บทที่ 24 ชะตากรรมที่ถูกพราก
พ่อของเขาหลงเชื่ออย่างสนิทใจ ทำให้เขากลายเป็คนเ็าต่อลูกชายของตัวเอง ปล่อยให้เขาอยู่ในการดูแลของพี่เลี้ยง
ใน่ชีวิต 24 ปีของคุณชายรักอิสระ เขาได้พบกับพ่อเพียงไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งที่เจอกัน พ่อของเขาก็จะถามเพียงแค่ว่า “เงินพอใช้ไหม”
ไม่เคยถามถึงเื่การเรียน หรือแม้แต่จะสนใจว่าเขา้าความห่วงใยจากพ่อบ้างหรือไม่
เขาเพลิดเพลินอยู่กับชีวิตที่หรูหราฟุ้งเฟ้อ แต่ในด้านความรู้สึกกลับว่างเปล่าราวกับไม่มีอะไรอยู่ในความทรงจำ
ตอนนี้เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าเป็ตระกูลเศรษฐีตระกูลอื่น คงได้เข้าไปทำงานในบริษัทของครอบครัวตัวเอง เพื่อเตรียมตัวสืบทอดกิจการ
แต่คุณชายคนนี้กลับเหมือนถูกลืมไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีการเตรียมการอะไรไว้ให้เขาเลยแม้แต่อย่างเดียว
ใน่วัยรุ่น เขาเคยทำเื่นอกลู่นอกทางไปมากมาย เพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อ
แต่ไม่ว่าเขาจะก่อเื่ใหญ่แค่ไหน พ่อก็ไม่เคยสนใจ แม้แต่จะถามสักคำก็ยังไม่มี
คนที่คอยตามแก้ปัญหาให้เขาเสมอคือแม่
แต่แม่ก็ยุ่งมาก แค่ถามเขาเป็ครั้งคราวว่า “เงินพอใช้หรือเปล่า?”
“คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรอก ว่าทำไมลูกเศรษฐีอย่างฉันถึงมาเป็เน็ตไอดอล จริง ๆ แล้ว ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่า ฉันเองก็ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเขา!” คุณชายพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ซางเฟยหว่านจึงพูดสวนขึ้นมาทันที “นายไม่ได้พึ่งพาเขา แต่กลับใช้เงินเขาอวดรวยคนนั้นคนนี้ แล้วก็มาสร้างฐานแฟนคลับในแพลตฟอร์มไลฟ์สดของครอบครัวตัวเองเนี่ยนะ”
คุณชายถึงกับหน้าเสีย “พะ... พูดแบบนี้มันก็แปลก ๆ อยู่เหมือนกันนะ”
ซางเฟยหว่านพูดต่ออีกว่า “พูดประเด็นสำคัญเถอะ ฉันไม่สนใจอดีตของนายหรอก”
คุณชายไม่รู้สึกโกรธ แต่กลับเศร้าใจเล็กน้อย “แม้แต่หมาตายเธอยังสงสาร แล้วฉันล่ะ? อดีตของฉันมันน่าสงสารขนาดนั้น แต่เธอกลับไม่สงสารฉันเลยงั้นเหรอ?”
ซางเฟยหว่านจึงพูดว่า “สำหรับคนที่มีเงินเหลือเฟือ ไม่มีอะไรให้น่าสงสาร”
พอพูดแบบนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนถูกปลอบโยน
อารมณ์ของคุณชายก็ค่อย ๆ ดีขึ้นมาในทันที “ก็จริงนะ ฉันยังมีเงินเหลือเฟือ เป็ทรัพย์สมบัติที่คนธรรมดาหลายครอบครัวก็ไม่อาจเอื้อมถึง! ถึงพ่อจะไม่สนใจฉัน แต่ฉันยังมีแม่อยู่นะ แม่รักฉันมาก ไม่ว่าจะทำงานยุ่งแค่ไหน ทุก ๆ สองสามเดือนก็จะกลับมาอยู่เป็เพื่อนฉันสองสามวัน ฉันอยากได้อะไรแม่ก็หามาให้”
ซางเฟยหว่านเสริมอีกประโยค “พูดประเด็นสำคัญด้วยค่ะคุณชาย นายจะดูเื่อะไร”
คุณชายจึงตอบไปว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าปีนี้ตัวเองโชคร้ายมาก ออกจากบ้านก็โดนกระถางต้นไม้หล่นใส่ เดิน ๆ อยู่ก็ลื่นเปลือกกล้วย ไปเอาอาหารก็สะดุดล้มไม่เป็ท่า... ปีนี้ฉันได้รับาเ็เล็กบ้างใหญ่บ้าง นับไม่ถ้วนเลยล่ะ แต่ก่อน ฉันไม่เคยเชื่อเื่โชคชะตา แต่หลังจากเจอเธอแล้ว ฉันก็เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง”
พูดไปก็พับแขนเสื้อขึ้น แขนของเขาเต็มไปด้วยาแน้อยใหญ่ มีทั้งแผลไฟไหม้ แผลมีดบาด แผลฟกช้ำ ดูราวกับถูกทรมานอย่างทารุณ
“นี่แผลไฟไหม้ พนักงานร้านอาหารสะดุดล้ม ทำหม้อเนื้อทั้งหม้อที่กำลังเดือด ๆ ราดใส่แขนฉัน”
“แล้วก็นี่ โดนเศษกระจกบาดตอนอาบน้ำ กระจกหน้าต่างมันะเิ”
“น่าโมโหที่สุดก็รอยข่วนนี่แหละ! แมวจรจัดข้างทางไม่ข่วนใคร ดันมาข่วนฉันตอนที่ฉันเดินผ่านไป แล้วก็วิ่งหนีไปเลย!”
“คุณซางคนสวย ช่วยดูหน่อยสิว่าดวงซวยของฉันจะหมดไปเมื่อไหร่? ฉันไม่อยากเจ็บตัวแบบไม่คาดคิดแบบนี้อีกแล้ว!”
ซางเฟยหว่านส่ายหน้าอย่างเสียดาย “นี่เป็แค่จุดเริ่มต้น โชคร้ายของนายจะยังคงอยู่ต่อไป และจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะตาย”
คุณชายรักอิสระ ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคร้ายได้ขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ว่าหนักแล้ว แต่มันกลับเป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเองเหรอ!
แต่แล้วเขาก็ได้ยินซางเฟยหว่านพูดต่อ “อายุ 24 ปี นับเป็ครบ 2 รอบปีนักษัตรของนาย และเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตทั้งหมด นับั้แ่อายุ 24 ปีนี้เป็ต้นไป ไม่ว่านายจะทำอะไรก็จะผิดพลาดไปหมด อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ จะเกิดขึ้นไม่หยุด คนที่ใกล้ชิดนายก็จะพลอยซวยไปด้วย ทุกอย่างจะไม่ราบรื่น พออายุ 30 ปี พ่อของนายก็จะทนไม่ไหว ให้เงินก้อนโตกับนายแล้วตัดขาดความเป็พ่อลูก นายผลาญเงินจนหมดสิ้น แล้วก็สิ้นใจตายอย่างเดียวดาย และสิ้นหวังอยู่ในกองขยะ”
“...”
คุณชายรักอิสระถึงกับพูดไม่ออก
“คุณซาง... ไม่สิ… คุณย่าซางพูดเล่นใช่ไหม? ตายอยู่ในกองขยะเนี่ยนะ... ทะ ทำไมมันน่าอนาถขนาดนั้นล่ะ...”
แววตาที่เคยสงบนิ่งของซางเฟยหว่าน ในที่สุดก็มีแววสงสารเจือปนออกมา
“ฉันไม่เคยพูดโกหก”
คุณชายรักอิสระรีบคุกเข่าลงตรงหน้าเธอในทันที “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ คุณย่า... คุณย่าครับ… ช่วยผมด้วย ผมไม่อยากตายอย่างอนาถแบบนั้น!”
ซางเฟยหว่าน ดึงเขาขึ้นมาแล้วโยนกลับไปที่เก้าอี้ “อยู่ในที่สาธารณะ อย่าทำตัวน่าขายหน้าแบบนี้สิ”
คุณชายรักอิสระจึงเอ่ย “ฉันเคยได้ยินมาว่าหมอดูที่เก่งกาจสามารถเปลี่ยนชะตาได้ แต่ก่อนฉันก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ฉันเชื่อเธอแล้ว! เธอเก่งขนาดนี้ ต้องเปลี่ยนชะตาได้แน่ ๆ ใช่ไหม? เห็นแก่ที่เรามีวาสนาต่อกัน โปรดช่วยฉันด้วย ค่าครูเท่าไหร่ เธอเรียกมาได้เต็มที่เลย! ตราบใดที่ฉันจ่ายไหว จะเท่าไหร่ก็ย่อมได้!”
ซางเฟยหว่านพูด “การเปลี่ยนชะตาไม่ใช่เื่ยาก แต่ปัญหาคือชะตาของนายถูกคนอื่นเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าฉันลงมือแก้ไขอีก เกรงว่านายจะทนไม่ไหว และกลับกลายเป็ทำร้ายชีวิตนายเปล่า ๆ”
คุณชายรักอิสระถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามย้ำไปอีกที “เธอหมายความว่า ชะตาของฉันถูกคนอื่นเปลี่ยนงั้นเหรอ?”
ซางเฟยหว่านพยักหน้า “จริง ๆ แล้ว ชะตาชีวิตของนายควรจะเป็เศรษฐี มีกินมีใช้ไม่ขาดไปตลอดชีวิต สายสัมพันธ์ของพ่อลูก มิตรภาพก็ลึกซึ้ง แถมยังมีอายุยืนยาวถึงแปดสิบปี แล้วค่อยตายอย่างสงบ แต่ชะตาของนายกลับถูกคนอื่นเปลี่ยน และเอาสิ่งที่ควรจะเป็ของนายไป แลกกับชะตา 3 ขาด 5 พร่อง ดวงดาวอับโชค”
“คนธรรมดา สามารถเปลี่ยนชะตาได้เพียงครั้งเดียว แถมยังต้องเป็คนมีวิทยาคมแก่กล้าถึงจะเปลี่ยนได้สำเร็จ หลังจากเปลี่ยนชะตาแล้ว ถ้ายังคิดจะเปลี่ยนแปลงอีก ร่างกายของนายจะทนไม่ไหว อาจจะตายอย่างกะทันหัน”
คุณชายรักอิสระพูดอย่างขุ่นเคืองใจ “ใครกันมันช่างเลวทรามขนาดนี้ แอบเปลี่ยนชะตาของคนอื่น? ถ้าให้ฉันรู้ว่าเป็ใคร ฉันจะฆ่ามันให้ตายไปเลย!”
ด่าไปสองประโยค ก็นึกขึ้นได้ว่า สิ่งสำคัญคือการแก้ไขเคราะห์กรรม จึงรีบวิงวอนขอความช่วยเหลือจากซางเฟยหว่าน “คุรหมอดู… พี่สาว… คุณย่า... ช่วยฉันด้วย ได้โปรดช่วยผมด้วย!”
ซางเฟยหว่านเหลือบมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ “อย่าเรียกฉันมั่วซั่วสิ เดี๋ยวจะผิดเพี้ยนไปหมด”
คุณชายรักอิสระจึงรีบแก้ไข “งั้นเรียก... คุณย่าทวด? ตราบใดที่เธอช่วยฉันให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ไปได้ ต่อไปนี้ฉันจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนทวดของฉันเลย! “
ซางเฟยหว่าน ไม่ได้รู้สึกขัดใจกับคำเรียกขานนี้เลยแม้แต่น้อย ในฐานะิญญาที่ดำรงอยู่มานานหลายร้อยปี คำว่า ‘คุณย่าทวด’ ก็ถือว่าเหมาะสมดี
“การเปลี่ยนชะตาชีวิตตามใจชอบ มันอันตรายมากจริง ๆ แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าสามารถรู้ได้ว่า ชะตาเดิมของนายถูกเปลี่ยนให้กับใคร แล้วเอากลับคืนมา ร่างกายและจิติญญาของนายก็จะไม่ต่อต้าน ไม่มีอันตรายมากเท่าที่ควร”
“ถ้าคุณย่าทวดพูดขนาดนี้แล้ว ถึงฉันจะตายก็ต้องลากไอ้สารเลวนั่น ที่ขโมยชะตาชีวิตของฉันมาลงโทษให้ได้! แต่ว่า... ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าใครกันที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของฉันไป? ฉันก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเื่ดูหมอนี่นา”