ปรมาจารย์เฝื่นมองดูเงาพระจันทร์ที่ถูกปลายกระบี่แทงทะลุสิบแปดครั้งด้วยสีหน้าเ็ากระบวนท่านี้ของตระกูลเสวียนนับว่ามีชื่อเลื่องลือไปทั่วแดนเบญจภพหนึ่งกระบี่วาดจันทร์สิบแปดกระบี่ดับทำลายมองดูแล้วเหมือนการกระทำที่ไร้ประโยชน์แต่ว่าหลักของกระบี่นี้กลับลึกล้ำซับซ้อนอย่างยิ่งจากข่าวลือที่ผู้สูงส่งท่านหนึ่งเคยวิเคราะห์ออกมาบอกว่ากระบี่นี้แฝงหลักการทางแพทย์เอาไว้ด้วย
ในตำราแพทย์มีวิธ๊การฝังเข็มอย่างหนึ่งจะกระตุ้นพลังภายในออกมาชั่วครู่จนแม้แต่คนที่าเ็เจียนตายก็ยังลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกระยะเวลาหนึ่งกระบี่นี้ก็เหมือนกันวาดจันทร์ครั้งแรกก็อาศัยปรารแท้และจิตกระบี่สร้างขุมพลังที่ซับซ้อนขึ้นมาแล้วใช้กระบี่ต่างเข็มแทงจุดสำคัญของขุมพลังนั้นจนกะเิออกมากลายเป็พลังที่ทบซ้อนเท่าทวีแน่นอนว่าหลักการที่สามารถนำพลังนี้มาเป้นวิชากระบี่ได้ก็คงมีแต่คนตระกูลเสวียนที่รู้
ฮึ่ม!
ปรมาจารย์เฝิ่นไม่เพียงถอยแต่ยังรุกคืบไปอีกก้าวปราณแท้ของเขาที่เหลืออยู่สามส่วนถูกจิตดาบชักนำออกไปอีกสองส่วนเพื่อบดขยี้กระบี่นี้ของเสวียนเทียนชิงให้ราบดาบัคำรามเสียงยาวเข้าหาเสวียนเทียนชิงแต่คราวนี้ประกายกระบี่ที่เกิดจากดวงจันทร์ที่แตกออกกลับสามารถขัดขวางเอาไว้ได้
ภาพจันทร์แตกออกเป็ภาพสะท้อนสิบแปดภาพนั้นก็คือปราณกระบี่ของเสวียนเทียนชิงที่ถูกกระตุ้นด้วยเพลงกระบี่หนึ่งกระบี่ฟันออกไปก็คือภาพจันทร์หนึ่งภาพที่กลายเป็คลื่นขาวนวลฟันดาบัหนึ่งกระบี่...สองกระบี่...สิบกระบี่!
ดาบัของปรมาจารย์เฝิ่นแม้ทรงพลังแค่ไหนก็ยังถูกลดทนไปกว่าครึ่งทว่าเสวียนรเทียนชิงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันภาพสะท้อนเงาจันทร์เหลือเพียงแปดภาพทั้งยังเลือนลางลงอย่างรวดเร็วเพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช้ปรมาจารย์ที่ควบคุมพลังจิตได้อย่างสมบูรณ์ที่แสดงอานุภาพเช่นนี้ออกมาได้ก็กระบี่ชั้นฟ้าในมือเขา
ปัง ปัง ปัง
เงากระบี่และเงาดาบฟาดฟันกันอย่างรุนแรงฝั่งหนึ่งดวงจันทร์ขาดสะบั้นฝั่งหนึ่งร่างัเต็มไปด้วยาแแม้ว่านี่จะเป้นเพียงภาพสะท้อนจากพลังจิตของทั้งสองคนแต่ก็ยังสามารถบอกได้ถึงสภาพการของผู้ใช้แขนขวาของปรมาจารย์เฝิ่นที่ถือดาบยามนี้เต็มไปด้วยาแและเืสดไหลโชกลงพื้นส่วนเสวียนเทียนชิงเองก็หน้าซีดลงร่างสั่นสะท้านทุกครั้งที่ออกกระบี่
การต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดสุดท้ายก็เป็อย่างที่ปรมาจารย์เฝิ่นพูดไว้อาศัยเพียงพลังของขั้นเบิกิญญายังเป็เื่ยากที่จะเอาชนะปรมาจารย์ท่านหนึ่งได้จริงๆแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เพราะเสวียนเทียนชิงไม่สามารถทุ่มสุดตัวอย่างไม่สนใจชีวิตได้อย่าลืมว่านี่พึ่งจะเป็การต่อสู้ครั้งแรกหลังจากที่เขาเหยียบเข้าแดนต้นกำเนิดเท่านั้น!
อั่ก!
เืสดคำโตทะลักออกมาจากปากของเสวียนเทียนชิงตอนนี้แทงออกไปสิบแปดกระบี่แม้จะสามารถหยุดดาบัของปรมาจารย์เฝิ่นได้แต่เรี่ยวแรงของเขาเองก็แทบไม่มีเหลือ
“เพราะเ้ายังไม่บรรลุขั้นปรมาจารย์ทำให้ยากนักที่จะคงพลังจิตตรึงวิชากระบี่เอาไว้ได้ั้แ่กระบี่ที่สิบเป็ต้นมาเงากระบี่ของเ้าก็เลือนลางลงจนแทบมองไม่เห็นนี่ก็คือความต่างของระดับชั้นและคือความต่างที่ทำให้ปรมาจารย์อย่างข้าเหนือกว่าขั้นเบิกิญญาอย่างเ้าพูอย่างไม่ปิดบังว่าข้าเลื่อมใสเ้ายิ่งนักแต่คิดจะจัดการข้าด้วยกระบี่นี้เ้าช่างไม่เจียมตัว!”
ปรมาจารย์เฝิ่นแม้เหลือแรงเพียงหนึ่งส่วนแต่ก็เป็เรี่ยวแรงของปรมาจารย์คนหนึ่งเขาจ้องมองเสวียนเทียนชิงตาเขม็งทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเ็าอย่างยิ่งหลังเหลือบมองลู่หยาที่ยังถูกขั้นเบิกิญญารั้งเอาไว้เขาก็ตบเท้าก้าวเข้าหาเสวียนเทียนชิงในคราวเดียวดาบเหล็กสีเงินสะท้อนแสงวาดฟันลงมาหมายจะบั่นหัวชายหนุ่มตรงหน้าทว่าหากมองสังเกตุเงาที่สะท้อนอยู่บนใบดาบนั้นจะเห็นว่าเสวียนเทียนชิงที่กำลังจะถูกคมดาบบั่นหัวยังคงยิ้มอยู่!
“ั้แ่แรกข้าพูดเพียงว่าอยากประลองกับเพลงดาบัครามเท่านั้นมีตอนไหนกันที่ข้าพูดว่าจะเป็คนจัดการท่าน?”
เสวียนเทียนชิงเงยหน้ายิ้มกล่าวกับปรมาจารย์เฝิ่นโดยไม่สนใจคมดาบที่ใกล้จะมาถึงตัวตอนนี้ต่อให้ปรมาจารย์เฝิ่นจะมั่นใจแค่ไหนก็ยังหัวใจกระตุกวูบเบนสายตามองไปยังลู่หยาอย่างไม่รู้ตัวทว่าสิ่งที่เห็นยังพอให้เขาเบาใจลงได้บ้างจนกระทั่งเสวียนเทียนชิงตวาดออกมาเสียงดังครั้งหนึ่ง
‘แย่แล้ว!’
ปรมาจารย์เฝิ่นได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเพราะเมื่อครู่นี้เขาััได้อย่างชัดเจนว่าเกิดปราณกระบี่สายหนึ่งที่ด้านหลังปราณกระบี่สายนี้เขาคุ้นเคยยิ่งนักเพราะพึ่งจะสู้ตัดสินกับชายหนุ่มตรงหน้ามาเมื่อครู่กลับกลายเป็ว่าภาพเงาจันทร์ของเสวียนเทียนชิงนั้นไม่ใช่สิบแปดภาพอย่างที่เห็นแต่เป็สิบเก้าภาพ!
หนึ่งภาพก็คือหนึ่งกระบี่ทั้งเพราะเสวียนเทียนชิงยังไม่บรรลุขั้นปรมาจารย์จึงทำให้ภาพเงาจันทร์ภาพสุดท้ายเลือนลางจนแทบจะมองไม่เห็นการจะคงกระบี่นี้ไว้ได้บอกเลยว่าไม่ใช่เพราะเสวียนเทียนชิงควบคุมได้ลึกล้ำแต่เป็เพราะเขาพยายามสุดความสามารถเพื่อไม่ให้กระบี่นี้หายไปต่างหากและโชคก็ยังดีที่เขาทำได้สำเร็จ!
เคร้ง!
เสียงกระบี่ดังขึ้นที่ด้านหลังปรมาจารย์เฝิ่นซึ่งแม้ตัวเขาจะไม่ใช่เป้าหมายแต่มันกลับทำให้เขาหน้าซีดและหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียอีกอย่าลืมว่าที่ด้านหลังของเสวียนเทียนชิงมีลู่หยาส่วนที่ด้านหลังของเขาก็มีปรมาจารย์อู่และชิงเหนียวอยู่ เป้าหมายของกระบี่สุดท้ายนี้ชัดเจนว่าเพื่อสกัดปรมาจารย์อู่เอาไว้และในพริบตานั้นคนที่จะลงมือกับเขาก็คือชิงเหนียว!
อ้าก!
ปรมาจารย์เฝิ่นรีดเร้นพลังออกมาสุดแรงหวังเพียงให้ดาบของเขาที่เกือบจะคอของเสวียนเทียนชิงนั้นฟันลงมาได้เร็วอีกหน่อยทว่าน่าเสียดายที่ขิงเหนียวเองก็เป้นปรมาจารย์คนหนึ่งทั้งพลังของนางยังเต็มเปี่ยมต่างจากปรมาจารย์เฝิ่นที่แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว
ฉึก!
โลหิตไหลซึมหยดลงพื้นแต่โลหิตนี้ไม่ใช่ของเสวียนเทียนชิงปรมาจารย์เฝิ่นมองคมดาบที่ห่างจากคอของเสวียนเทียนชิงเพียงสองนิ้วก่อนจะก้มลงมองปลายกระบี่ที่แทงทะลุหัวใจของเขามาจากด้านหลังด้วยสายตาไม่ยินยอมสุดท้ายเขาก็พยายามเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งซึ่งเห็นเพียงรอยยิ้มเจิดจ้าอันน่ารังเกียจก่อนที่เขาจะสิ้นใจลง
“นี่มันเสี่ยงเกินไปแล้วนะเ้าคะหากข้ามาช้าอีกนิดดาบของเขาต้องฟันถึงตัวนายน้อยแน่”
ชิงเหนียวเก็บกระบี่รีบเข้าไปประคองนายน้อยของนางอย่างเป็ห่วงหลังจากปรมาจารย์เฝิ่นตายไปที่ตามมาติดๆก็คือการกวาดล้างของลู่หยาที่เหมือนกับก่อนหน้านี้ยั้งมือเอาไว้ใน่เวลาสั้นๆเพียงไม่กี่ลมหายใจสถานการณ์ทั้งหมดพลิกกลับอีกครั้งตอนนี้สาวใช้ทั้งสองประคองเสวียนเทียนชิงยืนอยู่กลางห้องขณะที่ด้านนอกนั้นกลุ่มอี้สิงเหลือปรมาจารย์อู่เพียงแค่คนเดียว!
“ท่านยังคิดจะลงมือต่อหรือไม่? หากยอมจากไปตอนนี้ข้ารับปากว่ากลุ่มอี้สิงยังคงอยู่ต่อไปได้”
เสวียนเทียนชิงยิ้มออกมาเล็กน้อยยามมองปรมาจารย์อู่คำพูดของเขาชัดเจนและทำให้ปรมาจารย์อู่ที่พึ่งจะได้สติกลับมาต้องนิ่งเงียบไปเสวียนเทียนชิงตอนนี้อ่อนแอนักขอเพียงมีโอกาสเดียวเขาก็สามารถสังหารชายหนุ่มได้แต่ถึงเขาจะเป็ปรมาจารย์ขั้นที่สองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะผ่านชิงเหนียวกับลู่หยาไปได้ง่ายๆ
กลุ่มอี้สิงล่วงเกินเสวียนเทียนชิงล่วงเกินตระกูลเสวียน หากเขาเขาทำสำเร็จย่อมไม่เป็ไรแต่หากล้มเหลวต่อให้เขาจะหนีไปได้ก็มั่นใจได้เลยว่ากลุ่มอี้สิงจะต้องถูกล้างสังหารแน่ดังนั้นคำพูดของเสวียนเทียนชิงจึงทำให้เขาลังเลยิ่งนักที่สำคัญก็คือแผนการของชายหนุ่มผู้นี้น่ากลัวเกินไปก่อนจะลงมือใครจะคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นนี้? ทั้งกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและบ้าบิ่นยิ่งนัก!
“คุณชายเสวียนสมแล้วที่ยกให้เป็อันดับหนึ่งของหนุ่มสาวรุ่นนี้ความสามารถไม่ด้อยกว่าเฉิน...สติปัญญาไม่เป็รองจี้วันนี้ข้านำคนมาล่วงเกินท่าหวังว่าท่านจะใจกว้างไม่คิดเล็กคิดน้อยกับกลุ่มอี้สิง”
ปรมาจารย์อู๋คิดอย่างรอบครอบแล้วสุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเขากล่าวประโยคนี้ทั้งยังคำนับให้กับคนรุ่นหลังอย่างเสวียนเทียนชิงไม่ใช่เพราะวรยุทธ์ด้อยกว่าแต่เป็การเคารพเลื่อมใสทั้งยังตอบรับความใจกว้างของอีกฝ่ายหากเสวียนเทียนชิงไม่เอ่ยคำนั้นออกมาเขาก็ไม่มีทางเลือกให้ถอยมีแต่ต้องวัดเป็ตายกับอีกฝ่ายและสุดท้ายกลุ่มอี้สิงก็จะต้องถูกกวาดล้างในภายหลังแน่นอน
“ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้ว เฉินยงกับจี้ซวนคือยอดคนของรุ่นก่อนหลังจากท่านพ่อของข้าก็มีพวกเขาที่ถูกขนานนามเป็ตะวันเหนือจันทราใต้จะเทียบกับพวกเขาข้ายังห่างอีกไกลนัก ส่วนเื่ที่ข้ารับปากท่านย่อมไม่ต้องกังวลในเมื่อผู้าุโไว้ไมตรีข้าแซ่เสวียนย่อมไม่กลับคำ”
“เช่นนั้นข้าขอลา”
ปรมาจารย์อู่ประสานมือเหลือบตามองร่างของปรมาจารย์เฝิ่นที่ล้มลงสิ้นใจอย่างเศร้าสลดครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินลงจากชั้นสองไปส่วนเสวียนเทียนชิงกับสาวใช้ทั้งสองก็ทิ้งตัวลงนั่งหอบหายใจทันทีโดยเฉพาะเสวียนเทียนชิงที่ยังถึงขั้นกระอั่กเืออกมาอีกคำโตสาวใช้ทั้งสองหน้าเสียเื่ราวดำเนินไปเช่นนี้ยิ่งมาอาการของเสวียนเทียนชิงยิ่งย่ำแย่ลงจนกระทั่งลู่หยาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ปลาใหญ่หนีไปแล้วเ้าค่ะนายน้อย”
เสวียนเทียนชิงที่กำลังจะกระอั่กเืออกมาอีกคำหนึ่งพลันชะงักไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเขาลุกขึ้นกวาดสายตามองไปยังร่างไร้ิญญานับสิบพลางส่ายหัวเล็กน้อยท่าทีอ่อนแอเ็ปก่อนหน้านี้ก็หายไปราวกับโกหกเช่นกัน
“ข้าอุตส่าลงทุนใช้ศิลาปราณระดับสูงไปถึงสิบเจ็ดก้อนเขาซุ่มดูอยู่นานขนาดนั้นแต่กลับไม่ลงมือช่างระวังตัวเสียจริงคนที่มีนิสัยเช่นนี้คงไม่แคล้วเป็พวกในกระดานนักลอบสังหารแน่นอน”
ท่าทีของเสวียนเทียนชิงตอนนี้ขบเขี้ยวฟันโมโหราวกับเด็กน้อยจนทำให้ชิงเหนียวหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวหยอกล้อเขา
“บางทีเขาอาจจะจับได้เพราะนายน้อยกระอั่กเืมากเกินไปก็ได้เ้าค่ะ”
ชิงเหนียวกล่าวไปอย่างนั้นแม้แต่นางก็นึกไม่ถึงว่านายน้อยของนางจะชะงักไปพึมพำออกมาแล้วหันไปถามชิงเหนียวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้ายังเรียนการแสดงจากพี่หญิงรองมาไม่ดีจริงๆครั้งนี้ในครึ่งชั่วยามข้ากระอั่กเืไปสิบสองครั้ง เ้าว่าครั้งหน้าลดลงเหลือสักแปดครั้งศัตรูจะติดกับหรือไม่?”