วันรุ่งขึ้นผมไม่ได้ไปทำงานเพราะเป็วันหยุดของผมแต่แล้วก็มีเื่ที่ทำให้ผมต้องเป็กังวลเมื่อคุณสมรโทรมาบอกให้ผมเข้าไปประชุมตอน 10 โมงเช้า!
คุณยายลำดวนพูดอะไรไปหรือเปล่านะ?คุณยายลำดวนจำได้แล้วเหรอ?
ผมมาถึงวิมานแก้วก่อนเวลาสิบนาทีแล้วก็เดินขึ้นไปชั้นสอง ขณะที่กำลังเดินผ่านห้องของคุณยายลำดวนก็สังเกตเห็นว่าโบว์อยู่ในห้องนั้นกับคุณผกามาศ เธอกำลังร้องเพลงให้คุณยายลำดวนฟังขณะที่โบว์กำลังค้นตู้เสื้อผ้าของเธอ
พวกเขาทั้งสองประหลาดใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาและเห็นผมยืนอยู่ที่ประตู
“เขมกรฉันคิดว่าวันนี้เป็วันหยุดของนายซะอีก” โบว์ถาม
ผมเดินเข้าไปในห้องแล้วก้มหัวให้คุณผกามาศเล็กน้อย"คุณสมรโทรให้ผมมาเข้าร่วมการประชุมทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ในห้องของคุณยายลำดวนล่ะ"
“เรากำลังตามหาสร้อยคอของคุณผกามาศ...มันหายไป”
ขณะนั้นคุณสมรเดินผ่านประตูห้องของคุณยายลำดวนพร้อมกับชายวัยกลางคนแล้วคุณผกามาศก็รีบเดินผ่านผมออกไป
"ธงชัย!"
ลูกชายของคุณผกามาศโอบกอดเธอในขณะที่คุณสมรเดินผ่านพวกเขาเข้าไปในห้อง
"เขมกรฉันบอกว่าประชุมไม่เกินสี่โมงนะ! แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ตรงนี้ไม่รอในห้องทำงานฉันเหมือนที่ฉันบอกล่ะ?"
"นี่เขมกรเหรอ"ธงชัยเอ่ยถามพลางจ้องมองผม "เด็กหนุ่มคนนี้คือเขมกรที่คุณโทรหาผมเหรอ"
“ได้โปรด”คุณสมรพูดขณะก้าวเข้ามาขวางระหว่างเรา “ไปที่ห้องทำงานของฉันกันเถอะ”
เขาผลักเธอออกไปแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าอกของผมด้วยความโมโห "ไม่! ผมไว้ใจให้คุณดูแลแม่ของผมแล้วตอนนี้ผมเพิ่งมารู้ว่าเด็กคนนี้ไปมีอะไรกับเธอ?"
โบว์อ้าปากหวอเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูดขณะที่คุณผกามาศมีอาการกระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด
“ธงชัย!” เธอพูดขณะพยายามผลักเขาออกไป“ลูกไม่เข้าใจหรอก!”
"แม่ต้องย้ายมาอยู่กับผมแม่อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว และแม่..." เขาพูดพลางชี้นิ้วมาที่ผม"ผมอยากให้แม่ตัดขาดจากมัน!"
ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมกำลังจะพังทลายลงเมื่อประตูถูกเปิดออกในโถงทางเดินผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นก็โผล่หัวออกมาดูว่าเสียงะโนั้นมันเื่อะไรกัน
"เขมกรสิ่งที่คุณยายลำดวนพูดเป็ความจริงไหม?" คุณสมรถาม"คุณมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคุณผกามาศหรือเปล่า?"
ผมอึ้งจนพูดไม่ออก คุณผกามาศจึงตอบแทนผมว่า"ได้โปรดเถอะ มันไม่ใช่ความผิดของเขมกร...ฉันเป็คนเริ่มทุกอย่างเองแล้วพอคุณยายลำดวนเห็นเขาในห้องฉัน ฉันก็ได้ไม่คิดจะแก้ตัวอะไรฉันยอมรับความจริงทั้งหมด"
“ขอบคุณค่ะ คุณผกามาศ”คุณสมรพูดและหันมาหาผม
"ฉันอยากจะให้อภัยนายเพราะอายุของนายนะ...เขมกรแต่ความสัมพันธ์แบบรักๆ ใคร่ๆหรือความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างพนักงานกับผู้อยู่อาศัยนั้นทั้งผิดจรรยาบรรณและไม่เป็มืออาชีพแปลว่าตอนนี้นายถูกเลิกจ้างและให้ออกจากวิมานแก้วทันที"
"และฉันควรแจ้งให้นายทราบด้วยว่าตำรวจจะติดต่อหานาย-- "
"ติดต่อผมทำไมครับ?" ผมถามออกไปด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง "คุณไม่ได้ยินที่คุณผกามาศหรือครับผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่ได้ขืนใจเธอ แต่เราสองคนรักกัน"
ทุกคนจ้องมองผมโดยไม่พูดอะไรสักคำจนกระทั่งในที่สุดธงชัยก็ทำลายความเงียบ "ไปเก็บของกันเถอะแม่เราจะไปแล้ว"
"ฉันขอโทษจริงๆ เขมกรทั้งหมดนี้เป็ความผิดของฉัน" คุณผกามาศก้าวเข้ามาหาผมแต่ลูกชายของเธอขวางเธอไว้
โบว์มองมาที่ผมด้วยสายตาเ็ปขณะที่เธอเดินไปกับพวกเขาเพื่อช่วยคุณผกามาศเก็บข้าวของส่วนตัวผมกำลังจะเดินตามพวกเขาไป แต่คุณสมรคว้าแขนผมไว้
"เขมกรตำรวจไม่ได้จะคุยกับนายเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างนายกับคุณผกามาศแต่พวกเขาอยากคุยกับนายเื่เครื่องประดับที่หายไปทั้งหมดนายมักจะหายตัวไปใน่เวลาทำงานโดยไม่มีคำอธิบายแถมสร้อยคอของคุณผกามาศก็หายไปด้วยแล้วนายเป็คนสุดท้ายที่มีคนพบว่าอยู่ในห้องของเธอ"
"ผมไม่ได้ขโมยอะไรทั้งนั้น"ฉันพูด “และผมก็พอจะรู้ว่าใครเป็ขโมย”
"แก...ฉันเห็นแกออกมาจากห้องผกามาศเมื่อคืนนี้แล้วก่อนหน้าฉันก็เห็นแกแอบออกจากห้องของกุหลาบแกนั่นแหละที่ขโมยเครื่องประดับไป!"เสียงของคุณยายลำดวนดังลั่นออกมาจากในห้องของเธอ
คุณสมรอ้าปากค้างด้วยความใ
"ที่ผมเข้าไปในห้องของพวกเขาก็เพราะผมกำลังตามหายายไงหละ!กล้าดียังไงมาพลิกสถานการณ์ให้ผมเป็แพะรับบาป ยายนั่นแหละคือหัวขโมย!"
คุณยายลำดวนหรี่ตาลงพลางใช้นิ้วจิ้มหน้าอกของผม“ตำรวจจะมาจับแกที่นี่ตอนสิบโมงแล้วพอเจอเครื่องประดับที่แกขโมยไป...ฉันจะแจ้งข้อหาแกเต็มๆ!”
ผมปัดมือเธอออก"หมายความว่ายังไงที่พวกเขาจะเจอเครื่องประดับ...ยายทำอะไร?เอาไปซ่อนไว้ที่ไหนเหรอ? เพื่อที่จะใส่ความผมให้ได้งั้นหรือ?"
ผมผลักเธอออกและเดินตรงไปยังห้องของคุณผกามาศคุณสมรวิ่งตามมาคว้าแขนผมไว้แล้วบอกว่าผมเข้าไปไม่ได้ เราเพิ่งถึงประตูทางเข้าพอดีเป็จังหวะเดียวกับที่โบว์เจอสร้อยคอทองคำที่หายไป
เธอหยิบถุงเท้าออกมาให้คุณผกามาศดูด้วยสายตาตัวเองว่าสร้อยคอทองคำหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นขณะที่โบว์หยิบมันขึ้นมา คุณผกามาศก็เอามือปิดปาก
"โอ้พระเ้า...ตอนนี้ฉันจำได้แล้ว...ฉันซ่อนมันจากคุณยายลำดวน...แต่ฉันลืม..."
ธงชัยกอดแม่ของเขาไว้แน่นขณะที่เธอสะอื้นไห้บนไหล่ของเขา
คุณสมรดึงแขนเสื้อผมแล้วพาผมเดินลงบันไดเพื่อมุ่งตรงไปที่ห้องทำงานของเธอซึ่งตำรวจกำลังรออยู่ในห้องทำงานของเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วแม้ว่าจะพบสร้อยคอของคุณผกามาศแล้ว พวกเขาก็ยังคงสืบสวนเครื่องประดับชิ้นอื่นๆที่หายไปอยู่ แต่ขณะที่คุณสมรกับผมกำลังโต้เถียงกัน โบว์ก็เล่าเื่คุณยายลำดวนให้พวกตำรวจฟัง
เธอเล่าว่าเธอค้นถังขยะของคุณยายลำดวนหลายครั้งแล้วและพบของใช้ส่วนตัวที่คุณยายลำดวนหยิบมาจากผู้อาศัยคนอื่นแล้วทิ้งไปบ่อยครั้งที่ของเหล่านี้คือเครื่องประดับราคาแพงโบว์มักจะนำกลับไปคืนเ้าของที่แท้จริงเสมอ แต่เธอสงสัยว่าอาจมีของอื่นๆอีกมากที่หายไปและถูกคุณยายลำดวนทิ้งไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
โชคดีที่ตำรวจยอมรับคำให้การนี้ว่าน่าเชื่อถือมากที่สุด...มากกว่าคำกล่าวหาของยายแก่ๆที่เป็โรคอัลไซเมอร์อย่างแน่นอน และไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับผมแต่อาชีพพนักงานประจำของผมที่วิมานแก้วจบลงแล้วและเมื่อคุณสมรพาผมออกจากห้องทำงานของเธอ โบว์และคุณสุนีย์ที่อยู่ในห้องพยาบาลก็โบกมือลาอย่างเศร้าสร้อย
วันเวลาผ่านไปผมพยายามลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นที่วิมานแก้ว ผมรู้ว่ามันจบไปแล้วแต่ผมไม่สามารถหยุดคิดถึงคุณผกามาศไม่ได้ผมไม่แน่ใจว่าลูกชายของเธอจะพาเธอไปอยู่กับเขาหรือเธอยังอยู่ที่บ้านพักคนชราผมต้องหาคำตอบให้ได้ และหนึ่งเดือนต่อมาผมก็แอบกลับไปที่วิมานแก้ว
ห้องทำงานของคุณสมรว่างเปล่าและโบว์ก็อยู่ที่ห้องพยาบาล "เขมกร! นายมาทำอะไรที่นี่?"
“โบว์...คุณผกามาศ เธอยังอยู่ที่นี่ไหม?”โบว์พยักหน้า
“ผมแค่อยากเจอคุณผกามาศผมอยากจะขอโทษและบอกลาเธอ”
"ถ้าถูกจับได้ นายจะต้องเดือดร้อนแน่ตำรวจยังคงสืบสวนหาเครื่องประดับที่หายไปอยู่ คุณสมรไม่ยอมแพ้ เธอยังคงคิดว่านายขโมยพวกมันไป"
"เธอก็รู้ว่าผมไม่ได้ทำกรุณาช่วยผมสักครั้งเถอะ" โบว์พยักหน้าและยอมให้ผมผ่านไปอย่างไม่เต็มใจ
ผมค่อยๆเดินขึ้นไปชั้นสองพร้อมกับมองซ้ายมองขวาดูว่าคุณสมรอยู่แถวนี้หรือเปล่าคุณผกามาศใมากตอนที่ผมเปิดประตูห้องแล้วก้าวเข้าไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามากอดผมไว้แน่น
"โอ้...เขมกรฉันเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
"ไม่เป็ไรครับ"ผมพูดพลางจูบเธอ "คุณผกามาศ ผมอยากพาคุณออกไปจากที่นี่"
“พาฉันไป...นายกำลังพูดเื่อะไร?”
"ที่นี่ไม่เหมาะกับคุณเลยมาอยู่กับผมเถอะ ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณ"
"เขมกร นายก็รู้ว่าฉันป่วยฉันอยู่กับครอบครัวตัวเองยังไม่ได้เลย แล้วฉันจะอยู่กับนายได้ยังไง"
“สำหรับผมมันแตกต่าง ผมมีความรู้มีประสบการณ์ ผมรู้วิธีดูแลคุณ”
"เขมกรนายรู้ว่ามันจะไม่เหมือนเดิม"
"คุณผกามาศ ผมรักคุณ โปรดให้ผมได้ลอง--" เธอเอานิ้วแตะริมฝีปากผมเพื่อห้ามไม่ให้ผมพูดอะไรอีกแล้ว
"เขมกรหลังจากเกิดเื่ระหว่างเรา...ลูกชายฉันพาฉันไปหาหมอนายกับฉันรู้ดีว่าโรคอัลไซเมอร์ของฉันแย่ลงเรื่อยๆหมอบอกว่าอาการของฉันกำลังทรุดลงเร็วมาก เร็วๆฉันจะจำใครหรือเหตุการณ์อะไรไม่ได้อีกแล้ว แม้กระทั่งนาย ฉันรักนายนะเขมกรแต่เื่ระหว่างเราเป็ไปไม่ได้!"
ผมยกมือของเธอขึ้นมาจูบ "ไม่เป็ไรครับผมไม่ได้คิดถึงแต่เื่เซ็กส์ ผมแค่อยากดูแลคุณ"
"เขมกร...นายเป็สุภาพบุรุษนะแต่นั่นเป็เหตุผลที่ฉันขอมาอยู่ที่วิมานแก้ว เพราะฉันไม่อยากเป็ภาระของครอบครัวและฉันก็ไม่อยากเป็ภาระของนาย ฉันมีความสุขที่นี่เพราะฉันรู้ว่าการมาที่นี่เป็การตัดสินใจของฉันเอง ไม่ใช่ของใครอื่น"
"ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ป่วยเป็โรคนี้แต่ฉันก็อายุมากกว่านายตั้งสี่สิบหกปี ฉันอยากให้นายมีความสุขอยากให้นายได้แต่งงานกับหญิงสาวที่แสนดี มีลูกด้วยกันและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันอีกหลายสิบปีตรงกันข้ามกับฉันที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น"
"คุณผกามาศ ผมไม่สนใจผู้หญิงสาวๆพวกนั้นหรอก" ผมพูด "ผมอยากใช้เวลาหลายปีนั้นกับคุณ"
“เขมกร...ไปเถอะ...ฉันไม่อยากจากไปโดยที่จำนายไม่ได้ ได้โปรด” เธอกล่าวและปล่อยน้ำตาออกมา
ผมกอดเธอไว้แน่นและจูบเบาๆ เพื่อซับน้ำตา“ผมจะไม่มีวันลืมคุณ...คุณผกามาศของผม”

"ฉันก็หวังอย่างนั้น ฉันกลัวมากเมื่อรู้ว่าฉันจะต้องลืมทุกคนที่เคยรักแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันทนได้คือการรู้ว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมฉัน"
ก่อนที่เราจะแยกทางกันผมขออะไรบางอย่างจากคุณผกามาศเป็ครั้งสุดท้าย
"ก่อนที่ผมจะไป...คุณช่วยร้องเพลงให้ผมฟังเป็ครั้งสุดท้ายได้ไหม?"เธอยิ้มแล้วเริ่มร้องเพลงของเรา
รู้หรือไม่ว่าภายในดวงตาสองนั่นฉันได้พบความอบอุ่นใจ
รู้หรือเปล่าว่าข้างในรอยยิ้มของเธอ
ฉันแอบเพ้อละเมอคร่ำครวญอิ่มอบอวลไอ
อยากจะบอกสักคำฉันได้ถลำหัวใจ ตกอยู่ในความรัก
เมื่อตะวันนิทราฟ้าจะรอพบจันทร์
“ฉันจะฝันถึงเธอ”
เมื่อคุณผกามาศร้องเพลงจบเธอก็จูบผมอย่างอ่อนโยน
"ก่อนจะไปนายควรบอกลาคุณตาสมโชคก่อนนะ เขาดูไม่ค่อยสบาย ฉันรู้ว่าเขาเป็ชายแก่ขี้บ่นแต่เขาคิดถึงนาย นายเป็คนเดียวที่ฟังเขาพูด"
******************************