“เราจะหนีไปยังไงให้พ้นได้เนี่ยผมพึ่งเริ่มฝึกยุทธยังไม่ถึงชั่วโมง แต่จะให้หนีคนที่มีลมปราณระดับวิถีธาตุเลยนะท่าน” เมฆวิ่งไปพลางบ่นไป นี่เป็ไอเดียที่งี่เง่ามากจริงๆ แม้แต่เด็กป.3ก็ยังรู้ ว่าถ้าให้อ้างอิงกับเกม RPG เลเวลที่สูงกว่าหมายถึงค่าความสามารถที่สูงกว่ามาก การที่เราจะหนีจากตัวละครที่มีค่าความสามารถสูงกว่ามากๆ แทบเป็ไปไม่ได้ ยกเว้นคุณจะเป็ ‘เทพทรู’
เมฆได้แต่วิ่งไปอย่างสุดชีวิต เศษกิ่งไม้ที่บาดขูดขีดไปรอบตัวของเขาจนเกิดแผลมากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เมฆผ่อนฝีเท้าลง เนื่องจากตอนนี้เสียงของจักรพรรดิกระบี่หายไปสักพักใหญ่ พร้อมกับรอยสักรูปกระบี่จอมภพไร้ขอบเขตที่เริ่มจางลงและกะพริบริบหรี่คล้ายจะเลือนหายไป
……………………………………
“บ้าเอ๊ยพี่หญิง เ้านั่นเป็ผู้าุโปลอมจริงหรือ” มือกระบี่หญิงแพรสีชาดเอ่ยถามขึ้นเพราะนอกจากพลังยุทธที่นางััได้ตอนนั้นแม้จะเป็เพียงพลังยุทธแค่ระดับกำเนิดปราณแต่นางเพียงแค่เอ่ยเพื่อขอคำยืนยันจากพี่สาวของตนเท่านั้น
“ข้าลองมาคิดดูดีๆ แล้วและยิ่งจากที่เ้าเอ่ยมาก็เชื่อมโยงกับสิ่งที่ข้าเอะใจเท่านั้น หากเ้านั่นเป็ผู้าุโผู้เยี่ยมยุทธจริงก็เป็ไปไม่ได้ที่จะพลาดกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้ได้” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามเอ่ยก่อนจะเล่าต่อ
“หากเป็ผู้เยี่ยมยุทธจริงในตอนที่้าปิดบังตัวตนเหตุใดจึงทำให้เกิดเสียงเล็ดลอดออกมาจากมิตินั้นได้ นั่นแปลว่าการควบคุมพลังยุทธอาจจะไม่เสถียรอาจเกิดจากหลายปัจจัยแต่จากที่เราััถึงพลังยุทธของเ้านั่นที่เป็แค่ระดับกำเนิดปราณมีความเป็ไปได้สูงที่เ้านั่นจะมีวรยุทธที่ต่ำจริงๆ นั่นเพราะหากยอดฝีมือใช้พลังปกปิดเอาไว้เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีเสียงเล็ดลอดออกมา อีกทั้งตอนที่ขับไล่พวกเราเหมือนกับแค่้ารีบไล่เราออกไปด้วยการแสร้งทำเป็แข็งแกร่ง”
“แต่ก็มีความเป็ได้ไม่ใช่หรือท่านพี่ที่เ้านั่นจะแค่เห็นเราเป็มดปลวกจึงคร้านจะลงมือกับเรา” มือกระบี่แพรสีชาดกล่าวขึ้นหากสิ่งที่พี่สาวของตนคิดไม่ถูกต้องนั่นเท่ากับว่าตนและพี่สาวจะกลับไปหาที่ตาย
“ไม่หรอกผู้ที่มีพลังมากพอจะปล่อยแรงกดดันิญญาขนาดนั้นออกมาได้มีแค่พวก ‘ตระกูลผู้พิทักษ์’ในตำนานเ่าั้ เ้าจำท่านคาร์ดินัลวรศักดิ์และทูตผู้ติดตามจากวิหารซิงเฉิงเจิ้งได้หรือไม่ช่างเย่อหยิ่งและมองพวกเราเยี่ยงมดปลวก ไม่น่าจะปล่อยเราสองพี่น้องมาง่ายๆ แบบนี้ แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าเ้านั่นทำได้ยังไง” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามเอ่ยก่อนจะเหินร่างไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงไอปราณไว้ เมื่อเห็นดังนั้นมือกระบี่หญิงแพรสีชาดได้แต่เลยตามเลยไปเท่านั้น แม้จะสังหรณ์ใจเป็อย่างมากเพียงแต่หากพี่หญิงของตนตัดสินใจแล้วนางก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่
…………………………………
“แฮ่ก!! แฮ่ก!! นี่เราต้องหนีไปอีกนานแค่ไหนกันนะ” เสียงหอบหายใจอย่างร้อนรนของเมฆที่วิ่งมาเป็เวลานานผสมด้วยเสียงบ่นของเมฆ เนื่องจากจักรพรรดิกระบี่หายเงียบไปพักใหญ่โดยไร้การตอบสนอง ท้องฟ้าคืนนี้ช่างปลอดโปร่งนัก ยากยิ่งแก่การซ่อนตัวซ้ำผู้ฝึกยุทธยิ่งระดับสูงขึ้นยิ่งมีััที่เฉียบแหลมจึงเป็การยากที่จะปกปิดตัวตน ซ้ำร้ายวรยุทธที่เริ่มเล่าเรียนมาก็ยังไม่ทันจะได้ฝึกฝนจนรู้แจ้ง
เวลาที่ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ฟุ่บ!!! ตุบ เสียงของคนสองคนที่ทะยานจากกิ่งไม้ลงพื้นอย่างรวดเร็วของบุคคลสองคน ซึ่งก็คือสองพี่น้องมือกระบี่ผินแย้มนั่นเอง พวกนางไล่ตามเมฆกลับมาทันทีที่นึกถึงเหตุผลที่คิดได้
เมื่อเห็นสองพี่น้องเดินทางมาถึงเมฆที่กำลังวิ่งหนีได้แต่หยุดและหันหน้ากลับมาพร้อมกับวางมาดผู้เยี่ยมยุทธต่อ
“เหอะ!! นังหนูสองคนนี้ พวกเ้าดูท่าจะไม่เข็ดสินะถึงได้รนหาที่เช่นนี้” เมฆได้แต่วางท่าผู้าุโต่อไปเนื่องจากตอนนี้ก็ติดต่อกับจักรพรรดิกระบี่ไม่ได้เลย หน็อย!!ไออ้วนบ้านี่เวลาสำคัญดันเงียบหายไป
“เ้าเป็ใครกันแน่เหตุใดต้องปลอมตนเป็ผู้าุโและยังกระทำการดูิ่พวกเราสองพี่น้องด้วย” มือกระบี่หญิงแพรสีชาดเอ่ยขึ้นทันที ความอัปยศที่นางต้องคุกเข่าลงแนบกับพื้นก้มกราบขยะระดับลมปราณก่อเกิดช่างเ็ปยิ่ง ใบหน้าที่แนบกับพื้นของนางในตอนนั้นเห่อร้อนขึ้นมาราวกับเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นอีก
“เหอะนังหนูนี่ท่าทางจะต้องโดนอีกทีสินะ” เมฆยังพยายามวางท่าต่อไปแม้ในใจตอนนี้จะเต้นรัวราวกับม้าศึกนับพันเหยียบย่ำในอกราวกับใจมันจะะเิออกมา ตายแน่แม่จ๋า
“เอาสิเ้าตัวปลอมแน่จริงลองทำให้ข้าคุกเข่าอีกทีสิ ถ้าทำไม่ได้เ้าโดนข้าเจี๋ยนแน่” แม้ในใจจะหวาดหวั่นหากว่าเ้าหนูนี่ดันเป็ผู้าุโขึ้นมาจริงต้องกลายเป็เื่ใหญ่แน่
“ข้าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็ผู้าุโแต่รังแกเด็กพวกเ้ารีบไปซะ” เมฆได้แต่ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้เผื่อว่าสองคนพี่น้องผินแย้มนี่จะกลัวและหนีไป
พั๊ว!! พั๊ว!! มือกระบี่หญิงแพรสีชาดพุ่งเข้ามาชกที่หน้าเมฆอย่างจังจนหน้าหงายล้มดังตึ้งไปทั้งยังกระทืบเมฆซ้ำไปเรื่อยๆ เหมือนเมฆจะเห็นรางๆ ว่ามีเท้ากับหมัดมากกว่าปกติแต่เมื่อลืมตามองก็จะเห็นมือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามพยายามยื้อยุดฉุดกระชากน้องสาวของตนไว้
“แย้มพอก่อนเ้าอย่าลืมเื่สำคัญของเรา” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามเอ่ยตัดบทพลางแอบอมยิ้มอยู่มุมปาก เมื่อครู่ตอนที่พยายามห้ามน้องสาวของตนนางก็แอบเตะต่อยลงไปบ้าง พวกนางสองพี่น้องเบามือลงไปมากแล้ว หากเมื่อครู่พวกนางใช้พลังลมปราณเพียงหมัดเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เมฆกลายเป็เนื้อบดแล้ว
ทางด้านมือกระบี่หญิงแพรสีชาดเมื่อได้ยินพี่หญิงของตนกล่าวดังนั้นตนเองจึงได้แต่หยุดมือลง
“ผมเห็นนะว่าคุณแอบยิ้ม!! เห็นนะ!! คอยดูเถอะถ้าเราแข็งแกร่งเมื่อไหร่จะจับสองพี่น้องมาจูบซะให้เข็ดเลย” เมฆได้แต่นอนตัวงอและบ่นในใจลึกๆ สักวันหนึ่งเขาจะเอาคืน
“สมบัติที่เ้าได้รับมาคืออะไรกันแน่ใช่หลินจือัหมื่นปีหรือไม่” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามได้เอ่ยถามขึ้น นางเข้าป่าัมากับน้องสาวของตนมาหลายวันเพื่อตามหาหลินจือัหมื่นปีพวกนางถึงกับบุกเสี่ยงอันตรายเข้ามายังป่าัเขตชั้นในยามค่ำคืน ไม่ว่าอย่างไรนางต้องนำหลินจือัหมื่นปีกลับไปให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำเช่นไรก็ตาม
“ผมไม่เคยได้สมบัติหรือสมุนไพรอะไรมาเลยนะครับ” เมฆตอบกลับอย่างรวดเร็ว เหงื่อของเมฆที่ค่อยๆ ไหลออกมาอาบทั่วตัว เขาวิ่งมาจนขาปวดเกร็งไปหมดแถมยังถูกต้องศรีพี่น้องกระทืบเพราะไอสมุนไพรอะไรก็ไม่รู้เนี่ยนะ
“โกหก!!!” เสียงร้องตวาดจากมือกระบี่แพรสีชาดดังขึ้นพร้อมกระบี่ที่ถูกชักออกมา ใบหน้าของนางในยามนี้แม้จะเปี่ยมไปด้วยความโกรธ แม้เมื่อครู่จะได้ระบายความอัดอั้นในใจที่มีออกไปบ้างแต่ไอ้เด็กนี่ยังเลือกที่จะโกหกอย่างหน้าไม่อาย
“อย่าเสียมารยาท เ้าจำที่อาจารย์คอยพร่ำสอนไม่ได้หรือ” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามร้องเตือนน้องสาวของตน นางและน้องสาวในยามเด็กเคยกำพร้าบิดามารดาหากแต่เป็ท่านอาจารย์ของนางที่รับพวกนางเข้าสำนักทั้งยังมอบความรักความเมตตาให้นางสองพี่น้องประหนึ่งบุตรในอุทร
“ขออภัยแทนน้องสาวข้าด้วย แต่สมุนไพรนั่นจำเป็กับพวกเราจริงๆ ข้าขอเรียกเ้าน้องชายก็แล้วกันดูหน้าตาท่าทางแล้วเ้าน่าจะอายุน้อยกว่าพวกเรา หากเ้า้าสิ่งใดเพื่อแลกเปลี่ยนกับหลินจือัโปรดบอกข้าเถิด” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามเอ่ยพร้อมสีหน้าที่จริงจัง
“ผมก็พูดความจริงนะผมไม่เจอสมบัติอะไรเลยจริงๆ” เมฆพยายามอธิบายแต่จากสีหน้าทั้งสองคนนั้นแล้วไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อเมฆเลยแม้แต่น้อย จริงดังคาดมือกระบี่หญิงแพรสีชาดนั้นยิ่งทำหน้าโกรธยิ่งกว่าเดิม เมฆเริ่มััได้ถึงแรงกดดันที่กดทับมาบนตัวเขาที่ค่อยๆ หนักหน่วงลง
“น้องชายสมุนไพรนั่นจำเป็กับเราจริงๆ เ้า้าอะไรข้าจะหามาแลกกันกับเ้าหรือเ้า้าเงินหรือไม่ข้าจะมอบเงินให้เ้า 10,000 ตั๋วเงิน” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามพยายามที่จะเสนอราคาและสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้หลินจือัหมื่นปี ว่ากันว่าสมุนไพรนี้จะเติบโตได้เฉพาะพื้นที่แปลกประหลาดแต่จะมีเงื่อนไขสำคัญคือจะต้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายัเต็มเปี่ยม และยิ่งเวลาผ่านไปหากมันสามารถดูดซับแสนปีหลังผ่านทัณฑ์์จะสำเร็จเป็ปีศาจ ดูดซับล้านปีกลายเป็ัเทพ ใน่เวลาที่ดีที่สุดคือ่ครบหมื่นปี
“แต่ผมไม่มีจริงๆ นะครับ ผมไม่เคยเจอสมบัติอะไรผมโดนโจรปล้นระหว่างทางและพลัดหลงมาแถบนี้” เมฆพยายามอธิบาย
“น้องชายของสิ่งนี้สำคัญต่อเราจริงๆ พวกเราต้องนำของนี่ไปช่วยชีวิตคน ข้าไม่รู้ว่าเ้าปลอมตนเป็ผู้เยี่ยมยุทธทำร้ายเราอย่างไรแต่ข้าจะไม่ถือสาหากเ้ายอมแลกเปลี่ยนแต่โดยดี”
“บ้าเอ๊ยนี่เราต้องพูดยังไงดีสองพี่น้องนี่ถึงจะยอมเชื่อเรา กระบี่จอมภพไร้ขอบเขตก็ให้ไม่ได้และเหมือนมันจะหายไปด้วยแถมไอ้เห็ดบ้านั่นเราก็ไม่เคยเห็น” เมฆบ่นพลางในใจเขาไม่เข้าใจเลยทำไมถึงพูดไม่รู้เื่สักที เขาก็พูดไปแล้วว่าไม่เคยเจอเห็ดนั่น
(คำอธิบายจากผู้เขียนสกุลเงินมีทั้งหมด 4 หน่วย เหรียญทองแดง เหรียญเงิน เหรียญทอง ตั๋วเงิน โดย 100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน, 100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง, 1000 เหรียญทอง = 1 ตั๋วเงิน)
“พี่หญิงไม่ต้องคุยกับมันแล้วหลินจือัสำคัญมากเราแย่งมาเลยดีกว่า” ไม่ทันที่มือกระบี่อาภรณ์ครามจะทันได้ห้าม น้องสาวของนางก็แทงกระบี่พุ่งเข้าไปที่หัวไหล่ของเมฆอย่างจัง ฉึก!! พรู้ด!!! เสียงเืที่พุ่งกระจายออกมาพร้อมกับเืที่กระอักออกมาทางปาก