ตอนที่ 1 คุณคือพรหมลิขิตของผม (2)
เดิมทีซ่านชิงนึกว่าจะได้ยินลูกชายบ่นเรื่องหมออัลฟ่า คิดไม่ถึงว่าจะไม่ใช่เรื่องนี้ เขาและอิ่นซื่ออันต่างประจักษ์ชัดในเรื่องนี้ด้วยกัน แต่ในเมื่อลูกชายไม่ได้ขอความช่วยเหลือ พวกตนก็จะไม่เข้าไปยุ่ง ทุกคนล้วนเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งยังรักษาความเป็นส่วนตัว นี่เป็นกฎของครอบครัว
ซ่านชิงไม่ได้ปล่อยประเด็นของลูกชายไป ถามขึ้นอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นเป็นใครล่ะ”
“ผมเจอเขาระหว่างทาง มีแค่นามบัตรของเขา” อิ่นลั่วหยิบนามบัตรยื่นไปตรงหน้าซ่านชิง “ผมอยากรู้เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับเขาครับ”
ซ่านชิงไม่ได้แสดงความเห็นต่อการกระทำของลูกชาย เพียงกวาดตามองชื่อบนนามบัตรแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “ลูกอยากสืบเรื่องของเขาเหรอ”
อิ่นลั่วพยักหน้า “ครับ”
สำหรับคนร่ำรวยมีอำนาจอย่างพวกเขาแล้ว การสืบเรื่องคนคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากอะไร อีกทั้งตัวซ่านชิงเองก็ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ลูกชายจะมาขอให้ช่วย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงกล่าวตามตรง “ถ้าลูกชอบเขาจริงๆ อย่าใช้วิธีแบบนี้เด็ดขาด”
ถึงลูกชายพวกเขาจะฉลาด แต่ด้านการจัดการและสื่อสารกับผู้อื่นนั้นยังไม่ดีพอ นี่ก็มีสาเหตุมาจากพวกเขาที่ปกป้องเลี้ยงดูลูกมาดีเกินไป
อิ่นลั่วไม่เข้าใจจึงถามออกไปตรงๆ “ทำไมล่ะครับ”
“การชอบใครคนหนึ่ง เราควรรู้จักเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่รู้ผ่านวิธีแบบนี้ เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติ” ซ่านชิงมองดูใบหน้าที่มึนงงของลูกชาย ก่อนจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น “ก็เหมือนครูบางคนที่ชอบแต่นักเรียนมีผลการเรียนดี มองแค่คุณค่าของนักเรียนคนนี้ แต่ไม่ใช่ภายในจิตใจตัวเด็ก ผลของการสืบข้อมูลก็แบบเดียวกัน ข้อมูลที่ได้รับมักมีความคิดเห็นของคนที่ไปสืบมาปนอยู่ไม่มากก็น้อย มันไม่ยุติธรรมต่อคนโดนสืบ”
พอยกตัวอย่างเช่นนี้ อิ่นลั่วจึงเข้าใจ เหมือนที่เขาไม่ชอบหมออัลฟ่าเนื่องจากอีกฝ่ายรู้สึกดีกับตนเพราะภูมิหลังของครอบครัวเรา
เขามองไปทางซ่านชิง ก่อนถามอีกครั้ง “ปะป๊าเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกันเหรอครับ”
“ใช่ เพราะลูกเป็นลูกป๊า ป๊าจะไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเลยได้ยังไง” สีหน้าซ่านชิงภายนอกดูสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับอดไม่ไหวตั้งนานแล้ว อยากจะไปสืบหาว่าอัลฟ่าที่มาอ่อยลูกชายตนเป็นใครกันแน่
อิ่นลั่วดูลังเลเป็นอย่างมาก สุดท้ายจึงถามขึ้น “ปะป๊า งั้นผมไม่สืบเรื่องเขาแล้ว แต่พอจะบอกตารางของเขาช่วงนี้ให้ผมได้ไหมครับ”
ตกดึก อิ่นซื่ออันกลับมาบ้านก็เห็นโอเมก้าของตนนั่งยุ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขานึกสงสัยจึงโพล่งถามออกไป “วันนี้ยุ่งมากเหรอ”
ซ่านชิงตอบโดยไม่เงยหน้า “ลูกชายคุณมีความรักแล้ว”
อิ่นซื่ออันไม่เข้าใจว่าคำตอบนี้เกี่ยวอะไรกับคำถามตน “แล้วไง”
ซ่านชิงขยับมือบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ท่าทางดูโกรธแค้นเป็นอย่างมาก “ผมกำลังสืบเรื่องอัลฟ่าคนนั้นอยู่”
...
วันต่อมา อิ่นลั่วก็ออกจากบ้านไป
อิ่นซื่ออันมองดูซ่านชิงที่ยืนมองส่งลูกชายอยู่หน้าประตู ยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ ‘ใส่ใจมากแท้ๆ แต่ยังต้องแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น น่ารักจริงๆ เลย’ ตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าซ่านชิงที่เป็นแบบนี้น่าสนใจมาก จึงตอบตกลงเงื่อนไขการแต่งงาน ได้ใช้ชีวิตกับคนแบบนี้ แต่ละวันต้องไม่น่าเบื่อแน่นอน
เขาเดินไปด้านหลังอีกฝ่ายพร้อมถาม “พูดไปหมดแล้วเหรอ”
“เปล่า” ซ่านชิงถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วหันมาตอบ “ผมแค่บอกตารางงานของอัลฟ่าคนนั้นในช่วงสองสามวันนี้ไปเท่านั้น ที่เหลือต้องพึ่งตัวเขาเองแล้ว”
อิ่นซื่ออันมองดูซ่านชิงที่เหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็ไม่เอ่ยออกมา จึงถามอีกครั้ง “เป็นอะไรไป”
ซ่านชิงขมวดคิ้วกล่าว “ผมสืบเจอเรื่องบางอย่างมาเล็กน้อย คนที่ชื่อหลินเซวียนนั่นมีแฟนเก่าคนหนึ่งเป็นโอเมก้า แฟนเก่าเขาถูกผูกพันธะ[1] โดยไม่ตั้งใจ พวกเขาเลยต้องแยกทางกัน...เอาเป็นว่าเรื่องนี้พูดยาก”
อิ่นซื่ออันกล่าวถาม “คนที่ผูกพันธะแฟนเก่าเขาคือใคร”
“ประธานบริษัทตระกูลหาน หานกู้”
อิ่นซื่ออันรู้สึกคุ้นชื่อนี้เล็กน้อย แต่กลับนึกไม่ออก “ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”
ซ่านชิงกล่าวเตือน “เขาเป็นอัลฟ่าที่สนับสนุนการวิจัยลบพันธะออกแบบลับๆ”
อิ่นซื่ออันเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าว “ฟังดูเหมือนจะซับซ้อนมาก”
“ก็ใช่น่ะสิ” ซ่านชิงถอนหายใจอีกครั้ง “ถึงคนที่ลูกชอบจะมีอำนาจหรือเป็นแค่คนธรรมดาแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา ต่อให้ต้องข่มขู่ใช้ผลประโยชน์เข้าล่อ คิดจะแย่งก็ต้องแย่งชิงมาให้ได้ กลัวแต่ลูกจะไปเจอคนที่ยังรักและไม่ลืมแฟนเก่า”
“ตอนนี้คุณคงไม่ได้กำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนขัดขวางการคืนดีของพวกเขา ให้อัลฟ่าคนนั้นถอดใจจากแฟนเก่าแล้วมาคบกับลูกเราหรอกใช่ไหม”
“เปล่า...”
อิ่นซื่ออันเผยสีหน้าเป็นเชิงว่า ‘ผมรู้ทันคุณหมดแล้ว’ ออกมา
“เปล่าจริงๆ” ซ่านชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำแบบนั้น นั่นไม่ใช่การช่วยลูกเรา แต่เป็นการทำร้ายเขา”
“ผมรู้” อิ่นซื่ออันตบหลังซ่านชิงเบาๆ “เพราะร่างกายของเสี่ยวลั่ว แต่ก่อนคุณกังวลว่าเขาจะมีความรักแบบเบต้ากับโอเมก้าหรือโอเมก้ากับโอเมก้าไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คนที่เขาชอบคืออัลฟ่า คุณก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี”
“ผมคงสงบนิ่งแบบคุณไม่ได้ กลัวลูกจะถูกทำร้าย...”
“คุณปกป้องเขาดีเกินไป ยังไงเขาก็ต้องเติบโต โดยเฉพาะด้านความรัก ลูกตระกูลอิ่นจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ พอเจออุปสรรคเข้าหน่อยก็ยอมแพ้แล้ว”
ซ่านชิงรู้เรื่องนี้ดี แต่ยังอดแย้งขึ้นไม่ได้ “แต่เขาเป็นโอเมก้านี่!”
“พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ตอนผมรู้จักคุณ คุณก็ดูไม่เหมือนโอเมก้าเลยสักนิด”
“...”
อิ่นซื่ออันไม่แกล้งเขาต่อแล้ว เพียงกล่าวปลอบใจ “อย่ากังวลมากไป เรื่องความรักเราต่างไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ จะดีหรือร้ายต้องให้เขาตัดสินใจเอง ตอนนี้เขายอมใส่สร้อยคอกันกัดไว้ก็ดีแค่ไหนแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมุ่งร้ายมาผูกพันธะ คุณกับผมต่างรู้ดีถึงวิธีแก้ปัญหาจากต้นเหตุ เขาต้องการอัลฟ่าคนหนึ่ง”
...
เชิงอรรถ
^ ผูกพันธะ เป็นการกัดต่อมที่คอโอเมก้าเพื่อทำเครื่องหมาย