พิธีกรในงานกล่าวเปิดงานต้อนรับคุณคีรีน้องชายเ้านายของฉันเขาหล่อดูดีมีออร่ากระแทกตาฉันเข้าอย่างจังถ้าไม่ได้สกิลการปกป้องตัวเองจากผู้ชายที่ฉันพร่ำฝึกฝนมากว่าสามปีเข้าช่วย ฉันคงเสียอาการแสดงความพึงพอใจออกไปให้เขาเห็นผู้ชายถึงจะหล่อสะดุดตามีออร่าทำลายล้างรุนแรงแบบเขายังไงก็ยังเป็ผู้ชายที่ไว้ใจไม่ได้ ฉันไม่ศรัทธาผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้นผู้ชายคือตัวอันตรายสำหรับฉัน อันตรายที่ฉันต้องหนีห่าง
ฉันสำรวจชุดที่เลือกให้คุณคีรีเรียบร้อยต้องยอมรับว่าชุดที่ฉันเลือกนั้นเข้ากับเขามากๆ ฉันรู้สึกพอใจกับผลงานในครั้งนี้จนเผลอยิ้มให้เขาอยู่หลายครั้งไม่นานพิธีกรก็เรียนเชิญท่านประธานและครอบครัวขึ้นเวทีคุณคีรีผู้เป็ตัวเอกของงานดูคล่องแคล่วเหมาะสมกับภาพลักษณ์ในวันนี้ ท่านประธานคุณนารา และคุณทิวา ก็ดูดีพอได้เห็นแบบนี้แล้วก็คิดได้ว่าครอบครัวนี้นอกจากความสามารถแล้วหน้าตาก็จัดว่าดีกันทั้งบ้านเลยทีเดียวฉันรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้ทำงานที่นี่
หลังจากเปิดตัวท่านประธานก็พาคุณคีรีไปพบกับลูกค้าฉันติดตามคุณทิวาและคุณนาราไปรับรองแขกท่านอื่น จะว่าไปนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของฉันที่ต้องติดตามคุณทิวาแบบนี้แต่ทำไมวันนี้คุณทิวาถึงทำตัวแปลกๆ เธอดื่มมากกว่าทุกครั้งที่ออกงานปกติเธอจะชอบพูดคุยมากกว่าชวนแขกดื่ม แต่นี่เธอกลับดื่มเป็เพื่อนแขกแทบจะทุกคนและตอนนี้เ้านายของฉันก็เหมือนจะเมาแล้วด้วย
“คุณทิวา ขวัญว่าพอก่อนดีกว่านะคะเหมือนว่าวันนี้คุณทิวจะดื่มมากไปแล้วค่ะ”ฉันห้ามปรามเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มมีอาการเซเล็กน้อย
“นั่นสิลูก แม่ว่าทิวากลับก่อนดีไหม ของขวัญไปส่งทิวาหน่อยนะลูก”คุณนาราก็คงจะเห็นเหมือนกันกับฉันจึงขอให้เรากลับกันก่อน
“ค่ะ คุณนาราไม่ต้องเป็ห่วง ขวัญจะดูแลคุณทิวาเองค่ะ”พูดจบฉันก็พยุงคุณทิวาที่เดินเซเล็กน้อยออกจากห้องจัดเลี้ยงไป
“พี่ว่าเปิดห้องดีกว่านะ พี่ไม่ค่อยไหว อยากพักหน่อยของขวัญนอนเป็เพื่อนพี่นะ”คุณทิวาที่เริ่มเมาเข้ามากอดอ้อนฉันแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่้าจะให้ฉันทำอะไรให้
“ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวคุณทิวานั่งรอขวัญตรงนี้นะคะเดี๋ยวขวัญไปทำเื่เปิดห้องก่อนค่ะ” ฉันเดินไปติดต่อห้องพักให้เ้านายสาวเลือกห้องสูทสุดหรูให้เธอเพราะรู้ดีว่าเธอชอบความสะดวกสบายและความเป็ส่วนตัวมากแค่ไหน
ฉันพยุงเ้านายคนสวยออกจากลิฟต์แล้วพาเธอมายังห้องพักที่จองไว้คุณทิวาเดินไปนั่งลงบนโซฟาแล้วหลับตาลงอาการแบบนี้คือเธอกำลังพักสายตาอยู่ไม่ได้หลับแต่อย่างใด ฉันรู้จักนิสัยของเธอดี เธอไม่เคยดื่มจนเมาไม่ได้สติแต่วันนี้อาจจะเมามากกว่าทุกวันคงเพราะดีใจที่น้องชายสุดที่รักกลับมาช่วยงานที่บ้านแล้วนั่นเองเธอบ่นกับฉันบ่อยครั้งว่าอยากให้คุณคีรีกลับมาช่วยงานเร็วๆเพราะเธออยากมีเวลาท่องเที่ยวทำอะไรที่อยากทำบ้างจากที่ได้ร่วมงานเป็เลขาคุณทิวาก็เห็นมาตลอดว่าเธอทำงานหนักมากจริงๆ
“ของขวัญ ลงไปเอาชุดในรถให้พี่เถอะ พี่ขออาบน้ำสักหน่อย”คุณทิวายื่นกุญแจรถของเธอให้ฉัน แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไป
ฉันลงลิฟต์มายังชั้นใต้ดินเพื่อมาเอากระเป๋าเดินทางของเ้านายและของตัวเองคุณทิวาเป็คนสอนฉันเองว่าต้องเตรียมพร้อมเดินทางเสมอฉันจึงต้องเตรียมพวกเสื้อผ้าและของใช้จำเป็ติดรถไว้ใช้ในคราวจำเป็อย่างเช่นวันนี้ยังไงล่ะหลังจากไปเอากระเป๋าเดินทางของเ้านายเรียบร้อยฉันก็ไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองที่รถของฉันเช่นกันฉันเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะไม่้าให้คุณทิวารอในห้องพักเพียงลำพัง
‘ตุ้บ!’
ฉันชนเข้ากับใครบางคนอย่างจังจนล้มไปกองกับพื้นแล้วก็ต้องใที่เห็นว่าเป็พี่ไผ่พี่รหัสที่ฉันเกลียดแสนเกลียด
“........” ฉันไม่อยากพูดกับผู้ชายตรงหน้าฉันรู้สึกขยะแขยงเขามากขนาดที่ไม่อยากจะหายใจใช้อากาศร่วมกับเขาด้วยซ้ำแค่เห็นหน้าเขาก็ทำให้ฉันคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนที่เขาทำเื่เลวร้ายนั้นกับฉันและทำให้ฉันเสียเพื่อนที่ดีคนหนึ่งไปฉันอยากจะรีบเดินหนีไปให้พ้นๆ แต่เพราะกระเป๋าที่ฉันต้องนำกลับไปที่ห้องไม่ได้เอื้ออำนวยให้ฉันทำอะไรได้สะดวกนักฉันจึงทำเพียงมองเขาเป็อากาศธาตุไร้ตัวตนเท่านั้น
“ยังหยิ่งเหมือนเดิมเลยนะของขวัญ ไม่คิดจะทักทายพี่หน่อยเหรอครับ”เขาเดินเข้ามาขวางหน้าฉัน ไม่ยอมให้ฉันเดินหนีเขาได้ตามใจ
“หลีกทางด้วยค่ะ” ฉันไม่มองหน้าเขาและพยายามใจเย็นเพื่อคุยกับผู้ชายตรงหน้า
“ถ้าพี่ไม่หลีกมีอะไรหรือเปล่า”เขาพยายามเข้ามาใกล้ฉันและจับข้อมือของฉันไว้
“กรุณาปล่อยด้วยค่ะ” ฉันจ้องเขาตาขวางตอนนี้ฉันเริ่มโกรธที่เขาทำตัวหยาบคายกับฉันมากขึ้นทุกที
“พี่ต้องทำยังไง ขวัญถึงจะยอมพี่ ขวัญก็รู้นี่ว่าพี่ชอบขวัญมาก”
“แต่ฉันเกลียดคุณ”
“ของขวัญ!” เขาเรียกชื่อฉันเสียงดัง สายตาที่มองมายังฉันดุดันน่ากลัวเหมือนวันนั้นวันที่เขาพยายามทำเื่เลวร้ายนั้นกับฉัน
“ปล่อย!”ฉันพยายามดึงข้อมือของตัวเองออกจากมือหนาหนักที่กำข้อมือของฉันไว้จนรู้สึกเ็ปเหมือนกระดูกจะหัก
“ไม่ปล่อย ยังไงวันนี้ขวัญก็ต้องเป็เมียพี่”
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะ คุณจะมาฉุดผู้หญิงที่ไม่เต็มใจแบบนี้ไม่ได้”
“ขวัญไม่เคยเต็มใจนี่ ขวัญก็รู้ว่าพี่รักขวัญ้าขวัญมากขนาดไหน”
“แต่ฉันเกลียดคุณ”
“ของขวัญ! โอเค! ได้! ถ้าอย่างนั้นขวัญ้าอะไร บอกพี่ พี่จะทำให้ทุกอย่าง”
“ฉันไม่้าอะไรจากคุณทั้งนั้น ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คุณ ฉันรังเกียจ”ฉันขึ้นเสียงใส่เขาและพยายามบิดข้อมือให้พ้นจากมือที่กำแขนฉันไว้อย่างแ่า
“ไปอยู่กับพี่ เลิกทำงานเลขาบ้าบอรับใช้คนอื่นแบบนี้ได้แล้ว”
“นี่เป็งานสุจริต และฉันก็รักงานนี้ คุณนั่นแหละปล่อยฉันได้แล้วไม่อย่างนั้นฉันจะะโเรียก รปภ. ให้มาช่วย”
“ล้านหนึ่งเป็ไง มาอยู่กับพี่ พี่จะให้เงินเดือนด้วย ให้ทุกเดือนเลยแค่ขวัญดูแลพี่คนเดียวก็พอ”
“อย่ามาดูถูกฉัน ฉันไม่้าเงินของคุณ”
“ที่ทำงานทุกวันนี้ก็เพื่อเงินไม่ใช่หรือยังไง อย่ามาเล่นตัวจะดีกว่า”
“ใช่ ฉัน้าเงิน แต่ไม่ใช่เงินของคุณ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาสักบาท ไปอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละในเมื่อเสนอให้ขนาดนี้แล้วยังไม่เอา ก็ไม่ต้องเอาอะไรเลยแล้วกัน”
“นี่ปล่อยฉันนะ! ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว! ไอ้หน้าตัวเมียชอบรังแกผู้หญิงช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!” ฉันพยายามดิ้นรนและร้องขอความช่วยเหลือที่จอดรถบริเวณนี้ก็ช่างเงียบเหลือเกินฉันมองหาพนักงานรักษาความปลอดภัยก็ไม่เห็นมีใครสักคนเลยฉันออกแรงดิ้นมากขึ้นและเริ่มทุบตีอดีตพี่รหัสที่เคยเคารพอย่างบ้าคลั่งเมื่อมองไม่เห็นว่าฉันจะหนีพ้นเขาได้ยังไงในตอนนี้
“กีรติ”ฉันและพี่ไผ่หันตามเสียงเรียกที่ดังอยู่ด้านหลังของเราทั้งคู่ทันที
“คุณคีรี” เหมือน์จะมาโปรดและส่งเทพบุตรมาช่วยฉันสักที
“กรุณาปล่อยคุณผู้หญิงคนนั้นด้วยครับ” คุณคีรีเดินเข้าหาพวกเราอย่างช้าๆสายตาที่เขามองมาที่เราทั้งคู่ดูดุดันและน่ากลัวมาก
“เื่ของผัวเมีย คุณอย่ามายุ่งดีกว่า”พี่ไผ่เลิกฉุดดึงฉันและหันมาโอบยึดหัวไหล่ของฉันเอาไว้ฉันพยายามดิ้นออกจากวงแขนของเขาแต่มันก็ไม่เป็ผลเขายิ่งออกแรงกดรั้งหัวไหล่ของฉันเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“ฉันไม่ใช่เมียคุณ ปล่อยฉันนะ” ฉันยังคงพยายามดิ้นถึงจะรู้สึกเหนื่อยและเริ่มหมดแรงแล้วก็ตาม
“ปล่อยเธอเถอะคุณถึงเธอจะเป็ภรรยาคุณจริง คุณก็ไม่มีสิทธิ์กักขังหน่วงเหนี่ยวเธอแบบนี้”เขาหยุดยืนตรงหน้าเราทั้งคู่พร้อมกับจ้องพี่ไผ่ตาเขม็ง ผู้ชายทั้งสองคนยืนจ้องกันอยู่นานจนในที่สุดพี่ไผ่ก็ยอมปล่อยมือจากฉัน
“ถ้าคุณทำแบบนี้กับฉันอีกคราวหน้าฉันจะแจ้งความหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก”ฉันรีบเดินไปเก็บกระเป๋าของเ้านายและของตัวเองที่กองกับพื้นแล้วรีบเดินหนีผู้ชายทั้งสองคนทันที
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^