บทที่ 8 พี่ชายคนที่สี่ กู้ิหลี่
แต่เด็กหญิงตัวเล็กที่อยู่ภายใต้อ้อมกอดของพวกเขากลับหายสาบสูญไปด้วยน้ำมือของพี่เลี้ยง และในเวลานั้นบริษัทของพวกเขาก็เข้าขั้นวิกฤตครั้งใหญ่ เนื่องจากลูกน้องของผู้เฒ่ากู้ที่อุตส่าห์อบรมสั่งสอนมาเกิดหักหลังกันกะทันหัน ตระกูลกู้เสียใจอย่างมาก ทุกคนรวมถึงผู้เฒ่ากู้ต่างเครียดและมีอะไรหลายอย่างให้จัดการ แต่นั่นก็เป็เพียงเหตุผลข้ออ้าง พวกเขาความประมาทเลินเล่อเองที่ทำสมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูลหายไป
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็เพราะพี่เลี้ยงเพียงคนเดียวที่ทำให้เกิดเื่เช่นนี้ แต่หลังจากที่กู้หลินโม่ตรวจสอบก็พบว่าการหายไปของหนวนหน่วนมีผู้สมรู้ร่วมคิดที่ร่วมมือกับพี่เลี้ยง โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ทั้งตระกูลกู้ชุลมุนวุ่นวาย
โดยแผนการแรกของพวกเขาคือการลักพาตัวหนวนหน่วนเพื่อข่มขู่พวกตระกูลกู้ แต่พวกเขาสื่อสารกันผิดพลาดจึงไม่รู้ว่าหนวนหน่วนเดินออกไปตอนไหนทำให้เด็กสาวหลงทาง แต่ในท้ายที่สุดแล้วการที่หนวนหน่วนไปโผล่ที่หมู่บ้านเสี่ยวซีก็ยังเป็ปริศนาอยู่จนถึงตอนนี้
การหายตัวไปของหนวนหน่วนสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อตระกูลกู้ แต่ในที่สุดผู้เฒ่ากู้ก็พลิกสถานการณ์กลับมาจัดการกับคนทรยศทั้งหมดในบริษัทได้ อีกทั้งยังเกลี้ยกล่อมให้และสนับสนุนกู้หลินโม่ให้แก้แค้นผู้ที่มีส่วนร่วมในการลักพาตัวและการหายสาบสูญของหนวนหน่วน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผู้คนพวกนั้นยังถูกคุมขัง และได้รับ ‘การดูแลอย่างดี’ อยู่ภายในคุก
“ิหลี่ มาหาน้องเร็วเข้า!”
อาอี๋เรียกใครสักคน
“มาแล้ว” เสียงของเด็กชายดังขึ้น
หนวนหน่วนจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโต ก่อนจะพบว่ามีพี่ชายรูปหล่อยืนอยู่ข้างหน้าตน ทั้งคิ้วและดวงตาของเขาฉายแววความดื้อรั้น ผมสีแดงแปร๊ดตรงหน้าก็สะดุดตาเป็อย่างมาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อผู้เฒ่ากู้เห็นผมสีแดงแรงฤทธิ์ของกู้ิหลี่ก็แทบลมจับทันที เขาจ้องมองกู้ิหลี่แน่นิ่งก่อนจะเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ แม้ว่าจะเห็นมาแล้วหลายรอบแต่ก็รู้สึกขัดตาขัดใจอยู่ไม่น้อย
กู้ิหลี่จ้องมองหนวนหน่วนด้วยสายตาคมกริบ เขาคิ้วขมวด ก่อนจะเดินไปจับผมหนา ๆ จนเด็กน้อยทำตัวแทบไม่ถูก
เสียงที่ออกไปทางเย้ยหยันจากคนที่ยืนอยู่เหนือศีรษะดังขึ้น "คนอ่อนแอไม่มีที่ยืนหรอกนะ"
หนวนหน่วน “....”
พี่ชายคนนี้กำลังสั่งสอนเธอเหรอ....
อาอี๋ขมวดคิ้ว เริ่มสั่งสอนลูกชายของตนทันที “ทำอะไร เ้าเด็กนี่! หนวนหน่วนยังเด็ก อ่อนโยนกับน้องไม่เป็หรือไง!”
กู้ิหลี่แคะใบหูของตนเอง “รู้แล้ว รู้แล้ว ครั้งหน้าจะอ่อนโยนกว่านี้”
“หนวนหน่วน นี่พี่สี่นะจ๊ะ ส่วนพี่สามยังไม่มา เขาไปเที่ยวถ่ายรูปบนเขา โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ยังไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน”
หนวนหน่วนกล่าวทักทายอย่างว่าง่าย “สวัสดีค่ะ พี่สี่”
กู้ิหลี่ยกยิ้มมุมปาก ถือว่าเป็รอยยิ้มที่ยั่วยุอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรรอยยิ้มของเขาจึงยั่วยุทุกคนได้ ราวกับมันเก่งในเื่กวนประสาทคนในแบบที่ไม่ต้องพยายามอย่างนั้นแหละ
อาอี๋และอากู๋เริ่มคันไม้คันมือเมื่อเห็นลูกชายทำกิริยาเช่นนั้นกับหนวนหน่วน แต่โชคดีที่หนวนหน่วนไม่ใช่คนคิดมาก แถมยังส่งยิ้มหวานตอบกลับไปให้เขาด้วยความเขินอายอีก
อากู๋กับอาอี๋รู้สึกได้ทันทีว่าลูกสาวของพี่ชายตนนั้นเติบโตขึ้นมาอย่างดี ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ ไม่เหมือนเด็กในครอบครัวของตนที่ชอบทำให้พวกเขาหนักใจ
ทุกคนในครอบครัวกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่น หนวนหน่วนเดินตรงไปข้างหน้าก่อนจะหันหลังกลับมาชายตามองพี่สี่เป็ครั้งคราว กู้ิหลี่จึงทำได้เพียงขมวดคิ้วขึ้นและชักสีหน้าบึ้งตึงใส่เธอ
หนวนหน่วนยิ้มตาหยีให้ทันที
กู้ิหลี่คิดในใจว่า เด็กน้อยคนนี้ถึงแม้จะดูผอมบางและมีเนื้อหนังน้อยนิด แต่เวลายิ้มดูสวยชอบกล
“แล้วเ้ากู้อันยังไม่ตื่นอีกเหรอ?”
กู้ิหลี่นั่งอยู่บนโซฟา กำลังจะยกขาขึ้นก็เหลือบไปเห็นสายตาของคุณปู่ที่จ้องมองเขาด้วยหางตาซะก่อน เขาจึงนั่งด้วยท่าทางที่สงบเสงี่ยมขึ้นในทันที แต่ท่าทางการนั่งก็ยังคงแสดงความหยิ่งยโสเหมือนหัวหน้าโจรอยู่เล็กน้อย
“หนวนหน่วน ไปเรียกพี่คนเล็กให้หน่อยสิจ๊ะ”
คุณหญิงกู้จับไหล่คะยั้นคะยอหนวนหน่วน
เธอหวังให้หนวนหน่วนได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวโดยเฉพาะกับพี่น้อง ลูกชายคนเล็กของเธอปากไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แถมในตอนเด็กยังเอาแต่ใจเก่งกว่าพ่อของตนเสียอีก
หนวนหน่วนพยักหน้าแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยขาเล็ก ๆ ของตน ตามมาด้วยกู้ิหลี่ที่ยืนเต็มความสูง เขาพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวผมขึ้นไปดูเอง”
หนวนหน่วนชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอหยุดยืนอยู่ตรงบันไดแล้วหันหน้ามามองเขาอย่างกระตือรือร้น
กู้ิหลี่เดินมาลูบศีรษะน้อย ๆ ของเธอ “ไปกันเถอะ”
หนวนหน่วนยิ้มหวานก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแ่เบา
“พี่สี่รู้ไหมคะว่าห้องพี่คนเล็กอยู่ที่ไหน~”
“พี่สี่ วันนี้มาหาหนวนหน่วนใช่หรือเปล่า”
“พี่สี่...”
กู้ิหลี่รู้สึกดีเวลาได้ยินเสียงอันเบาหวิวและนุ่มนวลราวกับน้ำนมของสาวน้อย เขาจูงมือเล็กให้ตามมาราวกับเป็หางตามติดตนเอง
“อ๊ะ!”
จู่ ๆ หนวนหน่วนก็ตัวลอยขึ้นไปบนฟ้า เธออุทานออกมาเล็กน้อยก่อนจะตกลงสู่อ้อมกอดกู้ิหลี่ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือยกขึ้นบีบแก้มของเธอทันที
“ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้จะพูดมาก แล้วนี่ชอบพี่สี่ไหม”
กู้ิหลี่ขมวดคิ้วสงสัย เขามีรูปลักษณ์ภายนอกดุเหมือนสัตว์ร้าย เด็กส่วนใหญ่จึงไม่กล้าเข้าใกล้ เด็กพวกนั้นมักจะร้องไห้ บอกว่าเขาดูเหมือนคนไม่ดี ตัวเขาเองก็เกลียดเด็กเวลาร้องไห้อย่างกับอะไรดี
ตอนเดินทางมาที่นี่ เขาคาดหวังว่าจะได้เจอกับเด็กที่หวาดกลัวเขาเพิ่มอีกหนึ่งราย แต่กลับผิดคาด เด็กหญิงตัวเล็กคนนี้ช่างกล้าหาญ เธอพูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงไพเราะนุ่มนวล เขารู้สึกได้ว่าตนเองกำลังทำตัวเหมือนเด็กเข้าไปทุกที นี่จึงเป็สาเหตุหนึ่งที่เขาไม่ชอบพูดคุยกับเด็กเล็ก
หนวนหน่วนพยักหน้าที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะจับเข้าที่นิ้วของเขาอย่างอ่อนโยน “ชอบค่ะ ชอบพี่สี่ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ แล้วก็พี่ชายคนเล็ก....”
“หืม... ใครสนกันล่ะว่าเธอชอบฉันหรือไม่ชอบ จะบอกอะไรให้นะ ที่โรงเรียนมีคนชอบฉันเยอะมาก ถ้านับเป็จำนวนคน คงวนรอบสนามได้สักสองรอบล่ะมั้ง!”
ทว่าจู่ ๆ ไม่รู้ว่ากู้อันโผล่ออกมาตอนไหน เขาก้าวเดินออกมาจากห้องพร้อมกับหัวที่ฟูราวกับรังนก เ้าตัวดูยังไม่ได้ทำความสะอาดขี้ตาของเขาด้วยซ้ำ แถมยังพูดจาไร้สาระอีก
กู้ิหลี่ชำเลืองมองด้วยสายตาที่แสดงให้ว่าคนตรงหน้างี่เง่าเพียงใด “ดูนั่นสิ เ้าสิ่งมีชีวิตขี้โม้เกินจริง ทำไมปากดีได้ขนาดนี้กันนะ”
กู้อัน “...”
เขารู้สึกโกรธที่ถูกทำให้อับอายจึงขมวดคิ้วใส่กู้ิหลี่ “ยัยนี่เป็น้องสาวผมไม่ใช่ของพี่! พี่สี่ ทำไมถึงมาอยู่กับยัยนี่ได้?”
กู้ิหลี่ “ความสุขของฉัน ว่าแต่แกก็รู้ตัวด้วยเหรอว่ามีน้องสาวกับเขา”
“พี่ชาย… หนูมาเรียกให้ลงไปกินข้าวเช้าค่ะ”
เสียงแ่เบาของหนวนหน่วนขัดจังหวะการเผชิญหน้ากันของทั้งสองคน
กู้อันทำหน้าบึ้งตึง “รู้แล้ว ใครใช้ให้เธอมาปลุก ถึงจะเป็นายน้อยของบ้านแต่ฉันก็ตื่นเองได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็จ้องมองกู้ิหลี่อีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปในห้องนอน
กู้ิหลี่ขมวดคิ้วไม่พอใจ “เฮ้? ไอ้เด็กนี่ วันหลังต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้ว”
แต่กลับรู้สึกว่าตนเองก็ไม่ได้เพียบพร้อมที่จะสั่งสอนใครได้
หนวนหน่วนเอามือปิดปากตนเองแล้วหัวเราะออกมา แต่ก่อนจะหัวเราะออกมาครั้งที่สองเธอกลับโดนกู้ิหลี่จับเข้าที่ศีรษะของตน
“หัวเราะอะไร”
หนวนหน่วนส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา “ไม่มีอะไรค่ะ”
กู้ิหลี่บีบแก้มทั้งสองข้างของเธอ ก่อนจะเขย่าคนตัวเล็กในอ้อมแขน แรงของพี่สี่ทำคิ้วทั้งสองของเธอพันกันยู่
“กินให้เยอะ หน้าเธอไม่มีเนื้อเอาซะเลยนะ”
น้ำเสียงนั้นไม่ให้ความรู้สึกเกลียดชังแม้แต่น้อย
“หนูกินเยอะแล้ว QAQ”
เพราะแก้มถูกบีบเอาไว้ หนวนหน่วนจึงได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้