“จะทายาเมื่อใดเ้าคะ”ตู้ฟางซินเปลี่ยนเื่ทันทีแม้คำของเขานางจะเชื่อเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นชายตกปลาจะหาปลาไปสู่ขอนางที่เป็บุตรสาวพ่อค้าอันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้เร็วเพียงใดกันเชียว
“ทาเลย”เขาเอื้อมมือไปหยิบกระปุกยาตรงโต๊ะเล็กข้างที่นอน “จับผมของเ้าขึ้นไปด้วย”
ลำคอขาวที่เต็มไปด้วยรอยจูบนับสิบรอยอยู่ในสายตาเขาแววตาดุยกยิ้มชอบใจ นิ้วใหญ่ค่อยๆแต้มยาตามรอยแดงเป็ทางที่ถูกชุดหยาบเสียดสีไล่เรื่อยลงมาตามแขน หน้าอกอวบมีมือน้อยขวางอยู่ท่านแม่ทัพเหลือบมองหน้านางที่จ้องเขานิ่งๆ
“อย่านะเ้าคะ” คำห้ามถูกเอ่ยออกมาจากปากเล็กๆ
“ฮ่าๆๆ อย่าอันใดของเ้า หืมม”มือหยาบพยายามดึงแขนน้อยๆออกจากอก “แค่ทายา”
“ตรงหน้าอกข้าไม่มีแผล ท่านก็ไปดูส่วนอื่นสิเ้าคะ”
“อ่อ”เขาครางรับคำและก้มลงมอง่ล่างของทั้งคู่ที่ปราศจากเสื้อผ้าติดกายท่อนลำใหญ่ใกล้กับของสงวนของนาง
“อ้ะ!!”ฟางซินรีบดึงผ้าห่มมาคลุม่ล่างของทั้งคู่ทันที มือน้อยทุบอกแข็งเบาๆ“อย่าทำข้านะเ้าคะ…เหนื่อยมากแล้ว” ใบหน้าเนียนซุกซบตรงซอกคอบุรุษ“อยากนอนพักผ่อนเ้าค่ะ”
ท่าทางออกอ้อนน่ารักของสตรีตัวหอมบนตักทำให้บุรุษสุขุมดุดันเช่นเขาใจอ่อนไปกว่าครึ่งจะว่าไปเขาก็ช่างเคี่ยวกรำนางอย่างหนักมาั้แ่เมื่อคืนก่อนจริงๆนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเสพติดสตรีมากมายเช่นนี้
“อืม..นอนเถิดข้าทายาแล้วก็จะนอนพักเลยเรี่ยวแรงข้ามิค่อยมีเพราะมัวแต่ปรนเปรอเ้า”
“หน้าหนายิ่งนัก” นางกล่าวว่าเขาแ่ๆแล้วเงียบเสียงไป
แม่ทัพจางเหวินเป่ายิ้มและลงมือทายาบนแผ่นหลังที่มีรอยสามสี่รอยเบาๆเพียงครึ่งเค่อก็รับรู้ว่านางหลับสนิทไปแล้ว เขาจึงค่อยๆประคองนางลงนอนช้าๆห่มผ้าให้เสร็จก็ลุกขึ้นยืนใส่กางเกงกับเสื้อคลุมเดินออกไปหน้ากระท่อมพบจ้านโม่นั่งผิงไฟรออยู่เพื่อรายงานสิ่งที่เขาสั่งให้ไปทำ
“ไม่ไกลจากที่นี่ราวๆห้าลี้ (2.5กิโลเมตร)มีกลุ่มคนจากเมืองหลวงหนึ่งสตรีสิบบุรุษกำลังมาตามหาคนขอรับเหมือนจะเดินหลงทางไปตามทางน้ำไหล”องครักษ์เงารายงาน
“อืม..อาจจะเป็บ่าวของฟางซิน” แม่ทัพจางเงียบไปครู่‘คนพวกนั้นเดินไปตามทางน้ำไหลที่พวกเขาคิดว่านางคงลอยไปแต่ที่ใดได้เขาอุ้มนางขึ้นมาทางต้นน้ำ’“ช่างพวกเขาแต่หากเจอเข้ากับโจรป่าก็ช่วยพวกเขาด้วยอย่าให้ผู้ใดาเ็”แม่ทัพจางเหวินเป่าสั่งงาน “โจรป่าที่มาซุ่มดูอยู่ที่ใด?”
“ข้ามัดไว้ตรงริมแม่น้ำห่างจากที่นี่หนึ่งลี้ขอรับ”
“นำไป..ที่เหลือเฝ้ากระท่อมไว้ฮูหยินนอนหลับอยู่อย่าให้มีเสียงรบกวนจนกว่าข้าจะมา”
“ขอรับ/ขอรับ”เสียงตอบรับเบาๆดังแว่วเข้ามาในหูแต่มิเห็นคนกล่าว
ฟุ่บ!!!! ฟุ่บ!!!เงาสองสายทะยานขึ้นไปบนปลายไม้มุ่งหน้าไปทางโจรป่าที่ถูกมัดห่างจากกระท่อมหนึ่งลี้
&&&&
ขบวนตามหาคุณหนู:ห่างจากกระท่อมน้อย(2.5กิโลเมตร)
“ข้าต้องรอนแรม กลางป่าในเขตชายแดนนี่นานเท่าใดกัน?”จินเมี่ยวนอนบ่นบนผ้าสะอาดผืนใหญ่ห่มด้วยผ้าอุ่นๆผืนหนารอบๆมีบ่าวชายคอยผัดเปลี่ยนกันเฝ้าระวังอันตราย
“มิรู้สิ..ยามนี้ยังมิมีร่องรอยของคุณหนูแม้เพียงนิด”อาหลงนั่งใส่ฟืนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ทุกคนบอกกล่าว“ตอนนี้เราอาจจะหลงทางอยู่ก็เป็ได้”
“พูดคุยกับเ้ายามใดข้ารู้สึกเหมือนตกหลุมลึกเข้าไปทุกที”จินเมี่ยวพลิกตัวนอนหันหลังให้บ่าวชายที่พูดมิเข้าหูนางก่อนจะหลับตาลง
อาหลงมองจินเมี่ยวพลางทอดถอนใจป่ากว้างใหญ่ยิ่งลึกยิ่งอันตรายกลับบ้านสกุลตู้ก็มิได้สุดท้ายคงต้องตามหาคุณหนูจนกว่าจะเจอพวกเขาคงได้แต่ภาวนาให้คุณหนูปลอดภัยแต่สตรีเพียงคนเดียวจะอยู่ได้อย่างไร..ยิ่งผ่านไปแล้วถึงสองวัน‘ดีที่นายท่านตู้ชงไห่ยังมิรู้เื่’ เสบียงเหลือไม่มากผลหมากรากไม้ในป่าคงพอประทังได้บ้างกระมังเขานั่งเอาหลังพิงต้นไม้เหม่อมองไปด้านหน้า…’เฮ่อออ ป่าไม้ มืดมิด สุดสลดจริงๆ’
“ข้ามิรู้จริงๆขอรับท่านแม่ทัพว่าท่านยุนเซียวป่วยเป็โรคใดแต่ข้ารู้เพียงว่ายามที่ท่านยุนเซียวรับสำรับยามใดเขาจะอาเจียนออกมาทุกครั้งกลิ่นเืเหม็นสาบราวกับข้างในของเขาเน่าเสียไปหมดแล้วแม่เฒ่าปาหมอชราในกลุ่มโจรบอกกล่าวแต่เพียงว่าเป็โรคที่รักษาไม่หายหลังจากนั้นบุตรสาวของท่านยุนเซียวจึงแต่งตั้งตนเองเป็หัวหน้าแทนก่อนที่จะมาพบเจอท่านแม่ทัพเมื่อปีก่อนขอรับ” โจรป่าที่ถูกได้กล่าวขึ้น
“เช่นนั้นยุนเซียวก็ป่วยมาหลายปีแล้วงั้นรึ?”
“ขอรับป่วยมากว่าสองปีแล้ว”
“ยามนี้ยุนจูอิงสั่งให้พวกเ้าไปปล้นที่ใดอีก”แม่ทัพจางสอบถาม
“นางมิได้สั่งการให้ไปปล้นที่ใดแต่นางสั่งให้ข้ามาเฝ้าจับตาดูท่านยามนี้อาจจะส่งคนมาเขตชายแดนฝั่งนี้มากมายแล้วขอรับ”การเดินทางข้ามเขตชายแดนมิใช่เื่ง่ายแต่ก็มิใช่เื่ยากเพราะใกล้ๆกองทัพมีสะพานแขวนอยู่เพื่อใช้ข้ามฝั่งแต่กองทัพของเขาตั้งอยู่บนเนินย่อมมองเห็นผู้คนผ่านไปมาได้ชัดเจนในทางเลียบเขตชายแดนจะเป็แคว้นหยิน ฝั่งชายแดนเขตนี้ที่เขามาปลูกกระท่อมอยู่นั้นสุดเขตจะเป็แคว้นเพ่ย
“พวกเ้าจะข้ามมาอย่างไร?” จ้านโม่ถามแทนท่านแม่ทัพด้วยความสงสัย
“ควบม้าข้ามเขตตรงแอ่งน้ำตื้นๆทางต้นแม่น้ำขอรับแต่ทางนั้นมิใช่ทางผ่านของเรือพวกข้าจึงปล้นสินค้าทางนั้นมิได้ขอรับทำได้เพียงแค่ควบม้าะโข้ามผ่าน”โจรหนึ่งเปิดเผยทุกสิ่งออกมาจนหมดเพราะ้ารักษาชีวิตตัวเองอย่างน้อยท่านแม่ทัพก็คงมิฆ่าใครเป็ผักปลากระมัง
“เ้าจะใช้ชีวิตเยี่ยงโจรป่าเช่นนี้ไปจนตายหรือไม่?”แม่ทัพใหญ่จางเหวินเป่าเอ่ยถาม
“ไม่อยากหรอกขอรับเพียงแต่พวกข้าเป็คนเร่ร่อนมิมีที่อยู่ยามนั้นจึงเลือกเป็โจรร่วมกับท่านหัวหน้ายุนเซียวอย่างน้อยคงจะดีกว่าการเลือกอยู่รวมกลุ่มกับชนเผ่าต้าจี้ที่มีแต่พวกกักขฬะ”ชนเผ่าต้าจี้คือชนเผ่าที่อยู่ในป่าลึกกินพืชผลไม้มีพิษและไม่มีพิษจนสีผิวขรุขระ เป็ปุ่มดำแดงไปหมดเมื่อสี่เดือนก่อนท่านแม่ทัพจางเหวินเป่าเพิ่งเดินทางไปเจรจากับคนกลุ่มนั้นในเื่ขององค์หญิงแคว้นชางมาแล้ว
“ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับท่านแม่ทัพข้ามิได้มีเจตนาร้ายกับท่านเพียงแค่มาแอบดูตามคำสั่ง”
“ข้ามิฆ่าเ้าหรอกเพียงแต่คงต้องจับเ้าไว้ก่อน”หันมาทางองครักษ์ของตน “ให้คนเฝ้าไว้ด้วยนะจ้านโม่”
“ขอรับ”
“ข้าขอบคุณท่านแม่ทัพขอรับ” โจรป่าผงกหัวปลกๆอย่างน้อยเขาถูกจับเข้าไปขังในกองทัพก็ยังมีข้าวมีน้ำให้กินมิต้องมาคอยลักลอบเฝ้ามองท่านแม่ทัพอีก ‘ดียิ่ง’
แม่ทัพจางเหวินเป่าใช้วิชาตัวเบาเดินทางกลับมาที่กระท่อมมองเห็นลิ่วคังนอนเฝ้าหน้าประตู มีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมกายผ้าห่มมาจากที่ใดก็มิทราบได้เขาเดินข้ามทหารคนสนิทของตนเองแล้วเปิดประตูกระท่อมเข้าไปแ่เบาเดินช้าๆไปในห้องนอนเล็กถอดเสื้อคลุมกาย รองเท้า ก้าวขึ้นไปนอนบนเตียงห่มผ้าผืนเดียวกับสตรีตัวน้อยที่ครางเบาๆเมื่อถูกกอด
“อืมมม…มม” แม่ทัพจางลูบผมนางช้าๆกอดกายเปลือยเปล่านุ่มนิ่มสูดดมผิวกายหอมกลิ่นเหมยกุ้ย(กุหลาบ)จนหลับไป
&&&&
ยามเฉิน(07.00)
ตู้ฟางซินบิดกายบนที่นอนไปมาอย่างเกียจคร้านด้านนอกมิมีเสียงหนวกหูของน้องๆเหมือนบ้านของนางในเมืองหลวงบรรยากาศรอบกายสงบชวนให้ผ่อนคลาย สมองว่างเปล่า ครุ่นคิดครึ่งหนึ่งนางรู้สึกวิตกที่ตนเองปล่อยตัวปล่อยกายไปกับรสััจากบุรุษครึ่งหนึ่งก็คิดว่าชีวิตเช่นนี้คือสิ่งที่นาง้า ไม่ต้องคิดเื่ร้านค้าความวุ่นวายในบ้านหรือเื่ใดๆยามนี้นางมั่นใจว่าจินเมี่ยวต้องออกตามหานางก่อนที่จะเข้าเมืองหลวงแน่แต่จะมาถึงที่นี่ยามใด‘เช่นนั้นก็ขอข้าฝันก่อนนะจินเมี่ยว.’