
หลี่เสี่ยวหานมากกว่าข้า อย่างอื่นนางล้วนประเสริฐในอดีตชาติจนกระทั่งข้าตายข้าไม่เคยเห็นนางคิดร้ายกับข้าสักครั้งหนำซ้ำตอนนางรู้เื่ข้ากับหลี่ลู่เหอนางร้องไห้แทบขาดใจที่อบรมข้าไม่ดีพอ เป็ครั้งแรกที่นางกล้าขัดหลี่เสี่ยวหานด้วยการวิงวอนขอชีวิตข้า
ย้อนมาแล้วมิใช่ความผิดของนางเลยแม้แต่น้อยแต่เป็เพราะข้าต่างหากที่หลงผิด ข้าไม่เห็นว่าใครดีกับข้า และใครที่คิดร้ายกับข้า
“ช่างเถิด ๆ ข้ารู้ว่าเ้าอยากให้ข้ากับรัชทายาทดีต่อกันแต่ถึงเ้าจะหลอกข้าแล้วได้อะไร เ้าก็เห็นนี่ว่าเขาชังน้ำหน้าข้านัก”ข้าถอนหายใจคำหนึ่ง
ครานี้หลิวเฉิงเจี๋ยมองข้าด้วยแววตาเศร้าหมอง ข้าเดาว่านางคงเห็นใจข้าไม่รอว่านางจะปลอบใจข้าอย่างไรในเมื่อข้ารู้ว่าแท้จริงนางเอกก็หวังดีต่อข้าไม่น้อย ข้าจึงเอ่ยชักจูงนางหวังให้นางเป็พวกของข้า
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ จากที่เ้าช่วยเขาเ้าก็เปลี่ยนมาช่วยข้าแทนเขาชอบสิ่งใด เขาทำอะไรเ้าก็มาบอกข้า แทนที่จะช่วยให้เขาหาเื่ข้า มาช่วยให้ข้าเป็ที่สนใจของเขามิดีกว่าหรอกหรือ”
หลิวเฉิงเจี๋ยดูท่าว่านางจะไม่ค่อยเข้าใจข้านัก“แต่รัชทายาทเองก็สนใจพระชายานะเพคะ”
“สนใจสิ สนใจหาเื่ข้า หลิวเฉิงเจี๋ยเ้าฟังข้านะ เ้าเป็นางกำนัลมาทั้งชีวิตมีหรือจะรู้จักความรักดีเท่าข้า”
“พระชายาเคยมีความรักด้วยหรือเพคะ”
ต้องเคยอยู่แล้ว! หากไม่เคยข้าจะมายืนอยู่ต่อหน้าเ้าในชาติภพใหม่เช่นนี้หรือ!
“เอาเป็ว่าเ้าเชื่อข้าเถอะหากเ้าช่วยข้า ข้าสัญญาเลยว่าข้าจะไม่แกล้งเ้า จะดีกับเ้า”ข้าลองใช้น้ำเสียงออดอ้อนนางดู และมันก็ได้ผล หลิวเฉิงเจี๋ยยอมใจอ่อนจนได้
“พระชายาจะให้หม่อมฉันช่วยเื่ใดหรือเพคะ”
อืมมนั่นสินะ...ข้าคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะให้นางช่วยอะไรข้าดีหากจะให้นางรายงานความเคลื่อนไหวของหลี่เสี่ยวหานให้ข้าก็ไม่มีประโยชน์อันใด
จริงสิ ๆ ข้าคิดออกอย่างหนึ่งแล้ว
ข้ารีบหันไปพูดกับหลิวเฉิงเจี๋ยด้วยความกระตือรือร้นว่า
“เ้าช่วยสอนข้าแต่งกลอนที!”